ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,085 รายการ

กรมศิลปากร เป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการธำรงรักษาด้านวัฒนธรรมของชาติมาเป็นเวลายาวนาน นับแต่พุทธศักราช 2454 เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ยกการช่างกรมโยธา กระทรวงโยธาธิการ และกรมพิพิธภัณฑ์ กระทรวงธรรมการ มารวมเป็นกรมใหม่ พระราชทานว่า “กรมศิลปากร”ดังปรากฏในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 28 หน้า 567 วันที่ 27 มีนาคม รัตนโกสินทรศก 130 เรื่อง ประกาศจัดราชการ แลเปลี่ยนนามกระทรวงโยธาธิการใหม่ กับตั้งกรมศิลปากรใหม่กรมหนึ่ง ความว่า“...ให้ยกกรมโยธา ออกจากกระทรวงโยธาธิการ แลให้แยกพแนกการช่างก่อสร้างส่วนหนึ่งมาบวกอยู่ในกรมศุขาภิบาล กระทรวงนครบาล แยกการช่างที่เป็นประณีตศิลปะไว้ส่วนหนึ่ง แลให้ยกกรมพิพิธภัณฑ์จากกระทรวงธรรมการมารวมกันตั้งขึ้นเป็นกรมศิลปากร มีผู้บัญชากรมขึ้นตรงต่อพระเจ้าแผ่นดิน จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ใดในกระทรวงใดฤากรมใดเป็นผู้บัญชาการเมื่อใดก็ได้ แล้วแต่จะทรงพระราชดำริห์ให้เห็นเหมาะกับบุคคล ในครั้งนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าบรมวงษ์เธอ กรมพระนเรศรวรฤทธิ์ ซึ่งจะเป็นเสนาบดีกระทรวงมุรธาธร ทรงเป็นผู้บัญชาการกรมศิลปากรอีกส่วนหนึ่งด้วย...”การจัดตั้งกรมศิลปากร ในครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศรวรฤทธิ์ ซึ่งเป็นเสนาบดีกระทรวงมุรธาธร ทรงเป็นผู้บัญชาการกรมศิลปากรพระองค์แรกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศรวรฤทธิ์ มีพระนามเดิมว่า พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดากลิ่น พระสนมเอก เมื่อวันจันทร์ เดือน 6 แรม 7 ค่ำ ปีเถาะ สัปตศก จุลศักราช 1217 ตรงกับวันที่ 7 พฤษภาคม พุทธศักราช 2398พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศรวรฤทธิ์ ทรงรับราชการในตำแหน่งสำคัญตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) เช่นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรับราชการตำแหน่งในออดิตออฟฟิศ พนักงานตรวจบัญชีเงินพระคลัง ทรงรับหน้าที่จัดการพระที่นั่งและพระราชวังบางปะอิน ทรงคิดแบบอย่างสร้างพระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียรต่อมาพุทธศักราช 2418 ทรงสถาปนาเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนเรศรวรฤทธิ์ โปรดให้เป็นราชทูตสยามประจำ ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกาครั้นพุทธศักราช 2429 ได้รับแต่งตั้งเป็นคอมมิตตีกรมพระนครบาล ทรงดูแลรักษาพระนครและพิจารณาบังคับการกรมพระนครบาลพุทธศักราช 2435 เมื่อมีการยุบเลิกตำแหน่งคอมมิตตีเปลี่ยนเป็นตำแหน่งเสนาบดี และยกเลิกกรมพระนครบาลเป็นกระทรวงนครบาล ได้รับแต่งตั้งเป็นเสนาบดีกระทรวงนครบาล ทรงดูแลหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงนครบาล เช่น กรมกองตระเวน กรมรักษาความสะอาด กรมพระสุรัสวดี เป็นต้นพุทธศักราช 2437 เป็นรัฐมนตรีสภาพุทธศักราช 2442 ได้รับเลื่อนเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงนเรศรวรฤทธิ์ต่อมาพุทธศักราช 2450 ได้รับแต่งตั้งเป็นเสนาบดีกระทรวงโยธาธิการรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้เป็นผู้จัดการพระราชพิธีต่าง ๆ เช่น การพระราชพิธีบรมราชาภิเษก งานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงบัญชาการสร้างพระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวงพุทธศักราช 2454 ทรงสถาปนาเป็นพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศรวรฤทธิ์ เป็นสมุหมนตรี เสนาบดีกระทรวงมุรธาธร เป็นเสนาบดีที่ปรึกษา และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นผู้บัญชาการกรมศิลปากรอีกตำแหน่งหนึ่งพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศรวรฤทธิ์ สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พุทธศักราช 2468 พระชันษาได้ 71 ปี พระราชทานเพลิงพระศพ ณ พระเมรุวัดเทพศิรินทราวาส เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พุทธศักราช 2469 เป็นต้นราชสกุล กฤดากร ณ อยุธยาภาพ : สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากรผู้เรียบเรียง : นางสาวพนิดา วงศ์บุญ นักจดหมายเหตุชำนาญการ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติอ้างอิง :กรมศิลปากร. สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์. ราชสกุลวงศ์. พิมพ์ครั้งที่ 14. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ สกสค.ลาดพร้าว, 2554.ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 28 วันที่ 27 มีนาคม 130 หน้า 567-569 เรื่อง ประกาศจัดราชการ แลเปลี่ยนนามกระทรวงโยธาธิการใหม่ กับตั้งกรมศิลปากรใหม่กรมหนึ่งอุดม ประมวลวิทยา. 101 เจ้าฟ้าและเสนาบดี. พระนคร: ร.พ. อักษรบริการ, 2505.หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ภ หวญ 12/74 ภาพชุดหอพระสมุดวชิรญาณ เรื่องพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรางฉายภาพกับเจ้านายและขุนนางผู้ใหญ่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. 13 M 00004, 13 M00014, 13 M0006813, M00070 (ภาพเม้าท์) ภาพที่อัดจากฟิล์มกระจกผนึกบนกระดาษแข็ง เรื่องพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศรวรฤทธิ์หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ร.5 รล 5/5 เอกสารกรมราชเลขาธิการ รัชกาลที่ 5 กรมราชเลขานุการ เรื่อง ประกาศตั้งตำแหน่งเสนาบดี 12 กระทรวง (1 เมษายน 111)หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ร.6 รล 2/6 เอกสารกรมราชเลขาธิการ รัชกาลที่ 6 กรมราชเลขานุการ เรื่อง ประกาศตั้งเสนาบดี (1) กระทรวงมุรธาการและปลัดทูลฉลอง (2) กระทรวงโยธาธิการ (3) กระทรวงเกษตราธิการ (4 มีนาคม 2454 – 14 มี.ค. 2463)หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ร.6 ว 9/1 เอกสารกรมราชเลขาธิการ รัชกาลที่ 6 กระทรวงวัง เรื่อง ยกกรมช่าง มารวมอยู่ในกรมศิลปากร (16 เมษายน 2454 – 28 ส.ค. 2456)หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ร.6 ว 9/3 เอกสารกรมราชเลขาธิการ รัชกาลที่6 กระทรวงวัง เรื่อง ยกกรมโยธามหาดเล็ก ไปสมทบกรมศิลปากร (20 กุมภาพันธ์ 2456)หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ร.5 ต 4/11 เอกสารกรมราชเลขาธิการ รัชกาลที่ 5 กระทรวงการต่างประเทศ เรื่อง รายงานทูตสยามครั้งกรมพระนเรศร์เป็นทูต (รศ 102)หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. สบ.10.11.3/3 เอกสารเอกสารส่วนบุคคล พันเอกแสง จุละจาริตต์ เรื่องสำเนารายงานพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศร์วรฤทธิ์ เสด็จประเทศอเมริกา พ.ศ. 2427 (พ.ศ. 2517)


วันลำดับที่ ๔ ในเทศกาลสงกรานต์คือวันปากปี ซึ่งถือว่าเป็นวันเริ่มต้นของปีใหม่ ในวันนี้ชาวบ้านจะพากันไปดำหัววัด คือไปทำพิธีคารวะเจ้าอาวาสวัดที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันวันนี้คนล้านนาจะกินแกงขนุน ภาษาชาวบ้านเรียกว่า “แก๋งบ่าหนุน” กันทุกครอบครัว เพราะเชื่อว่าจะหนุนนำชีวิตให้เจริญก้าวหน้า ชื่อ "ขนุน" พ้องเสียงกับคำว่า ""หนุน" การเกื้อหนุน ค้ำจุน สนับสนุน อุดหนุน ดันให้สูงขึ้นพิธีกรรมในแต่ละท้องถิ่นแตกต่างกันไป เช่น พิธีไหว้พระรับศีล พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์เสร็จแล้วอาจารย์โอกาสเวนทานถวายเครื่องไทยทาน  ในวันนี้จะมีพิธีทั้งที่วัดและที่บริเวณใจบ้าน เรียกว่า เป็นการส่งเคราะห์บ้านหรือเป็นวันสระพระเคราะห์ มีการปูชาเข้าลดเคราะห์  ปูชาเคราะห์ปีใหม่ ปูชาสระพระเคราะห์ ส่งเคราะห์วันปีใหม่ เป็นต้น ที่วัดเชื่อว่าผู้ที่บูชาดังว่าในวันปากปี จะได้รับความคุ้มครองไปตลอดปี ในตอนค่ำของวันนี้จะมีการบูชาเทียน สืบชะตา ลดเคราะห์ รับโชค เพื่อให้เกิดความเป็นมงคล แก่ครอบครัว เอกสารอ้างอิง"วันปากปี (ถัดจากวันเถลิงศกไปหนึ่งวัน)." สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ เล่ม 12. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์, 2542: 6228-6228.



วันที่ 9-10 มิถุนายน 2566 งานมหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ "วิถีถิ่น วิถีไทย" กรมศิลปากร โดยสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ณ ศาลาสมเด็จพระนเรศวรมหาราช วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธี


วันพุธที่ 1 พฤษภาคม 2567 เวลา 08.30 น. ร้อยเอก บุณยฤทธิ์ ฉายสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของสำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรีและหน่วยงานในสังกัดในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 60 คน ร่วมจัดกิจกรรม Big Cleaning Day เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ณ โบราณสถานคูเมือง – กำแพงเมืองสุพรรณบุรี ด้านทิศตะวันตก (ฝั่งใต้) ถนนอาชาสีหมอก ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี


-- องค์ความรู้จากเอกสารจดหมายเหตุ : เลี้ยงปลาในคอกที่หนองเล็งทราย -- ปี พ.ศ. 2515 นายอำเภอแม่ใจ จังหวัดเชียงราย (ในขณะนั้น) มีโครงการที่จะส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงปลาในอำเภอแม่ใจ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน และเพิ่มปริมาณปลาให้มีเพียงพอต่อการบริโภค สามารถหาซื้อปลาในท้องที่ได้ในราคาถูก โดยเลือกหนองเล็งทราย ซึ่งเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ในอำเภอแม่ใจเป็นพื้นที่ดำเนินโครงการ และกำหนดว่าจะส่งเสริมการเลี้ยงปลาจีนชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่าปลาซ่งฮื้อ (Hypophthalmichthys nobilis) โครงการนี้มีเจ้าหน้าที่จากสถานีประมงจังหวัดเชียงราย (ในขณะนั้น) มาร่วมดำเนินการทดลองเลี้ยงปลาในหนองเล็งทรายด้วย ดังมีรายละเอียดปรากฏในเอกสารจดหมายเหตุชุดสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดพะเยา ดังนี้ เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2515 นายสืบพงษ์ ฉัตรมาลัย นักวิชาการประมงตรี สถานีประมงจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงปลาร่วมกับเจ้าหน้าที่สภาตำบล และเจ้าหน้าที่อำเภอแม่ใจ ได้รายงานผลการปฏิบัติงานทดลองส่งเสริมการเลี้ยงปลาในคอกที่หนองเล็งทราย โดยเริ่มต้นจากการทำ “คอก” ซ้อนกันสองชั้น ขนาดกว้าง 20 เมตร ยาว 60 เมตร ระดับน้ำลึกโดยเฉลี่ย 1 – 1.60 เมตร ซึ่งก่อนที่จะปล่อยพันธุ์ปลาสำหรับการเลี้ยง ต้องกำจัดปลาเบญจพรรณและศัตรูปลาเสียก่อนเพื่อป้องกันการแย่งอาหาร ต่อมาหลังจากนั้น 1 สัปดาห์ จึงเริ่มทำการปล่อยพันธุ์ปลา แต่เนื่องจากทางสถานีฯ ไม่มีพันธุ์ปลาจีนตามที่โครงการกำหนด จึงนำพันธุ์ปลานิลและปลาไนปล่อยแทนไปก่อนในงวดแรก โดยปล่อยปลาไน 1,700 ตัว และปลานิล 500 ตัว น้ำหนักรวม 47.93 กิโลกรัม เมื่อมีพันธุ์ปลาจีนขนาดพอเหมาะแล้วจึงจะจับปลานิลและปลาไนไปขายแล้วนำปลาจีนลงเลี้ยงต่อไป นอกจากนี้ ผู้ดำเนินโครงการยังได้ให้คำแนะนำกับผู้เลี้ยงในการให้อาหารปลาว่า ใช้รำ ปลายข้าว สาหร่าย ต้มผสมกัน โดยให้อาหารปริมาณ 3 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักปลาที่ปล่อยลงไป (ประมาณ 1.43 กิโลกรัม)  ต่อวัน ตอนท้ายของรายงานผลการปฏิบัติงานระบุว่า จะทำการติดตามผลการเลี้ยงปลา โดยหาอัตราการเจริญเติบโตในทุกๆ เดือนเท่าที่ทำได้ อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าเสียดายว่า เราพบเรื่องราวเกี่ยวกับการทดลองเลี้ยงปลาในคอกที่หนองเล็งทรายในเอกสารจดหมายเหตุแต่เพียงเท่านี้ จึงไม่อาจทราบได้ว่า การทดลองเลี้ยงปลาในคอกประสบความสำเร็จเพียงใด และในที่สุดแล้วสามารถนำพันธุ์ปลาซ่งฮื้อมาเลี้ยงในหนองเล็งทรายได้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงปลาหรือไม่ ซึ่งจำเป็นต้องมีการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมต่อไปผู้เขียน: นายธัชพงศ์ พัตรสงวน (นักจดหมายเหตุปฏิบัติการ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา)เอกสารอ้างอิง: หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา. เอกสารชุดสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดพะเยา หจช พย พย กษ 1.1.3/2 เรื่อง การทดลองเลี้ยงปลาในคอกของสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดพะเยา [ 17 ส.ค. 2515 – 11 มิ.ย. 2529 ].#จดหมายเหตุ #องค์ความรู้จากจากจดหมายเหตุ #หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯพะเยา #เอกสารจดหมายเหตุ





            พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย จังหวัดนครราชสีมา ขอเชิญทุกท่านร่วมกิจกรรมเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ในวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน 2567 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป พบกับกิจกรรมต่างๆ มากมาย ดังต่อไปนี้             - เวลา 09.00 น. นิทรรศการพิเศษ "โบราณวัตถุหวนคืนถิ่นพิมาย" จัดแสดงเรื่องราวและโบราณวัตถุที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย ได้นำกลับคืนสู่เมืองพิมาย ดินแดนมาตุภูมิแรกพบ และกิจกรรมคัดตัวอักษรโบราณ จารึกมงคลนาม             - เวลา 13.00 น. การบรรยายทางวิชาการ หัวข้อ "พุทธะ : วิมายะ พุทธศาสนาแบบพิมายเป็นอย่างไร?"             - เวลา 15.30 น. นำชมโบราณวัตถุเนื่องในพุทธศาสนาโดย วิทยากรพิเศษ ผศ.ดร.จิรพัฒน์ ประพันธ์วิทยาราชบัณฑิต สาขาวิชาตันติภาษา ประเภทวิชาวรรณศิลป์ สำนักศิลปกรรม และอาจารย์ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี ม.ศิลปากร พระอาจารย์วิชาภาษาสันสกฤตในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และเจ้าของบทความ Vajrayāna Buddhism in Early Thailand from 8th to 13th Century CE as Evidenced by Inscriptions and Archaeological Artefacts และ Phimai (Vimāya) : The Greatest Mahayana Buddhist Centre during 9th to 12th Century CE and its Lingage with India             ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมกิจกรรมได้ทาง inbox ของเพจ Phimai National Museum:พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย หรือติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 0 4447 1167 รวมทั้งยังสามารถรับชมการบรรยายทางวิชาการได้ผ่าน Facebook Live ของเพจ ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป *(ถ่ายทอดสดเฉพาะช่วงการบรรยายทางวิชาการ เท่านั้น)  


            หอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญชมภาพยนตร์เพื่อการอนุรักษ์ ย้อนรำลึกหนังดังในอดีต ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากหอภาพยนตร์ (องค์กรมหาชน) ทุกวันศุกร์ เวลา 13.30 น. ณ ห้องจัดแสดง ชั้น 2 หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 (จำกัดจำนวน 100 ที่นั่ง)             สำหรับในวันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม 2567 รับชมภาพยนตร์เรื่อง “สมิงบ้านไร่” (2507) เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ โมกขศักดิ์ ผู้มีอิทธิพลในตำบลบ้านไร่ และผู้จัดการโรงงานน้ำตาลที่กำลังจะทรุดตัวลง เขาจึงบังคับให้ชาวบ้านร่วมมือกันทำไร่อ้อยเพื่อส่งมาให้ยังโรงงานของตน หนึ่งในนั้นมี สมิง บ้านไร่ ชายหนุ่มที่ไม่คิดจะทำตามข้อบังคับ ทั้งยังเป็นคนที่สนิทสนมกับ นกเขียว ลูกสาวคนเดียวของโมกขศักดิ์ จึงเป็นเหตุให้เขาไม่กล้าที่จะเล่นงานสมิง เพราะกลัวว่าจะเป็นการทำร้ายหัวใจลูกสาวของตน              บทประพันธ์ของ ป.พิมล             กำกับการแสดงโดย พันคำ             นักแสดง : มิตร ชัยบัญชา, เพชรา เชาวราษฎร์, อดุลย์ ดุลยรัตน์, ประจวบ ฤกษ์ยามดี, พันคำ             ความยาว : 132 นาที             อนุรักษ์ภาพยนตร์โดย : หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)             สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2280 9828 - 32 สามารถติดตามข้อมูลกิจกรรมต่าง ๆ ของหอสมุดแห่งชาติ ได้ทาง Facebook : National Library of Thailand





ชื่อเรื่อง                     สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                       75/6หมวดหมู่                   พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ               22 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 58 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก                    เป็นคัมภีร์ใบลาน ภาษบาลี อักษรขอม ฉบับล่องชาด  ได้รับจาก วัดประดู่ทรงธรรม  อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา


ชื่อเรื่อง                    วารสารวิสามัญศึกษาผู้แต่ง                       -ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือหายากหมวดหมู่                   ชุมนุมนิพนธ์เลขหมู่                      089.95911สถานที่พิมพ์               กรุงเทะฯสำนักพิมพ์                - ปีที่พิมพ์                    2513ลักษณะวัสดุ               74 หน้าหัวเรื่อง                     รวมเรื่อง           ภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึก    วารสารวิสามัญศึกษา เป็นวารสารรวบรวมเรื่องราวบทความต่างๆ เกี่ยวกับการศึกษา ครูอาจารย์ โรงเรียน ฯลฯ  



black ribbon.