ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,751 รายการ
ชื่อผู้แต่ง / ผู้คัดลอก -
ชื่อเรื่อง พระยศกิจ
ครั้งที่พิมพ์ -
สถานที่พิมพ์ -
สำนักพิมพ์ -
ปีที่แต่ง / คัดลอก -
จำนวนหน้า ๑๐๐ หน้า
ทะเบียนเอกสารโบราณ สข.บข.๐๐๓
หมายเหตุ หนังสือบุดขาว อักษรไทย ภาษาไทย เส้นหมึก
ท้าวยศกิจแห่งนครจำบากมีมเหสีพระนามว่าสิริมดี เมื่อทรงพระครรภ์ทรงพระสุบินว่าดาบสเหาะนำแก้วมาให้ โหรทำนายว่าจะได้พระโอรส แต่พระสวามีจะพลัดพรากจากเมืองต่อมาท้าวพาลราชยกทัพมาล้อมนครจัมบาก ท้าวยศกิจพร้อมด้วยมเหสีจึงหนีไปบวชอยู่ที่เขาวิบูลบรรพตฯต่อมาพรานป่าซึ่งท้าวยศกิจทรงช่วยชีวิตไว้นำกองทัพของท้าวพาลราชมาจับ นางสิริมดีประสูติโอรสนามว่าสิริวิบูลกิติ เมื่อเจริญวัยได้ทูลลาพระมารดาไปช่วยพระบิดา ท้าวพาลราชรับสั่งให้ลงโทษด้วยวิธีต่างๆก็มิได้เป็นอันตราย ท้าวพาลราชประหารเองจึงถูกธรณีสูบ สิริวิบูลกิติ์จึงได้ราชสมบัติคืนฯ
นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ได้รับรายงานจากกรมศิลปากรว่าเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา องค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ได้ประกาศมรดกความทรงจำแห่งโลก (Memory of the World) ประจำปี 2568 จำนวน 74 รายการ โดยมีเอกสารจากประเทศไทยได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกความทรงจำแห่งโลก จำนวน 3 รายการ ได้แก่ รายการที่ 1 เอกสารสมุดไทย นันโทปนันทสูตรคำหลวง (The Manuscript of Nanthopananthasut Kamlaung) เอกสารโบราณล้ำค่าของไทย เป็นวรรณคดีทางพระพุทธศาสนาที่เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรไชยเชษฐสุริยวงศ์ (เจ้าฟ้ากุ้ง) ทรงพระนิพนธ์ขึ้นเมื่อปี 2279 ซึ่งเก็บรักษาไว้ที่หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ส่วนรายการที่ 2 ภาพยนตร์เรื่อง พระเจ้าช้างเผือก และเอกสารจดหมายเหตุที่เกี่ยวข้อง (The King of the White Elephant and the archival documents) ภาพยนตร์เก็บรักษาไว้ที่หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) และเอกสารจดหมายเหตุที่เกี่ยวข้องเก็บรักษาไว้ที่สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และรายการที่ 3 เอกสารการก่อตั้งประชาคมอาเซียน (The Birth of the Association of Southeast Asia Nations (ASEAN) (Archives about the Formation ASEAN, 1967 – 1976)) เก็บรักษาไว้ที่หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ซึ่งประเทศไทยเสนอขึ้นทะเบียนร่วมกับประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย และประเทศสิงคโปร์
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีเอกสารมรดกความทรงจำที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกโดยยูเนสโกแล้ว จำนวน 570 รายการ จาก 72 ประเทศ และ 4 องค์กรระหว่างประเทศ โดยในส่วนประเทศไทยนั้น มีเอกสารที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกแล้ว จำนวน 9 รายการ ได้แก่ จารึกวัดโพธิ์, ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง, เอกสารจดหมายเหตุ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิรูปการปกครองของสยาม พุทธศักราช 2411 – 2453, ฟิล์มกระจกและภาพต้นฉบับ ชุดหอพระสมุดวชิรญาณ,บันทึกการประชุมของคณะกรรมการสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ และคัมภีร์ใบลาน เรื่องตำนานอุรังคธาตุ โดยผู้ที่สนใจสามารถดูรายการเอกสารมรดกความทรงจำแห่งโลกของประเทศไทยได้ที่ https://www.nat.go.th/mow/th-th
“เอกสารที่ได้รับเป็นมรดกความทรงจำของชาติยังมีอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ ในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก การที่ยูเนสโกได้ประกาศมรดกความทรงจำแห่งโลกในครั้งนี้ ถือว่าตอกย้ำถึงความสำคัญทางวรรณกรรม พุทธศาสนา และศิลปวัฒนธรรมของชาติไทย ที่มีคุณูปการต่อมนุษยชาติอย่างแท้จริง สมควรที่จะช่วยกันอนุรักษ์และสืบทอดให้คงอยู่สืบไป อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกรมศิลปากรได้รายงานว่าจะดำเนินการจัดทำโครงการเฉลิมฉลองในวาระการที่เอกสารมรดกของชาติได้รับการประกาศมรดกความทรงจำแห่งโลก เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ให้ประชาชนรับทราบถึงความสำคัญของเอกสารดังกล่าวและเป็นการอนุรักษ์และสืบทอดอีกทางด้วย” นางสาวสุดาวรรณ กล่าว
ที่มาของ 3 ภาพ : https://www.facebook.com/share/p/1H8NKDhK1K/
ชื่อเรื่อง : ประวัติและรายงานสรงน้ำเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์
หัวเรื่อง : สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ สุขบท), 2415-2494
สงฆ์ -- ชีวประวัติ
คำค้น : -
รายละเอียด : ศิษยานุศิษย์พิมพ์เป็นที่ระลึกในงานสรงน้ำ วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2482 ณ วัดเทพศิรินทราวาส
ผู้แต่ง : ปรีดา ศรีชลาลัย
แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
สำนักพิมพ์/โรงพิมพ์ : โรงพิมพ์ยิ้มศรี
ปีที่พิมพ์ : 2482
วันที่เผยแพร่ : 26 มิถุนายน 2568
ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : -
ลิขสิทธิ์ : -
รูปแบบ : PDF.
ภาษา : ภาษาไทย
ประเภททรัพยากร : หนังสือหายาก
ตัวบ่งชี้ : -
รายละเอียดเนื้อหา : หนังสือว่าด้วยเรื่องประวัติและรายงานสรงน้ำสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์
เลขทะเบียน : น. 68 บ. 79462 จบ. (ร.)
เลขหมู่ : ห
294.30922
ป372ป
หวน พินธุพันธ์. เที่ยมชมโบราณวัตถุสถานในเมืองพิษณุโลก. กรุงเทพฯ: กรุงสยามการพิมพ์, 2518.
เรื่องราวทางประวัติศาสตร์และสถานที่สำคัญต่างๆ ในจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมีโบราณวัตถุสถานที่เก่าแก่มากมาย อาทิ พระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พระราชวังจันทน์ วัดราชบูรณะ เป็นต้น
เลขทะเบียน : นพ.บ.713/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 22 หน้า ; 5 x 59 ซ.ม. : ชาดทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 225 (290-302) ผูก 1 (2568)หัวเรื่อง : สลากชีวิตสูตร--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ชื่อแบบฉบับ : ตำนานวัดพระแก้วดอนเต้า (ผูก1ข)
ชื่อเรื่อง : ตำนานนิทานวัดพระแก้วดอนเต้าเวียงดิน (ผูก 1ข)
เลขทะเบียน : ชม.บ.1121/1ข
ผู้แต่ง : ไม่ปรากฏ ผู้สร้าง : นางทิพย์ ปีที่สร้าง : จ.ศ.1272 (พ.ศ.2453)
จำนวน : 1 คัมภีร์ 4 ผูก (หอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่ มีผูก 1, 1ก-1ค)
จำนวนบรรทัด : 4 บรรทัด จำนวนหน้า : 38 หน้า
อักษร : ธรรมล้านนา ภาษา : บาลี-ไทยล้านนา เส้น : จาร
ฉบับ : ชาดทึบ-ลานดิบ ไม้ประกับ : ไม่มี ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน
ประวัติ :นางทิพย์สร้าง จ.ศ.1272 (พ.ศ.2453) ได้มาจากวัดสันผักแค ต.ม่วงคำ อ.พาน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2531
โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2568
สำนักหอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมภายใต้โครงการเผยแพร่มรดกศิลปวัฒนธรรมด้านดนตรีและนาฏศิลป์ “ดนตรีนานาสาระ” ประจำปี 2568 การแสดงดนตรี “บทเพลงซึ้ง: กาลครั้งหนึ่งในความทรงจำ” การบรรเลงและขับร้องบทเพลงไทยสากลอันไพเราะ โดยวงดุริยางค์สากล สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ควบคุมวงโดย นายธนู รักษาราษฎร์ พร้อมพบกับคีตศิลปินอาวุโส อาจารย์สุรพัฒน์ โสภณวิมลรุจน์ และคีตศิลปินอีกมากมาย ในวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม 2568 เวลา 13.00 – 16.00 น. ณ ห้องจัดแสดง ชั้น 2 หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ สำนักหอสมุดแห่งชาติท่าวาสุกรี กรุงเทพมหานคร
ผู้สนใจสามารถเข้าชมการแสดงดนตรีได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เริ่มลงทะเบียนหน้างานได้ตั้งแต่เวลา 11.30 น. เป็นต้นไป ณ บริเวณ ชั้น G หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สำนักหอสมุดแห่งชาติ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2280 9856 ในวันและเวลาราชการ
กรมศิลปากรชี้แจงประเด็นข่าวกุฏิพระโบราณ ที่วัดสิงห์ จังหวัดปทุมธานี พังทลายเสียหาย สาเหตุจากช่างที่กรมศิลปากรจ้างมาซ่อมแซมบูรณปฏิสังขรณ์
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเสมือนจริง หอศิลป: www.virtualmuseum.finearts.go.th/nationalgallery
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป หรือที่เรียกอีกชื่อว่า หอศิลปเจ้าฟ้า ตั้งอยู่บนถนนเจ้าฟ้า เขตพระนคร ในอดีตเป็นสถานที่ตั้งพระตำหนักของเจ้านายฝ่ายวังหน้า (กรมพระราชวังบวรสถานมงคล) มาตั้งแต่ครั้งรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จนเป็นที่มาของชื่อ “ถนนเจ้าฟ้า” ในปัจุบัน (ประทุม 2532 : 9)
ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้สร้างโรงงานผลิตเงินเหรียญแห่งใหม่ที่มีความทันสมัยโดยเลือกพื้นที่บริเวณริมคลองคูเมืองเดิมใกล้วัดชนะสงคราม ดังนั้น จึงต้องรื้อถอนพระตำหนักของเจ้านายฝ่ายวงหน้าที่ตั้งอยู่บริเวณนี้ โดยพระราชทานเงินค่ารื้อถอนและสร้างวังใหม่ให้แก่เจ้านายทุกพระองค์เพื่อก่องสร้างโรงงานผลิตเหรียญดังกล่าว ซึ่งเมื่อสร้างแล้วเสร็จได้รับพระราชทานนามว่า “โรงกษาปณ์สิทธิการ” (ปทุม 2542 : 10)
โรงกษาปณ์สิทธิการ สร้างขึ้นตามลักษณะทางสถาปัตยกรรมตะวันตกโดย นายคาร์โล อัลเลกรี (Carlo Allegri) สถาปนิกชาวอิตาเลียนประจำราชสำนักสยามเป็นผู้ออกแบบ (เพ็ญสุภา 2543 : 157) โดยได้แรงบันดาลใจจากโรงงานเครื่องจักรที่เมืองเบอร์มิ่งแฮม ประเทศอังกฤษ (ประทุม 2542 : 10) มีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมคือ อาคารหลักด้านหน้าเป็นทรงปั้นหยา สูงสองชั้น หลังคามุงกระเบื้องว่าว สองข้างอาคารหลักต่อเป็นปีกทอดยาว เป็นอาคารชั้นเดียวหักมุมฉากสี่ด้านบรรจบกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสเชื่อมต่อกัน บริเวณสันหลังคา เชิงชายช่องบานประตู หน้าต่างประดับด้วยลวดลายฉลุไม้อย่างงดงม
การก่อสร้างโรงงานกษาปณ์สิทธิการเสร็จสมบูรณ์และเริ่มดำเนินการผลิตเหรียญครั้งแรกในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2445 ใช้งานเรื่อยมาจนถึง พ.ศ. 2511 กรมธนารักษ์ได้ย้ายไปสร้างโรงงานใหม่ โรงงานกษาปณ์สิทธิการจึงร้างลงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา (ประทุม 2542 : 10-11)
ในวาระครบรอบ 100 ปี การพิพิธภัณฑ์ไทย (พ.ศ.2517) กรมศิลปากร ได้ริเริ่มโครงการจัดตั้ง พิพิธภัณฑสถานประเภทศิลปะสมัยใหม่ จึงได้เสนอขอใช้โรงกษาปณ์สิทธิการ เพื่อปรับปรุงให้เป็นหอศิลป ซึ่งกรมธนารักษ์ได้อนุมัติมอบหมายอาคารแห่งนี้ให้กรมศิลปากร เมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ศ.2517 เพื่อจัดตั้งเป็น “หอศิลปแห่งชาติ” โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อเป็นสถานที่เก็บรวบรวมและจัดแสดงผลงานศิลปกรรมประเภททัศนศิลป์ของศิลปินผู้มีชื่อเสียงทั้งชาวไทยชาวต่างประเทศ ตลอดจนเป็นศูนย์ศึกษาวิจัยและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับศิลปกรรมทั้งแบบไทยประเพณีและร่วมสมัย (จิรา 2532 : 67-68)
พิพิธภัณฑ์ฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ได้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินินาถ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2520 จากการที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นองค์อุปถัมภกและทรงสนับสนุนส่งเสริมงานด้านศิลปกรรมไทยทุกแขนง กรมศิลปากรจึงถือโอกาสในปีอันเป็นมหามงคลครบรอบ 72 พรรษาของพระองค์และเป็นปีที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ได้ก่อตั้งมาครบรอบ 27 ปี ดำเนินการจัดพิมพ์หนังสือนำชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสดังกล่าว และเพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับงานศิลปกรรมประเภททัศนศิลป์ในประเทศไทย ให้แก่นักเรียน นักศึกษาและผู้ที่สนใจต่อไป หลังจากนั้นไม่นานหอศิลปแห่งชาติได้ปิดปรับปรุงและเปลี่ยนชื่อได้ตรงตามพระราชบัญญัติโบราณสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ว่า “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป” และเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม ในวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2521 (ประทุม 2542 : 13-14)
ต่อมาเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2526 กรมธนารักษ์ได้มอบอาคารและที่ดินบางส่วนให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ทำให้มีพื้นที่เพิ่มมากขึ้นทั้งสามารถดำเนินการปรับปรุงขยายพื้นที่อาคารจัดแสดง เพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการแก่ศิลปินตลอดจนอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้เข้าชมได้อย่างครบถ้วนตามหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์ทางศิลปพระดับชาติดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
อ้างอิง : หนังสือนำชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป (Guide to The National Gallery, Bangkok)