ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,085 รายการ
กรมศิลปากร พิมพ์ถวายพระภิกษุสามเณรซึ่งเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
ในเทศกาลเข้าพรรษา พ.ศ.2517
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณภิธมฺมเทสนา (เทศนาสังคิณี-มหาปัฏฐาน)สพ.บ. 130/6ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 44 หน้า กว้าง 5 ซ.ม. ยาว 56 ซ.ม. หัวเรื่อง ธรรมเทศนา
บทคัดย่อ/บันทึก
เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับทองทึบ ได้รับบริจาคมาจากวัดประสพสุข ต.ทับตีเหล็ก อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี
เลขทะเบียน : นพ.บ.70/ข/2ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 56 หน้า ; 5 x 57.5 ซ.ม. : ทองทึบ ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 45 (29-34) ผูก 1 (2564)หัวเรื่อง : มหานิปาตวณฺณนา (ทสชาติ) ชาตกฎฐกถา (ชนก-สุวณฺณสาม) --เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.101/5ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 36 หน้า ; 3.5 x 54 ซ.ม. : ทองทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 60 (170-178) ผูก 5 (2564)หัวเรื่อง : เทวทูตสุตฺต (เทวทูตสูตร) --เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.131/4ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 44 หน้า ; 5.5 x 56 ซ.ม. : ทองทึบ ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 77 (302-308) ผูก 4 (2564)หัวเรื่อง : พิมฺพาเถรีวตฺถุ (พิมฺพาเถรี)--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฎฐาน)
เลขที่ ชบ.บ.6/1-5
เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
ชื่อเรื่อง : เสภาเรื่องขุนช้าง ขุนแผน เล่ม 3 ชื่อผู้แต่ง : ขุนช้าง ขุนแผน ปีที่พิมพ์ : -สถานที่พิมพ์ : -สำนักพิมพ์ :-จำนวนหน้า : 456 หน้าสาระสังเขป : หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องราวของขุนช้าง ขุนแผน ตั้งแต่ตอนที่ ๒๗ ตอนพลายงามอาสา จนถึงตอนที่ ๔๓ ตอนจระเข้เถรขวาด เพียงสิ้นเรื่องนางสร้อยฟ้าศรีมาลาลุยไฟ ดำเนินเรื่องด้วยบทเสภา
วันสงขลา ๒๕๖๔
๑๗๙ ปี แห่งการสถาปนาเมืองสงขลา(บ่อยาง)
พ.ศ.๒๓๗๙ สร้างกำแพงเมืองใหม่
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้พระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง ณ สงขลา) ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลา สร้างกำแพงเมืองและป้อมปราการ ขึ้น ณ บริเวณสันทรายในเขตท้องที่ตำบล บ่อยาง ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเมืองสงขลาในขณะนั้น ปรากฎความในพงษาวดารเมืองสงขลา ของเจ้าพระยาวิเชียรคีรี(บุญสังข์) ว่า
“...ครั้นณปีวอกอัฐศก ลุศักราช ๑๑๙๘ มีตราโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมออกมาให้ต่อก่อกำแพงเมืองสงขลา พระราชทานเงินส่วยอากรเมืองสงขลาให้พระยาสงขลา ใช้จ่ายในการก่อกำแพงสองร้อยชั่ง...”
พ.ศ.๒๓๘๕ ฝังหลักไชยเมืองสงขลา
เมื่อก่อสร้างกำแพงเมืองสงขลาแล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดการฝังหลักไชยเมืองสงขลา พระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง ณ สงขลา)จัดการพิธีแห่แหนหลักไม้ชัยพฤกษ์พระราชทานในวันขึ้น ๗ ค่ำเดือน ๔ ปีขาลจัตวาศก และทำพิธีเชิญหลักไม้ชัยพฤกษ์ลงฝังไว้ที่กลางเมืองสงขลา ในวันศุกร์ขึ้น ๑๐ ค่ำเดือน ๔ ปีขาลจัตวาศก เวลาเช้าโมงหนึ่งกับสิบนาที ตรงกับวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๓๘๕ แล้วจัดให้มีการฉลองหลักเมือง ๕ วัน ๕ คืน เป็นการเอิกเกริก
ดินแดนเมืองสงขลา
เมืองสงขลานั้นเดิมเป็นหมู่บ้านปากน้ำสังกัดเมืองพัทลุง ต่อมาดาโต๊ะโมกอล ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตตั้งเมืองซิงกอราขึ้นในราวปลายรัชกาลสมเด็จพระเอกาทศรถ และแยกตัวตั้งเป็นประเทศเอกราชระหว่างพ.ศ.๒๑๘๕-๒๒๒๓ จากนั้นจึงถูกลดฐานลงเป็นเมืองตรีขึ้นกับเมืองนครศรีธรรมราชจนสิ้นสมัยอยุธยา
ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์เจ้าสงขลาเมืองมีความชอบในราชการจึงได้ยกขึ้นเป็นเมืองโทขึ้นตรงกับกรมพระกลาโหมที่กรุงเทพฯรวมทั้งได้รับพระราชทานที่พะตงการำมาอยู่ภายใต้การปกครอง และในช่วงสมัยรัชกาลที่ ๓-๕ ได้รับพระราชทานโอนที่พะโคะ ที่พังลา ที่กำแพงเพชร จากเมืองพัทลุง รวมทั้งโอนดินแดนสะเดา จากเมืองไทรบุรีมาอยู่ภายใต้การปกครองด้วย และเมื่อมีการนำระบบมณฑลเทศาภิบาลมาใช้ จึงมีการโอนดินแดนเมืองจะนะและเทพา มาเป็นส่วนหนึ่งของสงขลา
นอกจากนี้สงขลายังได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้กำกับบริเวณ ๗ หัวเมืองคือ ปัตตานี หนองจิก ยะหริ่ง สายบุรี รามันห์ ระแงะ และยาลอแล้ว รวมทั้งเคยเป็นผู้กำกับเมืองสตูลอยู่ระยะหนึ่งก่อนจะมอบให้เมืองนครศรีธรรมราชเป็นผู้ดูแลในพ.ศ.๒๓๘๗ และยังกำกับหัวเมืองประเทศราชมลายูคือเมืองตรังกานูด้วย
ในปัจจุบันสงขลามีฐานะเป็นจังหวัดประกอบด้วย ๑๖ อำเภอคือ กระแสสินธุ์ คลองหอยโข่ง ควนเนียง จะนะ เทพา นาทวี นาหม่อม บางกล่ำ เมืองสงขลา ระโนด รัตภูมิ สทิงพระ สะเดา สะบ้าย้อย สิงหนคร และหาดใหญ่
กำเนิดวันสงขลา
วันสงขลาถูกกำหนดขึ้นตามประกาศจังหวัดสงขลา ลงวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๐ เรื่อง กำหนด “วันสงขลา” ลงนามโดยนายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาในขณะนั้น และจัดให้มีกิจกรรมต่อเนื่องทุกปีมาจนปัจจุบัน
พิธีสมโภชศาลหลักเมืองสงขลา ๒๕๖๔
วันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๔ เป็นวันครบรอบ ๑๗๙ ปีแห่งการสถาปนาเมืองสงขลา(บ่อยาง) จังหวัดสงขลาจึงได้จัดให้มีพิธีสมโภชศาลหลักเมืองขึ้น โดยมีการประกอบพิธีทางศาสนาทั้งฝ่ายพราหมณ์และฝ่ายพุทธ โดยมีนายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชนชาวสงขลา เข้าร่วมพิธี
----------------------------------------------------
เรียบเรียงโดย นายสารัท ชลอสันติสกุล นักโบราณคดีชำนาญการ l กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๑๑ สงขลา
เอกสารจดหมายเหตุมีความหลากหลายสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทใหญ่ ได้แก่ ลายลักษณ์ โสตทัศนจดหมายเหตุ แบบแปลน แผนผัง และสื่อวัสดุคอมพิวเตอร์ "ปฏิทิน"นับเป็นเอกสารจดหมายเหตุชนิดหนึ่งที่ถูกจัดอยู่ในประเภทโสตทัศนจดหมายเหตุ นอกจากภาพ ฟิล์ม ส.ค.ส. โปสเตอร์ ฯลฯ "ปฏิทิน"บอกอะไรเราได้บ้าง? อาจมีใครบางคนสงสัย สำหรับผู้เขียนเองที่ได้มีโอกาสปฏิบัติงานหลากหลายหน้างาน จึงขอเปรียบเทียบปฏิทินว่าเหมือนบทคัดย่อหรือสาระสังเขป ที่บริษัทจัดทำปฏิทินได้นำเสนอในรูปแบบชุดความรู้แบบย่อที่ผ่านการวิเคราะห์จากเอกสารชั้นต้นและชั้นลอง แต่น่าเสียดายที่ไม่มีการอ้างอิงให้ไปค้นคว้าต่อ "สายทางสามล้อไทย"เป็นปฏิทินขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ประจำปีพ.ศ.2537 ได้จัดทำไว้อย่างน่าสนใจว่า... บนสายทางของการเดินทาง หลากหลายพาหนะที่นำไปสู่จุดหมาย"สามล้อ"เป็นวิถีหนึ่งของสายทาง ซึ่งแม้เวลาจะหมุนเวียนเปลี่ยนไป หากสายทางของสามล้อก็ยังคงผูกพันเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตในสังคมไทยเป็นภาพลักษณ์ของความภูมิใจในความสามารถแห่งการประดิษฐ์ของคนไทย ที่นำไปประยุกต์เข้ากับการประกอบสัมมาอาชีพได้อย่างกลมกลืน ได้เล่าถึงการกำเนิดสามล้อว่า... พ.ศ.2476 รถสามล้อได้ถือกำเนิดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรกที่จังหวัดนครราชสีมาโดยนาวาอากาศเอก เลื่อน พงษ์โสภณ นำ"รถลาก" หรือ"รถเจ๊ก"มาดัดแปลงร่วมกับรถจักรยาน รถสามล้อแบบนี้ถือเป็นต้นแบบของรถสามล้อที่ใช้รับส่งผู้โดยสารแพร่หลายไปทั่วประเทศจนถึงปัจจุบัน ในระยะเวลาต่อมาได้มีการพัฒนาเป็นพาหนะอย่างอื่นให้สะดวกและรวดเร็วขึ้นตามประโยชน์ใช้สอย เช่นสามล้อเครื่อง ซาเล้ง ตุ๊ก-ตุ๊ก ทั้งแบบเดอลุกซ์และแบบสองแถว สามล้อเครื่องรถยนต์(ยังมีให้เห็นที่อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี)สกายแล็บ ไก่นา และอื่นๆ นอกจากปฏิทินชุดนี้ที่กล่าวมาแล้ว ยังมีปฏิทินชุดอื่นๆอีกมากที่น่าสนใจ เพื่อนๆลองกลับไปค้นในกล่องเก็บหนังสือเก่าๆที่วางทิ้งไว้บนชั้น อาจพบเรื่องราวของปฏิทินเก่ามากมาย หรือเมื่อได้ชมจนเบื่อแล้ว อยากส่งต่อ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี ยินดีรับมอบด้วยความเต็มใจยิ่งค่ะ ------------------------------------------------------ผู้เขียน : นางสุมลฑริกาญจณ์ มายะรังษี นักจดหมายเหตุชำนาญการ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี------------------------------------------------------อ้างอิง หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี.ปท หจช จบ 148 องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย เรื่อง สายทางสามล้อไทย.พ.ศ.2537