ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,379 รายการ


สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงประกอบพิธีสมโภชและทรงสวมพระรัศมีทองคำประดับเพชรถวายพระพุทธสิหิงค์         วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา ๐๘.๕๕ น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีสมโภชและทรงสวมพระรัศมีทองคำประดับเพชรถวายพระพุทธสิหิงค์ ณ พระที่นั่งพุทธไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยมี ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ผู้บริหาร ข้าราชการกรมศิลปากร และประชาชน เฝ้า ฯ รับเสด็จ         โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กราบบังคมทูลรายงานการบูรณะพระพุทธสิหิงค์ เจ้าพนักงานพระราชพิธีอัญเชิญพระรัศมีทองคำประดับเพชร เข้าถวาย ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมพระรัศมีทองคำประดับเพชร จากนั้นพระราชทานพระรัศมีทองคำประดับเพชรแก่อธิบดีกรมศิลปากรอัญเชิญไปสวมถวายพระเศียรพระพุทธสิหิงค์ภายในพระที่นั่งพุทธไธสวรรย์ แล้วจึงเสด็จออกจากพลับพลาพิธีไปยังพระที่นั่งพุทธไธสวรรย์ ทรงวางพวงมาลัยถวายสักการะพระพุทธสิหิงค์          พระพุทธสิหิงค์ ที่ประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมืองที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยให้ความเคารพสักการะมาอย่างยาวนาน ด้วยพุทธลักษณะอันงดงามตามแบบศิลปะล้านนา พุทธศักราช ๒๕๖๘ กรมศิลปากรได้ดำเนินโครงการอนุรักษ์พระพุทธสิหิงค์ เนื่องจากตรวจสอบพบว่าองค์พระพุทธสิหิงค์มีความเสื่อมสภาพหลายประการ และพบหลักฐานว่ามีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบศิลปกรรมจากของแท้ดั้งเดิม นับแต่พระรัศมี ยอดฉัตร ระย้าที่ห้อยระบายฉัตร กรมศิลปากรจึงได้ดำเนินการบูรณะพระพุทธสิหิงค์ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ยึดหลักการรักษาคุณค่าความเป็นของแท้ดั้งเดิมให้มากที่สุด เพื่อธํารงรักษางานพุทธศิลป์ให้เป็นไปตามหลักวิชาการและสอดคล้องกับจารีตประเพณี และดำเนินการหล่อพระรัศมีพระพุทธสิหิงค์ ด้วยทองคำลงยาประดับเพชรตามหลักฐานเดิม สันนิษฐานจากภาพถ่ายเก่าและรูปลักษณะพระรัศมีปัจจุบัน เปรียบเทียบกับพระรัศมีของพระพุทธสิหังคปฏิมากร พระประธานในพระวิหารหลวง วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร ซึ่งจำลองจากพระพุทธสิหิงค์ ในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ โดยประดับเพชรเม็ดใหญ่ที่ใจกลางของเปลวรัศมี ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวม ๒ เม็ด และที่ใจกลางกลีบบัวฐานพระรัศมี ๘ เม็ด ในการนี้มีประชาชนผู้มีจิตศรัทธามีส่วนร่วมบริจาคทองคำแท่ง และทองรูปพรรณ เพื่อนำมาหล่อพระรัศมีทองคำถวายแด่พระพุทธสิหิงค์ด้วย


สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเปิดอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ จังหวัดปทุมธานี           วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา ๑๔.๐๙ น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๘ ณ ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยมี ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ผู้บริหารและข้าราชการกระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานในจังหวัดปทุมธานี และประชาชน เฝ้าฯ รับเสด็จ         โอกาสนี้ นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กราบบังคมทูลเบิกผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่นและผู้สนับสนุนการดำเนินงานด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๘ จำนวน ๑๘ ราย เข้ารับพระราชทานเข็มเกียรติคุณวันอนุรักษ์มรดกไทย จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินเข้าภายในอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ ทรงกดปุ่มเปิดแพรคลุมป้ายอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ ทอดพระเนตรนิทรรศการความเป็นมาของกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ และห้องปฏิบัติการอนุรักษ์โบราณวัตถุประเภทต่าง ๆ อาทิ ห้องปฏิบัติการอนุรักษ์โลหะวัตถุ ห้องปฏิบัติการอนุรักษ์จิตรกรรม ห้องปฏิบัติการอนุรักษ์โบราณวัตถุขนาดใหญ่ ห้องปฏิบัติการอนุรักษ์โบราณวัตถุประเภทชุ่มน้ำ         กรมศิลปากรได้น้อมนำกระแสพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เกี่ยวกับแนวทางการกําจัดสนิมพระแสงขรรค์เมื่อแรกพบจากกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นต้นทางการจัดตั้งงานวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์โบราณวัตถุของกรมศิลปากร เมื่อพุทธศักราช ๒๕๑๓ พร้อมจัดสร้างอาคารซ่อมสงวนรักษาศิลปโบราณวัตถุ ในบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กระทั่งปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๔ กรมศิลปากร เริ่มจัดสร้างอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์แห่งใหม่อยู่คู่กับอาคารคลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ในพื้นที่ศูนย์ราชการกรมศิลปากร ตําบลคลองห้า อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เพื่อรองรับเทคโนโลยีสนับสนุนการศึกษาวิจัยและอุปกรณ์เครื่องมือด้านการอนุรักษ์โบราณวัตถุที่ทันสมัยขึ้น          ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ มีขนาดพื้นที่ใช้สอยภายในรวม ๓,๓๔๗ ตารางเมตร ประกอบด้วย อาคารปฏิบัติการหลัก สูง ๔ ชั้น แบ่งเป็นส่วนปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ และส่วนปฏิบัติการอนุรักษ์โบราณวัตถุ อาคารอนุรักษ์โบราณวัตถุ ประเภทชุ่มน้ำ สําหรับอนุรักษ์โบราณวัตถุที่พบจากพื้นที่ชุ่มน้ำ หรือแหล่งโบราณคดีใต้น้ำ มีระบบควบคุมอากาศที่ดี เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น และมีเครื่องมืออุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่เพิ่มประสิทธิภาพการทํางาน นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่บริการความรู้ ได้แก่ ห้องสมุด ห้องประชุม และโถงนิทรรศการเผยแพร่ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ ถือเป็นการยกระดับงานวิทยาศาสตร์และการศึกษาวิจัยด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของไทยที่ครบถ้วน มีมาตรฐานระดับสากล และยังเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยน การถ่ายทอดองค์ความรู้ ด้านการปฏิบัติการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม และทรัพยากรสารสนเทศด้านการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมนานาชาติที่ทันสมัย เพื่อให้บริการประชาชน และเป็นศูนย์กลางความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมระดับภูมิภาคต่อไป


         พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง จังหวัดภูเก็ต พิพิธภัณฑ์ที่ทำให้เราได้ย้อนไปกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีในพื้นที่ภาคใต้ชายฝั่งทะเลอันดามันผ่านนิทรรศการการบอกเล่าเรื่องราว โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุตามยุคสมัย เริ่มตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ แรกเริ่มประวัติศาสตร์ การค้าเมืองท่าโบราณ การปรากฏหลักฐานการเข้ามาของอักษรภาษาเขียน ศาสนาในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน ข้อมูลหลักฐานเริ่มต้นเมืองถลางสู่มณฑลภูเก็จ ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ของผู้คนที่อาศัยบนเกาะภูเก็ตตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน          ห้องที่ 1 ยุคก่อนประวัติศาสตร์ แรกเริ่มการค้า และเมืองท่าโบราณ ภายในห้องจัดแสดงห้องแรกจะเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับยุคก่อนประวัติศาสตร์ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน ซึงมีพัฒนาการมาอย่างยาวนานกว่าสามหมื่นปีมาแล้ว โดยการบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตของมนุษย์ในสมัยที่ยังคงดำรงชีวิตด้วยการหาของป่าล่าสัตว์ ผ่านโบราณวัตถุประเภทเครื่องมือหิน เครื่องมือกระดูกสัตว์ และภาพเขียนสี          ต่อมาเมื่อมนุษย์เริ่มมีการขยายตัวทางสังคมและมีการติดต่อกันกับผู้คนภายนอกมากขึ้น จึงเริ่มปรากฏหลักฐานการเข้ามาของพ่อค้านักเดินเรือมายังแถบชายฝั่งทะเลอันดามัน มีทั้งชาวอินเดีย ชาวจีน และชาวเปอร์เซียอาหรับ ที่ได้เดินทางเข้ามาทำการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้า มีการบันทึกถึงเมืองท่าสำคัญในดินแดนแถบนี้คือ “เมืองตักโกลา” ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๗ - ๑๖ โดยสันนิษฐานว่ามีการเปลี่ยนศูนย์กลางไปเรื่อย ๆ ในแต่ละช่วงเวลา ทำให้พื้นที่แถบนี้กลายเป็นเมืองท่าทางการค้าที่สำคัญในอดีต ที่ตั้งอยู่ระหว่างโลกตะวันตกกับโลกตะวันออก จนได้ชื่อว่า “ดินแดนสุวรรณภูมิ” ซึ่งได้มีการจัดแสดงโบราณวัตถุที่แสดงให้เห็นถึงการเข้ามาของพวกพ่อค้าชาติต่าง ๆ ดังปรากฏหลักฐานเรือโบราณ และข้าวของเครื่องใช้ เครื่องประดับ          ซึ่งการเข้ามาของชาวอินเดียยังส่งอิทธิพลอะไรอีกมากมายให้กับคนในพื้นที่แถบนี้ ห้องต่อไปมีอะไร รอติดตามกันได้ในครั้งต่อไป พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง เปิดให้เข้าชม ทุกวันพุธ – วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย ๒๐.- บาท ชาวต่างชาติ ๑๒๐.- บาท คณะหน่วยงาน สถานศึกษา สนใจเข้าชม ติดต่อสอบถาม โทร. ๐๗๖ - ๓๗๙๘๙๕ หรือสอบถามผ่านทางกล่องข้อความ Thalang National Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง https://www.facebook.com/ThalangNationalMuseum 


        พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี นำกิจกรรมพิพิธภัณฑ์สัญจร และ กิจกรรม Workshop ไปร่วมจัดในงาน “พิศภาพ เพลินเพลง 1+2” ภายในงานมีนิทรรศการภาพถ่ายที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมุมมองศิลป์ และผสานเสียงดนตรีโฟล์คซองอันละเมียดละไม พร้อมกิจกรรม Workshop, DIY ที่สร้างสรรค์ และสินค้า OTOP คุณภาพอีกมากมาย ให้คุณได้เดินชม ช้อป ชิลล์ และสัมผัสเสน่ห์ความเป็นปราจีนบุรีอย่างงดงาม…ในพื้นที่เดียว ขอเชิญทุกท่านร่วมเปิดประสบการณ์แห่งสุนทรียะ ระหว่างวันที่ 1 - 6 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานโปรโมชั่นประตูพาวเวอร์บาย ชั้น 1 โรบินสันไลฟ์สไตล์ ปราจีนบุรี 


นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมเมืองโบราณโนนเมือง ประจำเดือนมกราคม 2568 รวมทั้งหมด 418 คน ดังนี้* ชาวไทย                    ชาย 126 คน หญิง 133 คน รวมเป็น  259 คน* ชาวต่างชาติ               ขาย 12 คน หญิง 4 คน รวมเป็น 16 คน* นักเรียน/นักศึกษา        ชาย 40 คน หญิง 52 รวมเป็น 92 คน * นักบวช                     ชาย 3 คน หญิง 0 คน รวมเป็น 3 คน* แขกราชการ                ชาย - คน หญิง - คน รวมเป็น - คน* ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป)     ชาย 20 คน หญิง 28 คน รวมเป็น 48 คน


วันที่ 31 มกราคม 2569 หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก กาญจนบุรี -จัดกิจกรรม “ตัวอักษรป่วนชวนคิด” -ในโครงการ KIDs เรียนรู้ @หอสมุดแห่งชาติฯ กาญจนบุรี -ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย เด็ก เยาวชน และผู้ปกครอง จำนวน 12 คน -เดือนหน้ามีกิจกรรมอะไร ติดตามเพจกันด้วยนะคะ


          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร ขอเชิญร่วมงานศิลป์ในสวน ปีที่ ๑๐ ครั้งที่ ๒๓ พบกับกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ "ศิลป์ไทยโบราณ ลูกหลานอนุรักษ์" โดยมีกิจกรรมระบายสีกระเป๋าผ้า และระบายสีภาพโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ในวันอาทิตย์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ตั้งแต่เวลา ๑๖.๐๐ - ๑๙.๓๐ น. มาพบกับพี่สิงห์ทวารบาล ผู้รักษาโบราณสถานที่ซุ้มงาน Art ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร ณ บริเวณลานจอดรถ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร (เขตภายในกำแพงเมือง) จังหวัดกำแพงเพชร นอกจากนี้ สำหรับท่านที่แต่งตัวย้อนยุค หรือนักรบผู้รักสันติภาพ สามารถมาเล่นการ์ดเกม รับของที่ระลึกฟรีได้อีกด้วย 


วันศุกร์ที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๙ นางสาวปุณณภา สุขสาคร ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ พร้อมด้วยนางวรรณภา ปะวิโน บรรณารักษ์ชำนาญการ เข้าร่วมพิธีเปิดงานวัฒนธรรมสร้างสรรค์ สีสันแห่งการท่องเที่ยว ชาติพันธุ์ล้านนา โดยมีนายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ ๘๒ พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่


         เชิญชวนผู้ใช้บริการ มาบอกเล่าหนังสือเล่มโปรดที่ให้บริการอ่าน ณ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ กับกิจกรรม “The One & Only: My Beloved Book Story @ NL.CNX” “เล่มเดียวโดนใจ กับหอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่”          ไม่ว่าจะเป็นหนังสือทั่วไป หนังสือมรดกอักษรา หนังสือมรดกล้านนา หนังสือมรดกกรมศิลป์ หนังสือหายาก หนังสือเด็กและเยาวชน หนังสือภาษาต่างประเทศ เช่น หนังสือเกาหลี เป็นต้น           ท่านสามารถเลือกอ่านเล่มใดก็ได้ โดยเขียนแนะนำหนังสือให้น่าสนใจ เล่าถึงความประทับใจเกี่ยวกับหนังสือและ/หรือความประทับใจที่มีต่อหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่   - ลุ้นรับรางวัลต่อเดือน -    รางวัลที่ ๑ เงินรางวัล ๑,๐๐๐ บาท จำนวน ๑ รางวัล    รางวัลที่ ๒ เงินรางวัล ๕๐๐ บาท จำนวน ๑ รางวัล    รางวัลที่ ๓ เงินรางวัล ๓๐๐ บาท จำนวน ๑ รางวัล - สามารถขอรับแบบฟอร์มร่วมกิจกรรมได้ที่เจ้าหน้าที่ประจำห้องบริการ - ระยะเวลาการจัดกิจกรรม เดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน ๒๕๖๙ ***สงวนสิทธิ์สำหรับผู้มาใช้บริการที่หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ เท่านั้น ***          We invite everyone to share their favorite book available for reading at the Ratchamangklaphisek National Library, Chiang Mai or NL.CNX with "The One & Only: My Beloved Book Story @NL.CNX"           Including: general books, Thai traditional books, Lanna culture books, the Fine Arts Department books, rare books, children's and young adult books, or foreign language books such as Korean books.          Select any book your beloved one, write an interesting book recommendation! Share your impressions of books and/or your experience at NL.CNX. - Win prizes of the month! -    1st Prize: 1,000 THB    2nd Prize: 500 THB    3rd Prize: 300 THB - Application forms are available from the library staff. - Activity duration: [Specify duration] February – April 2026


วันเสาร์ที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๕.๐๐ น. นางสาวปุณณภา สุขสาคร ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ พร้อมด้วยบรรณารักษ์ และเจ้าหน้าที่ ร่วมจัดกิจกรรมฐาน " มัทนะพาธา กุหลาบแห่งรัก " ประดิษฐ์ดอกกุหลาบจากกระดาษเหลือใช้ พร้อมทั้งจัดแสดงหนังสือ เรื่อง มัทนะพาธา แก่ผู้ที่สนใจ ในงานมหกรรมนิทานสร้างเมือง ครั้งที่ ๖ “Bookstart : หนังสือ-นิทาน คือจุดเริ่มต้น” โดยมีนางสุดใจ พรหมเกิด ประธานมูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานในพิธีเปิด ร่วมกับนายพิชัย เลิศพงษ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ณ สวนสาธารณะสถานีรถไฟเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่


วันเสาร์ที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๙ นางสาวปุณณภา สุขสาคร ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวาระครบ ๑๐๐ วัน (สตมวาร) แห่งการสวรรคต ณ อาคารรวงผึ้ง ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่


วันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2569 นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการสำรวจ ศึกษา และกำหนดแนวทางการบูรณะโบราณสถานที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา โดยมีคณะกรรมการเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 8 กรมศิลปากร เทเวศร์



        สำนักการสังคีต กรมศิลปากร จัดโครงการดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๙ “สังคีตสุนทรีย์ถวายพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมด้านดนตรีและนาฏศิลป์ โดยจัดการแสดงหลายประเภท ทั้งการแสดงโขน การแสดงละคร การแสดงวิพิธทัศนา การบรรเลงและขับร้องดนตรีไทย การบรรเลงและขับร้องดนตรีสากล สลับสับเปลี่ยนกันไปในทุกวันอาทิตย์ ระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๙ จำนวน ๖ ครั้ง ตั้งแต่เวลา ๑๗.๓๐ น. - ๑๙.๓๐ น. ณ สังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ค่าเข้าชมการแสดงคนละ ๒๐ บาท นำส่งเป็นเงินรายได้แผ่นดิน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์สืบสานศิลปวัฒนธรรมด้านนาฏดุริยางคศิลป์ของชาติ ให้คงอยู่และแพร่หลายไปอย่างกว้างขวาง          อีกหนึ่งรายการสำคัญคือ การแสดงสมโภชพระพุทธสิหิงค์ เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีสมโภชและทรงสวมพระรัศมีทองคำประดับเพชรถวายพระพุทธสิหิงค์ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร รายการแสดงประกอบด้วย การแสดงระบำสัตตบุษย์มงกุฎแห่งวารี รำถวายมือองค์ปะตาระกาหลา และการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดกษิรชลมณโฑ นอกจากนี้ สำนักการสังคีต ยังได้สร้างสรรค์การแสดงขึ้นใหม่ คือ การแสดงสมโภช ชุด “พระพุทธสิหิงค์ มิ่งมหามงคล” บอกเล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาของพระพุทธสิหิงค์ จะจัดให้ประชาชนได้ชมในวันจันทร์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๓๐ น. ณ เวทีสังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร         ขอเชิญชวนผู้สนใจชมการแสดงโครงการดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๙ “สังคีตสุนทรีย์ถวายพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ทุกวันอาทิตย์ ระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๙ และการแสดงสมโภชพระพุทธสิหิงค์ ในวันจันทร์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๓๐ น. ณ เวทีสังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ………………………………………………………………………….. โครงการดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๙ “สังคีตสุนทรีย์ถวายพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ครั้งที่ ๑ การแสดงเนื่องในวันเปิดโครงการแสดงดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๙ วันอาทิตย์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ๑) การบรรเลง - ขับร้องดนตรีสากล     เป็นการบรรเลงและขับร้องเพลงไทยสากล เพลงลูกกรุง เพลงลูกทุ่ง ฯลฯ  โดยศิลปินจากกลุ่มดุริยางค์สากล สำนักการสังคีตกรมศิลปากร ๒) รำถวายอาลัย “พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ดวงประทีปทองส่องแผ่นดิน”         การแสดงชุดนี้ แสดงถึงความอาลัยถวายและเทิดพระเกียรติคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐอย่างใหญ่หลวงต่อพสกนิกรชาวไทย ๓) ระบำวานรพงศ์         เนื่องด้วยปีนักษัตรพระบรมราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงนั้นตรงกับ “ปีวอก” สำนักการสังคีต กรมศิลปากร จึงได้เลือก “ระบำวานรพงศ์” มาจัดแสดงขึ้นในครั้งนี้ เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชชนนี   พันปีหลวง ที่ทรงเป็นผู้อนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างให้ยั่งยืน ระบำวานรพงศ์ จัดแสดงครั้งแรกในแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดหนุมานชาญสมร  ณ โรงละครแห่งชาติ ปี ๒๕๒๗ ปรากฏอยู่ในการแสดงช่วงที่หนุมานได้นำไพร่พลวานรมาสวามิภักดิ์ต่อพระราม เป็นระบำที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อแสดงทักษะความสามารถ สี และลักษณะการแต่งกายของตัวละครฝ่ายลิง          การแสดงชุดนี้เป็นการแสดงแนะนำตัวละครฝ่ายพลับพลา ซึ่งเป็นเหล่าไพร่พลวานรทั้งสองเมือง ได้แก่เมืองขีดขิน และเมืองชมพู จะเป็นการแนะนำชื่อและอิทธิฤทธิ์ของตัวละครเสนาลิง ๑๘ ตัว เรียกว่า เสนาลิง   สิบแปดมงกุฎ และพญาวานรทั้ง ๗ ตนที่อยู่ในกองทัพของพระราม ออกแบบการแสดงและประพันธ์บทการแสดงโดย นายเสรี หวังในธรรม ศิลปินแห่งชาติ ประดิษฐ์ท่ารำโดยนายกรี วรศะริน ศิลปินแห่งชาติ บรรจุเพลงโดย นายจิรัส อาจณรงค์   ๔) รำถวายมือองค์ปะตาระกาหลา (แต่งกายแบบชวา)         การแสดงชุดนี้สร้างสรรค์สร้างจากบทละคร เรื่องอิเหนา พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย กำหนดให้ผู้แสดงแต่งกายแบบชวา เพื่อให้มีความกลมกลืนสอดคล้องกับทำนองเพลงไทยสำเนียงชวาที่ใช้บรรเลงและขับร้องประกอบการแสดง ๕) โขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดกษิรชลมณโฑ        การแสดงโขนในตอนนี้ แสดงให้เห็นถึงความรักของนางมณโฑผู้เป็นมารดาที่มีต่ออินทรชิตโอรสของตน โดยนางมณโฑนั้นได้รับพรจากพระอุมา ให้ตนเองมีน้ำนมที่สามารถรักษาพิษและรักษาแผลจากศาสตราวุธได้ หลังจากอินทรชิตต้องศรของพระลักษมณ์แล้ว อินทรชิตได้กลับไปดื่มนมจากนางมณโฑจึงสามารถถอนพิษจากศรของพระลักษมณ์ได้ ครั้งที่ ๒ รายการ “สืบสานภูมิปัญญา ศาสตร์วิทยาดุริยางคศิลป์” วันอาทิตย์ที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ การบรรเลงและขับร้องดนตรีไทย นำเสนอให้เห็นถึงความไพเราะของเพลงไทยเเละลักษณะของวงดนตรีไทยประเภทต่าง ๆ รายการแสดงประกอบด้วย         ๑) การบรรเลงโหมโรงเพลงมะลิเลื้อย ออกสระหม่า บรรเลงด้วยวงเครื่องสายปี่ชวา          ๒) การบรรเลงเพลงพม่าห้าท่อนเถา บรรเลงด้วยวงเครื่องสายเครื่องเดี่ยว         ๓) การบรรเลงเพลงแขกโอดสามชั้น บรรเลงด้วยวงปี่พาทย์ไม้แข็ง          ๔) การบรรเลงเพลงเรื่องนางหงส์หกชั้น ออกเพลงชุดสิบสองภาษา บรรเลงด้วยวงปี่พาทย์นางหงส์ โดยการบรรเลงและขับร้องในชุดนี้ จะมีการออกตัวผู้แสดงตามเชื้อชาติและสำเนียงภาษาของเพลงด้วย         การบรรเลง - ขับร้อง และการแสดง แสดงโดยศิลปินของสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ครั้งที่ ๓ การบรรเลง - ขับร้องวงดุริยางค์สากล “ลูกทุ่งออร์เคสตรา” วันอาทิตย์ที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙         การบรรเลงและขับร้องเพลงสากล เพลงไทยลูกทุ่ง โดยใช้วงออร์เคสตราบรรเลงประกอบการขับร้อง ฯลฯ  โดยศิลปินจากกลุ่มดุริยางค์สากล สำนักการสังคีต  กรมศิลปากร ครั้งที่ ๔ การบรรเลง - ขับร้องวงดุริยางค์สากล “ลมหวน ชวนคิดถึง เพลงวันวาน” วันอาทิตย์ที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๙         การบรรเลงและขับร้องเพลงสากล เพลงไทยสากล ฯลฯ โดยศิลปินจากกลุ่มดุริยางค์สากล สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ครั้งที่ ๕ รายการวิพิธทัศนา วันอาทิตย์ที่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๙ ๑) การบรรเลงและขับร้องเพลงแขกสาหร่ายประกอบการแสดงตาโบวิวังต์ เรื่องวิวาหพระสมุท         การแสดงชุดนี้ นำเสนอให้เห็นถึงการบรรเลงและขับร้องเพลงไทยที่ผสมผสานกันระหว่างดนตรีไทย และดนตรีสากล โดยมีการแสดงละครภาพนิ่ง (ตาโบวิวังต์) เพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับชมด้วย๒) ระบำบานไม้ประดับมุก สุขศรีญี่ปุ่น - ไทย         การแสดงชุดนี้ สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ เนื่องในโอกาสที่วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ร่วมกับสำนักช่าง   สิบหมู่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยความร่วมมือจากสถาบันวิจัยมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น (Tokyo National Research Institute for Cultural Properties: TNRICP) ได้จัดนิทรรศการและสัมมนาวิชาการ ในหัวข้อเรื่อง “ราชประดิษฐ ฯ วิจิตรศิลป์ สานสัมพันธ์สองแผ่นดิน งานศิลป์ประดับมุก” เมื่อวันพุธที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๘ ณ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานครบทขับร้องประกอบการแสดง กล่าวถึงความงามของบานไม้ประดับมุกศิลปะสกุลช่างของญี่ปุ่น ซึ่งสามารถบูรณาการกับศิลปะสกุลช่างของไทยได้อย่างสวยงามลงตัว๓) ละครเบิกโรง เรื่องนิลบรรพตเทพสุดา เทพเจ้าแห่งงานช่างสตรี        การแสดงละครนี้สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากบทโองการไหว้ครูช่าง ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราไชย ซึ่งกล่าวถึงนางนิลบรรพตเทพสุดา  เทพเจ้าครูช่างคหรรมฝ่ายสตรีและเทวีแห่งการค้าขาย ภาคหนึ่งของพระวิษณุกรรม โดยการแสดงละครเรื่องนี้  นำเสนอให้เห็นถึงประวัติความเป็นมาและการประทานพรของนางนิลบรรพตเทพสุดา นอกจากนี้ยังมีการนำกระบวนท่ารำเพลงหน้าพาทย์ของคุณหญิงนัฏกานุรักษ์ (เทศ สุวรรณภารต) อดีตผู้ควบคุมหมวดนาฏศิลป กรมศิลปากร ซึ่งใกล้สูญหายมาใช้ในประกอบอยู่ในการแสดงละครเรื่องนี้ด้วย ๔) ระบำศิลปหัตถกรรม        การแสดงชุดนี้ สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดงานหัตถกรรมแบบงานช่างสตรีชาววัง ที่สะท้อนภูมิปัญญาศาสตร์และศิลป์เชิงช่างที่บรรพบุรุษได้ประดิษฐ์และออกแบบให้สอดคล้องกับขนบธรรมเนียมประเพณีไทย บทประพันธ์บรรยายถึงงานหัตถกรรม ๗ ประเภท ซึ่งล้วนมีความประณีตพิถีพิถันและหลากหลาย ได้แก่ งานบายศรี งานร้อยมาลัย งานปักสะดึง งานพุ่มเทียน งานทอผ้า งานแกะสลัก และงานจักสาน ซึ่งงานศิลปหัตถกรรมนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงให้ความห่วงใยและสนพระทัยราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง การแสดงชุดนี้ จึงสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระองค์ในฐานะผู้ทรงเป็นองค์อุปถัมภกงานศิลปหัตถกรรมของไทย ๕) ระบำอัฐโลกบาล          ระบำอัฐโลกบาล เป็นระบำที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ กล่าวถึงท้าวโลกบาลทั้ง ๘ องค์ ผู้ประจำรักษาทิศทั้ง ๘ ทิศ รวมไปถึงอาวุธและพาหนะทรงของเทพแต่ละองค์ ซึ่งปรากฏอยู่ในโคลงแถลงระเบียบระบำแบบหลวง เรื่องศุภลักษณ์วาดรูป พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว๖) ละครพันทาง เรื่องผู้ชนะสิบทิศ ตอนบ้านขุนวัง         ผู้ชนะสิบทิศ บทประพันธ์ของยาขอบ ได้ถูกนำมาสร้างเป็นการแสดงละครพันทางของกรมศิลปากร โดยนายเสรี หวังในธรรม ศิลปินแห่งชาติ สำหรับการแสดงการแสดงละครพันทาง เรื่องผู้ชนะสิบทิศ ตอนบ้านขุนวัง  มีเนื้อเรื่องย่อดังนี้          หลังจากที่มหาเถรกุโสดอได้ทูลขอชีวิตจะเด็ดต่อพระเจ้าเมงกะยินโยและให้สัญญาว่าจะคอยดูแลจะเด็ด มิให้ก่อเรื่องเดือดร้อนและเข้าวังอีก เมื่อมหาเถรพาจะเด็ดมาพำนักอยู่ที่วัดกุโสดอได้สั่งห้ามจะเด็ดเข้าวังเป็นอันขาด เหตุนี้จึงทำให้จะเด็ดว้าวุ่นใจ ด้วยทั้งห่วงแม่นมเลาชีกับห่วงและคิดถึงตะละแม่จันทรา จึงคิดขัดคำสั่งมหาเถรและเฝ้าคอยโอกาสที่จะลักลอบเข้าวัง ครั้นยามดึกสงัดของคืนหนึ่ง จะเด็ดได้ลอบย่องออกจากกุฏิด้วยคิดว่ามหาเถรจำวัดแล้ว แต่มหาเถรก็ล่วงรู้นิสัยใจคอของศิษย์รักเป็นอย่างดี จึงคอยเฝ้าระมัดระวังมิให้จะเด็ดคลาดสายตา เมื่อเห็นพฤติกรรมของศิษย์รักแล้ว มหาเถรจึงเป็นกังวลว่าสักวันหนึ่งจะเด็ดต้องได้รับโทษเพราะแอบเข้าวังไปหาตะละแม่จันทราอีก จึงตัดสินใจนำจะเด็ดไปฝากไว้ที่บ้านขุนวังทะกะยอดิน ครั้งที่ ๖ การแสดงวันปิดกิจกรรมการแสดงดนตรีสำหรับประชาชนปีที่ ๖๙ การแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดอานุภาพรามราชจักรี วันอาทิตย์ที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๙         เนื้อเรื่องการแสดงโขนในตอนนี้ กล่าวถึง พระอิศวรมีเทวะบัญชาให้พระนารายณ์อวตารไปเป็นพระราม เพื่อปราบบรรดาอสูรและมารร้ายที่เบียดเบียนมนุษย์โลก พร้อมประทานพรให้ จักร สังข์ ตรี บัลลังก์นาค และคทา ไปจุติเป็นโอรสของท้าวทศรถแห่งกรุงศรีอยุธยา แต่ละองค์นามว่า พระพรต พระลักษมณ์ และพระสัตรุด ตามลำดับ ให้บรรดาเหล่าเทวดาและอสูรเทพบุตร ลงมาจุติเป็นพลวานรในกองทัพของพระราม ส่วนพระลักษมีให้ลงไปจุติเป็นนางสีดา ธิดาของทศกัณฐ์เจ้ากรุงลงกา โดยให้นางสีดาเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งจนนำไปสู่การสู้รบกันระหว่างพระรามและทศกัณฐ์           กาลต่อมาพระราม พระลักษมณ์ และกองทัพวานร ได้ออกเดินทางติดตามนางสีดาที่ถูกทศกัณฐ์ลอบลักไปไว้ยังกรุงลงกา และได้พบกับพิเภกน้องชายของทศกัณฐ์ที่ถูกขับไล่ออกจากเมือง พิเภกได้ดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยา และเข้าสวามิภักดิ์ต่อพระรามเพื่อคอยช่วยเหลือการศึกให้แก่กองทัพของพระรามโดยเหตุที่พิเภกถูกขับไล่ออกจากเมืองนั้น เนื่องจากทศกัณฐ์กริ้วโกรธที่พิเภกทำนายฝันร้ายของทศกัณฐ์และขอให้ส่งนางสีดาคืน แก่พระราม เมื่อทราบข่าวว่าพิเภกเข้าร่วมในกองทัพของศัตรู ทศกัณฐ์จึงให้กุมภกรรณ อุปราช กรุงลงกาออกไปทำศึกกุมภกรรณได้เข้ารบกับพระรามและถูกพระรามแผลงศรสังหาร ก่อนตายกุมภกรรณได้เห็นพระรามเป็นพระนารายณ์จึงได้สำนึกผิด และเรียกพิเภกเข้ามากำชับสอนสั่งให้จงรักภักดีต่อพระราม                เมื่อทศกัณฐ์ทราบข่าวการตายของกุมภกรรณจึงโกรธแค้น ยกทัพออกทำศึกกับพระราม พระรามได้แผลงศรตัดร่างกายทศกัณฐ์ขาดเป็นท่อน ๆ แต่ทศกัณฐ์ก็ร่ายมนต์ต่อติดร่างกายให้คืนกลับดังเดิม ซ้ำยังกล่าวเยาะเย้ยพระราม เมื่อทั้งสองฝ่ายทำศึกรบกันจนถึงพลบค่ำ จึงตกลงเลิกทัพกลับไปยังที่มั่นของตน   


black ribbon.