ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,491 รายการ
ที่ตั้ง ถนนโพธิ์ศรี ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี
พิกัดแผนที่ แผนที่ระวาง 5543 I มาตราส่วน 1: 50,000
พิมพ์ครั้งที่ 1 -RTSD ลำดับชุด L 7017
พิกัดกริด 48 QTE 647263
เส้นรุ้ง ๑๗ องศา ๒๔ ลิปดา ๔๐ ฟิลิปดา เหนือ
เส้นแวง ๑๐๒ องศา ๔๗ ลิปดา ๐๕ ฟิลิปดา ตะวันออก
สิ่งสำคัญที่ขึ้นทะเบียน
๑.อาคารราชินูทิศ
ประวัติสังเขป
สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๓ โดยพระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร สมุหเทศาภิบาล สำเร็จราชการมณฑลอุดร ข้าราชการ พ่อค้าและประชาชนในจังหวัดร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นอาคารเรียนของโรงเรียนนารีอุปถัมภ์ สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๘ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ โปรดเกล้า ฯ พระราชทานนามโรงเรียนขึ้นใหม่ว่า “ ราชินูทิศ “ จึงเป็นชื่อเรียกของอาคารสืบมา
ลักษณะรูปแบบศิลปกรรม
เป็นอาคาร ๒ ชั้น ทรงยุโรป ก่ออิฐถือปูน หลังคาทรงปั้นหยา มีมุขยื่นด้านหน้า ซุ้มประตู-หน้าต่าง ก่อเป็นวงโค้ง ( ARCH ) สภาพสมบูรณ์และมีความสวยงาม
อายุสมัย ในปี พ.ศ. ๒๔๖๓ หรือประมาณ ๘๑ ปี มาแล้ว
ประเภทโบราณสถาน
อาคารโรงเรียนนารีอุปถัมภ์
ลักษณะการใช้งานในปัจจุบัน
เป็นสำนักงานของศึกษานิเทศก์จังหวัดอุดรธานี ( ชั่วคราว ) มีโครงการจัดตั้งเป็นอาคารพิพิธภัณฑสถานประจำเมืองอุดรธานี
การดำเนินงาน
๑.มีการปรับปรุงอาคารบางส่วนเพื่อเป็นสำนักงานศึกษานิเทศก์จังหวัดอุดรธานี
การขึ้นทะเบียน
ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๕ ตอนพิเศษ ๔ ง. วันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๔๑ พื้นที่ประมาณ ๑๑ ไร่ ๒ งาน ๕๖ ตารางวา
ที่มาของข้อมูล
๑.ราชกิจจานุเบกษาเล่ม๑๑๕ ตอนพิเศษ ๔ ง.หน้า ๑ วันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๔๑.
๒.สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ที่ ๗ ขอนแก่น , ทำเนียบโบราณสถานอีสานบน ,เอกสารอัดสำเนา , ๒๕๔๒
การประชุมคณะผู้บริหารกรมศิลปากรประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558 ครั้งที่ 1/2558
วันที่ 31 ตุลาคม 2557 เวลา 9.30 น. นายบวรเวท รุ่งรุจี อธิบดีกรมศิลปากร และคณะผู้บริหารกรมศิลปากรร่วมประชุมผู้บริหาร
กรมศิลปากรประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 ครั้งที่ 1/2558 ณ ห้องประชุมดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร โดยได้มอบนโยบายในการปฏิบัติงาน การติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากร เช่น การใช้จ่ายงบประมาณประจำปี
โดย : กลุ่มอำนวยการและประสานราชการ สำนักบริหารกลาง
วัสดุ หินทรายสีเทา
อายุสมัย อายุราวพุทธศตวรรษที่ 12
ตัวอักษร อักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต
สถานที่พบ พบจากการขุดแต่งแหล่งโบราณคดีดอนขุมเงิน อำเภอหนองฮี จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ.2549
บริเวณด้านหน้าของฐานหน้ากระดานล่างมีจารึกอักษรปัลลวะ อายุพุทธศตวรรษที่ 12 เป็นข้อความภาษาสันสกฤต 4 บรรทัด ในรูปแบบฉันท์อนุษฏุภ 4 บท ซึ่งมีคำแปลอยู่ 2 สำนวนดังนี้
1. แปลโดย นายสุรสิทธิ์ ไทยรัตน์ นักภาษาโบราณ สำนักหอสมุดแห่งชาติ ซึ่งปรับแก้ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ก่องแก้ว วีระประจักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาโบราณ กรมศิลปากร
(บรรทัดที่ 1-2) พระราชาผู้ทรงพระนามว่า จิตรเสน ผู้เป็นพระนัดดาของพระศรีสารวเภามะ เป็นพระโอรสของพระศรีวีรวรมัน โดยแท้จริงแล้ว แม้ว่าทรงเป็นพระอนุชาตามศักดิ์ แต่ทรงได้เป็นพระภราดาของพระศรีภววรมัน ได้เสด็จขึ้นครองราชย์แล้ว ต่อจากนั้นมาจึงทรงได้รับการขนานพระนามใหม่ว่า พระเจ้าศรีมเหนทรวรมัน
(บรรทัดที่ 3) พระองค์ได้แสดงความจงรักภักดีต่อองค์พระศิวะผู้ทรงพระนามว่า พระพฤษธวัช ได้สร้างรูปพระโคที่ตกแต่งด้วยศิลาอย่างดี ขณะที่ทรงสำเร็จความสมประสงค์ที่พระองค์ทรงมีชัยชนะอยู่เหนือราชอาณาจักรทั้งปวง
(บรรทัดที่ 4) พระองค์ทรงมีพระปัญญาปราดเปรื่องที่สมบูรณ์ด้วย (ความยิ่งใหญ่ในการปราบข้าศึกศัตรู) ทรงมีพระดำรัสถึงเรื่องโบราณราชประเพณีที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมา ทรงใฝ่พระทัยอยู่ทุกขณะที่จะปราบปรามศัตรูให้อยู่ในอำนาจด้วยการ 1.ระมัดระวังกองทัพมิให้ประมาท 2.บำรุงรักษากำลังกองทัพด้วยดี และ 3.จัดระเบียบกองทัพให้เข้มแข็ง
2. แปลโดย นายรุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ภายใต้การตรวจของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิรพัฒน์ ประพันธ์วิทยา ที่ปรึกษาศูนย์สันสกฤต มหาวิทยาลัยศิลปากร Prof. Dr. Peter Skilling, Representative of Pali Text Society (Oxford England)
(บรรทัดที่ 1-2) พระราชาผู้ทรงมีพระนามว่า จิตรเสน ทรงเป็นพระนัดดาในพระเจ้าศรีสารวเภามะ พระราชบุตรในพระเจ้าศรีวีรวรรมัน แม้เป็นพระอนุชาองค์น้อยในพระเจ้าศรีภววรรมัน แต่ก็ได้รับราชาภิเษกเป็นพระราชา ก็ด้วยพระราชอำนาจที่มากอย่างแน่นอน ภายหลังพระองค์ก็ทรงมีพระนามว่า พระเจ้าศรีมเหนทรวรรมัน
(บรรทัดที่ 3) เมื่อพระองค์พิชิตดินแดนทั้งหลายได้แล้ว ด้วยความภักดีต่อพระวฤษธวชจึงได้สถาปนาโคศิลา ณ ดินแดนแห่งนี้
(บรรทัดที่ 4) พระองค์ทรงผูกมัดไว้แล้วซึ่งจิตใจของเหล่าข้าศึกที่ภักดีแล้ว เหมือนกับทับเหง้ามันทั้งหลายด้วยศิลา หลังจากที่พระองค์ได้ขจัดความคิดแบบเก่าทิ้งไปแล้ว...
จารึกที่พบบนฐานรูปเคารพหลักนี้ เป็นจารึกพระเจ้าศรีมเหนทรวรมันหลักที่ 13 ที่พบในประเทศไทย จารึกหลักนี้เป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่มีความสำคัญทั้งนี้เพราะเป็นจารึกหลักแรกและหลักเดียวที่พบจากการขุดแต่งทางโบราณคดี อีกทั้งยังเป็นจารึกพระเจ้ามเหนทรวรมันที่พบในประเทศไทยที่มีจำนวนฉันท์มากที่สุด โดยจารึกหลักอื่นจะมีฉันท์เพียง 3 บทเท่านั้นนอกจากนี้ยังเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงนัยบางประการของทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเชื่อกันว่าพื้นที่แถบนี้เป็นพื้นที่ที่มีความแห้งแล้ง ไม่น่าที่จะมีการอยู่อาศัยของผู้คน แต่การค้นพบจารึกหลักนี้ได้เป็นประจักษ์พยานที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของทุ่งกุลาร้องไห้ ที่ปรากฏร่องรอยการอยู่อาศัยการทำกิจกรรมด้านต่างๆ ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตเกลือสินเธาว์ ข้าว หรืองานโลหะกรรม ซึ่งเคยดำเนินมาแล้วตั้งแต่ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์และยังคงมีมาอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งพระเจ้าศรีมเหนทรวรมันกษัตริย์แห่งอาณาจักรเจนละบกซึ่งเสวยราชย์ราวกลางพุทธศตวรรษที่ 12 ยังให้ความสำคัญและได้ผนวกเอาดินแดนแห่งนี้ไว้ในขอบเขตพระราชอำนาจของพระองค์
วันศุกร์ที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๒เวลา ๐๙.๓๐ น.คณะคุณครูและนักเรียน จากโรงเรียนเทศบาล ๑๒ บ้านช้าง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี จำนวน ๗๘ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียงโดยมีนายสุพัฒน์ สุทธิบุญ เป็นวิทยากรนำชม
กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้กำหนดจัดพิธีเปิดงาน
“วิจิตรภูษาศิลปากร” ในวันศุกร์ที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๘ เวลา ๑๗.๐๐ น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยมีนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธาน
กำหนดจัดนิทรรศการพิเศษผ้าไทย เรื่อง “วิจิตรภูษาพัสตราภรณ์” จัดแสดงตั้งแต่วันที่ ๑๔ สิงหาคม ถึงวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
หนังสือพระราชพิธีฉลองศิริราชสมบัติครบ 60 ปี เป็นหนังสือที่จัดพิมพ์ขึ้นในศุภวาระที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 60 ปี เมื่อวันศุกร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2549 เป็นหนังสือที่รวบรวมภาพงานพระราชพิธีในคราวนั้น โดยพิมพ์สี่สีสวยงาม 1 ชุดประกอบไปด้วยหนังสือ 2 เล่ม บรรจุในกล่องสวยงาม จำหน่ายชุดละ 600 บาท
สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลย เดช ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทูมธานี โทร 02-9027940