ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,257 รายการ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง จัดกิจกรรมเส้นสายลายศิลป์ ประจำเดือนสิงหาคม 2568 "กี่จิ๋วเชื่อมใจ....สายใยบ้านเชียง" เพราะบ้านเชียงไม่ได้มีแค่หม้อดินเผา ขอเชิญไปร่วมเรียนรู้ภูมิปัญญาผ้าทอและสร้างสรรค์งานขึ้นพิเศษหนึ่งเดียวของคุณ ผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี
นักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมกิจกรรมจะเพลิดเพลินกับการถักทออดีตรู้ปัจจุบันไปกับกิจกรรมสุดพิเศษในเดือนสิงหาคม 2568 สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 4223 5040 หรือทางเฟซบุ๊ก "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง : Banchiang National Museum" https://www.facebook.com/bcnmfinearts
วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 บริษัท เฉินเจียนวันเจริญ หรือ KCTV KORAT ทีวีของคนโคราช เข้ามาถ่ายทำรายงานพิเศษเพื่อประชาสัมพันธ์ สถานที่ต่าง ๆ ภายในจังหวัดนครราชสีมาที่น่าสนใจ ทั้งนี้ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา ต้องขอขอบคุณช่องทีวีดังกล่าวที่มาถ่ายทำรายการพิเศษแหล่งเรียนรู้ในโคราชในครั้งนี้ ซึ่งรายงานพิเศษชุดนี้ออกอากาศเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2568 โดยสามารถรับชมรายงานพิเศษย้อนหลังได้ที่ด้านล่างนี้
สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ หลักสูตรประวัติศาสตร์ ขอเชิญรับฟังการเสวนาวิชาการ เรื่อง "โนนพลล้าน” ร่องรอยมนุษย์โบราณยุคก่อนประวัติศาสตร์กลางเมืองเก่านครราชสีมา จากคำบอกเล่าของนักโบราณคดีที่เป็นผู้ดำเนินการขุดค้นแหล่งโบราณคดีโนนพลล้าน จังหวัดนครราชสีมา ในวันพุธที่ 6 สิงหาคม 2568 เวลา 13.00 - 16.00 น. พบกับวิทยากร คุณกิตติพงษ์ สนเล็ก ผู้อำนวยการกลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา คุณนภัสสร แย้มคงเมือง นักโบราณคดีปฏิบัติการ และคุณวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีชำนาญการ ผู้สนใจสามารถรับชมได้ผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting ID : 945 290 5301 Password 580945
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี ร่วมกับ ร้านคลาวเดีย พีม จัดนิทรรศการกลิ่นหอม “Scent of the Month - หอมทุกเดือน” ในเดือนสิงหาคม ๒๕๖๘ พบกับ “กลิ่นขนมของแม่ Sweet Memories” กลิ่นหอมจากขนมที่แม่เคยทำ กลิ่นข้าวหอม มะพร้าว นม น้ำผึ้ง และขิงอบอุ่น ละมุน…เหมือนได้กอดแม่อีกครั้ง
ขอเชิญนักท่องเที่ยวทุกท่านร่วมผสม “กลิ่นขนมของแม่” ได้ด้วยตัวคุณเอง ฟรี! ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี ตลอดเดือนสิงหาคมนี้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3553 6100 ติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ทาง Facebook : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี Suphanburi National Museum
ในเดือนสิงหาคมนี้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ขอเชิญทุกท่านร่วมชมนิทรรศการ New - Three - Life โดยอาจารย์จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
สำหรับนิทรรศการ New - Three - Life เป็นการรวมตัวของอาจารย์จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จํานวน 3 คน ได้แก่ ผศ. ดร.วัชราพร ศรีสุข, สถาพร เครือวัลย์, พิเชษฐ์ อยู่สด ซึ่งได้รับทุนสร้างสรรค์นักวิจัยหน้าใหม่ สาขาทัศนศิลป์ โดยทั้ง 3 คน ต่างก็มีแนวทางและประสบการณ์ในการสร้างสรรค์ผลงาน ตามความถนัดเฉพาะตน แต่มีแนวรวมทางความคิด ที่เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ตนเองชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม ในการสื่อสารออกมาในผลงาน การตั้งชื่อกลุ่ม ทวี - คูน หมายถึง การเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน และจะมีการเพิ่มพูน งอกงาม ต่อไปเรื่อยๆ ในวันข้างหน้า คำว่า คูน ที่ใช้มีที่มาจาก ต้นคูน ที่กำลังออกดอกบานสะพรั่งเหลืองอร่าม อยู่ทั่วทั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ชื่อนิทรรศการ New - Three - Life เป็นการสื่อความหมาย ถึงชีวิตใหม่ของศิลปินทั้ง 3 คน ที่ได้มาเริ่มต้นการเป็นเพื่อนร่วมงาน ณ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ในปีเดียวกัน และเป็นกำลังใจสนับสนุนกัน ร่วมกันสร้างสรรค์งานศิลปะ ซึ่งหวังว่าจะได้เกื้อกูลประโยชน์แก่ผู้อื่นในวันข้างหน้า
นิทรรศการ New - Three - Life เปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 6 – 30 สิงหาคม 2568 ณ อาคารนิทรรศการ 6 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ตั้งเเต่เวลา 09.00 - 16.00 น. ทุกวันพุธ - อาทิตย์ (ปิดให้บริการวันจันทร์ - อังคาร) โดยได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.มาโนช บุญทองเล็ก คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 เวลา 14.00 น.
---------------------------------------------------------------
New - Three - Life
Exhibition dates 6th - 30th August 2025 : 9 AM. - 4 PM.
Closed on Monday - Tuesday.
At Building 6, The National Gallery of Thailand
Opening Reception 21th August 2025 : 2.00 PM.
กรมศิลปากร ชวนเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์พิมายยามราตรี ชมการประดับไฟแสงสีสุดอลังการ ครอบคลุมทุกพื้นที่ในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ย้อมสีปราสาทด้วยแสงไฟที่ปรับเปลี่ยนโทนสีได้ สัมผัสความงาม ความรู้สึก จินตนาการ และประสบการณ์รูปแบบใหม่อันน่าประทับใจ เวลา 17.30 – 21.00 น. ทุกคืนวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตลอดเดือนสิงหาคม 2568 อัตราค่าเข้าชมโบราณสถาน คนไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท
อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย จังหวัดนครราชสีมา เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวด้านมรดกศิลปวัฒนธรรมที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ตลอดจนนักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป ให้ความสนใจมาทัศนศึกษาและเที่ยวชมปีละไม่ต่ำกว่า 400,000 คน หรือเฉลี่ยวันละประมาณ 1,000 คน นับเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีผู้เข้าใช้บริการมากเป็นอันดับ 5 ของหน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากร ได้ดำเนินโครงการพัฒนาไฟประดับโบราณสถานปราสาทหินพิมาย เพื่อเป็นการพัฒนาและต่อยอดแหล่งเรียนรู้ด้านมรดกศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ สู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวมิติใหม่ ที่จะช่วยปลุกเร้าการมาเยือน และกระตุ้นเศรษฐกิจในทุกระดับ พร้อมทั้งจัด “โครงการท่องเที่ยวมิติใหม่ ชมปราสาทพิมาย..ยามย่ำคืน” (Phimai Night : Light Up) ปีที่ 2 เพื่อเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศด้วยการจัดงานเทศกาลท่องเที่ยว (Thailand Winter Festival) นโยบายของกระทรวงวัฒนธรรมที่มุ่งสร้างสรรค์พัฒนา Soft Power เศรษฐกิจวัฒนธรรม วัฒนธรรมนำสุข จากคุณค่าสู่มูลค่า และนโยบายของกรมศิลปากรที่มุ่งพัฒนาแหล่งเรียนรู้สู่แหล่งท่องเที่ยว จากการอนุรักษ์สืบทอด สู่การต่อยอดพัฒนา โดยประดับไฟโบราณสถานปราสาทพิมาย และโบราณสถานสำคัญภายในเมืองพิมาย เมรุพรหมทัต ประตูชัย และขยายเวลาเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมโบราณสถานได้ในยามค่ำคืน เพื่อยืดระยะเวลาการท่องเที่ยวและจับจ่ายใช้สอยในเมืองพิมายให้นานขึ้น ซึ่งนอกจากจะส่งผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามารับรู้เรียนรู้เรื่องราวของโบราณสถานเพิ่มมากขึ้นแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจส่งเสริมรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่นโดยเฉพาะกิจการด้านการท่องเที่ยว เช่น โรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายของที่ระลึก ผลิตภัณฑ์พื้นเมือง รวมถึงร้านค้าทั่วไป และยังเป็นการสร้างความรัก ความภาคภูมิใจให้ประชาชนเห็นคุณค่า ร่วมกันหวงแหนรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่สืบไป
หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ตรัง ขอเชิญชวนร่วมกิจกรรม “ภาพเก่าเล่าเรื่อง...ตรัง (Trang: Stories in Snapshots)” ย้อนมองตรัง ผ่านภาพจำ และถ้อยคำที่คุ้นเคย ซึ่งจะเริ่มในสัปดาห์แรกวันที่ 4 สิงหาคม 2568 มีระยะเวลาการจัดกิจกรรม ระหว่างวันที่ 4 - 29 สิงหาคม 2568 ผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ทางเพจเฟซบุ๊ก 'หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ตรัง' https://www.facebook.com/trangarchive โดยทางหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ตรัง จะโพสต์ภาพทุกวันจันทร์ของแต่ละสัปดาห์ เวลา 09.30 น. สัปดาห์ละ 10 ภาพ (เป็นภาพที่มีคำบรรยาย 8 ภาพ และภาพปริศนา 2 ภาพ) รวม 4 สัปดาห์ 40 ภาพ ตามธีมแต่ละสัปดาห์ มีกติกาการร่วมกิจกรรม ดังนี้
1. กดไลก์ กดแชร์ โพสต์แต่ละสัปดาห์ ตั้งค่าเป็นสาธารณะ พร้อมติดแฮชแท็ก จำนวน 3 แฮชแท็ก ได้แก่
#ภาพเก่าเล่าเรื่องตรัง #TrangStoriesInSnapshots #หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯตรัง
2. โพสต์ภาพที่ท่านเคยถ่ายในมุมเดียวกัน/ใกล้เคียง หรือเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยง ลงในช่องคอมเมนต์ของแต่ละภาพ พร้อมระบุชื่อผู้ถ่าย วัน/เดือน/ปี ที่ถ่ายภาพ และคำบรรยาย ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ หรือความทรงจำ
3. ไม่จำกัดจำนวนภาพที่โพสต์ แต่ขอสงวนสิทธิ์การได้รับรางวัล 1 คน/1รางวัล เท่านั้น
4. ร่วมทายและให้ข้อมูลสถานที่หรือเหตุการณ์ในภาพปริศนา โดยพิมพ์ข้อมูลลงในช่องคอมเมนต์ของแต่ละภาพ ทั้งนี้ กำหนดปิดรับการส่งภาพในวันที่ 29 สิงหาคม 2568 และประกาศผลรางวัล ในวันที่ 5 กันยายน 2568
ศูนย์หนังสือกรมศิลปากร แนะนำหนังสือใหม่ หนังสือ "วัวในวัฒนธรรมไทย" จำหน่ายในราคา 150 บาท ผู้สนใจสามารถสั่งซื้อหนังสือทางออนไลน์ได้ที่ https://bookshop.finearts.go.th หรือเลือกซื้อหนังสือได้ที่ร้านหนังสือกรมศิลปากร ภายในบริเวณกรมศิลปากร (อาคารเทเวศร์) เขตดุสิต กรุงเทพฯ (ในวันและเวลาราชการ) สอบถามเพิ่มเติมได้ทาง Facebook ศูนย์หนังสือกรมศิลปากร
“วัว” เป็นสัตว์ที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน โดยพบหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับวัวมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ วัวมีความสำคัญในด้านต่างๆ เป็นสัตว์ที่ช่วยทำเกษตรกรรม เป็นสัตว์เลี้ยง และมีความเกี่ยวข้องกับการประกอบพิธีกรรมต่างๆ กรมศิลปากร โดยกลุ่มจารีตประเพณี สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ได้ดำเนินการศึกษาค้นคว้าและจัดทำหนังสือ "วัวในวัฒนธรรมไทย" ซึ่งมีเนื้อหาว่าด้วยวัวในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไทย วัวในฐานะสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาพรหมณ์และศาสนาพุทธ วัวในพระราชพิธี และวัวในวิถีชีวิตของคนไทย หนังสือนี้จะอำนวยประโยชน์ต่อนิสิต นักศึกษา ครู อาจารย์ นักวิชาการ ตลอดจนผู้สนใจเกี่ยวกับสังคม วัฒนธรรมและประเพณีไทย อีกทั้งกระตุ้นให้เกิดความสนใจและการสืบค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อไป