ค้นหา


ธบ.๒ ตู้ขาหมูมีลิ้นชัก (ตู้ทรงอายัด) (เลขที่เดิม ๕๑) ฝีมือช่าง          สมัยธนบุรี ประวัติ             เดิมอยู่วัดโพธิ์ชัย จังหวัดสุพรรณบุรี มีข้อความที่บันทึกไว้คู่กับตู้นี้ความว่าตู้ใบนี้เดิมเป็นของพระยาธรรมปรีชา (บุญ) เมื่อบวชเป็นพระราชาคณะอยู่วัดเทพธิดา ในรัชกาลที่ ๓ เมื่อพระยาธรรมปรีชาลาสิกขา พระผู้เป็นศิษย์พาไปกับหนังสือแล ตู้อื่นรวมเป็น ๘ ตู้ด้วยกัน เอาไปไว้ที่วัดโพธิ์ชัย ในแขวงจังหวัดสุพรรณบุรี อยู่มาจนรัชกาลที่ ๕ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จไปตรวจราชการเมืองสุพรรณบุรี พระยาธรรมปรีชา (บุญ) ทูลถึงเรื่องหนังสือกับตู้ที่ได้ยินว่าไปตกอยู่วัดโพธิ์ชัย จึงเสด็จแวะไปทอดพระเนตร ไปพบทั้งตู้และหนังสืออยู่บริบูรณ์ทรงนำความมาบอกแก่พระยาธรรมปรีชา พระยาธรรมปรีชาทูลถวายตู้และหนังสือนั้น แต่กรมพระยาดำรงฯ จึงโปรดให้รับมายังกรุงเทพฯ ถวายหนังสือทั้งปวงแก่หอพุทธศาสนสังคหะ แต่ตู้ใบนี้ทรงเห็นลายงามจึงตั้งไว้ที่ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จมาทอดพระเนตรเห็น มีรับสั่งอายัดไว้แก่กรมพระยาดำรงฯ ว่าอย่าให้ให้แก่ใครไปเสียจึงได้เรียกตู้ใบนี้ว่า “ตู้ทรงอายัด” เป็นนามสืบมาฯ ลักษณะลาย      ตู้ลายรดน้ำ                       ด้านหลัง  เป็นประตูตู้ทำด้วยกระจกซึ่งทำขึ้นใหม่ในสมัยสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เพื่อใช้ เปิดปิดแทนด้านหน้า เป็นการป้องกันมิให้ภาพลายทองหมอง                       เสาขอบตู้  ๓ ด้านคือ ด้านหน้า ด้านข้างขวา และด้านข้างซ้าย เขียนลายก้านขดออกเถาเทพบุตร กึ่งกลางเสา เขียนลายประจำยามรัดอกตกแต่งเชิงเสาด้วยลายกาบพรหมศร หัวเสาตกแต่งด้วยลายกระจังปฏิญาณซึ่ง ยอดตกลงแบบกระจังรวน เสาขาตู้  ตกแต่งด้วยภาพครุฑยุดนาคอยู่เหนือภาพสิงโตที่นั่งชันเข่า ทั้งหมดเป็นภาพครึ่งซีกอยู่ตรง มุมเสาซึ่งสืบเนื่องกับอีกด้านหนึ่งของเสา ขอบบน ขอบล่าง  เขียนลายประจำยามลูกฟักก้ามปูใบเทศอยู่เหนือลายบัว ขอบบนและขอบล่าง ของด้านข้างซ้ายลายทองลบเลือนมาก โดยเฉพาะขอบล่างซึ่งคงเหลือลวดลายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น กรอบลิ้นชักและลิ้นชัก  จำหลักลายสังวาลเพชรพวง และประดับกระจกสีขาวแกมเขียว ลงรักแดง บนพื้นหลังของลาย ขอบลวดและลูกตั้ง  เขียนลายเถาเลื้อยพันธุ์พฤกษาและลายบัว เชิงตู้  ทำเป็นรูปปากสิงห์ จำหลักลายพันธุ์พฤกษาดอกและใบเทศ ประดับกระจกสีขาวแกมเขียว และลงรักแดงบนพื้นหลังของลาย ตู้พระธรรม บนฐานแบบขาหมูมีลิ้นชัก (ตู้ทรงอายัด) ภาพพระนารายณ์และ ภาพสัตว์ ลายกนก (ธบ.๒) ศิลปะ ธนบุรี ไม้ ลายรดน้ำ สูง ๑๗๕.๕ ซม. กว้าง ๑๐๙ ซม.   ได้มาจากวัดโพธิ์ชัย จังหวัดสุพรรณบุรี สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕. (สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๓ อยู่ วัดเทพธิดารามเป็นของพระยาธรรมปรีชา (บุญ) เมื่อลาสิกขาลูกศิษย์นำ ไปไว้ที่วัดโพธิ์ชัย จังหวัดสุพรรณบุรี ต่อมาสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ กรมพระยาดำรงราชานุภาพโปรดให้รับมายังกรุงเทพฯ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จทอดพระเนตร รับสั่งอายัดว่า อย่าให้ใครไป จึงเรียกตู้ใบนี้ว่าตู้ทรงอายัด)   Manuscript Cabinet with drawers on pig-legged stand with image of Narayana, animals and a trellis of flame motifs (Thai: Kanok). [Tb.2, 51] Thonburi style Lacquered and gilded wood and the decorative technique called Lai Rot Nam (splashed water patter) H. 175.5 cm. W. 109 cm. From Wat Phochai, Suphanburi, in the reign of King Chulalongkorn or  King Rama V. (In the reign of King Rama II, It was custodian of Phraya Thammaprecha (Boon) at Wat Thepthidaram. When he was leave the Buddhist monkhood, his attendant take this cabinet to Wat  Phochai, Suphanburi. In the reign of King Rama V, when HRH Prince Ditsawarakuman Damrong rajanubhab took this cabinet to Bangkok, King Rama V saw it and order that "don't give this cabinet to another")https://heritage.asean.org/view/NLT/NLT_TB2#mode=browse


  ตู้พระธรรม (อย.๕๓)  


ฝีมือช่าง :          สมัยอยุธยา ประวัติ :             เดิมอยู่วัดนางนองวรวิหาร  กรุงเทพมหานคร ลักษณะลาย :    ตู้ลายรดน้ำ ลายก้านขด และกนกเปลวเครือเถา ครุฑคาบ นาคคาบ ออกเถาเทพพนม ครุฑ ยักษ์ กินนรรำ กินรีรำ หัวราชสีห์ หัวนก หัวครุฑ หัวนาค หัวงู หน้าขบ เคล้าภาพสัตว์ มี นก ลิง กระรอก เป็นต้น สัตว์หิมพานต์ ภาพเทวดา และภาพเล่าเรื่องพุทธประวัติ                           เสาขอบตู้  ๔ ด้านประดับกระจกสีเขียวและขาว เป็นรูปดอกไม้คล้ายทรงพุ่มข้าวบิณฑ์มีขอบลวดกระหนาบ ๒ ข้าง ในลูกกระหนาบประดับกระจกสีเขียวสลับขาวทำเป็นลูกแก้วกระนาบอยู่ ๒ ข้างเสาขอบตู้                           เสาขาตู้  ลงทองทึบลงมาถึงเชิงตู้ ต่อจากนั้นลงรักแดงทึบ                           ขอบบน ขอบล่าง  ๔ ด้าน ประดับกระจกสีขาว เขียว คล้ายรูปประจำยามลูกฟักก้ามปูเหนือลายบัว ซึ่งจำหลักรักนูนต่ำเป็นรูปกลีบบัว มีกระจกสีขาวและเขียวประดับตรงกลางกลีบบัว                           กรอบลิ้นชัก  มีเฉพาะด้านหน้า ด้านข้างทำเป็นเชิงตู้ กรอบลิ้นชักด้านหน้าลงรักแดงทึบ                           ท้องไม้  ด้านหน้า ตกแต่งด้วยลายประจำยามลูกฟักก้ามปู                           เชิงตู้  ด้านหน้าทำเป็นรูปหูช้างตกแต่งด้วยลายกนกเปลวเถา ด้านข้างขวาซ้าย และด้านหลังทำเป็น รูปปากสิงห์ ด้านข้างขวาซ้ายตกแต่งด้วยลายก้านขดกนกเปลว ข้างขวาออกเถาคชสีห์ครี่งตัว ข้างซ้ายออกเถาราชสีห์ครึ่งตัว ด้านหลังตกแต่งเป็นภาพกองทัพพระยามารถูกน้ำท่วม สืบเนื่องมาจากภาพตัวตู้ด้านหลัง ในภาพบรรดาทหารของพระยามารพร้อมทั้งพาหนะถูกน้ำท่วม เกิดการต่อสู้กันเองบ้าง ต่อสู้กับสัตว์น้ำบ้าง ทั้งหมดอยู่ในท่าทางดิ้นรนขวนขวายอย่างชุลมุนวุ่นวาย ภาพพลเสนามารเขียนเป็นชาวยุโรปบ้าง จีนไว้เปียยาวบ้าง ปะปนอยู่ด้วย                          หลังตู้  ทำเป็นหลังคาบัวคว่ำ มีภาพจำหลักรักนูนต่ำเป็นลายกระจังปฏิญาณประดับกระจกสีเขียว  ขาวอยู่เหนือขอบตู้ ตัวลายลงทองทึบ ส่วนที่เป็นบัวคว่ำลงรักแดงทึบ เหนือบัวคว่ำเป็นภาพจำหลักรักนูนรูปกระจังตาอ้อย ลงทองทึบ แต่เนื่องจากชำรุดมากตัวกระจังที่สมบูรณ์เกือบจะไม่มีเหลือ  


ฝีมือช่าง :          ครูวัดเซิงหวาย สมัยอยุธยา ประวัต :             เดิมอยู่วัดเกศ  กรุงเทพมหานคร ลักษณะลาย :    ตู้ฐานสิงห์ โครงสร้างของขอบบนและขอบล่างของตู้ตกท้องช้างอ่อนโค้งเล็กน้อย เป็นลักษณะที่เรียกว่าฐานเรือสำเภา ซึ่งเป็นแบบเดียวกับฐานของสถาปัตยกรรมโบสถ์วิหารสมัยอยุธยา เป็นเอกลักษณ์ที่เด่นชัดบ่งถึงลักษณะของสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาอย่างแท้จริง เป็นศิลปที่สูงล้ำด้วยฝีมือในเชิงผสมผสานความงามอย่างแช่มช้อยควบคู่เข้ากับความแข็งแกร่งของรูปทรงของตู้ ผนังตู้ทั้ง ๔ ด้าน คือด้านหน้าซึ่งทำบานประตูปิดเปิด ด้านข้างขวา ด้านข้างซ้าย และด้านหลังเขียนลายรดน้ำกนกรวงข้าวตกแต่งเต็มเนื้อที่ ซึ่งจะได้พรรณนาโดยละเอียดในตอนต่อไปขอบบนขอบล่างและฐานสิงห์ ศิลปินได้บรรจงจำหลักลายบนเนื้อไม้อย่างสวยงามและได้สัดส่วน อีกทั้งประดับกระจกสีเขียว เพื่อให้กระบวนสีทองของทองคำเปลวที่ปิดบนเนื้อไม้สีเขียวของกระจกและสีแดงของรักแดงซึ่งลงเป็นพื้นหลังของลายขับสีที่ตัดกัน และเน้นให้เด่นชัดยิ่งขึ้น ตู้ไทยโบราณหลังนี้กล่าวกันว่าเป็นฝีมือบรมครูวัดเซิงหวาย ซึ่งเป็นแบบฉบับลายกนกรวงข้าวที่นำช่อกนกเปลวมาตกแต่งเป็นรวงข้าวให้ดูสวยงามวิจิตรตระการตายิ่ง                          เสาขอบตู้  ทั้ง ๔ ด้านลงทองทึบ                          ขอบบน  จำหลักไม้ลายประจำยามลูกฟักก้ามปู ประดับกระจกสีเขียวไว้ที่ส่วนกลางของลาย ส่วนอื่น ๆ ลงทองทึบทั้ง ๔ ด้าน และจำหลักลายบัวรวนลงทองทึบรองรับไว้ชั้นแรก ต่ำลงมาเล็กน้อยจำหลักลายบัวคว่ำหรือลายบัวถลา ประดับกระจกสีเขียวและลงทองทึบรองรับต่อจากชั้นแรก            ขอบล่าง  ทั้ง ๔ ด้านเป็นฐานรองรับ ๓ ชั้น ชั้นแรกเรียกว่าฐานปัทม์ กล่าวคือจำหลักลายบัวหงายเป็นบัวปากฐานประดับกระจกสีเขียวและลงทองทึบ บนส่วนที่ไม่ได้ประดับกระจกลายบัวหงายนี้อยู่บนขอบหน้ากระดานที่จำหลักลายประจำยามลูกฟักก้ามปู ประดับกระจกสีเขียวและลงทองทึบ มีไม้จำหลักรูปบัวรวนซึ่งลงทองทึบไว้รองรับไว้อีกชั้นหนึ่ง ต่ำลงมาเป็นท้องไม้ซึ่งเจาะเป็นช่อง ๆ จำหลักลายลูกฟัก มีลายดอกจอกเคล้าลายกนกอยู่บนแผ่นหลังสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน คั่นด้วยลูกตั้งซึ่งประดับด้วยกระจกสีเขียว ท้องไม้ด้านหน้าและด้านหลังเจาะไว้ด้านละ ๓ ช่อง ด้านข้างขวาซ้าย ด้านละ ๒ ช่อง ฐานชั้นที่สองเรียกว่าฐานชั้นสิงห์ ประกอบด้วยบัวหลังสิงห์อยู่เหนือส่วนที่เรียกว่าลายสิงห์ ปากสิงห์หรือท้องสิงห์ จมูกสิงห์และกาบเท้าสิงห์จำหลักลายกนกนูนต่ำ เฉพาะจมูกสิงห์ ปากสิงห์และกาบเท้าสิงห์เท่านั้น ส่วนอื่น ๆ ลงทองทึบตลอดทั้งฐาน ชั้นสิงห์ฐานชั้นที่สามเป็นฐานเขียงจำหลักลายบัวหงายประดับกระจกสีเขียวรองรับฐานชั้นสิงห์ไว้ ส่วนฐานเขียงลงรักแดงทึบตลอด  


ตู้พระธรรม บนฐานแบบขาหมูมีลิ้นชัก เขียนลาย กนกเปลวเครือเถาไขว้ นาคคาบ ครุฑคาบ เคล้าภาพสัตว์ นก กระรอก เป็นต้น ภาพจับ และภาพเล่าเรื่อง รามเกียรติ์ และทศชาติชาดก [กท.๑๖๒] ศิลปะ รัตนโกสินทร์ ไม้ ลายรดน้ำ สูง ๑๗๖ ซม. กว้าง ๑๐๐ ซม. ได้มาจากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราช วรมหาวิหารกรุงเทพฯ เมื่อ พ. ศ. ๒๔๕๓ Manuscript Cabinet with drawers on pig-legged stand with a one to-one fighting scene and scenes from The Ramakien and scenes from the ten previous lives of the Buddha, garuda's and naga's heads biting the stems, figures of animals, birds, squirrels and a trellis of flame motifs and scrolling vine patterns (BK. 162, 162] Rattanakosin style Lacquered and gilded wood and The decorative technique called Lai Rot Nam (splashed water pattern) (Thai: lai rot nam) H. 176 cm. W. 100 cm. From Wat Phra Chetuphon Wimonmungklaram, Bangkok, To The National Library in 1910


  ฝีมือช่าง :           สมัยอยุธยา ประวัติ :              เดิมอยู่วัดไทรสุวรรณ  กรุงเทพมหานคร สภาพ :              สีทองหมองและลบเลือนมากในบางตอน บานประตูตู้มีรอยเสริมใหม่ด้วยไม้และสังกะสีที่มุมขอบของประตูตอนบนและตอนล่าง สภาพทั่วไปแข็งแรง ลักษณะลาย :    ตู้ลายรดน้ำกนกเปลวเครือเถาไขว้ ครุฑคาบ นาคคาบ ออกเถาหัวครุฑ กุมารพนมครึ่งตัว เทวดาครึ่งตัว ยักษ์ครึ่งตัว เคล้าภาพสัตว์ นก กระรอก ในระหว่างเถากนก เคล้าภาพพุ่มข้าวบิณฑ์หัวนาค พุ่มข้าวบิณฑ์หน้าขบ ภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ภาพสัตว์หิมพานต์  ภาพเล่าเรื่องพุทธประวัติและเรื่องอันเกี่ยวด้วยพระพุทธเจ้า                           ด้านหลัง  ลงรักดำทึบตลอดถึงขาตู้                           เสาขอบตู้ ขอบบน ขอบล่าง  และลวดบัว ๓ ด้าน คือ ด้านหน้า ด้านข้าง ขวาและซ้ายลงทองทึบ เฉพาะขอบล่างด้านหน้ามีจารึกอักษรไทย ภาษาไทย ความว่า :-  ........เดียนได้...เสดวันได้ ๒๖ วันประจุบันวัน  ๔ + ๓ คำ ปีรกาเอกศก ฯ|                           สาขาตู้  ๓ ด้าน เขียนภาพครุฑยุดนาคที่มุมขาตู้ทั้ง ๓ ด้าน อยู่ตอนบน ตอนล่างลงรักแดงทึบ                           เชิงตู้  ๓ ด้าน ทำเป็นรูปหูช้าง ปลายหูช้างด้านที่ติดกับขอบล่างของตู้ยาวออกไปมากจนจรดกับหูช้างทุกอันเขียนลายก้านขด


ฝีมือช่าง :          สมัยอยุธยา ประวัติ :             เดิมอยู่วัดชนะสงครามราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร ลักษณะลาย :    ตู้ลายรดน้ำ ภาพเทพทวารบาล และลายกนกเปลวเครือเถา                           ด้านหลัง  ลงรักแดงทึบ ตลอดทั้งด้านหลัง                          เสาขอบตู้  ประดับกระจกสี่เหลี่ยมสีเขียวสลับกับสีขาวทั้ง ๓ ด้าน คือ ด้านหน้าและด้านข้างขวาซ้าย และที่ตอนล่างของด้านข้างขวาซ้ายทำห่วงเหล็กติดตรึงกับเสาขอบตู้                          เสาขาตู้  คู่หน้าลงทองทึบ คู่หลัง ลงรักแดงทึบ                          ขอบบน  ขอบล่าง  ตกแต่งขอบบนด้วยลายบัวหงาย ส่วนขอบล่างตกแต่งด้วยลายบัวคว่ำ ลงทองทึบทั้งด้านหน้าและด้านข้างขวาซ้าย                          กรอบลิ้นชักและลิ้นชัก  จำหลักลายนูนต่ำเป็นลายประจำยามสี่กลีบอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง ที่ลายประจำยามประดับกระจกสีเขียวและสีขาว จำหลักลายดอกประจำยามลิ้นชักละ ๓ ดอก ส่วนที่กรอบลิ้นชัก จำหลักไว้ข้างละ ๔ ดอก          เชิงตู้  ทำเป็นรูปปากสิงห์ ลงทองทึบและลงรักแดงทึบ ขลิบตามขอบของรูปปากสิงห์  


ฝีมือช่าง :          สมัยอยุธยา ประวัติ :             เดิมอยู่วัดศรีสุดารามวรวิหาร  กรุงเทพมหานคร ลักษณะลาย :    ตู้ลายรดน้ำ                            ด้านหน้า  บนบานประตูขวาซ้ายเขียนภาพยักษ์ทวารบาล นั่งประนมมืออยู่ในตอนกลางที่ค่อนลงมาทางตอนล่าง ตอนล่างสุดเขียนภาพราชสีห์บานประตูละ ๑ คู่ เหนือภาพยักษ์ทวารบาลเขียนภาพหน้ากาลคาบกนกและเหนือขึ้นไปเขียนภาพลิงดั้นกนกบานละ ๑ ตัวอยู่ ๒ ข้างพุ่มข้าวบิณฑ์ พื้นหลังเขียนลายกนกเปลวเครือเถาเลื้อยครุฑคาบออกเถาครุฑ กินรี และช่อกนก กึ่งกลางของด้านหน้าทำแผ่นลายทับทรวงด้วยแผ่นโลหะ ประดับกระจกสีเขียวแทนประจำยามรัดอก ภาพลายทองในช่วงกลางของด้านหน้าลบเลือนมาก                           ด้านหลัง  ลงรักดำทึบ                           เสาขอบตู้และขาตู้  ทั้ง ๔ ด้าน ประดับกระจกสี่เหลี่ยมสีเขียวแกมขาว                           ขอบบน ขอบล่าง  ประดับกระจกสี่เหลี่ยมสีเขียวแกมขาวทั้ง ๔ ด้าน อยู่บนขอบบัวหงายซึ่งเขียนลายบัวกนก และใต้ลายบัวประดับกระจกสีเขียว                          เชิงตู้  ทำเป็นรูปปากสิงห์ ตกแต่งด้วยลายค้างคาวที่มุมบนของเชิงตู้และประดับกระจกสีขาวที่ขอบบนของเชิงตู้  


ฝีมือช่าง :          สมัยอยุธยา ประวัติ :             เดิมอยู่วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร  กรุงเทพมหานคร  ลักษณะลาย :    ตู้ลายรดน้ำกนกเปลวเครือเถาครุฑคาบ นาคคาบ ออกเถาเทพรำ เทพนม ช่อหางโต เคล้าภาพบุคคลยืนโดดเดี่ยว ภาพสัตว์หิมพานต์ และภาพเล่าเรื่องรามเกียรติ์                          ด้านหลัง  ลงรักดำทึบเฉพาะหนังตู้ ส่วนขอบบน ขอบล่าง เสาขอบตู้ เสาขาตู้ เชิงตู้ ลงรักแดงทึบตรงกลางด้านหลังมีร่องรอยการร่างลวดลายด้วยรักแดงแต่ทำไม่เสร็จ                          เสาขอบตู้  ทำเป็นย่อมุมไม้ ๘ และลงทองทึบเฉพาะส่วนที่ย่อมุม ๓ ด้านคือ ด้านหน้า ด้านข้าง ขวา ซ้าย ส่วนตัวเสาตกแต่งด้วยลายเถาเลื้อย                          เสาขาตู้  ย่อมุมไม้ ๔ ตกแต่งด้วยลายเถาเลื้อย ๓ ด้าน                          ขอบบน ขอบล่าง  ลงทองทึบเหนือลายบัว                          เชิงตู้  ทำเป็นรูปปากสิงห์ เขียนลวดลาย ๓ ด้าน คือด้านหน้า ด้านหลัง ขวา ซ้าย ตกแต่งด้วยลายผีเสื้อและก้านขดกนกเปลว ที่มุมขวาและซ้ายของปากสิงห์ ขอบปากสิงห์ ฟันสิงห์และจมูกสิงห์ลงทองทึบ                          หลังตู้  มีเสาหัวเม็ดทำเป็นเสาสี่เหลี่ยมลงรักแดงทึบ  


ฝีมือช่าง :          สมัยอยุธยา ประวัติ :             เดิมอยู่วัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร  กรุงเทพมหานคร ลักษณะลาย :    ตู้ลายรดน้ำ                            เสาขอบตู้  ทั้ง ๔ ด้าน ตกแต่งด้วยลายรักร้อยเปลว                           เสาขาตู้  ตกแต่งด้วยลายรักร้อยเปลวในตอนบน ตอนล่างตกแต่งด้วยลายกาบพรหมศร                           ขอบบน ขอบล่าง  ตกแต่งเป็นรูปฐานประดับด้วยลายบัวคว่ำบัวหงาย ส่วนที่หน้ากระดานตกแต่งด้วยลายรักร้อยบัวร้อย                           กรอบลิ้นชัก  ด้านข้างขวาตกแต่งด้วยลายพันธุ์พฤกษาโขดหินและคชสีห์ ๑ คู่ ด้านข้างซ้ายตกแต่งด้วยลายพันธุ์พฤกษาโขดหินและม้ามังกร ๑ คู่ ส่วนด้านหลังตกแต่งลายพันธุ์ไม้ กนกเปลวเขียนรูปพรานป่าเก็บผลไม้ไว้ที่มุมขวาซ้าย มีภาพราชสีห์ ๑ คู่ อยู่ตรงกลางของกรอบลิ้นชัก มีแนวโขดหินและเคล้าภาพกวาง ทางมุมขวาส่วนทางมุมซ้ายเคล้าภาพหมูป่า                           ลิ้นชัก  ตกแต่งด้วยลายก้านขดกนกเปลว เคล้าภาพสิงโตจีน ลิ้นชักละ ๑ คู่ขอบลวดใต้กรอบลิ้นชัก  ทั้ง ๔ ด้าน ตกแต่งด้วยลายเถาเลื้อยกนกเปลว                           เชิงตู้  ตกแต่งเป็นรูปหูช้างทั้ง ๔ ด้าน ด้านหน้าและด้านหลังทำเสริมขึ้นใหม่แทนของเดิมที่หลุดหายไป ส่วนด้านข้างขวาซ้ายตกแต่งด้วยลายก้านขด  


ฝีมือช่าง :          สมัยอยุธยา ประวัติ :             เดิมอยู่วัดสุวรรณารามราชวรวิหาร  กรุงเทพมหานคร ลักษณะลาย :    ตู้ลายรดน้ำ กนกเปลวเครือเถา นาคคาบ ครุฑคาบ ออกเถาช่อเปลวหางโต หัวนาค หัวครุฑ เทพบุตรพนมครึ่งตัว เทพรำครึ่งตัว หัวหงส์ เคล้าภาพสัตว์ ลิง กระรอก นก ภาพสัตว์ หิมพานต์ ภาพจับและภาพเล่าเรื่องรามเกียรติ์                           เสาขอบตู้  ๔ ด้าน ลงรักปิดทองทึบ เฉพาะด้านหน้า ด้านข้าง ขวาซ้าย มีลายกรวยเชิงประกอบเป็นที่สุดตอนบนและตอนล่าง                           เสาขาตู้  ด้านหน้าริมขวาตกแต่งเป็นรูปยักษ์ยืนหันหน้ามาทางซ้าย ริมซ้ายรูปบุคคลรำภาพลบ เลือนเหลือเพียงครึ่งตัว ด้านข้างขวาตกแต่งเป็นลายกรวยเชิง ด้านข้างซ้ายริมขวาเป็นภาพยักษ์ ถือขวานหันหน้าไปทางซ้ายอยู่ในท่ายกขวานขึ้นเงื้อง่าไล่ติดตามภาพนางรำซึ่งอยู่ทางริมซ้าย ซึ่งเป็นภาพนางรำอยู่ในท่ารำคล้ายท่ารำชื่อ พระลักษมณ์แผลงฤทธิ์ ด้านหลังลงรักดำทึบ                           ขอบบน ขอบล่าง  ทำเป็นขอบบัวคว่ำบัวหงาย ขนาบอยู่บนและล่างขอบตู้ ที่ขอบบัวคว่ำลงทองทึบเหมือนกัน ๔ ด้าน ขอบตู้ด้านหน้า ด้านข้างขวาซ้าย ๓ ด้าน ตกแต่งด้วยลายประจำยามลูกฟักก้ามปูเหนือลายบัวเฉพาะด้านหลังลงทองทึบตลอด                           เชิงตู้  ๔ ด้าน ทำเป็นรูปปากสิงห์ตกแต่งลายทั้ง ๔ ด้าน ด้านหน้าตกแต่งเป็นภาพท้องสมุทรประกอบภาพกนกเปลวเป็นพื้นหลัง มีมังกรแบบจีน ๒ ตัว กำลังเล่นน้ำกันอยู่ กึ่งกลางริมขวามีภาพจับเงือกชายโลมเงือกหญิง ๑ คู่ (ครึ่งบนเป็นคนครึ่งล่างเป็นปลา) แมงดาทะเล ๑ คู่ อยู่ที่มุมขวาสุด ริมซ้ายมีภาพมฤคมัจฉ หัวเป็นม้าตัวหนึ่งมีเขาอีกตัวหนึ่งไม่มีเขา มีขาหน้า ๒ ขา มีลำตัวและหางเป็นปลา ๑ คู่ กำลังทะยานตามติดกันอยู่กลางน้ำ มีปลาและเต่าประกอบอยู่ข้าง ๆ ด้านข้างขวาเป็นภาพท้องสมุทรมีกนกเปลวประกอบเป็นพื้นหลัง กึ่งกลางมีภาพจับลิงรบยักษ์อยู่ในน้ำ ๒ คู่ ในท่าต่างกัน ริมขวาเป็นภาพลิงกำลังติดตามยักษ์ซึ่งว่ายหนีไปถึงริมขวาสุด มีปลาโดดอยู่ในน้ำ ๑ ตัวตรงหน้ายักษ์พอดี ริมซ้ายมีภาพปลา ๔ ตัว แหวกว่ายอยู่ในสายธาร ด้านข้างซ้ายเป็นภาพท้องสมุทรมีกนกเปลวประกอบเป็นพื้นหลังของภาพที่ริมซ้ายของจมูกสิงห์ มีภาพจับหนุมานโลมนางสุวรรณมัจฉาอยู่ในน้ำ ๑ คู่ ด้านขวามีภาพกุ้ง ปลา แมงดา แหวกว่ายระเริงร่าอยู่ในท้องธารริมซ้ายมีภาพงู ๑ ตัว และปลานานาชนิดแหวกว่ายอยู่ในสายธารในท่าต่างกัน ด้านหลังเป็นภาพสระอโนดาษอยู่ทางริมซ้ายของจมูกสิงห์ มีฝูงกินรีลงเล่นอยู่ในสระ ๔ ตัว ริมสระด้านขวามีภาพกษัตริย์เด็ดดอกบัวยื่นดอกบัวล่อกินรี มีภาพบุคคลบรรดาพลเสนาติดตามมาอีก ๕ คน มุมซ้ายมีภาพต้นไม้                          ด้านในบานประตูตู้ขวาซ้าย  ตกแต่งเป็นภาพลายรดน้ำบนพื้นรักแดง รูปต้นไม้อยู่ในกระถางมีดอกและใบคล้ายต้นเบญจมาศ มีลิงไต่และโหนตัวอยู่ตามลำต้นและกิ่งไม้ มีกระรอกอยู่ในโพรงไม้ มีนกเกาะอยู่ตามกิ่งไม้บ้าง อยู่ในโพรงไม้บ้าง ในกระถางมีต้นไม้เล็ก ๆ ขึ้นเบียดเสียดโคนต้นไม้ใหญ่ ตัวกระถางเป็นลายดอกไม้ ภาพทั้ง ๒ ข้าง ตกแต่งคล้ายกันโดยเฉพาะรูปสัตว์ที่ประกอบอยู่ในลักษณะอาการแตกต่างกัน  


ฝีมือช่าง :          สมัยอยุธยา ประวัติ :             เดิมอยู่วัดหนังราชวรวิหาร  กรุงเทพมหานคร ลักษณะลาย :    ตู้ลายรดน้ำ กนกเปลวเครือเถา นาคคาบ ครุฑคาบ ออกเถาหัวนาค หัวครุฑ หัวคชสีห์ หัวราชสีห์ ประกอบเป็นพื้นหลัง ภาพจับและภาพเล่าเรื่องรามเกียรติ์ ซึ่งเขียนภาพเต็มเนื้อที่                           เสาขอบตู้  ๔ ด้าน ประดับกระจกสีเขียวสลับขาว ทำเป็นลายคล้ายลายประจำยามดอกสี่กลีบ แต่กะเทาะหายไปเป็นส่วนใหญ่จนดูไม่ออก                            เสาขาตู้  ๔ ด้าน ที่มุมขาตู้ครึ่งบนทำเป็นภาพจำหลักรักนูนต่ำ รูปลายหน้าสิงห์ ประดับกระจกสีเขียว ขาว มีลายรดน้ำ ลายกรวยเชิงเป็นที่สุดในตอนล่าง                            ขอบบน ขอบล่าง  ๔ ด้านประดับกระจกสีขาวสลับเขียวเป็นรูปลายประจำยามลูกฟักก้ามปู   


ธบ.๔ ตู้ขาหมู (เลขที่เดิม ๒๔) ฝีมือช่าง          สมัยธนบุรี ประวัติ             ได้มาแต่วัดจันทารามวรวิหาร  กรุงเทพมหานคร ลักษณะลาย      ตู้ลายรดน้ำ                       ด้านหลัง  ลงรักดำทึบตลอด จากขอบบน เสาขอบตู้จนถึงขอบล่าง ขาตู้ด้านหลังลงรักแดงทึบ                       เสาขอบตู้ ขอบบน ขอบล่าง  ลงรักปิดทองทึบ เสาขาตู้  ๓ ด้านเขียนรูปครุฑยุดนาค เชิงตู้  ทำเป็นรูปหูช้าง เฉพาะด้านหน้าและด้านข้าง ขวาซ้ายจำหลักลายนูนสูงเป็นลายก้านขดลง รักปิดทองทึบบนตัวลาย พื้นหลังของลายประดับกระจกสีเขียวเฉพาะด้านหน้า ส่วนด้านข้างขวาซ้ายใช้กระจกสีขาวประดับตู้พระธรรม บนฐานแบบขาหมู เขียนรูปครุฑยุดนาค เชิงตู้บางส่วนประดับกระจก (ธบ.๔) ศิลปะ ธนบุรี ไม้ ลายรดน้ำ สูง ๑๖๙ ซม. กว้าง ๑๐๓ ซม. ได้มาจากวัดจันทารามวรวิหารกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๖๔. Manuscript Cabinet on pig-legged stand with image of garuda grasping nagas and inlaid with mirrored glass. [Tb.4, 24] Thonburi style Lacquered and gilded wood and the decorative technique called Lai Rot Nam (splashed water pattern) H. 169 cm. W. 103 cm. From Wat Cuntharam Worawihan, Bangkok, to the National Library on 23 August 1921


กท.๗๗  ตู้ขาหมู  (เลขที่เดิม ๑๐๙)กท.๗๗  ตู้ขาหมู  (เลขที่เดิม ๑๐๙) ฝีมือช่าง  สมัยรัตนโกสินทร์ ประวัติ  เดิมอยู่วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร  กรุงเทพมหานคร ลักษณะลาย  ตู้ลายรดน้ำ ตกแต่งภาพเล่าเรื่อง ปฐมสมโพธิ และเรื่องในปัญญาชาดก เต็มเนื้อที่ ด้านหลัง เป็นประตูตู้ทำด้วยกระจกซึ่งทำขึ้นใหม่ในสมัยสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เพื่อใช้เปิดปิดแทนด้านหน้าเป็นการป้องกันมิให้ภาพลายทองหมอง ตั้งแต่ขอบบนถึงขอบล่างลงรักดำทึบเสาขอบตู้ ๓ ด้านตกแต่งลายภายในลูกกระหนาบ ที่ลูกกระหนาบตกแต่งเป็นลายดอกประจำยามสลับลูกแก้วกึ่งกลางเขียนเป็นลายรักร้อยบัวร้อย มีลายกาบพรหมศรอยู่ที่ส่วนล่างของเสาขอบตู้เสาขาตู้ ๓ ด้านเขียนลายรดน้ำบนพื้นรักแดงเป็นรูปท้าวเวสวัณ ยืนถือตะบองขอบบน ขอบล่าง ๓ ด้านตกแต่งด้วยลายประจำยามลูกฟักก้ามปูเหนือลายบัวเชิงตู้ ๓ ด้านทำเป็นรูปหูช้างซึ่งมีส่วนบนยาวออกไปจดกันพอดี ตกแต่งด้วยลายรดน้ำบนพื้นรักแดง เขียนเป็นลายก้านขด ด้านหน้ามีออกเถาลิงครึ่งตัวคนครึ่งตัว อยู่ในท่ารำชื่อ ตระเวนเวหา ที่มุมขวามีภาพกินรีพนมมือ ๑ ตัว มุมซ้ายลิง ๑ ตัวยืนแหงนหน้ามองขึ้นเบื้องบน ด้านข้างขวามีออกเถายักษ์อยู่ที่มุมล่างด้านขวา ลิงอยู่ที่มุมบนขวา มุมล่างด้านซ้ายมีออกเถาลิงครึ่งตัว ด้านขวาอมนุษย์ชื่อ เทพปักษี ครึ่งตัว และออกเถาหัวนก หัวครุฑด้านข้างซ้ายมีออกเถาลิงครึ่งตัวเทพปักษีและคนครึ่งตัว มุมล่างขวามีภาพกิเลน ๑ ตัว มุมล่างซ้ายมีภาพนรปักษาไกรสร ครึ่งบนเป็นคน หางเป็นนก เท้าเป็นสิงห์ ยืนแหงนหน้าขึ้นสู่เบื้องบน ด้านหลังไม่มีเชิงตู้ ตู้พระธรรม บนฐานแบบขาหมู ภาพเล่าเรื่อง ปฐมสมโพธิ และเรื่องปัญญาสชาดก (กท.๗๗) ศิลปะ รัตนโกสินทร์ ไม้ ลายรดน้ำ ขนาดสูง ๑๖๕ ซม. กว้าง ๑๐๕.๕ ซม. ประวัติ ได้มาจากวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร เขตธนบุรีกรุงเทพฯเมื่อพุทธศักราช ๒๔๖๔   Manuscript Cabinet on pig-legged stand with scenes from“ Pathomsomphot” and“ Pannasa Jataka”. [BK.77, 109] Rattanakosin style Lacquered and gilded wood and the decorative technique called Lai Rot Nam (splashed water pattern) H. 165 cm. W. 105.5 cm. From Wat Rakhang Khositaram Woramahawihan, Bangkok to the National library in 1921


ฝีมือช่าง :          สมัยอยุธยา ประวัติ :             เดิมอยู่วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร  กรุงเทพมหานคร ลักษณะลาย :    ตู้ลายรดน้ำ                            เสาขอบตู้  ด้านหน้าและด้านข้างขวาซ้าย เขียนลายก้านขด ด้านหลังเขียนลายรักร้อยพุ่มข้าวบิณฑ์และลายกรวยเชิง             เสาขาตู้  เขียนลายกรวยเชิงอีกลักษณะหนึ่ง ประกอบด้วยลายประจำยามลูกฟักก้ามปู ลายขนาบ ลายช่อเชิงท้องและลายประจำยามรัดอก อยู่ภายใต้ซุ้มหรือดูคล้ายใบเสมาซึ่งมีเชิงล่างเขียนเป็นกาบเท้าสิงห์            ขอบบน ขอบล่าง  ลบเลือนมากโดยเฉพาะด้านหน้าลบเลือนหมด ลวดลายที่ปรากฏอยู่บ้าง เขียนเลียนแบบลายเกลียวอยู่เหนือลายบัว            เชิงตู้  ด้านหน้าและด้านหลังหลุดหายไปคงเหลือแต่ด้านข้างขวาซ้ายเท่านั้น ซึ่งทำเป็นรูปรวงผึ้ง      มีปลายด้านบนจรดกันตรงกึ่งกลาง ด้านข้างขวาซ้ายตกแต่งด้วยลายกนกเปลวเถาเลื้อยเคล้าภาพเขนยักษ์บนแผ่นรูปรวงผึ้งละ ๑ ตน ส่วนด้านข้างขวาเขียนรูปบุรุษ มีทรงผมแบบชาวยุโรปบนแผ่นรูปรวงผึ้งละ ๑ คน พื้นหลังของภาพบุรุษทั้งสองเขียนลายกนกเปลวเครือเถาเลื้อย