ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 53,256 รายการ
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ. 82/5หมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 40 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 54 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลานฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
พระฉายาลักษณ์ในโรงเรียนจิตรลดา เป็นหนังสือที่คณะครู นักเรียน โรงเรียนจิตรลดา น้อมเกล้าฯ ถวายพระพรเนื่องในมหามงคลสมัยที่ทรงได้รับการเฉลิมพระยศขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณสยามมกุฎราชกุมาร ในวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๑๕ มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระประวัติ ต้นกำเนิดโรงเรียนจิตรลดา พระบรมฉายาลักษณ์ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๙ – ๒๕๑๔ และพระรูปด้านศิลปศึกษาตั้งแต่ช่วงชั้นประถมศึกษาปีที่ – ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑บรรณานุกรม
พระฉายาลักษณ์ในโรงเรียนจิตรลดา. กรุงเทพฯ: โรงเรียนจิตรลดา, ๒๕๑๕.
เลขทะเบียน : นพ.บ.662/4ฆห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 48 หน้า ; 4.5 x 54 ซ.ม. : รักทึบ-ลานดิบ-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 213 (165-173) ผูก 4ฆ (2568)หัวเรื่อง : แปดหมื่นสี่พันขัน--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.736/2ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 37 หน้า ; 5 x 57 ซ.ม. : ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 229 (332-340) ผูก 2 (2568)หัวเรื่อง : มาเลยฺยปุจฺฉา--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ชื่อเรื่อง : ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา ฉบับมุขปาฐะ ภาค 2
หัวเรื่อง : พุทธศาสนา -- ประวัติ
หนังสืออนุสรณ์งานศพ
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (จวน อุฎฐายี), 2440-2514
คำค้น : พระพุทธศาสนา
รายละเอียด : สภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาพิมพ์โดยเสด็จพระราชกุศลในงานพระเมรุพระศพ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฐายี มหาเถร) ณ พระเมรุวัดเทพศิรินทราวาส วันที่ 17 มิถุนายน พุทธศักราช 2515
ผู้แต่ง : เสถียร โพธินันทะ
แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
สำนักพิมพ์/โรงพิมพ์ : พุทธอุปถัมภ์การพิมพ์
ปีที่พิมพ์ : 2515
วันที่เผยแพร่ : 30 กรกฎาคม 2568
ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : -
ลิขสิทธิ์ : -
รูปแบบ : PDF.
ภาษา : ภาษาไทย
ประเภททรัพยากร : หนังสืออนุสรณ์งานศพ
ตัวบ่งชี้ : -
รายละเอียดเนื้อหา : เป็นคำบรรยายเรื่องพระพุทธศาสนาด้วยปากเปล่าล้วนๆ ของคุณเสถียร โพธินันทะ ซึ่งได้บรรยายแก่พระภิกษุนักศึกษาเป็นเวลาหลายปี และคุณวิจิตร เกิดวิสิษฐ์ ได้รวบรวมจากบันทึกคำบรรยายของนักศึกษารุ่นต่างๆ ด้วย
เลขทะเบียน : น. 68 บ. 79205 จบ. (ร)
เลขหมู่ : ห
294.309
ส894ปส
ขั้นตอน : การติดชนวนขี้ผึ้งบนชิ้นงาน เพื่อแสดงขั้นตอนการเข้าดินไทย สำหรับเป็นสื่อความรู้ในการเผยแพร่
ขั้นตอน : การติดชนวนขี้ผึ้งบนชิ้นงาน เพื่อแสดงขั้นตอนการเข้าดินไทย สำหรับเป็นสื่อความรู้ในการเผยแพร่
ดำเนินการโดย : นายณัฐวุฒิ ถาวัลย์ นายช่างหล่อชำนาญงาน กลุ่มงานเทคโนโลยีการหล่อ กลุ่มประติมากรรม สำนักช่างสิบหมู่
---------------
บันทึกภาพ : นางประภาพร ตราชูชาติ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านช่างศิลปกรรม (วิจัยและพัฒนาศิลปกรรม)
TokTok : สำนักช่างสิบหมู่
https://www.tiktok.com/@sipmu.finearts
.
.
#กลุ่มงานเทคโนโลยีการหล่อ #กลุ่มประติมากรรม #ศูนย์ศิลปะและการช่างไทย #สํานักช่างสิบหมู่ #กรมศิลปากร
ชื่อ : เอื้องกุหลาบมาลัยแดง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aerides multiflora Roxb.
วงศ์ : Orchidaceae
ลักษณะ: กล้วยไม้อิงอาศัย ลำต้นเจริญทางยอดตั้งตรงหรือเอนเล็กน้อย สูงประมาณ 8 - 15 ซม. ใบเดียวรูปขอบขนาน มี 3 - 7 ใบ พับตามยาว เรียงซ้อนค่อนข้างถี่ ความกว้างใบ 1.5 - 2 ซม. ยาว 10 - 20 ซม. แผ่นใบค่อนข้างหนาแต่ไม่แข็งมาก ช่อดอกเป็นช่อกระจะห้อยลง ยาว 15 - 30 ซม. มีดอกย่อยจำนวนมากเรียงแน่น ขนาดดอก 1 - 2.5 ซม. ก้านดอกย่อยสั้น กลีบเลี้ยงและกลีบดอกสีขาวอมชมพู กลีบปากอยู่ด้านล่างปลายกลีบแผ่กว้าง สีชมพูเข้ม มีเดือย เส้าเกสรสั้นสีขาว
ออกดอกช่วงเดือน เมษายน ถึง พฤษภาคม
สถานะ : มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
เปิดบริการทุกวัน ๐๘:๓๐ - ๑๖:๓๐ น.
๐๔๒๒๑๙๘๓๗, ๐๔๒๒๑๙๘๓๘
(ในเวลาราชการ)
#อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
#PhuPhrabatWorldHeritageSite
#ท่องเที่ยว #มรดกโลก #ภูพระบาท
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรมศิลปากรได้ดำเนินโครงการปรับปรุงอาคารจัดแสดงนิทรรศการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2566 ปัจจุบันดำเนินการเสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ 27 พฤษภาคม 2569
อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวว่า พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อบริการผู้เข้าชมตามแนวทางการจัดแสดงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มาตั้งแต่ พ.ศ.2536 จัดแสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และความเป็นมาของเมืองพิมาย ซึ่งการปรับปรุงในครั้งนี้นับเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เปิดให้บริการ โดยการปรับปรุงใน พ.ศ. 2566 - 2567 เป็นการปรับปรุงอาคารจัดแสดงและนิทรรศการถาวรชั้นล่าง ที่สะท้อนให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของเมืองพิมายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี พ.ศ.2568 - 2569 ได้ปรับปรุงอาคารจัดแสดง ส่วนบริการ และนิทรรศการถาวรชั้นบน มีเนื้อหาบอกเล่าพัฒนาการของมนุษย์ในพื้นที่แอ่งโคราชตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงช่วงระยะเวลาที่วัฒนธรรมเขมรโบราณรุ่งเรือง จัดแสดงโบราณวัตถุที่มีความสำคัญเกี่ยวเนื่องกับแอ่งโคราชและเมืองพิมาย ซึ่งบางชิ้นยังไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน พร้อมทั้งนำเอาเทคนิคการจัดแสดงและกิจกรรมต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมเพื่อให้ผู้เข้าชมได้ความรู้คู่ความสนุก นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มพื้นที่ให้บริการแก่ประชาชนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นห้อง Co-Working Space พื้นที่จัดแสดงผลงานและนิทรรศการหมุนเวียน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ ได้ใช้เป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน อันเป็นการยกระดับบทบาทของพิพิธภัณฑ์ให้เป็นมากกว่าการเก็บรักษาและจัดแสดงโบราณวัตถุ แต่ยังเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวด้านศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญในระดับภูมิภาคอีสานตอนล่าง
ปัจจุบันพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย มีส่วนจัดแสดงแบ่งออกเป็น 2 อาคาร ได้แก่ อาคารจัดแสดงหลักเป็นอาคารจัดแสดงนิทรรศการถาวรที่เรียงร้อยเรื่องราวของเมืองพิมายผ่านหลักฐานทางโบราณคดี และอาคารศิลาจำหลัก เป็นอาคารคลังเก็บโบราณวัตถุประเภทองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่พบจากการดำเนินงานทางโบราณคดีในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง โดยอาคารจัดแสดงหลักที่ได้รับการปรับปรุงแบ่งห้องจัดแสดงออกเป็น 9 ห้อง ได้แก่ 1. ภูมิศาสตร์และวิถีชีวิตยุคก่อนประวัติศาสตร์ในภาคอีสาน 2. ความเชื่อและพิธีกรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ในแอ่งโคราช 3. จากชุมชนสู่รัฐ : ยุคประวัติศาสตร์แรกเริ่มในวัฒนธรรมทวารวดี 4. วัฒนธรรมเขมรโบราณในแอ่งโคราชระยะแรกเริ่ม 5. แอ่งโคราช : ความรุ่งเรืองของวัฒนธรรมเขมรโบราณ ช่วงพุทธศตวรรษที่ 16-18 6. อารยธรรมอันรุ่งเรืองของเมืองพิมาย 7. ศาสนาในเมืองพิมาย 8. เมืองพิมายในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18-23 9. พิมาย : ศูนย์กลางความยิ่งใหญ่
ขอเชิญร่วมชมและสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย จังหวัดนครราชสีมา เปิดให้บริการทุกวันพุธ-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-16.00 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 20 บาท ต่างชาติ 200 บาท
องค์ความรู้ชุด “The Kingdom’s Blacksmith : ลัวะทำเหล็กแห่งอาณาจักรล้านนา”⚔️⚔️EP. 5 บันทึกการเดินทางของ Holt Samuel Hallett : ภาพสะท้อนการดำรงอยู่ของการทำเหล็กแบบจารีต ที่บ้านลัวะบ่อหลวง เมื่อ 142 ปีที่ผ่านมา ...เรียบเรียงโดย นายยอดดนัย สุขเกษม นักโบราณคดีชำนาญการ... A Thousand Miles on an Elephant in the Shan States เป็นเอกสารบันทึกการเดินทาง ของ โฮลต์ ซามูเอล ฮาลเลตต์ (Holt Samuel Hallett) วิศวกรผู้มีส่วนสำคัญในการบุกเบิกพัฒนาเส้นทางรถไฟในพม่า ซึ่งได้เดินทางสำรวจตั้งแต่พื้นที่เมืองมะละแหม่ง ดินแดนประเทศพม่า เข้าสู่ดินแดนประเทศไทยผ่านเมืองยวม (อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน) ผ่านเทือกเขาถนนธงชัยเข้าสู่เมืองฮอด (อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่) ก่อนเดินทางเข้าสู่เมืองเชียงใหม่ ข้อมูลบันทึกการเดินทางดังกล่าวได้ถูกตีพิมพ์เป็นหนังสือชื่อ A Thousand Miles on an Elephant in the Shan States เมื่อปี พ.ศ. 2427 ซึ่งเนื้อหาตอนหนึ่งช่วงการเดินทางผ่านเทือกเขาที่คั่นระหว่างแม่สะเรียงและฮอด (ส่วนหนึ่งของเทือกเขาถนนธงชัย) ได้กล่าวกลุ่มชาติพันธ์ลัวะที่บ้านบ่อหลวงและกิจกรรมการผลิตเหล็ก ดังนี้...“บ่อจี คนพม่าเรียก หรือคนไทเรียกว่า บ่อหลวง ทั้งสองคำต่างมีความหมายว่า ใหญ่ บ่อหลวงมี 3 หมู่บ้าน สองหมู่บ้านมี 30 หลัง อีกหนึ่งหมู่บ้านมี 21 หลัง ชาวบ้านเป็นชาวลัวะ ทำอาชีพช่างตีเหล็กและคนงานเหมือง พวกเขาขุดแร่เหล็ก และถลุงแร่เหล็กบนเขาลูกหนึ่งทางด้านเหนือของดอยแพ ซึ่งต้องนั่งช้างเดินทางไปไกลจากหมู่บ้านระยะเวลา 2 วัน” (Holt Samuel Hallett, 1890, pp.54)..“กล่าวกันว่าเหมืองแร่เหล็กมีความลึกเฉลี่ย 50 ฟุต (ประมาณ 15 เมตร) เชื่อกันว่ามีผีคอยเฝ้าบ่อแร่เหล็ก ต้องทำการเซ่นไหว้ด้วยหมูหรือไก่ ถ้าหากขุดได้แร่เหล็กที่คุณภาพไม่ดี ก็ต้องเซ่นไหว้ผีอีกซ้ำ ๆ เพื่อให้ได้แร่เหล็กคุณภาพดีมากขึ้นแร่เหล็กจะถูกถลุงที่หมู่บ้านชาวลัวะชื่อ อมพาย ซึ่งอยู่ใกล้กับเหมืองแร่เหล็ก แต่ไม่อนุญาตให้คนแปลกหน้าเฝ้าดูวิธีทำเพราะเชื่อว่า หากฝ่าฝืนจะทำให้ผีจะโกรธ เมื่อถลุงแร่เหล็กได้เป็นก้อนโลหะเหล็กแล้ว จึงบรรทุกขึ้นหลังช้างกลับมายังหมู่บ้านชาวลัวะ เพื่อผลิตเป็นอุปกรณ์หรือสินค้าต่าง ๆ ก่อนส่งขายทั่วเมือง แร่ที่ขุดได้ คือแร่เหล็กมีออกไซด์สีแดงทั่วไป” (Holt Samuel Hallett, 1890, pp.54-55)...นอกจากเนื้อความข้างต้นจะกล่าวถึงกลุ่มชาวลัวะบ้านบ่อหลวงเดินทางไปทำเหมืองแร่เหล็กและถลุงเหล็กบริเวณดอยแพ (ดอยแม่โถ) และบริเวณหมู่บ้านอมพายแล้ว ยังกล่าวถึงกิจกรรมการตีเหล็กของชาวลัวะที่บ้านบ่อหลวงเพิ่มเติม ดังนี้..“เราพบชายหลายคนกำลังทำโซ่ แต่เมื่อเราเดินไปถึง พวกเขากลับวางมือ เราต้องเจรจาพูดคุยกันครู่ใหญ่พวกเขาถึงยอมสาธิตวิธีทำให้ดู ชายหนุ่มคนหนึ่งอายุประมาณ 20 ปี นำเหล็กไปเผาให้ร้อน แล้วใช้ค้อนทุบเป็นห่วงโซ่ด้วยความชำนาญและรวดเร็วเหมือนกับผู้ใหญ่ ชายชราคนหนึ่งนำก้อนแร่เหล็กมาให้ดูหลายชิ้น แต่ไม่อนุญาตให้เอาไป เพราะกลัวผีบ่อเหล็กจะโกรธ” (Holt Samuel Hallett, 1890, pp.55)..“อุปกรณ์สูบลมและอุปกรณ์ต่าง ๆ ของพวกเขาดูน่าแปลกตา ทั่งสำหรับตีเหล็กเป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้าง ยาว 3 นิ้ว สูง 2 นิ้ว ทำจากแท่งเหล็กขนาดใหญ่ ตอกฝังเข้าไปในท่อนไม้ ทั่งอีกชิ้นรูปร่างเหมือนจอบสามเหลี่ยม ข้างบนกว้างยาว 5 นิ้ว ข้างล่างกว้างยาวหนึ่งนิ้วครึ่ง ก็ถูกตอกเข้าไปในท่อนไม้ด้วยเช่นกัน ทั่งนี้เป็นอุปกรณ์สำหรับตีขึ้นรูปทำตะขอและ โซ่ล่ามช้าง” (Holt Samuel Hallett, 1890, pp.55)..“มีกระบอกสูบลม 2 อันอยู่ข้างเตาตีเหล็ก จำนวน 2 ชุด กระบอกสูบลมทำด้วยไม้ไผ่ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4 นิ้ว สูงขึ้นมาจากพื้น 2 ฟุต มีลูกสูบหุ้มด้วยผ้าขี้ริ้วอยู่ภายใน ทำงานโดยการเป่าลมออกจากรูเล็ก ๆ บริเวณฐาน ที่สูบลมแต่ละคู่ตั้งห่างกัน 3 ฟุต ควบคุมการทำงานโดยใช้เด็กหนุ่มคนหนึ่ง” (Holt Samuel Hallett, 1980, pp.55)...จากเนื้อความในเอกสารข้างต้น สามารถตีความเกี่ยวกับกิจกรรมด้านโลหกรรมและสถานะสังคมของกลุ่มชาวลัวะบ้านบ่อหลวง ที่ดำรงอยู่ในช่วงราวปี พ.ศ. 2427 (ตรงกับช่วงพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าหลวงเชียงใหม่ ลำดับที่ 7) ตามประเด็นสำคัญได้ ดังนี้..1) ประเด็นกิจกรรมด้านโลหกรรม ในห้วงเวลาปี พ.ศ. 2427 กลุ่มชาวลัวะบ้านบ่อหลวง ยังคงทำกิจกรรมด้านโลหกรรมผลิตเหล็กแบบโบราณ ในทุก ๆ ขั้นตอน ตั้งแต่การเดินทางไปทำเหมืองแร่เหล็กที่ภูเขาลูกหนึ่งในดอยแม่โถ หลังจากนั้นทำการถลุงเหล็กในพื้นที่ใกล้เคียงเหมืองแร่เหล็ก บริเวณดอยแม่โถและบ้านอมพาย ทั้งนี้เมื่อถลุงได้ก้อนโลหะเหล็กแล้ว จึงขนผลผลิตกลับมาแปรรูปเป็นเครื่องมือเหล็กที่บ้านบ่อหลวง ดังนั้นกิจกรรมด้านโลหกรรมทำเหล็กที่เกิดขึ้นในบ้านบ่อหลวง ช่วงครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ 25 นี้ น่าจะเป็นการแปรรูปตีเครื่องมือเหล็กเป็นหลัก โดยมีการผลิตเครื่องมือรูปแบบที่ค่อนข้างหลากหลายกว่าในอดีต ตามความต้องการของตลาด หนึ่งในนั้นคือ โซ่ล่ามช้าง ซึ่งนิยมใช้ในอุตสาหกรรมทำไม้และการเดินทางในช่วงเวลานั้น นอกจากนี้ เนื้อความในบันทึกข้างต้นยังสะท้อนให้เห็นถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มชาวลัวะบ้านบ่อหลวงและความเคารพที่มีต่อจิตวิญาณผู้ดูแลแหล่งทรัพยากรแร่เหล็กอีกด้วย..2) ประเด็นสถานะทางสังคม เดิมทีในช่วงครึ่งหลังของพุทธศตวรรษที่ 24 กลุ่มชุมชนชาวลัวะบ้านบ่อหลวงยังคงมีสถานะเป็น “ไพร่ส่วย” ตามกฎหมายจารีตรัฐโบราณอย่างชัดเจน ทั้งนี้เมื่อวิเคราะห์เรื่องราวในเอกสาร A Thousand Miles on an Elephant in the Shan States ซึ่งมีห้วงเวลาห่างจากเรื่องราวในจารึกหลาบเงินบ้านบ่อหลวง พระเจ้ามโหตรประเทศ ประมาณ 3 ทศวรรษ พบนัยสำคัญว่า ลัวะบ้านบ่อหลวง สามารถผลิตเครื่องมือเหล็กเพื่อทำการค้าขายทั่วไปได้โดยอิสระได้มากยิ่งขึ้น ทั้งยังสามารถผลิตได้ตามความต้องการของตลาดทั่วไป บ่งชี้ว่าอำนาจจากเชียงใหม่อาจมีอิทธิพลต่อชุมชนชาวลัวะบ้านบ่อหลวงน้อยลง และระบบศักดินาในฐานะ “ไพร่ส่วย” อาจค่อย ๆ ลดความสำคัญลงไป ซึ่งสอดคล้องกับบริบทความเปลี่ยนแปลงทางสังคมครั้งสำคัญในระดับภูมิภาค เมื่อรัฐบาลกลางของสยามเริ่มส่งพระนรินทรราชเสนี (พุ่ม ศรีไชยยันต์) เป็น “ข้าหลวงสามหัวเมือง” ประจำการที่เชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2417 เพื่อควบคุม ดูแล และแนะนำให้เจ้าหลวงปฏิบัติตามสนธิสัญญาเชียงใหม่ ต่อมาในปี พ.ศ. 2427 มีการส่งพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นพิชิตปรีชากร มาจัดการปฏิรูปการปกครองในล้านนา ผลของการปฏิรูปการปกครองทำให้จารีตท้องถิ่นล้านนาในทุก ๆ ด้าน ซึ่งเคยเป็นอัตลักษณ์สืบต่อกันมาหลายร้อยปี ค่อย ๆ สลายตัว (สรัสวดี อ๋องสกุล, 2566, น. 294-303).เอกสารอ้างอิง- สรัสวดี อ๋องสกุล. (2566). ประวัติศาสตร์ล้านนา. พิมพ์ครั้งที่ 13. เชียงใหม่: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.- วิชญา มาแก้ว. (2559). ระบบเศรษฐกิจและความเปลี่ยนแปลงทางสังคมในยุคทองของอาณาจักรล้านนา (ค.ศ.1355-1525). (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, สาขาวิชาประวัติศาสตร์.- Hallett, H. S. (1890). A thousand miles on an elephant in the Shan States. Edinburgh, London: W. Blackwood and sons..ที่มาของภาพ- Hallett, H. S. (1890). A thousand miles on an elephant in the Shan States. Edinburgh, London: W. Blackwood and sons.- สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่.#ลัวะทำเหล็ก #เหล็กล้านนา #โบราณโลหะวิทยาดินแดนล้านนา
หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และห้องสมุดดนตรีทูลกระหม่อมสิริธร สำนักหอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมการแสดงดนตรีอะคูสติกส์ "Melody of Giving : ให้ทุกตัวโน้ตโอบกอดนิรันดร์" ภายใต้โครงการเผยแพร่มรดกศิลปวัฒนธรรมด้านดนตรีและนาฏศิลป์ "ดนตรีนานาสาระ" ประจำปี 2569 ครั้งที่ 2 ร่วมสัมผัสช่วงเวลาแห่งเสียงเพลงที่เต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่น ผ่านกิจกรรมการแสดงดนตรีแนวดนตรีอะคูสติกส์ (Acoustic Duo) โดยศิลปินดูโอ "แมวเศษเล็บ" คุณจอห์น (นายอนุชิต เฉลิมชัยโกศล กีตาร์โฟล์ค) และคุณโย (นางสาวพัชรินทร์ สุธีรนิพัทธ์ผล นักร้องนำ) คู่รักนักดนตรีที่เริ่มต้นจากมิตรภาพในโรงเรียนดนตรี สู่การเป็นศิลปินและสร้างชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในระดับประเทศผ่านรายการ The Voice Thailand ซีซั่น 5 , Asia’s Got Talent และ I Can See Your Voice
หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และห้องสมุดดนตรีทูลกระหม่อมสิริธร จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมสร้างความทรงจำดี ๆ ผ่านจังหวะดนตรีอันแสนอบอุ่นในช่วงวันแม่ และให้ทุกจังหวะของตัวโน้ตโอบกอดหัวใจนิรันดร์วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ห้องจัดแสดง ชั้น 2 หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ภายในบริเวณหอสมุดแห่งชาติ รับจำนวนจำกัด 150 ที่นั่ง ผู้สนใจสามารถลงทะเบียน และเข้าชมการแสดงได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผ่านลิงก์ลงทะเบียนผ่านลิงก์ https://forms.gle/kr3ZADtcHi1XJmUd7 หรือสแกน QR Code สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2280 9856
ชื่อเรื่อง หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ ปีที่ 9 ฉบับที่ 579 (13 มิ.ย. 2510)
ประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น
สถานที่พิมพ์ สุพรรณบุรี
สำนักพิมพ์ มนัสการพิมพ์
ปีที่พิมพ์ 2510
ลักษณะวัสดุ 8 หน้า. : กว้าง 40.5 ซ.ม. ยาว 54.5 ซ.ม.
ภาษา ไทย