ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,498 รายการ

องค์ความรู้ สำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี เรื่อง หอไตรหนองขุหลุ ผู้เรียบเรียง : นางสาวนิตยา ลาภมาก นักศึกษาฝึกประสบการณ์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม


ความทรงจำในรอยเสด็จ... #สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นการนำเสนอเรื่องราวและภาพถ่ายที่เกี่ยวข้องกับพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา วันนี้ขอนำเสนอเรื่อง "เสด็จฯ เยือนภาคอีสานและจังหวัดนครราชสีมา ครั้งแรก" ตอน ที่ว่าการอำเภอพิมาย . วันที่ 3 พฤศจิกายน 2498 ภายหลังจากทรงประทับพักพระอิริยาบถท่ามกลางความร่มรื่นของ “ไทรงาม” ขบวนเสด็จพระราชดำเนินได้มุ่งหน้าสู่ “ที่ว่าการอำเภอพิมาย” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญ . ในวันนั้น พสกนิกรชาวพิมายและประชาชนจากอำเภอใกล้เคียงต่างหลั่งไหลมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จอย่างเนืองแน่น ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความปลื้มปีติ . ภาพประวัติศาสตร์ที่ยังคงตราตรึงใจ คือการที่ทั้งสองพระองค์ทรงพระดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรอย่างใกล้ชิด ทรงแย้มพระสรวล และมีพระราชปฏิสันถารกับประชาชนที่รอรับเสด็จนับหลายชั่วโมง แม้ในสภาพอากาศที่ร้อนระอุและฝุ่นคลุ้งจากการเดินทาง แต่ทุกสายตากลับเปี่ยมไปด้วยความจงรักภักดี . การเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนั้น มิได้เป็นเพียงการเยี่ยมเยียน หากยังเป็นโอกาสที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทอดพระเนตรสภาพความเป็นอยู่ของราษฎรในพื้นที่จริง เพื่อนำไปสู่การวางรากฐานการพัฒนาในโครงการพระราชดำริในเวลาต่อมา . หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา ขอเชิญชวนทุกท่านรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยภูธรเสมอมา พร้อมเชิญชวนทุกท่านที่ต้องการสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติม สามารถมาได้ที่ #ห้องค้นคว้า ชั้น 2 หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา นะคะ . เรียบเรียงข้อมูลและแนะนำโดย : นางแพรว ธนภัทรพรชัย เจ้าพนักงานห้องสมุดชำนาญงาน กราฟิกโดย : นายพีรยุทธ กษิติบดินทร์ชัย บรรณารักษ์ปฏิบัติการ . ที่มาภาพ • เพจโคราชในอดีต . อ้างอิง • วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดนครราชสีมา. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2542. • เย็นศิระเพราะพระบริบาล. นครราชสีมา: มิตรภาพการพิมพ์, 2550. #NLTKORAT #สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง #พระพันปีหลวง #โคราช #นครราชสีมา #ย้อนรอยประวัติศาสตร์ #พิมาย #แม่แห่งแผ่นดิน




ผู้แต่ง : - ปีที่พิมพ์ : 2521 สถานที่พิมพ์ : ม.ป.ท.สำนักพิมพ์ : ม.ป.พ.      เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ เริ่มประกาศพระศาสนาและประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาแก่กุลบุตร ก็บังเกิดมีพระสงฆ์สาวกขึ้นในโลก ครั้นพระอริยสงฆ์สาวกมีมากขึ้น พระพุทธเจ้าทรงส่งไปประกาศพระศาสนาในที่ต่างๆ ในชมพูทวีป พระอริยสงฆ์เหล่านั้นต่างก็ได้ดำเนินการบรรพชาอุปสมบทกุลบุตรเป็นพระภิกษุสงฆ์ในที่ต่างๆ จากพุทธานุญาตก็เกิดมีคณะสงฆ์ในพระพุทธศาสนาขึ้นตั้งแต่พุทธกาล ศาสนาที่คนไทนับถือกันอยู่ในสมัยเริ่มแรกแห่งอาณาจักรลานนาไท คงจะเป็นพุทธศาสนาทั้ง 2 นิกาย คือเถรวาทกับมหายาน ผสมกับศาสนาพราหมณ์ ศาสนาวิญญาณนิยม และความเชื่อถือทางไสยศาสตร์ โชคลางต่างๆ



ที่ตั้ง              ถนนโพธิ์ศรี  ตำบลในเมือง  อำเภอเมือง  จังหวัดอุดรธานี พิกัดแผนที่       แผนที่ระวาง  5543  I  มาตราส่วน  1: 50,000                    พิมพ์ครั้งที่  1 -RTSD  ลำดับชุด  L  7017                    พิกัดกริด  48  QTE  647263                    เส้นรุ้ง  ๑๗  องศา  ๒๔  ลิปดา  ๔๐  ฟิลิปดา  เหนือ                    เส้นแวง  ๑๐๒  องศา  ๔๗  ลิปดา  ๐๕  ฟิลิปดา  ตะวันออก   สิ่งสำคัญที่ขึ้นทะเบียน                    ๑.อาคารราชินูทิศ   ประวัติสังเขป                    สร้างขึ้นเมื่อ  พ.ศ.  ๒๔๖๓  โดยพระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร  สมุหเทศาภิบาล  สำเร็จราชการมณฑลอุดร  ข้าราชการ  พ่อค้าและประชาชนในจังหวัดร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นอาคารเรียนของโรงเรียนนารีอุปถัมภ์  สร้างเสร็จเมื่อ  พ.ศ.  ๒๔๖๘  ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่  ๖  โปรดเกล้า ฯ พระราชทานนามโรงเรียนขึ้นใหม่ว่า “ ราชินูทิศ “ จึงเป็นชื่อเรียกของอาคารสืบมา   ลักษณะรูปแบบศิลปกรรม                    เป็นอาคาร  ๒  ชั้น  ทรงยุโรป  ก่ออิฐถือปูน  หลังคาทรงปั้นหยา  มีมุขยื่นด้านหน้า  ซุ้มประตู-หน้าต่าง  ก่อเป็นวงโค้ง ( ARCH ) สภาพสมบูรณ์และมีความสวยงาม   อายุสมัย          ในปี พ.ศ.  ๒๔๖๓  หรือประมาณ  ๘๑  ปี  มาแล้ว   ประเภทโบราณสถาน                    อาคารโรงเรียนนารีอุปถัมภ์   ลักษณะการใช้งานในปัจจุบัน                    เป็นสำนักงานของศึกษานิเทศก์จังหวัดอุดรธานี ( ชั่วคราว ) มีโครงการจัดตั้งเป็นอาคารพิพิธภัณฑสถานประจำเมืองอุดรธานี   การดำเนินงาน                    ๑.มีการปรับปรุงอาคารบางส่วนเพื่อเป็นสำนักงานศึกษานิเทศก์จังหวัดอุดรธานี   การขึ้นทะเบียน                    ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน  ในราชกิจจานุเบกษา  เล่ม  ๑๑๕  ตอนพิเศษ  ๔ ง.  วันที่  ๑๔  มกราคม  ๒๕๔๑  พื้นที่ประมาณ  ๑๑  ไร่  ๒  งาน  ๕๖  ตารางวา   ที่มาของข้อมูล                    ๑.ราชกิจจานุเบกษาเล่ม๑๑๕  ตอนพิเศษ ๔ ง.หน้า ๑  วันที่ ๑๔  มกราคม  ๒๕๔๑.                    ๒.สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  ที่  ๗ ขอนแก่น , ทำเนียบโบราณสถานอีสานบน ,เอกสารอัดสำเนา ,  ๒๕๔๒


Introducing Cultural Thailand in Outline by Phya Anuman Rajadhon


การประชุมคณะผู้บริหารกรมศิลปากรประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558  ครั้งที่ 1/2558   วันที่ 31 ตุลาคม 2557 เวลา 9.30 น. นายบวรเวท รุ่งรุจี อธิบดีกรมศิลปากร และคณะผู้บริหารกรมศิลปากรร่วมประชุมผู้บริหาร กรมศิลปากรประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558  ครั้งที่ 1/2558 ณ ห้องประชุมดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร โดยได้มอบนโยบายในการปฏิบัติงาน การติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากร เช่น การใช้จ่ายงบประมาณประจำปี    โดย : กลุ่มอำนวยการและประสานราชการ  สำนักบริหารกลาง






วัสดุ หินทรายสีเทา อายุสมัย อายุราวพุทธศตวรรษที่ 12 ตัวอักษร อักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต สถานที่พบ พบจากการขุดแต่งแหล่งโบราณคดีดอนขุมเงิน อำเภอหนองฮี จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ.2549 บริเวณด้านหน้าของฐานหน้ากระดานล่างมีจารึกอักษรปัลลวะ อายุพุทธศตวรรษที่ 12 เป็นข้อความภาษาสันสกฤต 4 บรรทัด ในรูปแบบฉันท์อนุษฏุภ 4 บท ซึ่งมีคำแปลอยู่ 2 สำนวนดังนี้ 1. แปลโดย นายสุรสิทธิ์ ไทยรัตน์ นักภาษาโบราณ สำนักหอสมุดแห่งชาติ ซึ่งปรับแก้ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ก่องแก้ว วีระประจักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาโบราณ กรมศิลปากร (บรรทัดที่ 1-2) พระราชาผู้ทรงพระนามว่า จิตรเสน ผู้เป็นพระนัดดาของพระศรีสารวเภามะ เป็นพระโอรสของพระศรีวีรวรมัน โดยแท้จริงแล้ว แม้ว่าทรงเป็นพระอนุชาตามศักดิ์ แต่ทรงได้เป็นพระภราดาของพระศรีภววรมัน ได้เสด็จขึ้นครองราชย์แล้ว ต่อจากนั้นมาจึงทรงได้รับการขนานพระนามใหม่ว่า พระเจ้าศรีมเหนทรวรมัน (บรรทัดที่ 3) พระองค์ได้แสดงความจงรักภักดีต่อองค์พระศิวะผู้ทรงพระนามว่า พระพฤษธวัช ได้สร้างรูปพระโคที่ตกแต่งด้วยศิลาอย่างดี ขณะที่ทรงสำเร็จความสมประสงค์ที่พระองค์ทรงมีชัยชนะอยู่เหนือราชอาณาจักรทั้งปวง (บรรทัดที่ 4) พระองค์ทรงมีพระปัญญาปราดเปรื่องที่สมบูรณ์ด้วย (ความยิ่งใหญ่ในการปราบข้าศึกศัตรู) ทรงมีพระดำรัสถึงเรื่องโบราณราชประเพณีที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมา ทรงใฝ่พระทัยอยู่ทุกขณะที่จะปราบปรามศัตรูให้อยู่ในอำนาจด้วยการ 1.ระมัดระวังกองทัพมิให้ประมาท 2.บำรุงรักษากำลังกองทัพด้วยดี และ 3.จัดระเบียบกองทัพให้เข้มแข็ง 2. แปลโดย นายรุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ภายใต้การตรวจของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิรพัฒน์ ประพันธ์วิทยา ที่ปรึกษาศูนย์สันสกฤต มหาวิทยาลัยศิลปากร Prof. Dr. Peter Skilling, Representative of Pali Text Society (Oxford England) (บรรทัดที่ 1-2) พระราชาผู้ทรงมีพระนามว่า จิตรเสน ทรงเป็นพระนัดดาในพระเจ้าศรีสารวเภามะ พระราชบุตรในพระเจ้าศรีวีรวรรมัน แม้เป็นพระอนุชาองค์น้อยในพระเจ้าศรีภววรรมัน แต่ก็ได้รับราชาภิเษกเป็นพระราชา ก็ด้วยพระราชอำนาจที่มากอย่างแน่นอน ภายหลังพระองค์ก็ทรงมีพระนามว่า พระเจ้าศรีมเหนทรวรรมัน (บรรทัดที่ 3) เมื่อพระองค์พิชิตดินแดนทั้งหลายได้แล้ว ด้วยความภักดีต่อพระวฤษธวชจึงได้สถาปนาโคศิลา ณ ดินแดนแห่งนี้ (บรรทัดที่ 4) พระองค์ทรงผูกมัดไว้แล้วซึ่งจิตใจของเหล่าข้าศึกที่ภักดีแล้ว เหมือนกับทับเหง้ามันทั้งหลายด้วยศิลา หลังจากที่พระองค์ได้ขจัดความคิดแบบเก่าทิ้งไปแล้ว... จารึกที่พบบนฐานรูปเคารพหลักนี้ เป็นจารึกพระเจ้าศรีมเหนทรวรมันหลักที่ 13 ที่พบในประเทศไทย จารึกหลักนี้เป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่มีความสำคัญทั้งนี้เพราะเป็นจารึกหลักแรกและหลักเดียวที่พบจากการขุดแต่งทางโบราณคดี อีกทั้งยังเป็นจารึกพระเจ้ามเหนทรวรมันที่พบในประเทศไทยที่มีจำนวนฉันท์มากที่สุด โดยจารึกหลักอื่นจะมีฉันท์เพียง 3 บทเท่านั้นนอกจากนี้ยังเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงนัยบางประการของทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเชื่อกันว่าพื้นที่แถบนี้เป็นพื้นที่ที่มีความแห้งแล้ง ไม่น่าที่จะมีการอยู่อาศัยของผู้คน แต่การค้นพบจารึกหลักนี้ได้เป็นประจักษ์พยานที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของทุ่งกุลาร้องไห้ ที่ปรากฏร่องรอยการอยู่อาศัยการทำกิจกรรมด้านต่างๆ ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตเกลือสินเธาว์ ข้าว หรืองานโลหะกรรม ซึ่งเคยดำเนินมาแล้วตั้งแต่ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์และยังคงมีมาอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งพระเจ้าศรีมเหนทรวรมันกษัตริย์แห่งอาณาจักรเจนละบกซึ่งเสวยราชย์ราวกลางพุทธศตวรรษที่ 12 ยังให้ความสำคัญและได้ผนวกเอาดินแดนแห่งนี้ไว้ในขอบเขตพระราชอำนาจของพระองค์



วันศุกร์ที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๒เวลา ๐๙.๓๐ น.คณะคุณครูและนักเรียน จากโรงเรียนเทศบาล ๑๒ บ้านช้าง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี จำนวน ๗๘ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียงโดยมีนายสุพัฒน์ สุทธิบุญ เป็นวิทยากรนำชม



black ribbon.