ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,387 รายการ



เรือคลองท่อม พบในแหล่งโบราณคดีคลองท่อม หรือที่ใครหลายคนรู้จักในชื่อ “ควนลูกปัด” จ.กระบี่ แหล่งโบราณคดีแห่งนี้สันนิษฐานว่าในอดีตเคยเป็นเมืองท่าขนถ่ายสินค้า ดังนั้นการพบซากเรือจมบริเวณนี้จึงมีความสอดคล้องกับสภาพของแหล่ง ความพิเศษของเรือลำนี้คือการต่อเรือโดยไม่ใช้ตะปูสักตัวครับ แต่ใช้เทคนิคของการแกะสลักไม้กระดานเรือเป็นลักษณะสันนูนเจาะรูทะลุถึงกัน แล้วใช้เชือกและลิ่มไม้เป็นตัวยึดโครงสร้างเรือทั้งหมดเข้าด้วยกันเทคนิคแบบนี้ถูกเรียกว่า “Lashed-Lug” เป็นลักษณะของเรือที่พบได้ทั่วไปแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบมากในประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่กล่าวถึงเรือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปรากฏในบันทึกของชาวจีนราวพุทธศตวรรษที่ ๙-๑๒ ลักษณะเป็นเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ใช้ชื่อเรียกว่า “K’un-lun po” เรือลำดังกล่าวใช้เทคนิคการต่อเรือโดยไม่ใช้ตะปูโลหะ แต่ใช้เชือกที่ทำจากใยมะพร้าวและตะปูไม้ยึดแผ่นไม้กระดานเข้าหากัน สามารถบรรทุกคนได้ราว ๕๐๐-๑,๐๐๐ คน มีขนาดความยาวกว่า ๕๐ เมตร และมีระวางสินค้าตั้งแต่ ๒๕๐-๑,๐๐๐ ตัน ส่วนบันทึกของชาวยุโรปโดยหลวงพ่อ Nicolau Perreira เขียนเมื่อคริสตศักราช ๑๕๘๒ หรือพุทธศตวรรษที่ ๑๖ บรรยายลักษณะของเรือขนส่งสินค้าบริเวณหมู่เกาะชวา ในบันทึกใช้คำเรียก จังโก “Junco” กล่าวว่าเรือบางลำนั้นมีขนาดใหญ่เทียบเท่าเรือ Naus ของโปรตุเกส และไม่ใช้ตะปูเหล็กในการตอกหรือยึดไม้เข้าด้วยกัน แต่ใช้ตะปูไม้ซึ่งยึดอยู่ภายในไม้กระดานเปลือกเรือ เรือจังโกมีเสากระโดงเรือสองต้น ผ้าใบเรือใช้หวายทอเป็นผืน เรือมีหางเสือบังคับทิศทางทั้งหมด ๓ ใบ ด้านข้างสองจุด ตรงกลางหนึ่งจุด จากบันทึกดังกล่าวเห็นว่าเรือที่ถูกกล่าวถึงเป็นเรือเดินสมุทร ซึ่งมีขนาดใหญ่ ระวางบรรทุกเยอะ แตกต่างกับซากเรือจมคลองท่อม ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นเรือขนาดเล็ก-กลาง แต่สิ่งที่มีคล้ายคลึงกันคือเทคนิคในการต่อเรือ จึงทำให้สันนิษฐานได้ว่าในช่วงสมัยหนึ่งเรือที่ใช้เทคนิคแบบ “Lashed-Lug” อาจใช้กันอย่างแพร่หลายในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะบริเวณแถบหมู่เกาะ ซึ่งอาจมีได้ทั้งขนาดเล็ก-กลางที่ใช้สัญจรในลำน้ำ และขนาดใหญ่สำหรับเดินสมุทรคลังภาพเรือคลองท่อม


ชื่อเรื่อง                     สิริมหามายา (สีมหามายา)สพ.บ.                       288/9ประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                   พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ               52 หน้า : กว้าง 4.2 ซ.ม. ยาว 55.4 ซ.ม.หัวเรื่อง                     พุทธศาสนา                              สิริมหามายาบทคัดย่อ/บันทึกเป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดบ้านหมี่ ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี    


ชื่อเรื่อง                                อุณฺหิสวิชย (อุณณหิสสวิไช) สพ.บ.                                  334/1ฌประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           26 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 57 ซม.หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา                                          บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ  ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺมเทศนา (เทศนาสังคิณี-มหาปัฎฐาน)  ชบ.บ.46/1-3  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


มงฺคลตฺถทีปนี (มงฺคลตฺถทีปนี เผด็จมงคลสูตร)  ชบ.บ.88ข/1-25  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


เลขทะเบียน : นพ.บ.353/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 18 หน้า ; 6 x 49.5 ซ.ม. : รักทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 135  (378-387) ผูก 1 (2565)หัวเรื่อง : มาลัยหมื่น (มไลหมื่น)--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


    “ บอนสี ” ที่ได้รับสมญานามมาแต่อดีตว่าเป็น “ราชินีแห่งไม้ใบ” ด้วยลวดลายและสีสันของใบที่มีลักษณะที่แปลกและแตกต่างกันไปดูไม่เบื่อ นี่คือเหตุผลที่ทำให้บอนสีกลายเป็นไม้ใบยอดฮิตกันในขณะนี้ จนมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ          บอนสี (Caladium,Fancy Leaves Caladium)           เป็นไม้ประดับประเภทไม้ใบ  ลักษณะคล้าย เผือก บอนน้ำ ว่านนางกวัก  คูน กระดาด แต่บอนสีต่างจากพืชเหล่านี้ตรงที่ใบ จะมีสีสันสดใส งดงาม และเป็นประกาย บอนสีเป็นพืชที่มีหัวอยู่ใต้ดิน ควรปลูกในที่ที่มีความชื้นและมีแสงแดดรำไร ไม่ควรให้ขาดน้ำ ดินที่ใช้ควรเป็นดินร่วนหรือดินที่มีอินทรียวัตถุผสม จะปลูกลงดินหรือในตู้พลาสติกก็ได้ขึ้นอยู่กับว่าจะปลูกเพื่อความสวยงามหรือปลูกเพื่อจำหน่าย   ผู้เรียบเรียง : นางสาวทิพย์สุดา อาจดี เจ้าพนักงานห้องสมุดปฏิบัติงาน #ข้อมูลอ้างอิง กาญจนัฐ สีสด.  บอนสีเพื่อการส่งออก. กรุงเทพฯ : บรรณกิจ ๑๙๙๑, ๒๕๔๗. เลขหมู่ 635.93464  ก424บ อรวรรณ วิชัยลักษณ์. บอนสี. ม.ป.ท. : สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร, ๒๕๔๘. เลขหมู่ 635.93464  อ372บ


ชื่อผู้แต่ง            หลวงอรรถวาทีธรรมประวรรต (วิเชียร  จันทร์หอม) ชื่อเรื่อง              โหราศาสตร์นิเทศ ครั้งที่พิมพ์           - สถานที่พิมพ์        ธนบุรี สำนักพิมพ์          อมรการพิมพ์ ปีที่พิมพ์              ๒๕๐๗ จำนวนหน้า          ๒๘๒  หน้า หมายเหตุ            -                          โหราศาสตร์ เป็นวิชาชนิดหนึ่ง ซึ่งอุบัติขึ้นพร้อมกับการย่างเข้าสู่อารยธรรมของมนุษย์ชาติ เริ่มแต่เมื่อคนเรารู้จักสร้างสำนักอาศัยเป็นถิ่นฐาน รวบรวมกันขึ้นเป็นหมู่เหล่าจนถึงเป็นบ้านเป็นเมืองและในยุคเดียวกันนั้นมีปาเจรจารย์ซึ่งเริ่มคิดถึงเรื่องวันเวลาและใช้ดวงตาต่างกล้องโทรทัศน์ พินิจพิเคราะห์ท้องฟ้าอันมีดาราอยู่อเนกอนันต์จนทราบถึงการโคจรแห่งดาวเคราะห์ทั้งหลาย


ชื่อผู้แต่ง       ปีย์ มาลากุล, หม่อมหลวง ชื่อเรื่อง         ประเพณีไทย ครั้งที่พิมพ์     พิมพ์ครั้งที่ ๒ สถานที่พิมพ์   ม.ป.ท. สำนักพิมพ์     ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล บุญส่งการพิมพ์ ปีที่พิมพ์         ๒๕๑๕ จำนวนหน้า     ๗๔ หน้า หมายเหตุ       พิมพ์เป็นบรรณาการเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๑๕                      หนังสือเล่มนี้ มีเนื้อหาเกี่ยวกับประเพณีไทย ประกอบด้วย กิริยามารยาท, การเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท, การแต่งกายของสุภาพสตรี, การเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสิ่งของ, การเข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานสิ่งของ, ระเบียบการใช้ถ้อยคำ และคำราชาศัพท์


ชื่อเรื่อง : ประวัติการสัมพันธ์ ระหว่างชาติไทยกับชาติจีน ชื่อผู้แต่ง : - ปีที่พิมพ์ : 2509 สถานที่พิมพ์ : พระนคร สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์ไทยสว่าง จำนวนหน้า : 260 หน้า สาระสังเขป : หนังสือเล่มนี้โดยความมุ่งหมายในวัตถุประสงค์ให้ท่านทั้งหลายทั้งปวงทราบความจริงว่า ชาติไทยและชาติจีนนอกจากเป็นเพื่อนบ้านเรือนเครียงกันแล้ว ยังได้มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดสนิทสนมเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขโลหิตเดียวกันมาแต่ดึกดำบรรพ์ มีเรื่องราวสมัยก่อนประวัติศาสตร์ การสืบค้นหาหลักฐานแห่งสมัยดึกดำบรรพ์ สมัยประวัติศาสตร์จีน


ชื่อเรื่อง                  หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ เล่มที่ 2 (ม.ค.-มี.ค. 2505 ฉ.247-263)ผู้แต่ง                     -ประเภทวัสดุ/มีเดีย     หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นISBN/ISSN              -หมวดหมู่                 -เลขหมู่                    -สถานที่พิมพ์             สุพรรณบุรีสำนักพิมพ์               -ปีที่พิมพ์                  2505ลักษณะวัสดุ             146 หน้า. : กว้าง 28 ซ.ม. ยาว 39 ซ.ม.ภาษา                      ไทยบทคัดย่อ/บันทึก




สูจิบัตรประกอบการเสวนา  "เครื่องปั้นดินเผาจากแหล่งเตาบุรีรัมย์ที่ดีที่สุดในประเทศไทย" เมื่อวันเสาร์ที่ 2 เมษายน 2565 เวลา 15.00 - 16.00 น. ณ อาคารมหาสุรสิงหนาท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร


องค์ความรู้ สำหรับกิจกรรมส่งเสริมการอ่านผ่านออนไลน์ เรื่อง “28 เมษายน วันราชาภิเษกสมรส รัชกาลที่ 9” ย้อนหลังไปเมื่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 ที่เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ จากนั้นพระองค์ได้เสด็จไปศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างที่ประทับอยู่เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้ทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ได้รับบาดเจ็บที่พระเนตร เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2491 ทรงได้รับการถวายการรักษาที่โรงพยาบาลในเมืองโลซานน์ มีหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ที่ ทรงพบก่อนหน้านั้นถวายการพยาบาลอยู่ด้วย ต่อมาได้ทรงหมั้นกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ธิดาในพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ (ขณะนั้นคือ พันเอก หม่อมเจ้านักขัตรมงคล เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน) กับ หม่อมหลวงบัว กิติยากร (สนิทวงศ์) เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 ณ เมืองโลซานน์ และเมื่อเสด็จพระราชดำเนินนิวัติพระนคร ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสในวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2493 ณ พระตำหนักสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ในวังสระปทุม ทั้งยังทรงให้จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายไทยอีกด้วย ในฐานะที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ในระบบอบประชาธิปไตย ทรงลงพระปรมาภิไธยในสมุดทะเบียนสมรสเป็นพระองค์แรก และหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ได้ลงนามในสมุดเป็นบุคคลที่สองในฐานะคู่สมรส ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ขณะนั้นเจ้าสาวยังมีอายุเพียง 17 ปีเศษ ยังไม่บรรลุนิติภาวะ จึงต้องได้รับความยินยอมจากบิดา มารดา หรือผู้ปกครองก่อนตามกฎหมาย ดังนั้นหม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร พระบิดาของเจ้าสาวจึงต้องลงพระนาม แสดงความยินยอมและรับรู้ในการจดทะเบียนสมรสครั้งนี้ด้วย ต่อมา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้อาลักษณ์อ่านประกาศสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ พระอัครมเหสี เป็นสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาจักรีบรมราชวงศ์แก่สมเด็จพระราชินีในโอกาสนี้ด้วย นับแต่นั้นเป็นต้นมา พระราชปณิธานและพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่มีต่ออาณาประชาราษฎร์ ก็ได้ถ่ายทอดมายังสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และทรงงานร่วมกันต่อเนื่องมามิได้ขาด อ้างอิง : บุญเติม แสงดิษฐ. วันสำคัญ : พัชรการพิมพ์. 2541. สโมสรไลออนส์ เมืองเอก กรุงเทพฯ. เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 50 ปี : โรงพิมพ์กรุงเทพฯ (1984). 2539. ผู้เรียบเรียง : นายประพนธ์ รอบรู้ นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี


black ribbon.