ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 52,211 รายการ
“หนังสือหนึ่งเล่ม... อาจเปลี่ยนมุมมองชีวิตคุณไปตลอดกาล”
สำนักหอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกิจกรรม NLT EDUTAINMENT ประจำปี 2569 ครั้งที่ 2 ในหัวข้อการเสวนา "เปิดตัวตน sleepymangx: รู้จักตัวมัมตัวมาง ผ่าน มางอ่าน” มาร่วมพูดคุยและค้นหาแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ผ่านโลกของหนังสือกับปิยธิดา เล็กกลาง (มาง) ศิลปินค่าย LIT Entertainment ดำเนินรายการโดยพัชราภรณ์ โกษาเฉวียงราช BookToker จากช่อง @anotherpingp ในวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ณ โถงกลาง ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักหอสมุดแห่งชาติ และยังสามารถรับชมผ่าน Facebook Live: National Library of Thailand หอสมุดแห่งชาติ https://www.facebook.com/NationalLibraryThailand
ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ฟรี! ได้ที่ https://forms.gle/MxkGQVWK3ngSMHX79 หรือสแกน QR Code ในรูปภาพ รับจำนวน 70 ที่นั่ง กำหนดประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม วันที่ 24 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 น.
"หลังม่านการแสดงที่งดงามและสมบูรณ์แบบ สิ่งที่ผู้ชมได้เห็นบนเวทีอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราว…"
กรมศิลปากร ขอเชิญร่วมติดตามชมรายการ ศิลป์ Stories ตอน “โรงละคอนศิลปากร โรงละครแห่งชาติ” ที่จะพาทุกคนเปิดม่านไปชมเบื้องหลังโรงละครแห่งชาติ โดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของโรงละคร การก่อสร้าง การปรับปรุงโรงละครแห่งชาติ ตลอดจนบทบาทในการเป็นพื้นที่เผยแพร่และสืบสานนาฏศิลป์และดนตรี ซึ่งเป็นศิลปวัฒนธรรมของชาติ
และกว่าจะเป็นการแสดงหนึ่งชุดบนเวที ต้องผ่านการเรียนการสอนจากครูผู้เชี่ยวชาญ ผ่านกระบวนการทำงาน และความร่วมมือจากบุคลากรหลากหลายฝ่าย ตั้งแต่การคิดและเรียบเรียงบท การออกแบบการแสดง การสร้างสรรค์ตัวละคร เครื่องแต่งกาย ฉาก แสง สี เสียง ไปจนถึงการบริหารจัดการเบื้องหลังเวที พร้อมร่วมพูดคุยกับผู้บริหาร และผู้มีประสบการณ์ในการทำงานของโรงละครแห่งชาติ ถ่ายทอดเรื่องราว ประสบการณ์ และมุมมองที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์การแสดง
ติดตามรับชมรายการ ศิลป์ Stories คนกรมศิลป์มีเรื่องเล่า เพราะทุกเรื่องราวมีชีวิต และทุกเทคนิคมีความหมาย รายการ Podcast ที่สนุกและได้ความรู้จากกรมศิลปากร ตอน โรงละคอนศิลปากร โรงละครแห่งชาติ ได้ในวันเสาร์ที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๔.๐๐ - ๑๔.๔๕ น. ร่วมพูดคุยไปกับ นายศิริพงษ์ ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต นายวุฒินันท์ จินศิริวานิชย์ มัณฑนากรชำนาญการพิเศษ สำนักสถาปัตยกรรม และนายรัฐศาสตร์ จั่นเจริญ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยและพัฒนาการสังคีต ผู้ดำเนินรายการ รับชมได้ผ่านทาง Facebook: กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม https://www.facebook.com/FineArtsDept และ Facebook: กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร https://www.facebook.com/prfinearts และช่อง Youtube : กรมศิลปากร https://www.youtube.com/@finearts.d
กรมศิลปากรจัดกิจกรรม “รากนครา มรรคาแห่งรัตนโกสินทร์” ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรม โดยเชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ระหว่างวันที่ 12 สิงหาคม - 20 กันยายน 2569 โดยเส้นทางท่องเที่ยวแต่ละจุด มีวันเวลาเปิดเข้าชม ดังต่อไปนี้
- อาคารกรมศิลปากรเดิม สนามหลวง(ตรงข้ามวัดพระแก้ว) ชมนิทรรศการพิเศษเรื่องภาพถ่ายเก่า ร.5 “The Memory of King Chulalongkorn ความทรงจำแห่งพระพุทธเจ้าหลวง” ระหว่างวันที่ 12 สิงหาคม - 20 กันยายน 2569 เวลา 09.00 - 16.00 น. ชมฟรี (เปิดทุกวัน) - พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ จัดแสดงผลงานของศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ ระหว่างวันที่ 12 สิงหาคม - 20 กันยายน 2569 เวลา 09.00 - 16.00 น. (ปิดจันทร์ - อังคาร) - หอประติมากรรมต้นแบบ เปิดระหว่างวันที่ 12 สิงหาคม - 20 กันยายน 2569 เวลา 09.00 - 16.00 น. ชมฟรี (เปิดทุกวัน) - อาคารถาวรวัตถุ(ตึกแดง) ชมนิทรรศการพิเศษเรื่องเครื่องโต๊ะ ระหว่างวันที่ 12 - 16 สิงหาคม 2569 ชมนิทรรศการถาวรตู้พระธรรมลายทอง เปิดให้ชมตามปกติ เวลา 09.00 - 16.00 น. ชมฟรี (ปิดจันทร์-อังคาร)
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ชมนิทรรศการพิเศษเรื่อง “สยามพัสตราภรณ์พิไล เทิดไท้พระพันปีฯ” ระหว่างวันที่ 12 สิงหาคม - 4 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 - 16.00 น. มีค่าเข้าชม (ปิดจันทร์ - อังคาร)
- โรงละครแห่งชาติ จัดการแสดงรายการ “ยลสังคีตศิลป์ถิ่นโรงละครแห่งชาติ” จัดโดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร เปิดการแสดงวันที่ 12 และ 23 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. *จำหน่ายบัตรหมดแล้ว สามารถชมอาคารโรงละครแห่งชาติภายนอกได้
- วัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า) เปิดให้เข้าชมพระอุโบสถ วันที่ 12 สิงหาคม - 20 กันยายน 2569 เวลา 09:00 - 16:00 น. *บางบริเวณปิดบูรณะ ชมฟรี (เปิดทุกวัน)
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป จัดแสดงผลงานศิลปะของศิลปินไทย นิทรรศการเปิดให้ชมตามปกติ เวลา 09.00 – 16.00 น. มีค่าเข้าชม (ปิดจันทร์-อังคาร)
ขอเชิญประชาชนผู้สนใจร่วมกิจกรรม “รากนครา มรรคาแห่งรัตนโกสินทร์” เดินทางตามรอยมรดกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ระหว่างวันที่ 12 สิงหาคม - 20 กันยายน 2569 เพื่อร่วมสืบสาน สนับสนุน และอนุรักษ์ให้มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติดำรงอยู่คู่สังคมไทย ตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ภาพ: อาคารกรมศิลปากรเดิม สนามหลวง (ตรงข้ามวัดพระแก้ว)
ภาพ: นิทรรศการพิเศษเรื่องภาพถ่ายเก่า ร.5 “The Memory of King Chulalongkorn ความทรงจำแห่งพระพุทธเจ้าหลวง”
ภาพ: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์
ภาพ: อาคารถาวรวัตถุ (ตึกแดง)
ภาพ: นิทรรศการถาวรตู้พระธรรมลายทอง
ภาพ: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
ภาพ: นิทรรศการพิเศษเรื่อง “สยามพัสตราภรณ์พิไล เทิดไท้พระพันปีฯ”
ภาพ: โรงละครแห่งชาติ
ภาพ: วัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า)
ภาพ: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป
วัดศรีสุพรรณ สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๔๓ ในรัชสมัยพญาแก้วภูตาธิปติราช หรือพญาแก้ว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ ๑๑ ในราชวงศ์มังราย แห่งอาณาจักรล้านนา และพระนางสิริยศวดีเทวี พระราชมารดามหาเทวีเจ้า ที่มีความศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา โปรดเกล้าให้มหาอำมาตย์ เจ้าหมื่นหลวงจ่าคำรังการ สร้างวัดศรีสุพรรณอาราม พร้อมนำพระพุทธรูปมาประดิษฐานยังวัดแห่งนี้
ในปัจจุบันวัดแห่งนี้เรียกชื่อว่า “วัดศรีสุพรรณ” โดยได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา จากพญาแก้วภูตาธิปติราช และอาราธนาพระสงฆ์ประกอบพิธีผูกพัทธสีมาอุโบสถเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๕๒ ซึ่งพญาแก้วภูตาธิปติราชถือว่าเป็นกษัตริย์ผู้ทรงธรรมในการสนับสนุน และส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบมาจนถึงปัจจุบัน
จากจารึกล้านนา ภาค ๒ เล่ม ๑ (๙๕-๙๙) กล่าวถึงหลักฐานจากศิลาจารึก ชม. ๒๕ จารึกวัดศรีสุพรรณ (พ.ศ. ๒๐๕๒) จารึกเป็นตัวอักษรฝักขามบนหินทรายแดง จากข้อความในจารึกด้านที่ ๑ มี ๒๙ บรรทัด ระบุว่าถึงพญาแก้วภูตาธิปติราชและพระราชมารดามหาเทวีเจ้า ได้อัญเชิญพระพุทธรูปมาประดิษฐาน ณ มหาวิหารให้ชื่อว่า ศรีสุพรรณอาราม ตรงกับวันพุธ วันรวงไค้ เดือน ๓ ขึ้น ๑ ค่ำ ภาคกลาง จ.ศ. ๘๖๒ ตรงกับวันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๐๔๓ เพื่อเป็นการถวายพระกุศลแด่เจ้าแผ่นดินสองพระองค์ และได้นิมนต์มหาเถรญาณรัตน จากวัดหมื่นล้าน เมื่อวันพฤหัสบดี วันกาเม็ด เดือน ๘ ขึ้น ๑๒ ค่ำ ภาคกลาง ตรงกับวันที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๐๔๕ โดยให้มาอยู่เป็นอาทิสังฆนายก เพื่อมาเป็นพระภิกษุผู้ประธานที่ได้รับนิมนต์มาปกครองดูแลวัดในช่วงสร้างวัดศรีสุพรรณอาราม เมื่อวันพฤหัสบดี วันกดซง้า เดือน ๖ ขึ้น ๘ ค่ำ ภาคกลาง ตรงกับวันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๐๔๕ และวันก่อมหาเจดีย์ ตรงกับวันพุธ วันรวงไส้ เดือน ๕ ขึ้น ๒ ค่ำ ภาคกลาง ตรงกับวันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๐๔๘
ส่วนจารึกด้านที่ ๒ มี ๒๒ บรรทัด ระบุถึงการสร้างพระอุโบสถและประดิษฐานพระธาตุในมหาเจดีย์ เมื่อวันพุธ เดือน ๘ ขึ้น ๑๑ ค่ำ ภาคกลาง ตรงกับวันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๐๕๒ เป็นวันรวงเม็ด ก่อนวันเต่าสันหนึ่งวัน หลังจากนั้นนิมนต์พระสงฆ์จากวัดต่างๆ มาเป็นประธานผูกอุโบสถสีมา นำพระสาริกธาตุมาประดิษฐานในมหาเจดีย์ พร้อมกัลปนาหรืออุทิศถวายที่ดิน สิ่งของให้เป็นประโยชน์แก่พุทธศาสนา
พระวิหารวัดศรีสุพรรณ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ ๖ แห่งราชวงศ์ทิพย์จักร พร้อมเจ้าแม่อุษาชายา เมื่อจุลศักราช ๑๒๒๒ หรือปี พ.ศ. ๒๔๐๓ เป็นพระวิหารทรงล้านนา มีพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ เป็นพระประธาน
นอกจากนี้พระครูพิทักษ์สุทธิคุณ (สุพล สุทุธสีโล) เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน พร้อมคณะกรรมการได้ทำการปฏิสังขรณ์วิหารโบราณหลังนี้ โดยจิตรกรรมฝาผนังภายในวิหารได้นำเอาภูมิปัญญาชาวบ้านของหัตถกรรมโลหะเงินดุนลาย ทำเป็นภาพเกี่ยวพุทธประวัติ ทศชาติชาดก (พระเจ้าสิบชาติ) ได้อย่างสวยงาม ทั้งนี้เพื่อถวายไว้ในบวรพระพุทธศาสนา โดยผสมผสานศิลปะร่วมสมัย แต่ยังคงรักษางานพุทธศิลป์ดั้งเดิม และยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของทางล้านนาไว้
พระบรมธาตุวัดศรีสุพรรณ เป็นองค์เจดีย์ทรงระฆังทรงกลมแบบล้านนา ตั้งบนฐานเขียงรองรับฐานบัวย่อมุมไม้สามสิบหก ส่วนกลางเป็นชุดดอกบัวคว่ำบัวหงายในผังแปดชั้นแปดเหลี่ยม รองรับองค์ระฆังกลมขนาดเล็ก ถัดขึ้นไปเป็นบัลลังก์ ปล้องไฉน และปลียอดตามลำดับ โดยองค์เจดีย์ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์มาหลายยุคหลายสมัย และสันนิษฐานว่ามีการก่อเจดีย์องค์ใหม่ครอบทับเจดีย์รุ่นแรก เนื่องจากมีรูปแบบที่แตกต่างจากเจดีย์ในรัชสมัยพญาแก้ว
เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๔๗ คณะกรรมการวัดศรีสุพรรณภายใต้การนำพระครูพิทักษ์สุทธิคุณ (สุพล สุทุธสีโล) เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน ได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์พระอุโบสถครั้งใหญ่ แทนจากฐานและเขตพัทธสีมาของพระอุโบสถหลังเดิมที่ชำรุดทรุดโทรม มีขนาดความกว้าง ๕ เมตร ยาว ๑๗.๕๐ เมตร และสูง ๑๘ เมตร หลังคามีการชั้นซ้อน ๓ ชั้น ๒ ตับ โดยนำความเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนวัวลายที่ทำหัตถกรรมเครื่องเงิน และนำเอาอัตลักษณ์ของภูมิปัญญาของชุมชนที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหม่ ถวายเป็นงานพุทธศิลป์ให้กับแผ่นดินในล้านนา รวมถึงเป็นการเทิดไท้องค์ราชันย์ รัชกาลที่ ๙ โดยทำการออกแบบทุกส่วนของพระอุโบสถทั้งภายในและภายนอกตกแต่งด้วยงานหัตถกรรมเครื่องเงินเป็นรูปทรงสถาปัตยกรรมทางล้านนา หรือประดับตกแต่งลวดลายภาพสามมิติแบบนูนสูง-นูนต่ำ ด้วยโลหะเงินและดีบุกอย่างประณีต ประกอบด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับปริศนาธรรมคำสอนในทางพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ของวัด พระบรมราโชวาทรัชกาลที่ ๙ หรือตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัด เป็นต้น ทั้งได้รับการสนับสนุนจากคณะศรัทธาและสาธุชนทุกหมู่เหล่าอย่างต่อเนื่อง
พระเจ้าเจ็ดตื้อ หรือพระพุทธปาฏิหาริย์มิ่งขวัญพระเมืองแก้ว นพบุรีศรีนครเชียงใหม่ เป็นพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสนผสมสุโขทัย กว้าง ๓ ศอก สูง ๔ ศอก ประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถเงิน ทำจากเนื้อทองสัมฤทธิ์ โดยมีเรื่องเล่าต่อกันมาว่า องค์พระเจ้าเจ็ดตื้อได้เคยแสดงปาฏิหาริย์ด้วยการลงสรงน้ำในสระข้างโบสถ์ และได้ประทานพรแก่ผู้มาอธิษฐานจิตให้ประสบความสำเร็จสมปรารถนา โดยเฉพาะผู้หญิง ทำให้พระเจ้าเจ็ดตื้อมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “พระพุทธปาฏิหาริย์มิ่งขวัญ พระเมืองแก้ว นพบุรีศรีนครเชียงใหม่” ชาวล้านนาถือว่าเป็นอีกหนึ่งในพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของเมืองเชียงใหม่ที่มีพุทธศาสนิกชนมาเคารพบูชาเป็นจำนวนมาก
พระอุโบสถเงินแห่งวัดศรีสุพรรณหลังแรกของโลก ได้สะท้อนถึงความเป็นเอกลักษณ์ที่นำเอาหัตถกรรมเครื่องเงินของชุมชนวัวลาย รวมถึงการนำเอาอัตลักษณ์ของภูมิปัญญาของชุมชนที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหม่ โดยนำคุณสมบัติของเครื่องเงิน และแนวคิดร่วมสมัยมาประยุกต์ทำการประดับตกแต่งเป็นพระอุโบสถเงิน เพื่อถวายเป็นงานพุทธศิลป์ให้กับแผ่นดินในล้านนา รวมถึงเป็นการเทิดไท้องค์ราชันย์ รัชกาลที่ ๙ นอกจากนี้ยังเป็นการสืบสานเครื่องเงินของชุมชน ซึ่งในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาเยี่ยมชมศิลปกรรมความงดงามของวัดแห่งนี้เป็นจำนวนมาก
เรียบเรียงโดย : นายธีรบูลย์ มิตรมโนชัย นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
แหล่งอ้างอิง :
กรมศิลปากร. จารึกล้านนา ภาค ๒ เล่ม ๑ : จารึกจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน และแม่ฮ่องสอน. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๕๑.
กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. ขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมงาน “เปิดบ้านศิลปินแห่งชาติ พ่อครูดิเรก สิทธิการ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (งานสลักดุนเครื่องเงินและโลหะ) พุทธศักราช ๒๕๖๕”. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๙, จาก: https://culturalfund.org/news/news-175/
วัดศรีสุพรรณ อุโบสถเงิน เชียงใหม่ Silver Temple Thailand. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๙, จาก: https://www.facebook.com/photo/?fbid=212864304424104&set=pcb.212864397757428
วัดศรีสุพรรณ อุโบสถเงิน เชียงใหม่ Silver Temple Thailand. ประวัติวัดศรีสุพรรณเชียงใหม่. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๙, จาก: https://www.facebook.com/thailandsilvertemple/posts/ประวัติวัศรีสุพรรณเชียงใหม่วัดศรีสุพรรณ- ในสมัยต่างๆ1-วัดศรีสุพรรณสมัยราชวงศ์มังร/1925709517667675/
วัดศรีสุพรรณ สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๔๓ ในรัชสมัยพญาแก้วภูตาธิปติราช หรือพญาแก้ว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ ๑๑ ในราชวงศ์มังราย แห่งอาณาจักรล้านนา และพระนางสิริยศวดีเทวี พระราชมารดามหาเทวีเจ้า ที่มีความศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา โปรดเกล้าให้มหาอำมาตย์ เจ้าหมื่นหลวงจ่าคำรังการ สร้างวัดศรีสุพรรณอาราม พร้อมนำพระพุทธรูปมาประดิษฐานยังวัดแห่งนี้
ในปัจจุบันวัดแห่งนี้เรียกชื่อว่า “วัดศรีสุพรรณ” โดยได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา จากพญาแก้วภูตาธิปติราช และอาราธนาพระสงฆ์ประกอบพิธีผูกพัทธสีมาอุโบสถเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๕๒ ซึ่งพญาแก้วภูตาธิปติราชถือว่าเป็นกษัตริย์ผู้ทรงธรรมในการสนับสนุน และส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบมาจนถึงปัจจุบัน
จากจารึกล้านนา ภาค ๒ เล่ม ๑ (๙๕-๙๙) กล่าวถึงหลักฐานจากศิลาจารึก ชม. ๒๕ จารึกวัดศรีสุพรรณ (พ.ศ. ๒๐๕๒) จารึกเป็นตัวอักษรฝักขามบนหินทรายแดง จากข้อความในจารึกด้านที่ ๑ มี ๒๙ บรรทัด ระบุว่าถึงพญาแก้วภูตาธิปติราชและพระราชมารดามหาเทวีเจ้า ได้อัญเชิญพระพุทธรูปมาประดิษฐาน ณ มหาวิหารให้ชื่อว่า ศรีสุพรรณอาราม ตรงกับวันพุธ วันรวงไค้ เดือน ๓ ขึ้น ๑ ค่ำ ภาคกลาง จ.ศ. ๘๖๒ ตรงกับวันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๐๔๓ เพื่อเป็นการถวายพระกุศลแด่เจ้าแผ่นดินสองพระองค์ และได้นิมนต์มหาเถรญาณรัตน จากวัดหมื่นล้าน เมื่อวันพฤหัสบดี วันกาเม็ด เดือน ๘ ขึ้น ๑๒ ค่ำ ภาคกลาง ตรงกับวันที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๐๔๕ โดยให้มาอยู่เป็นอาทิสังฆนายก เพื่อมาเป็นพระภิกษุผู้ประธานที่ได้รับนิมนต์มาปกครองดูแลวัดในช่วงสร้างวัดศรีสุพรรณอาราม เมื่อวันพฤหัสบดี วันกดซง้า เดือน ๖ ขึ้น ๘ ค่ำ ภาคกลาง ตรงกับวันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๐๔๕ และวันก่อมหาเจดีย์ ตรงกับวันพุธ วันรวงไส้ เดือน ๕ ขึ้น ๒ ค่ำ ภาคกลาง ตรงกับวันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๐๔๘
ส่วนจารึกด้านที่ ๒ มี ๒๒ บรรทัด ระบุถึงการสร้างพระอุโบสถและประดิษฐานพระธาตุในมหาเจดีย์ เมื่อวันพุธ เดือน ๘ ขึ้น ๑๑ ค่ำ ภาคกลาง ตรงกับวันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๐๕๒ เป็นวันรวงเม็ด ก่อนวันเต่าสันหนึ่งวัน หลังจากนั้นนิมนต์พระสงฆ์จากวัดต่างๆ มาเป็นประธานผูกอุโบสถสีมา นำพระสาริกธาตุมาประดิษฐานในมหาเจดีย์ พร้อมกัลปนาหรืออุทิศถวายที่ดิน สิ่งของให้เป็นประโยชน์แก่พุทธศาสนา
พระวิหารวัดศรีสุพรรณ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ ๖ แห่งราชวงศ์ทิพย์จักร พร้อมเจ้าแม่อุษาชายา เมื่อจุลศักราช ๑๒๒๒ หรือปี พ.ศ. ๒๔๐๓ เป็นพระวิหารทรงล้านนา มีพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ เป็นพระประธาน
นอกจากนี้พระครูพิทักษ์สุทธิคุณ (สุพล สุทุธสีโล) เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน พร้อมคณะกรรมการได้ทำการปฏิสังขรณ์วิหารโบราณหลังนี้ โดยจิตรกรรมฝาผนังภายในวิหารได้นำเอาภูมิปัญญาชาวบ้านของหัตถกรรมโลหะเงินดุนลาย ทำเป็นภาพเกี่ยวพุทธประวัติ ทศชาติชาดก (พระเจ้าสิบชาติ) ได้อย่างสวยงาม ทั้งนี้เพื่อถวายไว้ในบวรพระพุทธศาสนา โดยผสมผสานศิลปะร่วมสมัย แต่ยังคงรักษางานพุทธศิลป์ดั้งเดิม และยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของทางล้านนาไว้
พระบรมธาตุวัดศรีสุพรรณ เป็นองค์เจดีย์ทรงระฆังทรงกลมแบบล้านนา ตั้งบนฐานเขียงรองรับฐานบัวย่อมุมไม้สามสิบหก ส่วนกลางเป็นชุดดอกบัวคว่ำบัวหงายในผังแปดชั้นแปดเหลี่ยม รองรับองค์ระฆังกลมขนาดเล็ก ถัดขึ้นไปเป็นบัลลังก์ ปล้องไฉน และปลียอดตามลำดับ โดยองค์เจดีย์ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์มาหลายยุคหลายสมัย และสันนิษฐานว่ามีการก่อเจดีย์องค์ใหม่ครอบทับเจดีย์รุ่นแรก เนื่องจากมีรูปแบบที่แตกต่างจากเจดีย์ในรัชสมัยพญาแก้ว
เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๔๗ คณะกรรมการวัดศรีสุพรรณภายใต้การนำพระครูพิทักษ์สุทธิคุณ (สุพล สุทุธสีโล) เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน ได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์พระอุโบสถครั้งใหญ่ แทนจากฐานและเขตพัทธสีมาของพระอุโบสถหลังเดิมที่ชำรุดทรุดโทรม มีขนาดความกว้าง ๕ เมตร ยาว ๑๗.๕๐ เมตร และสูง ๑๘ เมตร หลังคามีการชั้นซ้อน ๓ ชั้น ๒ ตับ โดยนำความเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนวัวลายที่ทำหัตถกรรมเครื่องเงิน และนำเอาอัตลักษณ์ของภูมิปัญญาของชุมชนที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหม่ ถวายเป็นงานพุทธศิลป์ให้กับแผ่นดินในล้านนา รวมถึงเป็นการเทิดไท้องค์ราชันย์ รัชกาลที่ ๙ โดยทำการออกแบบทุกส่วนของพระอุโบสถทั้งภายในและภายนอกตกแต่งด้วยงานหัตถกรรมเครื่องเงินเป็นรูปทรงสถาปัตยกรรมทางล้านนา หรือประดับตกแต่งลวดลายภาพสามมิติแบบนูนสูง-นูนต่ำ ด้วยโลหะเงินและดีบุกอย่างประณีต ประกอบด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับปริศนาธรรมคำสอนในทางพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ของวัด พระบรมราโชวาทรัชกาลที่ ๙ หรือตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัด เป็นต้น ทั้งได้รับการสนับสนุนจากคณะศรัทธาและสาธุชนทุกหมู่เหล่าอย่างต่อเนื่อง
พระเจ้าเจ็ดตื้อ หรือพระพุทธปาฏิหาริย์มิ่งขวัญพระเมืองแก้ว นพบุรีศรีนครเชียงใหม่ เป็นพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสนผสมสุโขทัย กว้าง ๓ ศอก สูง ๔ ศอก ประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถเงิน ทำจากเนื้อทองสัมฤทธิ์ โดยมีเรื่องเล่าต่อกันมาว่า องค์พระเจ้าเจ็ดตื้อได้เคยแสดงปาฏิหาริย์ด้วยการลงสรงน้ำในสระข้างโบสถ์ และได้ประทานพรแก่ผู้มาอธิษฐานจิตให้ประสบความสำเร็จสมปรารถนา โดยเฉพาะผู้หญิง ทำให้พระเจ้าเจ็ดตื้อมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “พระพุทธปาฏิหาริย์มิ่งขวัญ พระเมืองแก้ว นพบุรีศรีนครเชียงใหม่” ชาวล้านนาถือว่าเป็นอีกหนึ่งในพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของเมืองเชียงใหม่ที่มีพุทธศาสนิกชนมาเคารพบูชาเป็นจำนวนมาก
พระอุโบสถเงินแห่งวัดศรีสุพรรณหลังแรกของโลก ได้สะท้อนถึงความเป็นเอกลักษณ์ที่นำเอาหัตถกรรมเครื่องเงินของชุมชนวัวลาย รวมถึงการนำเอาอัตลักษณ์ของภูมิปัญญาของชุมชนที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหม่ โดยนำคุณสมบัติของเครื่องเงิน และแนวคิดร่วมสมัยมาประยุกต์ทำการประดับตกแต่งเป็นพระอุโบสถเงิน เพื่อถวายเป็นงานพุทธศิลป์ให้กับแผ่นดินในล้านนา รวมถึงเป็นการเทิดไท้องค์ราชันย์ รัชกาลที่ ๙ นอกจากนี้ยังเป็นการสืบสานเครื่องเงินของชุมชน ซึ่งในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาเยี่ยมชมศิลปกรรมความงดงามของวัดแห่งนี้เป็นจำนวนมาก
เรียบเรียงโดย : นายธีรบูลย์ มิตรมโนชัย นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
แหล่งอ้างอิง :
กรมศิลปากร. จารึกล้านนา ภาค ๒ เล่ม ๑ : จารึกจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน และแม่ฮ่องสอน. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๕๑.
กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. ขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมงาน “เปิดบ้านศิลปินแห่งชาติ พ่อครูดิเรก สิทธิการ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (งานสลักดุนเครื่องเงินและโลหะ) พุทธศักราช ๒๕๖๕”. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๙, จาก: https://culturalfund.org/news/news-175/
วัดศรีสุพรรณ อุโบสถเงิน เชียงใหม่ Silver Temple Thailand. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๙, จาก: https://www.facebook.com/photo/?fbid=212864304424104&set=pcb.212864397757428
วัดศรีสุพรรณ อุโบสถเงิน เชียงใหม่ Silver Temple Thailand. ประวัติวัดศรีสุพรรณเชียงใหม่. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๙, จาก: https://www.facebook.com/thailandsilvertemple/posts/ประวัติวัศรีสุพรรณเชียงใหม่วัดศรีสุพรรณ- ในสมัยต่างๆ1-วัดศรีสุพรรณสมัยราชวงศ์มังร/1925709517667675/
ความรื่นรมย์เวียนมาบรรจบอีกครั้ง ! พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ร่วมกับภาคีเครือข่าย ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมรับฟังดนตรีในพิพิธภัณฑ์ ตลอดจนชวนมาทอดน่องเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ยลพิพิธภัณฑ์ในยามค่ำคืน ฟรี !! ในงาน Music and Night at the Museum ครั้งที่ 5 จัดเต็มความสนุก วันที่ 11-12 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 17.00น. - 21.00น. โดยภายในงานจะได้พบกับกิจกรรมมากมาย ได้แก่
- Motif Market ชวนคนมีของมาไว้ลาย โชว์–ขาย งานสร้างสรรค์ งานแฮนด์เมด และ Workshop สายอาร์ต
- Motif in Melody เดินเพลิน นั่งเพลิน ฟังเพลิน ไปกับเสียงดนตรีขับขานเคล้าลวดลายแห่งสงขลา โดยเยาวชนสงขลา ไฮท์ไลท์ !!! และการโคจรมาของดาวดวงใหม่ในมินิคอนเสิร์ตท่ามกลางแสงดาว FOLK STAR TOUR โดย Max Jenmana x Jesse Mek (วันที่ 12 กันยายน 2569)
- Sky Motifs ดูดาวเล่าลวดลายแห่งท้องฟ้าเมืองสงขลา เช็คอินกับบอลลูนดวงจันทร์ และดาวพฤหัสบดี โดยหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา สงขลา
- Museum Theater สัมผัสประสบการณ์พิพิธภัณฑ์หลากมิติ ผ่านการแสดง แสง สี เสียง ตอน "ลวดลายแห่งสงขลา” ดึงดูดผู้ชมให้จมลึกไปกับมิติประวัติศาสตร์ผ่านผ้าม่าน แสงเงา และการรับรู้ผ่านรูป รส กลิ่น เสียง โดยคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ Faculty of Fine and Applied Arts TSU พร้อมเสิร์ฟสำรับ Songkhla Motifs ที่รังสรรค์ให้วัตถุดิบท้องถิ่นให้โดดเด่นและเฉิดฉาย โดย TAT Hatyai - ททท. สำนักงานหาดใหญ่ จำนวนวันละ 2 รอบ รอบละ 40 คน (มีค่าใช้จ่าย) รอบที่ 1 เวลา 18.30น. - 19.00น. รอบที่ 2 เวลา 19.30น. - 20.00น. (* วันที่ 11 กันยายน 2569 รอบที่ 1 เวลา 18.30น.-19.00น. (รอบสื่อมวลชน)) เขียนบท/ เล่าเรื่อง: ธีรนาฎ มีนุ่น ภัณฑารักษ์ชำนาญการ, ออกแบบการแสดง: ผู้ช่วยศาสตราจารย์อรวรรณ โภชนาธาร ประธานสาขาศิลปะการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ สำรองที่นั่งทาง inbox หรือกล่องข้อความของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา “Songkhla National Museum : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา” https://www.facebook.com/songkhlanationalmuseum ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00น. เป็นต้นไป (ทักก่อนมีสิทธิ์ก่อน) ทั้งนี้ รายได้ทั้งหมดเป็นทุนการศึกษาแก่นิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ
มาร่วมกิจกรรม “Night at the Museum ยลพิพิธภัณฑ์ยามค่ำ” ซึมซับบรรยากาศสุดคลาสสิกของห้องนิทรรศการเดิม ก่อนปรับปรุงครั้งยิ่งใหญ่หน้า มาบันทึกภาพและความประทับใจที่คุณจะไม่ได้เห็นอีกเลยไปพร้อมกัน! ตั้งแต่เวลา 17.00 น. - 21.00 น.
พิเศษ ! แคมเปญ #แต่งใต้ไฉไล2026 ชวนมาแต่งตัวเที่ยวงานด้วยชุดพื้นถิ่นกลิ่นใต้ให้เฉี่ยวจนต้องเหลียวหลัง ชิงรางวัลสุดพิเศษจากสายการบิน Airasia และ Laguna Grand Hotel & Spa Songkhla (โปรดติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Facebook “Songkhla National Museum : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา”)
สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและถวายพระราชกุศล กิจกรรมจิตอาสาปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ และสืบสานพระราชปณิธาน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันพุธที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ณ โบราณสถานเมืองเสมา ตำบลเสมา อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา
โดยมีนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธี และนายธนภัทร จิตสุทธิผล ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน
การจัดกิจกรรมในวันนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และแสดงออกถึงความจงรักภักดี สืบสานพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพิ่มพื้นที่สีเขียวและพัฒนาภูมิทัศน์ ณ โบราณสถานเมืองเสมา สร้างความสมัครสมานสามัคคี ของประชาชนทุกภาคส่วน ผ่านงานจิตอาสา
การดำเนินงานในครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ ๖ ภายในพื้นที่ ๓๐ ไร่ โดยสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา ร่วมกับส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน ได้หลอมรวมพลังความสามัคคีของประชาชนจิตอาสา เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนทั้งสิ้น ๓๕๐ คน
วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2569 นายธนภัทร จิตสุทธิผล ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ประธานตรวจการจ้าง พร้อมด้วยคณะกรรมการ ผู้ควบคุมงาน ลงพื้นที่ตรวจรับงานโครงการบูรณะโบราณสถานปราสาทบ้านปราสาท (ปราสาทกังแอน) ตำบลกระเทียม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ งวดที่7 (งวดสุดท้าย)
วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๐๐ น. นักเรียนชั้นอนุบาล ๒ ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนบ้านกันโจรง ตำบลกระหาด อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ จำนวน ๑๐๐ คน คุณครู ๒๐ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โดยมีนางสาวอภิญญา สุขใหญ่ นางศรีสุดา ศรีสด พนักงานประจำพิพิธภัณฑ์ ให้การต้อนรับและบรรยายนำชม
วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๙ เวลา ๑๒.๐๐ น. นักเรียนชั้นอนุบาล ๒ ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนบ้านภูมิสตึง ตำบลโชคเหนือ อำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์ จำนวน ๑๕๘ คน คุณครู ๑๕ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โดยมีนายธนากร วงศ์สิริพัฒนะ นักวิชาการวัฒนธรรม นางถนอม หลวงกลาง พนักงานประจำพิพิธภัณฑ์ ให้การต้อนรับและบรรยายนำชม
วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๓๐ น. นักเรียนชั้นอนุบาล ๒ ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนบ้านหนองฮะ ตำบลหนองฮะ อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ จำนวน ๑๒๕ คน คุณครู ๑๘ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โดยมีนายธนากร วงศ์สิริพัฒนะ นักวิชาการวัฒนธรรม นางศรีสุดา ศรีสด พนักงานประจำพิพิธภัณฑ์ ให้การต้อนรับและบรรยายนำชม
วันศุกร์ที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ น. นักเรียนชั้นอนุบาล ๒ ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนบ้านนายม "นิยมศึกษาวิทยา" ตำบลแคน อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์ จำนวน ๘๐ คน คุณครู ๑๘ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โดยมีนายแก่นแก้ว หอมนวล พนักงานประจำพิพิธภัณฑ์ ให้การต้อนรับและบรรยายนำชม
วันศุกร์ที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ น. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ โรงเรียนบ้านหนองแวง ตำบลหนองแวง อำเภอศรีณรงค์ จังหวัดสุรินทร์ จำนวน ๕๘ คน คุณครู ๑๒ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โดยมีนายภัคดี ถาพรผาด พนักงานบริการทั่วไป ให้การต้อนรับและบรรยายนำชม