ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,483 รายการ
มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า. 150 ปี พระราชสมภพ สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกา เจ้า 10 กันยายน 2405 - 10 กันยายน 2555. กรุงเทพฯ: คณะกรรมการฝ่ายจัดทำหนังสือ ที่ระลึกมูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า, 2555.
หนังสือบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์และกิจกรรมเฉลิมฉลองต่าง ๆ ในวาระครบรอบ 150 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ ของสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เนื้อหาภายในเล่มรวบรวมพระราชประวัติอันยาวนานที่ทรงดำรงพระชนม์ชีพผ่านมาถึง 6 แผ่นดิน พร้อมทั้งประมวลคุณูปการและพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์ การสาธารณสุข และการศึกษาอันเป็นรากฐานสำคัญของประเทศไทย ตลอดจนรายละเอียดการประกาศยกย่องขององค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลก
923.1593
ศ266สห
ห้องศาสตร์พระราชา
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังการบรรยายทางวิชาการ "ผ้ายกเมืองนครศรีธรรมราช" วันศุกร์ที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๒.๐๐ น. ผ่านแอพพลิเคชั่น Zoom และถ่ายทอดสด Facebook LIVE: Nakhon Si Thammarat National Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช https://www.facebook.com/nst.museum พบกับการบรรยาย เรื่อง “อัตลักษณ์และคุณค่าผ้ายกเมืองนคร” วิทยากรโดย ธีรพันธุ์ จันทร์เจริญ ผู้อํานวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏ สุราษฎร์ธานี การบรรยาย เรื่อง “จากตัวไหมสู่เส้นใย” โดยวิทยากร อนุชิต หาญนุรักษ์ นักวิชาการเกษตรชํานาญการพิเศษ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ชุมพร การบรรยาย เรื่อง “จากเส้นด้ายสู่ผ้าทอ” โดยวิทยากร จำปี กลางบน อดีตหัวหน้ากลุ่มทอผ้า หมู่ ๕ บ้านเนินธัมมัง จังหวัดนครศรีธรรมราช
ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนสำรองสิทธิ์ผ่าน QR Code หรือกดลิงก์นี้ https://forms.gle/y5Gje4H4kKJGgnxh7 เพื่อเข้ารับฟังและลุ้นรับของที่ระลึก กระเป๋าผ้าแฮนด์เมดและเอกสารประกอบการบรรยายพิมพ์ ๔ สีสวยงาม ส่งตรงถึงบ้าน (จำนวนจำกัด) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. ๐ ๗๕๓๔ ๑๐๗๕
วัดมหาโพธาราม (วัดเจ็ดยอด) เป็นวัดเก่าแก่ที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าติโลกราช มีลักษณะคล้ายกับมหาวิหารโพธิพุทธคยา ประเทศอินเดีย ทำด้วยศิลาแลงประดับลวดลายปูนปั้น บริเวณผนังเรือนธาตุประดับปูนปั้นรูปเทวดานั่งขัดสมาธิ และยืนทรงเครื่องมีลวดลายต่างกันอย่างลงตัวสวยงาม นอกจากนี้ยังมีสัตตมหาสถาน ซึ่งเป็นการการจำลองสถานที่สำคัญทั้ง ๗ แห่ง ตามที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จประทับเสวยวิมุตติสุข (สุขอันเกิดแต่ความหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง) เป็นเวลาแห่งละ ๑ สัปดาห์ รวมเป็น ๔๙ วัน
พระเจ้าติโลกราช หรือพระเจ้าพิลกราชาธิราช โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๙๙ พระองค์โปรดให้ช่างไปถ่ายแบบมาจากวิหารมหาโพธิ์ ตามแบบอย่างพระเจดีย์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นสังเวชนียสถานที่ตรัสรู้ของสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้ามาไว้ในดินแดนล้านนา รวมถึงเป็นที่จำพรรษาของพระอุตตมะปัญญามหาเถระที่เดินทางกลับมาจากประเทศศรีลังกา ซึ่งได้มาเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดแห่งนี้
พระองค์โปรดให้ปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่นำมาด้วย วัดแห่งนี้จึงมีชื่อว่า วัดมหาโพราราม ตามนามของต้นศรีมหาโพธิ์ที่นำมาจากประเทศศรีลังกา จึงถือว่าเป็นโพธิบัลลังก์ หรือที่เรียกว่ารัตนบัลลังก์
พระรัตนปัญญาเถระ (๑๑๓) “...พระเจ้าพิลกราชาธิบดี ทรงสดับธรรมบรรยายจาก สำนักพระภิกษุสีหล เรื่องอานิสงส์ปลูกต้นโพธิ์ มีพระราชประสงค์ใคร่จะปลูกต้นมหาโพธิ์ ทรงพิจารณาหาสถานที่สมควร ก็ทรงเห็นสถานอันควร คือ ที่วัดมหาโพธารามนี้ ครั้นแล้ว พระเจ้าพิลกราชาธิราชจึงโปรดให้สร้างอารามขึ้นแห่งหนึ่ง เพื่อเป็นที่อยู่ของพระมหาเถรชื่อ อุตตมปัญญา ในพื้นที่เป็นที่เนินน่ารื่นรมย์ริมฝั่งแม่น้ำขานทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือราชธานีเชียงใหม่ ในปีกุน จุลศักราช ๘๑๗ (พ.ศ. ๑๙๙๙) แล้วโปรดให้ปลูกต้นโพธิ์ในอารามนั้นในปีเดียวกัน...เพราะเหตูที่ต้นมหาโพธิปลูกในอารามนี้ จึงปรากฏชื่อว่า วัดมหาโพธาราม…”
เมื่อปี พ.ศ. ๒๐๒๐ พระเจ้าติโลกราชโปรดให้สร้างโพธิบัลลังก์ (มหาวิหาร) และสัตตมหาสถาน คือ การจำลองสถานที่สำคัญๆ ตามพุทธประวัติที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ ๗ สถาน แห่งละ ๗ วัน รวมเป็น ๔๙ วัน อันประกอบด้วย
๑. รัตนบัลลังก์ หรือ โพธิบัลลังก์ ๒. อนิมิสเจดีย์ ๓. รัตนจงกรมเจดีย์ ๔. รัตนฆรเจดีย์ ๕. อชปาลนิโครธเจดีย์ (ต้นไทร) ๖. มุจลินท์เจดีย์ (ต้นจิก) ๗. ราชายตนะเจดีย์ (ต้นเกด)
พระเจ้าติโลกราช ทรงเป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์ พระธรรมทินมหาเถระ ซึ่งเป็นพระมหาเถระผู้ทรงแตกฉานในพระไตรปิฎก และเป็นประธานการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๘ ของโลก นอกจากนี้ยังมีภิกษุจากนานาประเทศ ได้แก่ ศรีลังกา พุกาม (พม่า) เขมร ญวณ ไทย ซึ่งเป็นภิกษุทั้งฝ่ายคามวาสีและอรัญวาสี จากวัดพระสิงห์ วัดป่าแดงมหาวิหาร และวัดสวนดอก ได้ร่วมกันชำระพระไตรปิฎก และชำระข้อสงสัยในวัตรปฏิบัติต่างๆ ณ วัดมหาโพราราม เมื่อปี พ.ศ. ๒๐๒๐ และเป็นครั้งแรกของในล้านนา
พระรัตนปัญญาเถระ (๑๑๓-๑๑๔) “...สร้างสัตตมหาสถานต่อจากนั้น ในปีวอก จุลศักราช ๘๓๘ (พ.ศ. ๒๐๒๐) โปรดให้สร้างมหาวิหาร ในอารามนั้น...”
กรมศิลปากรได้กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ อยู่ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๕๒ ตอนที่ ๐ง หน้า ๓๖๘๓ ลงวันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๘ วัดมหาโพธาราม (วัดเจ็ดยอด) ถือว่าเป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญ มีแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิต มีบรรยากาศเป็นธรรมชาติที่มีความร่มรื่นเงียบสงบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมาพักผ่อนทำสมาธิได้เป็นอย่างดี โดยรูปแบบทางสถาปัตยกรรมวัดแห่งนี้สามารถพบได้เพียงแห่งเดียวในล้านนา และยังเคยเป็นสถานที่สังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๘ ของโลก เมื่อปีพ.ศ. ๒๐๒๐ รวมถึงเป็นวัดประจำปีเกิดของปีมะเส็ง โดยในส่วนของทางคติทักษาเมือง วัดเจ็ดยอดถือว่าเป็นวัดประจำทิศพายัพ และเป็นอายุเมืองอีกด้วย
เรียบเรียงโดย : นายธีรบูลย์ มิตรมโนชัย นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
แหล่งอ้างอิง :
“ประกาศกรมศิลปากร กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ.” ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ ๕๒ ง. (๘ มีนาคม ๒๔๗๘): ๓๖๘๓.
พระรัตนปัญญาเถระ. ชินกาลมาลีปกรณ์. แปลโดย แสง มนวิทูร. พระนคร: กรมศิลปากร, ๒๕๐๑.
สถาบันพระปกเกล้า. สมุดภาพ รัชกาลที่ ๗ เสด็จฯ เลียบมณฑลพายัพ พ.ศ. ๒๔๖๙. กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า, ๒๕๖๑.
อนุรักษ์ ชำนาญช่าง. การศึกษาสถาปัตยกรรมวัดมหาโพธาราม (วัดเจ็ดยอด) จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (ประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๔.
วัดมหาโพธาราม (วัดเจ็ดยอด) เป็นวัดเก่าแก่ที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าติโลกราช มีลักษณะคล้ายกับมหาวิหารโพธิพุทธคยา ประเทศอินเดีย ทำด้วยศิลาแลงประดับลวดลายปูนปั้น บริเวณผนังเรือนธาตุประดับปูนปั้นรูปเทวดานั่งขัดสมาธิ และยืนทรงเครื่องมีลวดลายต่างกันอย่างลงตัวสวยงาม นอกจากนี้ยังมีสัตตมหาสถาน ซึ่งเป็นการการจำลองสถานที่สำคัญทั้ง ๗ แห่ง ตามที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จประทับเสวยวิมุตติสุข (สุขอันเกิดแต่ความหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง) เป็นเวลาแห่งละ ๑ สัปดาห์ รวมเป็น ๔๙ วัน
พระเจ้าติโลกราช หรือพระเจ้าพิลกราชาธิราช โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๙๙ พระองค์โปรดให้ช่างไปถ่ายแบบมาจากวิหารมหาโพธิ์ ตามแบบอย่างพระเจดีย์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นสังเวชนียสถานที่ตรัสรู้ของสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้ามาไว้ในดินแดนล้านนา รวมถึงเป็นที่จำพรรษาของพระอุตตมะปัญญามหาเถระที่เดินทางกลับมาจากประเทศศรีลังกา ซึ่งได้มาเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดแห่งนี้
พระองค์โปรดให้ปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่นำมาด้วย วัดแห่งนี้จึงมีชื่อว่า วัดมหาโพราราม ตามนามของต้นศรีมหาโพธิ์ที่นำมาจากประเทศศรีลังกา จึงถือว่าเป็นโพธิบัลลังก์ หรือที่เรียกว่ารัตนบัลลังก์
พระรัตนปัญญาเถระ (๑๑๓) “...พระเจ้าพิลกราชาธิบดี ทรงสดับธรรมบรรยายจาก สำนักพระภิกษุสีหล เรื่องอานิสงส์ปลูกต้นโพธิ์ มีพระราชประสงค์ใคร่จะปลูกต้นมหาโพธิ์ ทรงพิจารณาหาสถานที่สมควร ก็ทรงเห็นสถานอันควร คือ ที่วัดมหาโพธารามนี้ ครั้นแล้ว พระเจ้าพิลกราชาธิราชจึงโปรดให้สร้างอารามขึ้นแห่งหนึ่ง เพื่อเป็นที่อยู่ของพระมหาเถรชื่อ อุตตมปัญญา ในพื้นที่เป็นที่เนินน่ารื่นรมย์ริมฝั่งแม่น้ำขานทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือราชธานีเชียงใหม่ ในปีกุน จุลศักราช ๘๑๗ (พ.ศ. ๑๙๙๙) แล้วโปรดให้ปลูกต้นโพธิ์ในอารามนั้นในปีเดียวกัน...เพราะเหตูที่ต้นมหาโพธิปลูกในอารามนี้ จึงปรากฏชื่อว่า วัดมหาโพธาราม…”
เมื่อปี พ.ศ. ๒๐๒๐ พระเจ้าติโลกราชโปรดให้สร้างโพธิบัลลังก์ (มหาวิหาร) และสัตตมหาสถาน คือ การจำลองสถานที่สำคัญๆ ตามพุทธประวัติที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ ๗ สถาน แห่งละ ๗ วัน รวมเป็น ๔๙ วัน อันประกอบด้วย
๑. รัตนบัลลังก์ หรือ โพธิบัลลังก์ ๒. อนิมิสเจดีย์ ๓. รัตนจงกรมเจดีย์ ๔. รัตนฆรเจดีย์ ๕. อชปาลนิโครธเจดีย์ (ต้นไทร) ๖. มุจลินท์เจดีย์ (ต้นจิก) ๗. ราชายตนะเจดีย์ (ต้นเกด)
พระเจ้าติโลกราช ทรงเป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์ พระธรรมทินมหาเถระ ซึ่งเป็นพระมหาเถระผู้ทรงแตกฉานในพระไตรปิฎก และเป็นประธานการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๘ ของโลก นอกจากนี้ยังมีภิกษุจากนานาประเทศ ได้แก่ ศรีลังกา พุกาม (พม่า) เขมร ญวณ ไทย ซึ่งเป็นภิกษุทั้งฝ่ายคามวาสีและอรัญวาสี จากวัดพระสิงห์ วัดป่าแดงมหาวิหาร และวัดสวนดอก ได้ร่วมกันชำระพระไตรปิฎก และชำระข้อสงสัยในวัตรปฏิบัติต่างๆ ณ วัดมหาโพราราม เมื่อปี พ.ศ. ๒๐๒๐ และเป็นครั้งแรกของในล้านนา
พระรัตนปัญญาเถระ (๑๑๓-๑๑๔) “...สร้างสัตตมหาสถานต่อจากนั้น ในปีวอก จุลศักราช ๘๓๘ (พ.ศ. ๒๐๒๐) โปรดให้สร้างมหาวิหาร ในอารามนั้น...”
กรมศิลปากรได้กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ อยู่ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๕๒ ตอนที่ ๐ง หน้า ๓๖๘๓ ลงวันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๘ วัดมหาโพธาราม (วัดเจ็ดยอด) ถือว่าเป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญ มีแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิต มีบรรยากาศเป็นธรรมชาติที่มีความร่มรื่นเงียบสงบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมาพักผ่อนทำสมาธิได้เป็นอย่างดี โดยรูปแบบทางสถาปัตยกรรมวัดแห่งนี้สามารถพบได้เพียงแห่งเดียวในล้านนา และยังเคยเป็นสถานที่สังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๘ ของโลก เมื่อปีพ.ศ. ๒๐๒๐ รวมถึงเป็นวัดประจำปีเกิดของปีมะเส็ง โดยในส่วนของทางคติทักษาเมือง วัดเจ็ดยอดถือว่าเป็นวัดประจำทิศพายัพ และเป็นอายุเมืองอีกด้วย
เรียบเรียงโดย : นายธีรบูลย์ มิตรมโนชัย นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
แหล่งอ้างอิง :
“ประกาศกรมศิลปากร กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ.” ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ ๕๒ ง. (๘ มีนาคม ๒๔๗๘): ๓๖๘๓.
พระรัตนปัญญาเถระ. ชินกาลมาลีปกรณ์. แปลโดย แสง มนวิทูร. พระนคร: กรมศิลปากร, ๒๕๐๑.
สถาบันพระปกเกล้า. สมุดภาพ รัชกาลที่ ๗ เสด็จฯ เลียบมณฑลพายัพ พ.ศ. ๒๔๖๙. กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า, ๒๕๖๑.
อนุรักษ์ ชำนาญช่าง. การศึกษาสถาปัตยกรรมวัดมหาโพธาราม (วัดเจ็ดยอด) จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (ประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๔.
สำนักหอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญรับชมการถ่ายทอดสด กิจกรรมน้อมรำลึกครูกลอนสุนทรภู่ ประจำปี ๒๕๖๙ “เชิดชูครูกลอนสุนทรภู่ด้วยเพลงพื้นบ้าน” ผ่านทาง Facebook Live ของสำนักหอสมุดแห่งชาติ “National Library of Thailand หอสมุดแห่งชาติ” https://www.facebook.com/NationalLibraryThailand วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ณ ห้องประชุมใหญ่ สำนักหอสมุดแห่งชาติ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ จังหวัดนครราขสีมา ขอเชิญสมัครเข้าร่วมกิจกรรมพิพิธภัณฑ์พาเดิน ครั้งที่ 5 ”ตามรอยเสด็จฯ ธ ยาตรา “นิทรรศน์ราชสีห์มานคร“ ร่วมเดินทางย้อนอดีต เรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์และมรดกทางวัฒนธรรม จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ สู่พื้นที่เมืองโคราชในปัจจุบัน วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 เวลา 15.00 – 17.00 น. วิทยากรโดย นายชินาทร กายสันเทียะ กรรมการวิชาการและผู้ช่วยเลขานุการ คณะกรรมการบริหารครูผู้สอนประวัติศาสตร์ชาติไทย ครู ก จังหวัดนครราชสีมา
โอกาสดีที่จะได้สัมผัสเรื่องราวเมืองโคราชในมุมมองใหม่ พร้อมเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์จากสถานที่จริง เปิดรับสมัครผู้สนใจทุกเพศ ทุกวัย สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม ฟรี! โดยสแกน QR Code หรือกดลิงก์ https://forms.gle/87kiCyXxMhZRYSig9 รับจำนวนจำกัดเพียง 20 ท่านเท่านั้น มาร่วมออกเดินทางย้อนเวลา เรียนรู้เรื่องราวของเมืองโคราชจากอดีตสู่ปัจจุบันไปด้วยกัน สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 4424 2958
เจ้าหน้าที่สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ลงพื้นดำเนินงานถากถางกำจัดวัชพืช และทำความสะอาดโดยรอบพื้นที่บริเวณแนวคูเมือง-กำแพงเมืองสุรินทร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ โดยดำเนินงานในระหว่างวันที่ 15-20 มิถุนายน 2569
.
พนักงานดูแลรักษาโบราณสถาน
.
...ศูนย์กลางการเรียนรู้และการท่องเที่ยว
มรดกศิลปวัฒนธรรมอีสานใต้แบบบูรณาการ...
( #นครราชสีมา #ชัยภูมิ #บุรีรัมย์ #สุรินทร์ #ศรีสะเกษ #มหาสารคาม )
สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา 274 หมู่ 17 ถนนพิมาย-ชุมพวง
ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา 30110
Tel : 044-471518 , 044-481024
E-Mail : fed_10@finearts.go.th
Website : www.finearts.go.th/fad10
Facebook : สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา กรมศิลปากร
Youtube : สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา
วันที่ 20-21 มิถุนายน 2569 นางสาวฑาริกา กรรมจันทร์ หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ลงพื้นที่ตรวจสอบการใช้พื้นที่บริเวณโดยรอบคูเมือง-กำแพงเมืองสุรินทร์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อหารือแนวทางบริหารจัดการการใช้พื้นที่ร่วมกับชุมชน
.
จากนั้นลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโบราณสถานในเขตจังหวัดสุรินทร์
- คูเมือง-กำแพงเมืองสุรินทร์
- วัดกลางสังขะ
- ปราสาทยายเหงา
- ปราสาทตามอญ
- ปราสาทภูมิโปน
- ปราสาทสังข์ศิลป์ชัย (ปราสาทบ้านจารย์)
- ปราสาทเต่าทอง
- ปราสาทกังแอน
- ปราสาทตาควาย
- ปราสาทตาเมือนธมและปราสาทตาเมือนโต๊ด
.
เพื่อสำรวจรวบรวมข้อมูลจัดทำแผนงานในการอนุรักษ์ ดูแล บำรุงรักษาโบราณสถานในปีงบประมาณ 2570 ต่อไป
วันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2569 นายสมเดช ลีลามโนธรรม นักโบราณคดีชำนาญการพิเศษ ประธานตรวจการจ้าง พร้อมด้วยคณะกรรมการ ผู้ควบคุมงาน ลงพื้นที่ตรวจรับงานโครงการบูรณะโบราณสถานปราสาทบ้านปราสาท (ปราสาทกังแอน) ตำบลกระเทียม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ (งวดที่ 5-6)
วันพุธที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๙ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ขอขอบคุณ บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้บริจาคหนังสือจำนวน ๒๗๙ เล่ม โดยมีนางสาวปุณณภา สุขสาคร ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ เป็นผู้รับมอบ
สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร นำเสนอข้อมูล เรื่อง “การจัดสร้างพระที่นั่งปาฏิหาริย์ทัศไนย (จำลอง)” เป็นโครงการที่มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์และสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมของไทย สามารถศึกษาและทำความเข้าใจวิเคราะห์รายละเอียดของสถาปัตยกรรม รูปแบบงานศิลปกรรม รวมถึงเทคนิคการจัดสร้าง และวัสดุที่ใช้ในสมัยโบราณ
การจัดทำองค์ความรู้ในครั้งนี้เป็นการศึกษา รวบรวมขั้นตอนการจัดทำโครงสร้างพระที่นั่งปาฏิหาริย์ทัศไนย (จำลอง) โดยศึกษาจากการคัดลอกโครงสร้างพระที่นั่งปาฏิหาริย์ทัศไนย ที่ทำการบูรณะซ่อมแซมโดยกลุ่มงานช่างแกะสลักและช่างไม้ประณีต กลุ่มประณีตศิลป์ ซึ่งเป็นกระบวนการซ่อมแบบโบราณ เพื่อสืบทอดเรียนรู้การทำงานโครงสร้างไม้แบบโบราณ จัดสร้างขนาดจำลอง มาตราส่วน ๑ : ๕๐ ในลักษณะและรูปแบบเดียวกับพระที่นั่งปาฏิหาริย์ทัศไนยองค์จริง เป็นการสืบทอดความรู้และทักษะให้แก่ช่างรุ่นใหม่ เพื่อรักษาและพัฒนางานช่างฝีมือไทยให้คงอยู่สืบไป ผู้สนใจสามารถศึกษาเนื้อหา และดาวน์โหลดเอกสารองค์ความรู้ฉบับเต็มได้ที่ลิงก์นี้ https://datasipmu.finearts.go.th/knowledge/53 ซึ่งเเป็นองค์ความรู้ที่อยู่ในระบบศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
“ระบบศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร” เป็นช่องทางเผยแพร่ข้อมูลองค์ความรู้ด้านศิลปกรรมของสำนักช่างสิบหมู่ ผ่านทางเว็บไซต์ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลความรู้ได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีองค์ความรู้เกี่ยวกับงานศิลปะไทยอีกมากมาย ในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) ผู้สนใจสามารถเข้าถึงข้อมูลองค์ความรู้งานด้านศิลปกรรม ของสำนักช่างสิบหมู่ ผ่านทางเว็บไซต์ https://datasipmu.finearts.go.th
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง รายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกเพื่อจ้างบุคคลเป็นลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการ 2/2569