ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,498 รายการ

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 นางสาวนิตยา สาระรัตน์ นายช่างศิลปกรรมอาวุโส พร้อมด้วยนายวีระชาติ พงค์ชนะ นักโบราณคดีชำนาญการ ลงพื้นที่โบราณสถานบ้านแสลงโทน ตำบลแสลงโทน อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและฝ่ายปกครองในพื้นที่ เพื่อประสานความร่วมมือในการรักษาแนวคูเมืองกำแพงเมืองบ้านแสลงโทน โดยมีนายเทียนอิ๋ว เหลืองเดชานุรักษ์ นายกเทศมนตรีตำบลแสลงโทน นายธีรพันธุ์ เล็กประโคน กำนันตำบลแสลงโทน ผู้นำชุมชน และเจ้าหน้าที่เทศบาลแสลงโทน ร่วมรับฟัง . จากนั้นลงพื้นที่สำรวจตำแหน่งติดตั้งป้าย พ.ร.บ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ปกครอง โดยมีนายธีรพันธุ์ เล็กประโคน กำนันตำบลแสลงโทน และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลแสลงโทน ร่วมลงพื้นที่ เพื่อพิจารณาจุดติดตั้งป้าย พระราชบัญญัติ โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๔ (ป้าย พ.ร.บ.) จำนวน ๖ จุด และป้าย”เขตโบราณสถาน” จำนวน ๑๐ ป้าย


หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ได้เข้าร่วมกิจกรรม "ถ่ายภาพแต่งกายชุดไทย ติด Hashtag และโพสต์ลง Social" ภายใต้โครงการส่งเสริมการแต่งกายตามอัตลักษณ์ความเป็นไทย เพื่อการอนุรักษ์ สืบสาน และเผยแพร่คุณค่าทางวัฒนธรรมไทยสู่สากล


         วันพุธที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ น. นางสาวปุณณภา สุขสาคร ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ พร้อมด้วยบุคลากรเข้าร่วมพิธีเปิดโครงการกิจกรรมเครือข่ายระดับชาติ ด้านการอนุรักษ์และเผยแพร่เอกสารมรดกภูมิปัญญาไทย ของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลก ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙ โดยมีนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ และนางสาวนภวรรณ ศรีจันทรนิตย์ ผู้อำนวยการสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กล่าวรายงาน          ในการนี้ นางสาวปุณณภา สุขสาคร ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ และนางวรรณภา ปะวิโน บรรณารักษ์ชำนาญการ ได้เข้าร่วมอภิปรายวิพากษ์แบบกรอกข้อความเพื่อเสนอขึ้นทะเบียนเอกสารมรดกความทรงจำแห่งชาติ เรื่อง หมายประกาศ ข้อบังคับซื้อขายช้าง ร.ศ.๑๑๗ ฉบับอักษรธรรมล้านนา ของหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ณ ห้องประชุมทิพย์พิมาน โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่



         วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๐๐ น. คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลก และผู้เข้าร่วมสัมมนาโครงการกิจกรรมเครือข่ายระดับชาติ ด้านการอนุรักษ์และเผยแพร่เอกสารมรดกภูมิปัญญาไทย จำนวน ๖๐ คน ศึกษาดูงานการจัดเก็บและการอนุรักษ์เอกสารโบราณ ณ ห้องมรดกอักษรา หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ โดยมีนางสาวปุณณภา สุขสาคร ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ พร้อมด้วยบุคลากรให้การต้อนรับและนำชม           ในการนี้ นางสาวก่องแก้ว วีระประจักษ์ อดีตนักภาษาโบราณเชี่ยวชาญ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านภาษาโบราณ สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากรและกรรมการแห่งชาติว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลก ของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ร่วมด้วยนางสาวเอมอร เชาวน์สวน อดีตนักภาษาโบราณเชี่ยวชาญ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านภาษาโบราณ สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร ได้ตรวจสอบและให้คำแนะนำเกี่ยวกับคัมภีร์ใบลาน เรื่อง ตำนานพระธาตุดอยสุเทพ เพื่อให้หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลต่อไป  


นีล, เฟรเดอริค อาร์เธอร์.  ชีวิตความเป็นอยู่ในกรุงสยาม ในทัศนะของชาวต่างประเทศระหว่าง พ.ศ. 2383-2384 (ค.ศ.1840-1841) ฉบับปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม.       พิมพ์ครั้งที่ 2.  กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2564. หนังสือแปลและเรียบเรียงเป็นภาษาไทยจากต้นฉบับภาษาอังกฤษเรื่อง Narrative of a Residence in Siam 1840 – 1841 โดย นายเฟรเดอริค อาร์เธอร์ นีล (Frederick Arthur Neale) ชาวอังกฤษที่ได้รับการชักชวนให้เดินทางสู่สยามเมื่อ พ.ศ. 2383 ในช่วงรัชกาลที่ 3 และได้มีโอกาสเข้ารับราชการในสยามทั้งในตำแหน่งทหารเรือและทหารบกในคราวเดียวกัน โดยเรื่องราวที่ผู้เขียนบันทึกไว้ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับสยามในฐานะราชอาณาจักรที่ยังมีความเจริญไม่มากนักแต่มั่งคั่งด้วยทรัพยากรธรรมชาติและการค้า นอกจากนี้ยังให้ข้อมูลเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของชาวสยามไว้ครบทุกด้าน มีภาพประกอบที่เป็นภาพวาดต้นแบบจากสถานที่จริงในเวลานั้น ซึ่งช่วยเสริมเนื้อหาให้มีความสมบูรณ์และเป็นหลักฐานชั้นต้นทางประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่ายิ่ง ศ       915.93      ศ528ชน   ห้องศิลปากร และหนังสือหายาก


การจัดสร้างราชรถปืนใหญ่ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร. กรุงเทพฯ:      กรมศิลปากร, 2561.  หนังสือให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาและความสำคัญในการจัดสร้างราชรถปืนใหญ่ การเตรียมความพร้อมในการจัดสร้างและการออกแบบ การเขียนแบบในส่วนของงานศิลปกรรมและการจัดสร้าง การปฏิบัติงานต่อหุ่นไม้แท่นฐานสิงห์ส่วนเชิญพระโกศ การแกะสลักลวดลายองค์ประกอบ การประกอบราชรถปืนใหญ่ การปิดทองและประดับกระจกส่วนประกอบราชรถปืนใหญ่ และราชรถปืนใหญ่ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงอาจกล่าวได้ว่าในการจัดสร้างราชรถปืนใหญ่เพื่อใช้ประกอบในงานพระราชพิธีนั้นต้องใช้ศิลปะงานช่างศิลปกรรมไทยหลายแขนงประกอบกัน           709.593           ศ528ก        ห้องศิลปากร    และหนังสือหายาก


พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ คิวชู ประเทศญี่ปุ่น. งานช่างศิลปกรรมและสุนทรียภาพไทย – ญี่ปุ่น.  กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2554.           หนังสือประกอบนิทรรศการงานช่างศิลปกรรมและสุนทรียภาพไทย – ญี่ปุ่น จัดขึ้น ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ระหว่างวันที่ 14 มกราคม – 13 มีนาคม 2555 นับเป็นนิทรรศการครั้งแรกที่สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร ได้ร่วมกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติคิวชู สำนักกิจการวัฒนธรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น ร่วมกันคัดเลือกโบราณวัตถุและศิลปวัตถุของทั้งสองประเทศ จำนวน 121 รายการ และนำมาจัดแสดงนิทรรศการร่วมกัน โดยเนื้อหาหนังสือประกอบนิทรรศการให้ข้อมูลรายละเอียดพร้อมภาพของโบราณวัตถุและศิลปวัตถุที่จัดแสดง ซึ่งจัดทำไว้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ            709.5            ศ528ง       ห้องศิลปากร    และหนังสือหายาก    


บุณยฤทธิ์ ฉายสุวรรณ และเรไร นัยวัฒน์.  ทุ่งตึกเมืองท่าการค้าโบราณ.  กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2550.           หนังสือเล่มนี้แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของดินแดนภาคใต้ โดยเฉพาะระบบการค้าในสมัยศรีวิชัยที่มีแหล่งโบราณคดีทุ่งตึกเป็นสื่อสะท้อนให้เห็นภาพเคลื่อนไหวของผู้คน ไม่เฉพาะในดินแดนทางภาคใต้ของประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังได้โยงความสัมพันธ์การติดต่อของของผู้คนไปยังดินแดนที่เป็นแหล่งอารยธรรมสำคัญๆ ของโลกในอดีตได้อย่างหลากหลาย นับได้ว่าเมืองทุ่งตึกนั้นเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญแห่งหนึ่งของไทย           959.385           บ626ท        ห้องศิลปากร    และหนังสือหายาก  


อาทิพร ผาจันดา.  สะพานชุดเทวดารังสรรค์ข้ามคลองผดุงกรุงเกษม.  กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2564.           หนังสือให้ความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาของการสร้างสะพานชุดข้ามคลองผดุงกรุงเกษม ที่ปรากฏนามสะพานพระราชทานคล้องจองกัน 5 แห่ง คือ เทเวศรนฤมิตร วิศสุกรรมนฤมาณ มัฆวานรังสรรค์ เทวกรรมรังรักษ์ และจตุรภักตร์รังสฤษฏ์ ซึ่งนามของสะพานทั้ง 5 แห่ง ล้วนมีความหมายว่าเทวดาเป็นผู้รังสรรค์ทั้งสิ้น ซึ่งผู้ศึกษาค้นคว้าและเรียบเรียงได้พิจารณาสอบค้นเอกสารชั้นต้น ซึ่งเป็นเอกสารต้นฉบับจัดเก็บไว้ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร โดยพิจารณาร่วมกับเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ราชกิจจานุเบกษา หนังสือพิมพ์ เป็นต้น           ศ      725.98      อ622ส   ห้องศิลปากร และหนังสือหายาก


อาทิพร ผาจันดา.  สะพานชุดเฉลิมพระเกียรติในประวัติศาสตร์ไทย.  กรุงเทพฯ: สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, 2563. หนังสือให้ความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาของการสร้างสะพานชุดเฉลิมพระเกียรติในประวัติศาสตร์ไทย ประกอบด้วยสะพานที่มีคำนำหน้าว่า “เฉลิม” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น จำนวน 17 แห่ง และสะพานที่มีคำนำหน้าว่า “เจริญ” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น จำนวน 7 แห่ง ทั้งสะพานชุด “เฉลิม” และสะพานชุด “เจริญ” ล้วนสร้างขึ้นมาจากพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์ ที่ทรงบริจาคพระราชทานทรัพย์พระราชทานสร้างสิ่งอนุสรณ์สาธารณประโยชน์ เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา โดยผู้ศึกษาค้นคว้าและเรียบเรียงได้พิจารณาสอบค้นจากเอกสารชั้นต้น ซึ่งเป็นเอกสารต้นฉบับจัดเก็บไว้ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร ร่วมกับเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง           ศ      725.98      อ622ส   ห้องศิลปากร และหนังสือหายาก




         กรมศิลปากร โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอเชิญผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดสื่อสร้างสรรค์ประเภทภาพถ่ายและคลิปวิดีโอสั้น ในหัวข้อ เรือพระราชพิธี: เบื้องหลังความงดงามกับการสืบสานงานศิลป์ ชิงเงินรางวัลรวม 49,000 บาท กำหนดส่งผลงานถึง 31 กรกฎาคม 2569            พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี จัดการประกวดสื่อสร้างสรรค์ประเภทภาพถ่ายและคลิปวิดีโอสั้น เพื่อส่งเสริมการรับรู้และความเข้าใจแก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เกี่ยวกับคุณค่าทางศิลปะและประวัติศาสตร์ของเรือพระราชพิธี ในบริบทที่เกี่ยวเนื่องกับพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร พุทธศักราช 2569 โดยผลงานที่ส่งเข้าประกวดต้องถ่าย ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ภายใต้หัวข้อ เรือพระราชพิธี: เบื้องหลังความงดงามกับการสืบสานงานศิลป์ เนื้อหาสื่อถึงการซ่อมแซมและประดับตกแต่งเรือพระราชพิธี เผยแพร่ความรู้ด้านประวัติศาสตร์เรือพระราชพิธี หรือแง่มุมอื่น ๆ ที่สะท้อนคุณค่า ความงดงาม และการสืบสานมรดกศิลปวัฒนธรรมไทย การประกวดแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่            ประเภทภาพถ่าย ผู้ส่งผลงานต้องเป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา กำลังศึกษาในสถาบันการศึกษา อายุไม่เกิน 25 ปี   โดยส่งผลงานได้ไม่เกินคนละ 3 ภาพ เป็นภาพถ่ายดิจิทัลสีแนวตั้งหรือแนวนอน ที่บันทึกระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ถึงวันหมดเขตรับผลงาน ไม่จำกัดประเภทของกล้องถ่ายภาพ และผู้สมัครสร้างสรรค์ขึ้นด้วยตนเอง ทั้งนี้ ภาพที่ส่งเข้าประกวดต้องสร้างสรรค์ด้วยฝีมือมนุษย์เท่านั้น และต้องไม่เคยได้รับรางวัลจากการประกวดที่ใดมาก่อน             ประเภทคลิปวิดีโอสั้น ความยาวไม่น้อยกว่า 1 นาที ไม่เกิน 3 นาที แบ่งเป็นระดับนักเรียน นิสิต นักศึกษากำลังศึกษาในสถาบันการศึกษา อายุไม่เกิน 25 ปี และระดับบุคคลทั่วไป สัญชาติไทย โดยสามารถส่งผลงานได้เพียง 1 ชิ้น ไม่จำกัดรูปแบบ วิธีการ เทคนิคการนำเสนอ และอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับถ่ายทำ โดยคลิปหรือภาพนิ่งในผลงานที่ส่งเข้าประกวดจะต้องถูกบันทึกระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ถึงวันหมดเขตรับผลงาน และไม่เคยผ่านการนำไปเผยแพร่ที่ใดมาก่อน            ผู้สนใจส่งผลงานเข้าประกวดสามารถลงทะเบียนและเข้าถ่ายภาพ/วิดีโอที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ได้ในวันและเวลาเปิดให้บริการของพิพิธภัณฑ์ ศึกษารายละเอียด กติกาการประกวด และดาวน์โหลดใบสมัคร ได้ที่เพจ Facebook พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี กำหนดส่งผลงาน ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน - 31 กรกฎาคม 2569 ประกาศผลการตัดสินวันที่ 21 สิงหาคม 2569 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 0 2424 0004 หรือ Facebook “Royal Barges National Museum : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี” https://www.facebook.com/RoyalBargesNationalMuseum 


วันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๘.๐๐ น. นางปริญญา สุขใหญ่ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ เข้าร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระศพและลงนามแสดงความอาลัยเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ โดยมีนายประภาส ศรีจันทร์เวียง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธาน


black ribbon.