ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,925 รายการ
วันที่ 7-8 มีนาคม 2569 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการอนุรักษ์ศิลปวัตถุ ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และห้องปฏิบัติราชการผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา
โดยมีนักศึกษาฝึกประสบการณ์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และนักเรียนฝึกประสบการณ์จากโรงเรียนสุรนารีวิทยา ดำเนินงานในการอนุรักษ์ร่วมกัน
วันพุธที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๓๐ น. นายศุภฤกษ์ ภาวิไล ประธานสภาเมืองเจียงใหม่ เลขานุการคณะทำงานเร่งรัดการขับเคลื่อนนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่เป็นมรดกโลก พร้อมด้วยนายพชร อยู่สุข และนางกลิ่นธูป ณ เชียงใหม่ อรุณโชคถาวร สมาชิกสภาเมืองเจียงใหม่ เข้าพบนางสาวปุณณภา สุขสาคร ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ และนางเกษราภรณ์ กุณรักษ์ หัวหน้าหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่ เพื่อพูดคุยหารือความเป็นไปได้ในการขึ้นทะเบียนศิลาจารึกวัดเชียงมั่น เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก (Memory of the World) ในระดับประเทศ ณ ห้องมรดกอักษรา หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่
วันพุธที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๙เวลา ๑๓.๓๐ น. นางวรรณภา ปะวิโน บรรณารักษ์ชำนาญการ เข้าร่วมประชุมหารือและออกแบบการจัดงานมหกรรมนิทานสร้างเมืองครั้งที่ ๗ ณ ห้องสมุดประชาชนจังหวัดเชียงใหม่ เฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษาฯ (แจ่งหัวลิน)
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ฉบับเสริมการเรียนรู้ เล่ม 22 : โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร. กรุงเทพฯ: โครงการสารานุกรมไทยสำหรับ เยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, 2566.
หนังสือจัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ในสาขาวิชาต่าง ๆ โดยคัดเลือกเนื้อหาจากสารานุกรมฉบับมาตรฐานมาปรับปรุงให้อ่านง่าย เหมาะสำหรับเยาวชนและผู้เริ่มศึกษาทั่วไป เนื้อหาในเล่มนี้มุ่งเน้นการเชื่อมโยงระหว่างสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของช่างศิลป์ไทย แบ่งเป็น 2 เรื่องหลัก ได้แก่ ตาลปัตร พัดยศ และตู้พระธรรม
039.95911
ส678
ห้องศาสตร์พระราชา
พินิจ จันทร. ราชินี 8 ราชัน แห่งจักรีวงศ์. กรุงเทพฯ: บันทึกสยาม, 2569.
หนังสือสารคดีประวัติศาสตร์บอกเล่าพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระราชินี ทั้ง 8 พระองค์ ในประวัติศาสตร์ราชวงศ์จักรี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ในแต่ละรัชกาล อาทิเช่น สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในรัชกาลที่ 5 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในรัชกาลที่ 9 เป็นต้น
923.1593
พ685ร
ห้องศาสตร์พระราชา
นายหนหวย. เจ้าฟ้าประชาธิปก ราชันผู้นิราศ. กรุงเทพฯ: แสงดาว, 2566.
วิทยานิพนธ์แห่งชีวิตการเมืองเล่มนี้ เจาะลึกพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจในรัชกาลที่ 7 จากเอกสารชั้นต้นและบทสัมภาษณ์บุคคลสำคัญ พร้อมถ่ายทอดเหตุการณ์พลิกผันรอบด้านในช่วงก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 อย่างละเอียด ซึ่งมีเหตุการณ์ที่สำคัญเกิดขึ้นในบ้านเมืองหลายเหตุการณ์ ในรูปแบบของสารคดีการเมืองเชิงข่าว ทั้งนี้เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่วัยเยาว์จนถึงช่วงลี้ภัยทางการเมือง ซึ่งได้สะท้อนประวัติศาสตร์การเมืองไทยไว้อย่างน่าสนใจ
959.3059
น476จ
ห้องศาสตร์พระราชา
เวนิสา เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา. พระสิริในดวงใจไทย. กรุงเทพฯ: บันทึกสยาม, 2569.
หนังสือสารคดีชีวประวัติที่รวบรวมพระราชประวัติของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงไว้อย่างสมบูรณ์ โดยเนื้อหาแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ตั้งแต่พระราชประวัติใน วัยเยาว์ การศึกษาในต่างประเทศ และการพบกันครั้งประวัติศาสตร์กับรัชกาลที่ 9 จากนั้นถ่ายทอดบทบาท “แม่แห่งแผ่นดิน” ผ่านการทรงงานเคียงข้างพระบรมราชสวามีในถิ่นทุรกันดาร และการเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ พร้อมทั้งพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ผ้าไหมไทย โขนพระราชทาน งานศิลปาชีพ และโครงการป่าไม้ ปิดท้ายด้วยเกร็ดความรู้และแง่มุมส่วนพระองค์อันอบอุ่นที่สะท้อนความผูกพันลึกซึ้งภายใน พระราชวงศ์ไทย
923.1593
ว914พ
ห้องศาสตร์พระราชา
มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า. 150 ปี พระราชสมภพ สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกา เจ้า 10 กันยายน 2405 - 10 กันยายน 2555. กรุงเทพฯ: คณะกรรมการฝ่ายจัดทำหนังสือ ที่ระลึกมูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า, 2555.
หนังสือบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์และกิจกรรมเฉลิมฉลองต่าง ๆ ในวาระครบรอบ 150 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ ของสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เนื้อหาภายในเล่มรวบรวมพระราชประวัติอันยาวนานที่ทรงดำรงพระชนม์ชีพผ่านมาถึง 6 แผ่นดิน พร้อมทั้งประมวลคุณูปการและพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์ การสาธารณสุข และการศึกษาอันเป็นรากฐานสำคัญของประเทศไทย ตลอดจนรายละเอียดการประกาศยกย่องขององค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลก
923.1593
ศ266สห
ห้องศาสตร์พระราชา
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังการบรรยายทางวิชาการ "ผ้ายกเมืองนครศรีธรรมราช" วันศุกร์ที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๒.๐๐ น. ผ่านแอพพลิเคชั่น Zoom และถ่ายทอดสด Facebook LIVE: Nakhon Si Thammarat National Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช https://www.facebook.com/nst.museum พบกับการบรรยาย เรื่อง “อัตลักษณ์และคุณค่าผ้ายกเมืองนคร” วิทยากรโดย ธีรพันธุ์ จันทร์เจริญ ผู้อํานวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏ สุราษฎร์ธานี การบรรยาย เรื่อง “จากตัวไหมสู่เส้นใย” โดยวิทยากร อนุชิต หาญนุรักษ์ นักวิชาการเกษตรชํานาญการพิเศษ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ชุมพร การบรรยาย เรื่อง “จากเส้นด้ายสู่ผ้าทอ” โดยวิทยากร จำปี กลางบน อดีตหัวหน้ากลุ่มทอผ้า หมู่ ๕ บ้านเนินธัมมัง จังหวัดนครศรีธรรมราช
ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนสำรองสิทธิ์ผ่าน QR Code หรือกดลิงก์นี้ https://forms.gle/y5Gje4H4kKJGgnxh7 เพื่อเข้ารับฟังและลุ้นรับของที่ระลึก กระเป๋าผ้าแฮนด์เมดและเอกสารประกอบการบรรยายพิมพ์ ๔ สีสวยงาม ส่งตรงถึงบ้าน (จำนวนจำกัด) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. ๐ ๗๕๓๔ ๑๐๗๕
วันพุธที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ น. นางสาวมนัชญา วาจก์วิศุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น พร้อมด้วยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ตรวจรับงานงวดที่ ๔ (งวดสุดท้าย) โครงการบูรณะโบราณสถานศาลาการเปรียญ วัดราชโพนเงิน ตำบลโพนแพง อำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย
วัดมหาโพธาราม (วัดเจ็ดยอด) เป็นวัดเก่าแก่ที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าติโลกราช มีลักษณะคล้ายกับมหาวิหารโพธิพุทธคยา ประเทศอินเดีย ทำด้วยศิลาแลงประดับลวดลายปูนปั้น บริเวณผนังเรือนธาตุประดับปูนปั้นรูปเทวดานั่งขัดสมาธิ และยืนทรงเครื่องมีลวดลายต่างกันอย่างลงตัวสวยงาม นอกจากนี้ยังมีสัตตมหาสถาน ซึ่งเป็นการการจำลองสถานที่สำคัญทั้ง ๗ แห่ง ตามที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จประทับเสวยวิมุตติสุข (สุขอันเกิดแต่ความหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง) เป็นเวลาแห่งละ ๑ สัปดาห์ รวมเป็น ๔๙ วัน
พระเจ้าติโลกราช หรือพระเจ้าพิลกราชาธิราช โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๙๙ พระองค์โปรดให้ช่างไปถ่ายแบบมาจากวิหารมหาโพธิ์ ตามแบบอย่างพระเจดีย์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นสังเวชนียสถานที่ตรัสรู้ของสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้ามาไว้ในดินแดนล้านนา รวมถึงเป็นที่จำพรรษาของพระอุตตมะปัญญามหาเถระที่เดินทางกลับมาจากประเทศศรีลังกา ซึ่งได้มาเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดแห่งนี้
พระองค์โปรดให้ปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่นำมาด้วย วัดแห่งนี้จึงมีชื่อว่า วัดมหาโพราราม ตามนามของต้นศรีมหาโพธิ์ที่นำมาจากประเทศศรีลังกา จึงถือว่าเป็นโพธิบัลลังก์ หรือที่เรียกว่ารัตนบัลลังก์
พระรัตนปัญญาเถระ (๑๑๓) “...พระเจ้าพิลกราชาธิบดี ทรงสดับธรรมบรรยายจาก สำนักพระภิกษุสีหล เรื่องอานิสงส์ปลูกต้นโพธิ์ มีพระราชประสงค์ใคร่จะปลูกต้นมหาโพธิ์ ทรงพิจารณาหาสถานที่สมควร ก็ทรงเห็นสถานอันควร คือ ที่วัดมหาโพธารามนี้ ครั้นแล้ว พระเจ้าพิลกราชาธิราชจึงโปรดให้สร้างอารามขึ้นแห่งหนึ่ง เพื่อเป็นที่อยู่ของพระมหาเถรชื่อ อุตตมปัญญา ในพื้นที่เป็นที่เนินน่ารื่นรมย์ริมฝั่งแม่น้ำขานทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือราชธานีเชียงใหม่ ในปีกุน จุลศักราช ๘๑๗ (พ.ศ. ๑๙๙๙) แล้วโปรดให้ปลูกต้นโพธิ์ในอารามนั้นในปีเดียวกัน...เพราะเหตูที่ต้นมหาโพธิปลูกในอารามนี้ จึงปรากฏชื่อว่า วัดมหาโพธาราม…”
เมื่อปี พ.ศ. ๒๐๒๐ พระเจ้าติโลกราชโปรดให้สร้างโพธิบัลลังก์ (มหาวิหาร) และสัตตมหาสถาน คือ การจำลองสถานที่สำคัญๆ ตามพุทธประวัติที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ ๗ สถาน แห่งละ ๗ วัน รวมเป็น ๔๙ วัน อันประกอบด้วย
๑. รัตนบัลลังก์ หรือ โพธิบัลลังก์ ๒. อนิมิสเจดีย์ ๓. รัตนจงกรมเจดีย์ ๔. รัตนฆรเจดีย์ ๕. อชปาลนิโครธเจดีย์ (ต้นไทร) ๖. มุจลินท์เจดีย์ (ต้นจิก) ๗. ราชายตนะเจดีย์ (ต้นเกด)
พระเจ้าติโลกราช ทรงเป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์ พระธรรมทินมหาเถระ ซึ่งเป็นพระมหาเถระผู้ทรงแตกฉานในพระไตรปิฎก และเป็นประธานการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๘ ของโลก นอกจากนี้ยังมีภิกษุจากนานาประเทศ ได้แก่ ศรีลังกา พุกาม (พม่า) เขมร ญวณ ไทย ซึ่งเป็นภิกษุทั้งฝ่ายคามวาสีและอรัญวาสี จากวัดพระสิงห์ วัดป่าแดงมหาวิหาร และวัดสวนดอก ได้ร่วมกันชำระพระไตรปิฎก และชำระข้อสงสัยในวัตรปฏิบัติต่างๆ ณ วัดมหาโพราราม เมื่อปี พ.ศ. ๒๐๒๐ และเป็นครั้งแรกของในล้านนา
พระรัตนปัญญาเถระ (๑๑๓-๑๑๔) “...สร้างสัตตมหาสถานต่อจากนั้น ในปีวอก จุลศักราช ๘๓๘ (พ.ศ. ๒๐๒๐) โปรดให้สร้างมหาวิหาร ในอารามนั้น...”
กรมศิลปากรได้กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ อยู่ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๕๒ ตอนที่ ๐ง หน้า ๓๖๘๓ ลงวันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๘ วัดมหาโพธาราม (วัดเจ็ดยอด) ถือว่าเป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญ มีแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิต มีบรรยากาศเป็นธรรมชาติที่มีความร่มรื่นเงียบสงบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมาพักผ่อนทำสมาธิได้เป็นอย่างดี โดยรูปแบบทางสถาปัตยกรรมวัดแห่งนี้สามารถพบได้เพียงแห่งเดียวในล้านนา และยังเคยเป็นสถานที่สังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๘ ของโลก เมื่อปีพ.ศ. ๒๐๒๐ รวมถึงเป็นวัดประจำปีเกิดของปีมะเส็ง โดยในส่วนของทางคติทักษาเมือง วัดเจ็ดยอดถือว่าเป็นวัดประจำทิศพายัพ และเป็นอายุเมืองอีกด้วย
เรียบเรียงโดย : นายธีรบูลย์ มิตรมโนชัย นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
แหล่งอ้างอิง :
“ประกาศกรมศิลปากร กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ.” ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ ๕๒ ง. (๘ มีนาคม ๒๔๗๘): ๓๖๘๓.
พระรัตนปัญญาเถระ. ชินกาลมาลีปกรณ์. แปลโดย แสง มนวิทูร. พระนคร: กรมศิลปากร, ๒๕๐๑.
สถาบันพระปกเกล้า. สมุดภาพ รัชกาลที่ ๗ เสด็จฯ เลียบมณฑลพายัพ พ.ศ. ๒๔๖๙. กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า, ๒๕๖๑.
อนุรักษ์ ชำนาญช่าง. การศึกษาสถาปัตยกรรมวัดมหาโพธาราม (วัดเจ็ดยอด) จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (ประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๔.