ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 4,031 รายการ

          หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ และห้องสมุดดนตรีทูลกระหม่อมสิรินธร สำนักหอสมุดแห่งชาติ จัดนิทรรศการ “แผ่นเสียงในสยาม” เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับประวัติและพัฒนาการของแผ่นเสียง ให้ความรู้เกี่ยวกับแผ่นเสียงประเภทต่างๆ รวมถึงความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การบันทึกเสียงของไทย เนื้อหานิทรรศการประกอบด้วย ๔ ส่วน ดังนี้           ส่วนที่ ๑ แรกมีแผ่นเสียงในสยาม กล่าวถึง ประวัติความเป็นมาของการกำเนิดแผ่นเสียง และการบันทึกเสียงยุคแรกในสยาม แผ่นเสียงครั่ง ตราแผ่นเสียงที่ผลิตขึ้นโดยคนไทยในยุคแรก “หม่อมส้มจีน” นักร้องสตรีไทยคนแรกที่บันทึกเสียงลงแผ่นเสียง และแผ่นเสียงปาเต๊ะเพลงไทย          ส่วนที่ ๒ จากแผ่นเสียงครั่งสู่แผ่นเสียงไวนิล กล่าวถึง พัฒนาการการบันทึกเสียงจากแผ่นเสียงครั่ง สู่แผ่นเสียงไวนิล และแผ่นเสียงไวนิลประเภทต่างๆ            ส่วนที่ ๓ แผ่นเสียงสำคัญในสยาม กล่าวถึง แผ่นเสียงเพลงสำคัญของชาติ แผ่นเสียงเพลงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๙ แผ่นเสียงเพลงไทยของกรมศิลปากร แผ่นเสียงเพื่อการศึกษา และรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน           ส่วนที่ ๔ การกลับมาของแผ่นเสียง คุณค่าทางใจและความสุนทรีย์ที่จับต้องได้ กล่าวถึงการกลับมาได้รับความนิยมของแผ่นเสียงอีกครั้งในยุคปัจจุบัน           ภายในนิทรรศการจัดแสดงกระบอกเสียงและแผ่นเสียงหายาก เช่น กระบอกเสียงของเอดิสันแผ่นเสียงครั่งในสมัยรัชกาลที่ ๕ แผ่นเสียงครั่งร่องกลับทางของปาเต๊ะ ซึ่งเป็นแผ่นเสียงชนิดพิเศษและหายาก แผ่นเสียงไวนิลแบบต่างๆ ที่จัดทำขึ้นพิเศษ แผ่นเสียงเพลงพระราชนิพนธ์ที่บันทึกครั้งแรก แผ่นเสียงเพลงชาติในยุคแรกหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง และแผ่นเสียงเพลงไทยของกรมศิลปากร ฯลฯ นอกจากนี้ยังจัดแสดงปกแผ่นเสียงไวนิลสวยงามของศิลปินที่มีชื่อเสียง และเครื่องเล่นแผ่นเสียงในยุคต่างๆ ทั้งนี้ผู้เข้าชมนิทรรศการสามารถเพลิดเพลินกับเสียงเพลงจากแผ่นเสียงเก่า ถ่ายภาพกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงโบราณ และร่วมกิจกรรม Sleeveface จากปกแผ่นเสียง            ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการ “แผ่นเสียงในสยาม” ณ ห้องจัดแสดง ชั้น ๑ อาคารห้องสมุดดนตรีทูลกระหม่อมสิรินธร สำนักหอสมุดแห่งชาติ เปิดให้ชมวันจันทร์ - วันเสาร์ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น.            นอกจากนิทรรศการแผ่นเสียงในสยาม หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ และห้องสมุดดนตรีทูลกระหม่อมสิรินธร ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านดนตรี เป็นศูนย์ข้อมูลวิชาการดนตรีสำหรับศึกษาค้นคว้า วิจัย รวบรวมและอนุรักษ์ต้นฉบับเพลงไทย และเพลงพระราชนิพนธ์ทุกรูปแบบ ทั้งสื่อโสตทัศนวัสดุ หนังสือ เอกสาร และโน้ตเพลง จัดแสดงเปียโนสองหน้าโบราณหลังเดียวของไทย และผลงานของครูเพลงที่สำคัญของไทย เช่น ท่านผู้หญิงพวงร้อย อภัยวงศ์ และพระเจนดุริยางค์ เป็นต้น




           นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ตามที่นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้มอบนโยบายให้กรมศิลปากรดำเนินโครงการส่งเสริม Soft Power ด้านการท่องเที่ยว ในมิติทางวัฒนธรรม โดยเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวโบราณสถาน ซึ่งกรมศิลปากรได้จัดกิจกรรม “ศิลปากรสัญจร” ครั้งที่ 1  ณ อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย จังหวัดนครราชสีมา ได้รับการตอบรับที่ดี จึงจัดกิจกรรมศิลปากรสัญจร ต่อเนื่อง ครั้งที่ 2 “มรดกโลก 2 นครา อยุธยา-ศรีเทพ” เชิญชวนผู้สนใจร่วมทัวร์ไปกับกรมศิลปากรในราคาย่อมเยา โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายนำเข้าสมทบกองทุนโบราณคดีเพื่อบูรณะโบราณสถานและพัฒนาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศ    ศิลปากรสัญจร ครั้งที่ 2 “มรดกโลก 2 นครา อยุธยา-ศรีเทพ” กำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 9 - 10 มีนาคม 2567 เยือนแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม ๒ แห่ง ได้แก่ เมืองโบราณพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเมืองโบราณศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ เริ่มต้นด้วยการสักการะพระพุทธสิหิงค์ และชมห้องจัดแสดงนิทรรศการศิลปะทวารวดีและศิลปะอยุธยา ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จากนั้นเดินทางไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชมนิทรรศการเครื่องทองอยุธยา ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ชมวัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ และแต่งชุดไทยชมวัดไชยวัฒนารามยามเย็น พร้อมชมการแสดงโขนสุดวิจิตรครั้งประวัติศาสตร์ โขนประกอบแสงสี เรื่องรามเกียรติ์ ชุด สัจจะพาลี โดยศิลปินจากสำนักการสังคีต รุ่งเช้าร่วมกิจกรรมตักบาตร ณ วัดสุวรรณดารารามราชวรวิหาร และออกเดินทางไปจังหวัดเพชรบูรณ์ ชมอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ มรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของไทย โดยมีวิทยากรมากประสบการณ์ รวมทั้งนักโบราณคดีที่ได้ทำงานในแต่ละพื้นที่เป็นมัคคุเทศก์ร่วมให้ความรู้และความเป็นมาของแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมของชาติได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ในราคา 5,800 บาท (รวมค่ารถ ค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าเข้าชม ชุดตักบาตรพระสงฆ์ และค่าบริการชุดไทย) รับจำนวนจำกัด 80 คนเท่านั้น             ผู้สนใจจองเข้าร่วมกิจกรรมศิลปากรสัญจร ครั้งที่ 2 “มรดกโลก 2 นครา อยุธยา-ศรีเทพ” และสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณสุภาภรณ์ ปัญญารัมย์ โทร 0 2164 2501 - 2 ต่อ 6008 และ 6010 หรือ โทร. 09 2634 8583 พระพุทธสิหิงค์ ห้องจัดแสดงนิทรรศการศิลปะทวารวดี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ห้องจัดแสดงนิทรรศการศิลปะอยุธยา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร  นิทรรศการเครื่องทองอยุธยา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา    วัดมหาธาตุ  วัดราชบูรณะ  วัดไชยวัฒนารามยามเย็น  การแสดงโขนประกอบแสงสี เรื่องรามเกียรติ์ ชุด สัจจะพาลี  วัดสุวรรณดารารามราชวรวิหาร  โบราณสถานเขาคลังนอก อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ 


             สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ขอเชิญชมการแสดงโครงการดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๗ “เหมันต์สุขศรี สุนทรีย์สังคีต” วันอาทิตย์ที่ ๒๔ มีนาคม  ๒๕๖๗ เวลา  ๑๗.๓๐  น. ณ  สังคีตศาลา  บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  พระนคร  พบกับรายการแสดงเนื่องในวันปิดโครงการ ฯ ดังต่อไปนี้              ๑. การบรรเลงดนตรีไทย              ๒. การแสดงตำนานเทวะนิยาย เรื่องนารายณ์สิบปาง “อัปสราวตาร”               ๓. ระบำศรีเทพ               ๔. รำฉุยฉายสองนางเชลย               ๕. การแสดงสี่ภาค นำแสดงโดย  ศิลปินสำนักการสังคีต /  กำกับการแสดงโดย  ปกรณ์ พรพิสุทธิ์ / อำนวยการแสดงโดย  ลสิต อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต            บัตรราคา ๒๐ บาท (จำหน่ายบัตรก่อนการแสดง ๑ ชั่วโมง) ณ สังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๔๒ และ โทร. ๐๒๒๒๑ ๐๑๗๑


         สายลมเย็นเดือนพฤศจิกายน หลังออกพรรษาแอดมินมีโอกาสเดินทางไปวัดหลายพื้นที่และเริ่มสังเกตเห็นการประดับตกแต่งโคมและเครื่องแขวนต่างๆ ทำให้นึกถึงประเพณี “เทศน์มหาชาติ” ซึ่งนิยมจัดในเดือนสิบสอง ตรงกับประเพณี “ตั้งธัมม์หลวง”ของภาคเหนือ นับเป็นพิธีใหญ่คู่กับประเพณีทานสลากภัตต์ และประเพณี “บุญผะเหวด” ตามฮีตสิบสองทางภาคอีสาน           คำว่า “มหาชาติ” หมายถึง พระเวสสันดรชาดก มีความสำคัญด้วยบารมีของพระโพธิสัตว์ครบบริบูรณ์  ๑๐ ประการ ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระราชพิธีเทศน์มหาชาติถือเป็นการบำเพ็ญกุศลครั้งใหญ่ภายในพระบรมมหาราชวัง มีการประดับตกแต่งพรรณไม้ล้อมรอบธรรมมาสน์ และจัดเครื่องบูชาถวายกัณฑ์เทศน์อย่างเอิกเกริก          สมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้ทรงเกณฑ์พระบรมวงศานุวงศ์ทำกระจาดใหญ่บูชากัณฑ์เทศนา โปรดฯ ให้นิมนต์พระพิมลธรรม พระธรรมอุดม พระพุทธโฆษาจารย์ มาถวายพระธรรมเทศนาคาถาพัน โดยพระองค์ได้ถวายไตรจีวรและบริขาร พร้อมด้วยเครื่องกัณฑ์เทศน์บรรทุกเรือพระที่นั่งบรรลังก์ประดับโคมแขวนและปักธงมังกรจอดเทียบไว้หน้าพระตำหนักแพ ครั้งจบกัณฑ์ก็มีเรือคู่ชักและเรือพายข้าราชการมาส่งพระภิกษุสงฆ์ถึงพระอาราม           ในพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา กล่าวว่า มีเครื่องบูชาถวายกัณฑ์มหาชาติครั้งนี้ ถึง ๑๓ กระจาด ตั้งหน้ากำแพงพระมหาปราสาทมาจนถึงหน้าโรงทองและหอนาฬิกา สำหรับประกวดประชันกัน โดยคุณแว่น (คุณเสือ) พระสนมเอกได้ใส่ทาสเด็กศีรษะจุกแต่งตัวหมดจดถวายพระสงฆ์ไปเป็นสิทธิ์ขาดด้วย          พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องพระราชพิธีสิบสองเดือน กล่าวถึง พระราชพิธีเดือนอ้าย : พระราชกุศลเทศนามหาชาติ มีการตกแต่งเครื่องบูชาเทศนาภายในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ความว่า          “...หลังพระที่นั่งเศวตฉัตรผูกกิ่งไม้ มีดอกไม้ร้อยห้อยย้อยเป็นพวงพู่ผูกตามกิ่งไม้ทั่วไป ...ตั้งหมากพนมพานทองมหากฐินสองพาน หมากพนมใหญ่พานแว่นฟ้าสองพาน แล้วพานนี้เปลี่ยนเป็นโคมเวียน มีต้นไม้เงินทองตั้งรายสองแถว กระถางต้นไม้ดัดลายคราม โคมพโอมแก้วรายตลอดทั้งสองข้าง หน้าแถวมีกรงนกคิรีบูน ซึ่งติดกับหม้อแก้วเลี้ยงปลาทองตั้งปิดช่องกลาง ปลายแถวตั้งขันเทียนคาถาพัน ตามตะเกียงกิ่งที่เสาแขวนฉากเทศน์ทั้ง ๑๓ กัณฑ์...”          แสดงให้เห็นเครื่องบูชากัณฑ์เรียงรายจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือ "โคมเวียน" เป็นโคมชนิดที่มีที่ครอบหมุนได้ บนที่ครอบเขียนรูปภาพลำดับเรื่องในพระพุทธศาสนา เมื่อจุดไฟแล้วที่ครอบจะหมุนไปช้า ๆ ทำให้รูปภาพบนที่ครอบหมุนเวียนตามไปด้วย ใช้เป็นเครื่องตั้งดูเล่นตามงานในเทศกาลต่างๆ  การเทศน์มหาชาติในช่วงต้นรัตนโกสินทร์นั้น จัดบนพระที่นั่งเศวตฉัตร ภายในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยแก่งเดียว เว้นแต่คราวมีพระบรมศพอยู่บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จึงได้ย้ายไปเทศนาบนพระแท่นมุก ภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทแทน          ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยจัด ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม แต่การเทศนาฟังไม่ได้ยิน จึงได้ย้ายเข้าไปมีที่พระที่นั่งทรงธรรม โดยมีเฉพาะเจ้านาย เจ้าพนักงานกรมพระตำรวจ และมหาดเล็กเท่านั้น ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๕ จึงได้ย้ายกลับมาเทศน์ที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยไปตามเดิม เนื่องจากอยู่ใกล้กับที่ประทับ          ทั้งนี้ยังปรากฏธรรมเนียมให้พระราชโอรสฝึกหัดกัณฑ์เทศน์ถวายด้วย ครั้งพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ (รัชกาลที่ ๕) เป็นสามเณรและได้ถวายเทศน์นั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ได้จัดเครื่องบูชากัณฑ์สำหรับเฉพาะพระองค์ อันเป็นกระจาดใหญ่รูปเรือสำเภาบริเวณหน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรย์           สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงเล่าไว้ว่า “...พระราชโอรสในรัชกาลที่ ๔ คราวผนวชเป็นสามเณรได้ถวายกัณฑ์เทศน์แทบทุกองค์ โปรดให้พระราชครูพิราม (ชู) อยู่ในกรมราชบัณฑิตเป็นผู้ฝึกหัด” จากพระราชพิธีพระราชกุศลเทศนามหาชาติภายในพระบรมมหาราชวัง นับเป็นพระราชพิธีบำเพ็ญราชกุศล ซึ่งทำให้เห็นความเลื่อมใสศรัทธาและสถานะองค์ศาสนูปถัมภก ตามเจตนาน้อมในพระบรมพุทธาภิเษกสมบัติ อันได้นำพาสรรพสัตว์เข้าสู่นิพพานอย่างสมบูรณ์     ภาพประกอบ : โคมเวียน สมัยรัชกาลที่ ๒ (พุทธศตวรรษที่ ๒๔) ภายในคลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  ประกอบด้วย ตัวโคมและที่ครอบ ทำรูปร่างคล้ายมณฑปทรงแปดเหลี่ยม มีสามชั้น แต่ละชั้นทำมุขโถงยื่นออกมา ๔ ทิศ มีพนักระเบียง ผนังลงรักปิดทองประดับกระจกสี และเจาะเป็นช่องหน้าต่างลายอย่างเทศ เพื่อให้มองเห็นจิตรกรรมเวสสันดรชาดก มีหลังคาทรงกระโจมยอดดอกบัวตูม เมื่อจุดไฟแล้วครอบนั้นหมุนได้ สำหรับใช้ประกอบสถานที่ในพิธีเทศน์มหาชาติ       อ้างอิง จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ" พระราชพิธีสิบสองเดือน". กรุงเทพฯ: บรรณาการ, ไม่ปรากฎปีที่พิมพ์. ธนิต  อยู่โพธิ์.  ตำนานเทศน์มหาชาติ.  กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, ๒๕๒๔. จารุณี อินเฉิดฉาย และคณะ. คุณธรรม จริยธรรม ตามรอยพระโพธิสัตว์. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร. ๒๕๕๑ เทศม์หาชาติ อนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพนางมรรคาคำณวน ( ละมูล ปิ่นแสง ). กรุงเทพฯ : วรวุฒิการพิมพ์. ๒๕๑๖. ประสงค์ รายณสุข และสมิทธิพล เนตรนิมิตร .ประเพณีการเทศน์มหาชาติ ใน วารสารมจร พุทธศาสตร์ปริทรรศน์. ๒,๒(กรกฎาคม-ธันวาคม ๒๕๕๒)


            วันอังคารที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๗ เวลา ๑๘.๐๐ น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๗ และร่วมชมการแสดงนาฏศิลป์และดนตรี โดยมีนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร  กล่าวรายงาน ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร และประชาชนเข้าร่วมงาน รัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ ๒ เมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐา  ธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นวันอนุรักษ์มรดกไทย เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีคุณูปการอย่างอเนกอนันต์ และทรงเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร ได้จัดกิจกรรมเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทยเป็นประจำทุกปี เพื่อส่งเสริมให้เยาวชน และประชาชนทั่วไป ได้รับความรู้ ความเข้าใจ ปลุกจิตสำนึกให้หวงแหนรักษาและภาคภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมของชาติ               พุทธศักราช ๒๕๖๗ กรมศิลปากรได้จัดงานสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย ระหว่างวันที่ ๒ – ๘ เมษายน ๒๕๖๗ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าถึงมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ โดยมีกิจกรรมประกอบด้วย              - การเสวนาทางวิชาการ “สุดยอดการค้นพบใหม่” ในทศวรรษที่ผ่านมาของกรมศิลปากร  ระหว่างวันที่ ๓ – ๘ เมษายน ๒๕๖๗ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ – ๑๘.๐๐ น. ณ ห้องประชุมดำรงราชานุภาพ โดยจัดการเสวนาวันละ ๓ หัวข้อ รวม ๑๘ เรื่อง อาทิ ๑๐ สุดยอดโบราณวัตถุหายากที่สูญหายไปจากความทรงจำ, ผ่าโลกใต้พิภพเกาะกรุงรัตนโกสินทร์, ทศวรรษแห่งการค้นพบเรือโบราณพนมสุรินทร์ : เรือโบราณที่เก่าที่สุดในประเทศไทย, ข้อมูลใหม่จากวรรณกรรมอำพราง, การค้นพบหลักฐานใหม่สมัยทวารวดีในรอบทศวรรษ, ข้อมูลใหม่ด้านโบราณคดีของเมืองโบราณยะรัง เมืองโบราณสำคัญที่ปลายด้ามขวาน สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมการเสวนาล่วงหน้าได้ที่เว็บไซต์กรมศิลปากร หรือรับชมผ่านทาง facebook live: กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม              - การแสดงนาฏศิลป์และดนตรี ระหว่างวันที่ ๒ – ๗ เมษายน ๒๕๖๗ เวลา ๑๘.๐๐ – ๒๐.๐๐ น.  ณ เวทีกลางแจ้ง โดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร มีการแสดงที่น่าสนใจ เช่น การแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์  การแสดงละครนอก เรื่องแก้วหน้าม้า การแสดงละครตำนานพื้นบ้าน เรื่อง สงกรานต์ ละครเรื่อง อานุภาพพ่อขุน รามคำแหง                - การแสดงคอนเสิร์ต “เพชรในเพลง” ในวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๗ เวลา ๑๗.๓๐ – ๑๙.๓๐ น. ณ เวทีกลางแจ้ง พบกับศิลปินที่ได้รับรางวัลเพชรในเพลง อาทิ รวงทอง ทองลั่นธม หนู มิเตอร์ เปาวลี พรพิมล ธนพร แวกประยูร นัน อนันต์ อาศัยไพรพนา บรรเลงโดยวงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร


           กรมศิลปากร โดยกลุ่มภาษาและวรรณกรรม สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ขอเชิญท่านผู้สนใจและน้องๆ เยาวชน ลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมกิจกรรม "WALK RALLY ร่วมสนุกตามหาเอกสารล้ำค่าจารึกสยาม" กิจกรรมประกอบนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๗ "เอกสารล้ำค่า จารึกสยาม (Priceless Document of Siam)" ในวันอาทิตย์ที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๗ เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๕.๓๐ น. ณ ห้องประชุมอาคารดำรงราชานุภาพ และพระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร  สามารถสมัครร่วมกิจกรรมโดยแสกนคิวอาร์โค้ด หรือกดลิ้งนี้ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSdNNbY2OPVZ7HIiWdRBz8jsxy-2SXAN2Q-2v-HU5gHn3tSbWg/viewform รีบสมัครด่วน!!! รับจำนวนจำกัด


          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ขอเชิญชมนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี ๒๕๖๘ เรื่อง "ลวดลายที่ซ่อนอยู่ในใบเสมาวัดขนอน" นำเสนอภาพคัดลอกลวดลายใบเสมาวัดขนอน อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด้วยเทคนิคเฉพาะทาง ที่จะทำให้เห็นการสลักลายบนแผ่นเสมาหินอย่างชัดเจนมากกว่าที่ตาเห็น เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ ๓๐ เมษายน ถึง ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๘ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. ถึง ๑๖.๐๐ น. ณ ห้องนิทรรศการชั่วคราว อาคารเครื่องทองอยุธยา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สอบถามเพิ่มเติม โทร. 035 241 587 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา https://www.facebook.com/chaosamphraya


        สำนักการสังคีต กรมศิลปากร จัดโครงการดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๙ “สังคีตสุนทรีย์ถวายพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมด้านดนตรีและนาฏศิลป์ โดยจัดการแสดงหลายประเภท ทั้งการแสดงโขน การแสดงละคร การแสดงวิพิธทัศนา การบรรเลงและขับร้องดนตรีไทย การบรรเลงและขับร้องดนตรีสากล สลับสับเปลี่ยนกันไปในทุกวันอาทิตย์ ระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๙ จำนวน ๖ ครั้ง ตั้งแต่เวลา ๑๗.๓๐ น. - ๑๙.๓๐ น. ณ สังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ค่าเข้าชมการแสดงคนละ ๒๐ บาท นำส่งเป็นเงินรายได้แผ่นดิน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์สืบสานศิลปวัฒนธรรมด้านนาฏดุริยางคศิลป์ของชาติ ให้คงอยู่และแพร่หลายไปอย่างกว้างขวาง          อีกหนึ่งรายการสำคัญคือ การแสดงสมโภชพระพุทธสิหิงค์ เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีสมโภชและทรงสวมพระรัศมีทองคำประดับเพชรถวายพระพุทธสิหิงค์ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร รายการแสดงประกอบด้วย การแสดงระบำสัตตบุษย์มงกุฎแห่งวารี รำถวายมือองค์ปะตาระกาหลา และการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดกษิรชลมณโฑ นอกจากนี้ สำนักการสังคีต ยังได้สร้างสรรค์การแสดงขึ้นใหม่ คือ การแสดงสมโภช ชุด “พระพุทธสิหิงค์ มิ่งมหามงคล” บอกเล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาของพระพุทธสิหิงค์ จะจัดให้ประชาชนได้ชมในวันจันทร์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๓๐ น. ณ เวทีสังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร         ขอเชิญชวนผู้สนใจชมการแสดงโครงการดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๙ “สังคีตสุนทรีย์ถวายพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ทุกวันอาทิตย์ ระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๙ และการแสดงสมโภชพระพุทธสิหิงค์ ในวันจันทร์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๓๐ น. ณ เวทีสังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ………………………………………………………………………….. โครงการดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๙ “สังคีตสุนทรีย์ถวายพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ครั้งที่ ๑ การแสดงเนื่องในวันเปิดโครงการแสดงดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๙ วันอาทิตย์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ๑) การบรรเลง - ขับร้องดนตรีสากล     เป็นการบรรเลงและขับร้องเพลงไทยสากล เพลงลูกกรุง เพลงลูกทุ่ง ฯลฯ  โดยศิลปินจากกลุ่มดุริยางค์สากล สำนักการสังคีตกรมศิลปากร ๒) รำถวายอาลัย “พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ดวงประทีปทองส่องแผ่นดิน”         การแสดงชุดนี้ แสดงถึงความอาลัยถวายและเทิดพระเกียรติคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐอย่างใหญ่หลวงต่อพสกนิกรชาวไทย ๓) ระบำวานรพงศ์         เนื่องด้วยปีนักษัตรพระบรมราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงนั้นตรงกับ “ปีวอก” สำนักการสังคีต กรมศิลปากร จึงได้เลือก “ระบำวานรพงศ์” มาจัดแสดงขึ้นในครั้งนี้ เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชชนนี   พันปีหลวง ที่ทรงเป็นผู้อนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างให้ยั่งยืน ระบำวานรพงศ์ จัดแสดงครั้งแรกในแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดหนุมานชาญสมร  ณ โรงละครแห่งชาติ ปี ๒๕๒๗ ปรากฏอยู่ในการแสดงช่วงที่หนุมานได้นำไพร่พลวานรมาสวามิภักดิ์ต่อพระราม เป็นระบำที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อแสดงทักษะความสามารถ สี และลักษณะการแต่งกายของตัวละครฝ่ายลิง          การแสดงชุดนี้เป็นการแสดงแนะนำตัวละครฝ่ายพลับพลา ซึ่งเป็นเหล่าไพร่พลวานรทั้งสองเมือง ได้แก่เมืองขีดขิน และเมืองชมพู จะเป็นการแนะนำชื่อและอิทธิฤทธิ์ของตัวละครเสนาลิง ๑๘ ตัว เรียกว่า เสนาลิง   สิบแปดมงกุฎ และพญาวานรทั้ง ๗ ตนที่อยู่ในกองทัพของพระราม ออกแบบการแสดงและประพันธ์บทการแสดงโดย นายเสรี หวังในธรรม ศิลปินแห่งชาติ ประดิษฐ์ท่ารำโดยนายกรี วรศะริน ศิลปินแห่งชาติ บรรจุเพลงโดย นายจิรัส อาจณรงค์   ๔) รำถวายมือองค์ปะตาระกาหลา (แต่งกายแบบชวา)         การแสดงชุดนี้สร้างสรรค์สร้างจากบทละคร เรื่องอิเหนา พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย กำหนดให้ผู้แสดงแต่งกายแบบชวา เพื่อให้มีความกลมกลืนสอดคล้องกับทำนองเพลงไทยสำเนียงชวาที่ใช้บรรเลงและขับร้องประกอบการแสดง ๕) โขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดกษิรชลมณโฑ        การแสดงโขนในตอนนี้ แสดงให้เห็นถึงความรักของนางมณโฑผู้เป็นมารดาที่มีต่ออินทรชิตโอรสของตน โดยนางมณโฑนั้นได้รับพรจากพระอุมา ให้ตนเองมีน้ำนมที่สามารถรักษาพิษและรักษาแผลจากศาสตราวุธได้ หลังจากอินทรชิตต้องศรของพระลักษมณ์แล้ว อินทรชิตได้กลับไปดื่มนมจากนางมณโฑจึงสามารถถอนพิษจากศรของพระลักษมณ์ได้ ครั้งที่ ๒ รายการ “สืบสานภูมิปัญญา ศาสตร์วิทยาดุริยางคศิลป์” วันอาทิตย์ที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ การบรรเลงและขับร้องดนตรีไทย นำเสนอให้เห็นถึงความไพเราะของเพลงไทยเเละลักษณะของวงดนตรีไทยประเภทต่าง ๆ รายการแสดงประกอบด้วย         ๑) การบรรเลงโหมโรงเพลงมะลิเลื้อย ออกสระหม่า บรรเลงด้วยวงเครื่องสายปี่ชวา          ๒) การบรรเลงเพลงพม่าห้าท่อนเถา บรรเลงด้วยวงเครื่องสายเครื่องเดี่ยว         ๓) การบรรเลงเพลงแขกโอดสามชั้น บรรเลงด้วยวงปี่พาทย์ไม้แข็ง          ๔) การบรรเลงเพลงเรื่องนางหงส์หกชั้น ออกเพลงชุดสิบสองภาษา บรรเลงด้วยวงปี่พาทย์นางหงส์ โดยการบรรเลงและขับร้องในชุดนี้ จะมีการออกตัวผู้แสดงตามเชื้อชาติและสำเนียงภาษาของเพลงด้วย         การบรรเลง - ขับร้อง และการแสดง แสดงโดยศิลปินของสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ครั้งที่ ๓ การบรรเลง - ขับร้องวงดุริยางค์สากล “ลูกทุ่งออร์เคสตรา” วันอาทิตย์ที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙         การบรรเลงและขับร้องเพลงสากล เพลงไทยลูกทุ่ง โดยใช้วงออร์เคสตราบรรเลงประกอบการขับร้อง ฯลฯ  โดยศิลปินจากกลุ่มดุริยางค์สากล สำนักการสังคีต  กรมศิลปากร ครั้งที่ ๔ การบรรเลง - ขับร้องวงดุริยางค์สากล “ลมหวน ชวนคิดถึง เพลงวันวาน” วันอาทิตย์ที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๙         การบรรเลงและขับร้องเพลงสากล เพลงไทยสากล ฯลฯ โดยศิลปินจากกลุ่มดุริยางค์สากล สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ครั้งที่ ๕ รายการวิพิธทัศนา วันอาทิตย์ที่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๙ ๑) การบรรเลงและขับร้องเพลงแขกสาหร่ายประกอบการแสดงตาโบวิวังต์ เรื่องวิวาหพระสมุท         การแสดงชุดนี้ นำเสนอให้เห็นถึงการบรรเลงและขับร้องเพลงไทยที่ผสมผสานกันระหว่างดนตรีไทย และดนตรีสากล โดยมีการแสดงละครภาพนิ่ง (ตาโบวิวังต์) เพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับชมด้วย๒) ระบำบานไม้ประดับมุก สุขศรีญี่ปุ่น - ไทย         การแสดงชุดนี้ สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ เนื่องในโอกาสที่วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ร่วมกับสำนักช่าง   สิบหมู่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยความร่วมมือจากสถาบันวิจัยมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น (Tokyo National Research Institute for Cultural Properties: TNRICP) ได้จัดนิทรรศการและสัมมนาวิชาการ ในหัวข้อเรื่อง “ราชประดิษฐ ฯ วิจิตรศิลป์ สานสัมพันธ์สองแผ่นดิน งานศิลป์ประดับมุก” เมื่อวันพุธที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๘ ณ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานครบทขับร้องประกอบการแสดง กล่าวถึงความงามของบานไม้ประดับมุกศิลปะสกุลช่างของญี่ปุ่น ซึ่งสามารถบูรณาการกับศิลปะสกุลช่างของไทยได้อย่างสวยงามลงตัว๓) ละครเบิกโรง เรื่องนิลบรรพตเทพสุดา เทพเจ้าแห่งงานช่างสตรี        การแสดงละครนี้สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากบทโองการไหว้ครูช่าง ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราไชย ซึ่งกล่าวถึงนางนิลบรรพตเทพสุดา  เทพเจ้าครูช่างคหรรมฝ่ายสตรีและเทวีแห่งการค้าขาย ภาคหนึ่งของพระวิษณุกรรม โดยการแสดงละครเรื่องนี้  นำเสนอให้เห็นถึงประวัติความเป็นมาและการประทานพรของนางนิลบรรพตเทพสุดา นอกจากนี้ยังมีการนำกระบวนท่ารำเพลงหน้าพาทย์ของคุณหญิงนัฏกานุรักษ์ (เทศ สุวรรณภารต) อดีตผู้ควบคุมหมวดนาฏศิลป กรมศิลปากร ซึ่งใกล้สูญหายมาใช้ในประกอบอยู่ในการแสดงละครเรื่องนี้ด้วย ๔) ระบำศิลปหัตถกรรม        การแสดงชุดนี้ สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดงานหัตถกรรมแบบงานช่างสตรีชาววัง ที่สะท้อนภูมิปัญญาศาสตร์และศิลป์เชิงช่างที่บรรพบุรุษได้ประดิษฐ์และออกแบบให้สอดคล้องกับขนบธรรมเนียมประเพณีไทย บทประพันธ์บรรยายถึงงานหัตถกรรม ๗ ประเภท ซึ่งล้วนมีความประณีตพิถีพิถันและหลากหลาย ได้แก่ งานบายศรี งานร้อยมาลัย งานปักสะดึง งานพุ่มเทียน งานทอผ้า งานแกะสลัก และงานจักสาน ซึ่งงานศิลปหัตถกรรมนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงให้ความห่วงใยและสนพระทัยราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง การแสดงชุดนี้ จึงสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระองค์ในฐานะผู้ทรงเป็นองค์อุปถัมภกงานศิลปหัตถกรรมของไทย ๕) ระบำอัฐโลกบาล          ระบำอัฐโลกบาล เป็นระบำที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ กล่าวถึงท้าวโลกบาลทั้ง ๘ องค์ ผู้ประจำรักษาทิศทั้ง ๘ ทิศ รวมไปถึงอาวุธและพาหนะทรงของเทพแต่ละองค์ ซึ่งปรากฏอยู่ในโคลงแถลงระเบียบระบำแบบหลวง เรื่องศุภลักษณ์วาดรูป พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว๖) ละครพันทาง เรื่องผู้ชนะสิบทิศ ตอนบ้านขุนวัง         ผู้ชนะสิบทิศ บทประพันธ์ของยาขอบ ได้ถูกนำมาสร้างเป็นการแสดงละครพันทางของกรมศิลปากร โดยนายเสรี หวังในธรรม ศิลปินแห่งชาติ สำหรับการแสดงการแสดงละครพันทาง เรื่องผู้ชนะสิบทิศ ตอนบ้านขุนวัง  มีเนื้อเรื่องย่อดังนี้          หลังจากที่มหาเถรกุโสดอได้ทูลขอชีวิตจะเด็ดต่อพระเจ้าเมงกะยินโยและให้สัญญาว่าจะคอยดูแลจะเด็ด มิให้ก่อเรื่องเดือดร้อนและเข้าวังอีก เมื่อมหาเถรพาจะเด็ดมาพำนักอยู่ที่วัดกุโสดอได้สั่งห้ามจะเด็ดเข้าวังเป็นอันขาด เหตุนี้จึงทำให้จะเด็ดว้าวุ่นใจ ด้วยทั้งห่วงแม่นมเลาชีกับห่วงและคิดถึงตะละแม่จันทรา จึงคิดขัดคำสั่งมหาเถรและเฝ้าคอยโอกาสที่จะลักลอบเข้าวัง ครั้นยามดึกสงัดของคืนหนึ่ง จะเด็ดได้ลอบย่องออกจากกุฏิด้วยคิดว่ามหาเถรจำวัดแล้ว แต่มหาเถรก็ล่วงรู้นิสัยใจคอของศิษย์รักเป็นอย่างดี จึงคอยเฝ้าระมัดระวังมิให้จะเด็ดคลาดสายตา เมื่อเห็นพฤติกรรมของศิษย์รักแล้ว มหาเถรจึงเป็นกังวลว่าสักวันหนึ่งจะเด็ดต้องได้รับโทษเพราะแอบเข้าวังไปหาตะละแม่จันทราอีก จึงตัดสินใจนำจะเด็ดไปฝากไว้ที่บ้านขุนวังทะกะยอดิน ครั้งที่ ๖ การแสดงวันปิดกิจกรรมการแสดงดนตรีสำหรับประชาชนปีที่ ๖๙ การแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดอานุภาพรามราชจักรี วันอาทิตย์ที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๙         เนื้อเรื่องการแสดงโขนในตอนนี้ กล่าวถึง พระอิศวรมีเทวะบัญชาให้พระนารายณ์อวตารไปเป็นพระราม เพื่อปราบบรรดาอสูรและมารร้ายที่เบียดเบียนมนุษย์โลก พร้อมประทานพรให้ จักร สังข์ ตรี บัลลังก์นาค และคทา ไปจุติเป็นโอรสของท้าวทศรถแห่งกรุงศรีอยุธยา แต่ละองค์นามว่า พระพรต พระลักษมณ์ และพระสัตรุด ตามลำดับ ให้บรรดาเหล่าเทวดาและอสูรเทพบุตร ลงมาจุติเป็นพลวานรในกองทัพของพระราม ส่วนพระลักษมีให้ลงไปจุติเป็นนางสีดา ธิดาของทศกัณฐ์เจ้ากรุงลงกา โดยให้นางสีดาเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งจนนำไปสู่การสู้รบกันระหว่างพระรามและทศกัณฐ์           กาลต่อมาพระราม พระลักษมณ์ และกองทัพวานร ได้ออกเดินทางติดตามนางสีดาที่ถูกทศกัณฐ์ลอบลักไปไว้ยังกรุงลงกา และได้พบกับพิเภกน้องชายของทศกัณฐ์ที่ถูกขับไล่ออกจากเมือง พิเภกได้ดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยา และเข้าสวามิภักดิ์ต่อพระรามเพื่อคอยช่วยเหลือการศึกให้แก่กองทัพของพระรามโดยเหตุที่พิเภกถูกขับไล่ออกจากเมืองนั้น เนื่องจากทศกัณฐ์กริ้วโกรธที่พิเภกทำนายฝันร้ายของทศกัณฐ์และขอให้ส่งนางสีดาคืน แก่พระราม เมื่อทราบข่าวว่าพิเภกเข้าร่วมในกองทัพของศัตรู ทศกัณฐ์จึงให้กุมภกรรณ อุปราช กรุงลงกาออกไปทำศึกกุมภกรรณได้เข้ารบกับพระรามและถูกพระรามแผลงศรสังหาร ก่อนตายกุมภกรรณได้เห็นพระรามเป็นพระนารายณ์จึงได้สำนึกผิด และเรียกพิเภกเข้ามากำชับสอนสั่งให้จงรักภักดีต่อพระราม                เมื่อทศกัณฐ์ทราบข่าวการตายของกุมภกรรณจึงโกรธแค้น ยกทัพออกทำศึกกับพระราม พระรามได้แผลงศรตัดร่างกายทศกัณฐ์ขาดเป็นท่อน ๆ แต่ทศกัณฐ์ก็ร่ายมนต์ต่อติดร่างกายให้คืนกลับดังเดิม ซ้ำยังกล่าวเยาะเย้ยพระราม เมื่อทั้งสองฝ่ายทำศึกรบกันจนถึงพลบค่ำ จึงตกลงเลิกทัพกลับไปยังที่มั่นของตน   


พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป เปิดรับสมัครเด็ก เยาวชน และผู้สนใจร่วมกิจกรรม "Summer Art Camp" อบรมศิลปะภาคฤดูร้อน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป (หอศิลป์เจ้าฟ้า) ถนนเจ้าฟ้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร รับสมัครระหว่างวันที่ 18 กุมภาพันธ์ - 29 มีนาคม 2569 ณ อาคารสำนักงาน ชั้น 2 เปิดทำการวันพุธ - อาทิตย์  เวลา 09.30 - 15.30 น. หยุดวันจันทร์ - อังคาร กำหนดจัดอบรมระหว่างวันที่ 17 - 30 เมษายน 2569 ในปีนี้จัดอบรม 5 ทักษะศิลปะสุดสร้างสรรค์ ได้แก่ การวาดการ์ตูนเชิงสร้างสรรค์ (สำหรับเด็กอายุ 6 - 12 ปี), ทักษะการลงสีชอล์ก (สำหรับเด็กอายุ 10 - 12 ปี), ทักษะลงสีไม้ (สำหรับเด็กอายุ 10 - 12 ปี), ทักษะการวาดสีน้ำ (สำหรับเด็กอายุ 10 - 12 ปี และบุคคลทั่วไป) และทักษะการวาดเส้น (สำหรับบุคคลทั่วไป)  มีค่าใช้จ่ายในการอบรม คอร์สละ 2,200 บาท (รวมอุปกรณ์) เอกสารที่ใช้ในการสมัคร 1. รูปถ่าย 1 นิ้ว จำนวน 1 ใบ 2. สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาทะเบียนบ้านของผู้เข้ารับการอบรม 3. ค่าลงทะเบียนคนละ 2,200 บาท /คน/คอร์ส (รับเฉพาะเงินสด) ผู้สนใจสามารถสมัครด้วยตนเองและชำระเงินที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลปเท่านั้น ในกรณีคลาสเรียนสำหรับเด็ก ผู้ปกครองสามารถมาสมัครแทนได้ (*ไม่รับโอนเงิน / ไม่รับสมัครออนไลน์ทุกกรณี กรุณาตรวจสอบตารางเรียนก่อนสมัคร หากยืนยันแล้วไม่สามารถเปลี่ยนคอร์ส และขอสงวนสิทธิ์คืนเงินทุกกรณี) กิจกรรมนี้เหมาะสำหรับเด็ก เยาวชน และผู้สนใจทุกวัย ขอเชิญชวนมาเติมสีสันให้ปิดเทอมนี้เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ รีบสมัครด่วน! ที่นั่งมีจำนวนจำกัด สอบถามเพิ่มเติม ฝ่ายวิชาการ โทร. 0 2282 2639 หรือทาง Facebook: The National Gallery of Thailand https://www.facebook.com/TheNationalGalleryThailand     


หินลับ อายุสมัย : ก่อนประวัติศาสตร์ (๖,๕๐๐ – ๔,๗๐๐ ปีมาแล้ว) วัสดุ : หินทราย ประวัติ : พบจากหลุมขุดค้นถ้ำเบื้องแบบ หมู่ที่ 3 บ้านเบื้องแบบ ตำบลบ้านทำเนียบ อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อพ.ศ. ๒๕๒๕ โดยโครงการโบราณคดีเชี่ยวหลาน กองโบราณคดีกรมศิลปากร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลางรับมาเมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒ ................................................................          หินลับเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับลับคมให้กับเครื่องมือหินขัดที่สึกกร่อนจากการใช้งานให้มีความคมขึ้นมาอีกครั้ง เช่นเดียวกับหินลับมีดในปัจจุบัน  จากการขุดค้นที่แหล่งโบราณคดีถ้ำเบื้องแบบซึ่งพบโบราณวัตถุชิ้นนี้ พบร่องรอยการใช้งานพื้นที่สองสมัย คือสมัยรัตนโกสินทร์ และสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งปรากฏหลักฐานที่น่าสนใจคือ โครงกระดูกมนุษย์ (ไม่ครบส่วน) กระดูกและฟันสัตว์ เปลือกหอย ภาชนะดินเผารูปทรงต่างๆ กระสุนดินเผา เครื่องมือหินรูปแบบต่างๆ หินลับ หินทุบเปลือกไม้ และกำไลหิน ................................................................ที่มาข้อมูล : กรมศิลปากร. โบราณสถานถ้ำเบื้องแบบ. สืบค้นข้อมูลเมื่อ ๙ เมษายน ๒๕๖๓. เข้าถึงข้อมูลจาก http://gis.finearts.go.th/fineart/ นงคราญ สุขสม. ประวัติศาสตร์โบราณคดีสุราษฎร์ธานี. กรุงเทพฯ : อาทิตย์ คอมมูนิเคชั่น, ๒๕๔๕.


วันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๓ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก กาญจนบุรี ได้จัดโครงการเครือข่ายมรดกทางศิลปวัฒนธรรม ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๓ กิจกรรม"เล่าเรื่องเมืองกาญจน์" โดยได้นำผู้เข้าร่วมโครงการไปทัศนศึกษาตามแหล่งเรียนรู้ดังต่อไปนี้๑. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่า โดยมี นางสาวสำเนา จาดทองคำ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่า บรรยายถึงประวัติความเป็นมา และโบราณวัตถุที่นำมาจัดแสดง และนางสาวสุภมาศ ดวงสกุล นักโบราณคดีชำนาญการ บรรยายเรื่องการขุดค้นทางโบราณคดี พร้อมทั้งนำชมหลุมขุดค้นบริเวณใกล้เคียง ๒. อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ โดยมี นายพิชิต รงค์ฤทธิไกร พนักงานดูแลโบราณสถาน อธิบายถึงประวัติความเป็นมา พร้อมทั้งนำชมโบราณสถาน และหลุมขุดค้นทางโบราณคดี๓. โบราณสถานกำแพงเมืองกาญจนบุรีและโรงงานกระดาษไทยกาญจนบุรี โดยมี นายปรัชญา รุ่งแสงทอง นักโบราณคดีปฏิบัติการ อธิบายการเข้ามาบูรณะแนวกำแพงเมืองกาญจนบุรีของกรมศิลปากร และประวัติความเป็นมาของโรงงานกระดาษไทยกาญจนบุรี


          เป็นที่ทราบกันดีว่าภาพถ่ายทับหลังปราสาทเขาโล้น ได้รับการตีพิมพ์เมื่อพุทธศักราช ๒๕๑๐ ในหนังสือ “ศิลปสมัยลพบุรี” โดยศาสตราจารย์ หม่อมเจ้า สุภัทรดิศ ดิศกุล ซึ่งภาพถ่ายนี้เป็นหลักฐานสำคัญในการทวงคืนทับหลังชิ้นนี้กลับสู่ประเทศไทย นอกจากนี้หน่วยศิลปากรที่ ๕ กรมศิลปากร ได้เคยบันทึกภาพทับหลังปราสาทเขาโล้นไว้เมื่อราวพุทธศักราช ๒๕๐๓ ด้วยเช่นกัน          ภาพถ่ายทั้งสองครั้งนั้นทำให้ทราบว่าทับหลังที่ซุ้มประตูด้านตะวันออกของปราสาทเขาโล้น ประกอบด้วยเทวดานั่งชันเข่าบนเกียรติมุข (หน้ากาล) ใต้ลิ้นของเกียรติมุขมีท่อนพวงมาลัยแยกออกทั้งสองด้าน ปลายท่อนพวงมาลัยขมวดเป็นวงโค้งสลับกัน จัดเป็นทับหลังศิลปะเขมรในประเทศไทยแบบบาปวนตอนต้น ซึ่งปัจจุบันรูปเทวดาได้ถูกกะเทาะหายไป           นอกจากทับหลังแล้ว ส่วนประกอบซุ้มประตูทำจากหินทราย ได้แก่ แถวกลีบบัวเหนือทับหลัง ซึ่งมี ๒ ชิ้นนั้น สำนักศิลปากรที่ ๕ ปราจีนบุรี ได้พบชิ้นที่เคยประดับด้านบนขวาของทับหลังจากการขุดแต่งปราสาทเขาโล้น เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๖๐ ดังที่ได้นำเรียนไปแล้วในบทความตอนที่ ๒ เสาประดับกรอบประตู แปดเหลี่ยม สลักลวดลายที่กำหนดอายุได้ในศิลปะเขมรในประเทศไทยแบบเกลียง ปัจจุบันยังไม่พบว่าอยู่ที่ใด          กรอบประตู สลักลายลวดบัวขนานกันไป ในพุทธศักราช ๒๔๔๗ เอเตียน เอโมนิเยร์ (Étienne Aymonier) ได้ระบุว่ามีจารึกภาษาสันสกฤตและเขมรบนกรอบประตูด้านเหนือและใต้ ซึ่งต่อมาในพุทธศักราช ๒๔๙๗ ฌอช เซแด็ส (George Cœdès) ได้อ่าน-แปลและได้กำหนดทะเบียนเป็น K.232 เนื้อความในกรอบประตูด้านใต้ ระบุว่า ศรีมันนฤปทินทร ขุนนางของพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๑ ที่ได้มาปกครองดินแดนบริเวณนี้ ได้สร้างเทวสถาน ไว้บนภูเขา “มฤตสังชญกะ” เพื่อประดิษฐานรูปพระศัมภุ (พระศิวะ) พระเทวีและพระศิวลึงค์ (อีศลิงคะ) เมื่อมหาศักราช ๙๒๙ (พุทธศักราช ๑๕๕๐) ซึ่งจากการขุดค้นของกรมศิลปากรก็พบว่าปราสาทเขาโล้น เป็นปราสาท ๓ หลัง ดังที่ได้นำเรียนไปแล้วในบทความตอนที่ ๑ ดังนั้นปราสาทเขาโล้นจึงเป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นเนื่องในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกายหรือนิกายที่นับถือพระศิวะเป็นใหญ่          ส่วนกรอบประตูด้านเหนือระบุว่าในมหาศักราช ๙๓๘ (พุทธศักราช ๑๕๕๙) พระเจ้าสุริยวรมันที่ ๑ โปรดเกล้าฯ ให้ มรตาญโขลญศรีวีรวรมัน มาประดิษฐาน “เสาจารึก” ที่ “ภูเขาดิน” หมายถึงภูเขา “มฤตสังชญกะ” แห่งนี้ ปัจจุบันกรอบประตูทั้งด้านเหนือและใต้นี้ เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาด โดยสำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร ได้สำรวจและให้ทะเบียนกรอบประตูด้านเหนือเป็น จารึกวังสวนผักกาด (กท.๕๓) และกรอบประตูด้านใต้เป็นจารึกวังสวนผักกาด ๒ (กท.๕๔)          อย่างไรก็ตามกรอบประตูทั้งสองชิ้นนี้แตกหัก จึงได้พบชิ้นส่วนกรอบประตูจากการขุดค้นด้วย ดังนั้นจึงไม่สามารถนำกรอบประตูทั้ง ๒ ชิ้นนี้มาติดตั้งในตำแหน่งเดิมได้ ในการบูรณะจึงได้เสริมกรอบประตูและเสาประดับกรอบประตูหินทราย ร่วมกับกรอบประตูชิ้นบนที่พบบริเวณปราสาท เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับติดตั้ง ทับหลังในอนาคต ดังที่ได้นำเรียนไปแล้วในบทความตอนที่ ๓ภาพที่ ๑ ทับหลังปราสาทเขาโล้น ในขณะที่จัดแสดงในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มา: Asian Art Museum Online Collection ภาพที่ ๒ ภาพถ่ายทับหลังปราสาทเขาโล้น ที่มา: หนังสือ ศิลปะสมัยลพบุรีภาพที่ ๓ ภาพถ่ายทับหลังปราสาทเขาโล้น ภาพที่ ๔ ภาพถ่ายทับหลังปราสาทเขาโล้น ภาพที่ ๕ แถวกลีบบัวเหนือทับหลัง พบจากการขุดค้นภาพที่ ๖ และ ๗ ปราสาทเขาโล้น หลังการอนุรักษ์


          วันศุกร์ที่ ๑๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ เวลา ๑๕.๓๐น. นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร เข้าตรวจเยี่ยมชมการจัดแสดงและการปรับปรุงภูมิทัศน์ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ จังหวัดนครนายก ซึ่งก่อตั้งขึ้นตามแนวพระราชดำริในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อรวบรวมประวัติความเป็นมาของเขื่อนขุนด่านปราการชลและเรื่องราวเกี่ยวกับประชาชนที่อยู่บริเวณรอบเขื่อนขุนด่านปราการชลและจังหวัดนครนายก โดยการจัดแสดงแบ่งออกเป็น ๔ ส่วน ได้แก่ ปฐมบทการสร้างเขื่อนขุนด่านปราการชล, อดีตชลประทานถึงเขื่อนขุนด่านปราการชล, พระบารมีปกเกล้าชาวนครนายก และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ


black ribbon.