ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,143 รายการ
นางวิรยาร์ ชำนาญพล ผู้อำนวยการกลุ่มระบบสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม ร่วมอภิปรายแบบคณะ ในการจัดกิจกรรมเปิดตัวนิทรรศการออนไลน์ “Forging History: Metals in the Crucible of ASEAN’s Transformation” ภายใต้โครงการจดหมายเหตุดิจิทัลทางมรดกวัฒนธรรมแห่งอาเซียน ACHDA โดยมีผู้แทนเข้าร่วมอภิปราย จาก ประเทศ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และ ไทย เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 เวลา 14.00 น.ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม https://heritage.asean.org/e-exhibitions
ความเชื่อที่หมอเฮาส์ได้บันทึกไว้ ในจดหมายเหตุโหร ในรัชกาลที่ 2 ระบุว่า “ปีมะโรง จ.ศ. 1182 [พ.ศ.2363] ณ วันพฤหัสบดี ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 7 เวลายามเศษ ทิศพายัพเปนแสงไฟจับอากาศ โหรดูเคราะห์เมืองว่าร้าย จะมีศึกผีมาแต่ทิศทักษิณ” นอกจากนี้ยังมีจดหมายเหตุโหรอีกฉบับของหอสมุดแห่งชาติ ก็กล่าวถึงคำทำนายของโหรหลวงในสมัยรัชกาลที่ 2 ทำนองเดียวกันนี้ว่า “เดือน 7 จะมีศึกมาแต่ทิศทักษิณ เปนทัพผีเข้ามาแต่ ปากน้ำ” ในเบื้องต้นนี้สรุปได้ว่า มีคำทำนายที่เป็นเชิงสัญลักษณ์ว่าจะมีข้าศึกมารุกรานโดยยกเข้ามาทางปากน้ำสมุทรปราการ เมื่อเกิดโรคอหิวาต์ระบาดโดยแพร่ลามมาจากมหาสมุทรอินเดีย เข้าเกาะหมาก ปีนัง ไทรบุรี และหัวเมืองปักษ์ใต้ฝั่งตะวันตก แล้วมาปากน้ำสมุทรปราการและกรุงเทพฯ ตามลำดับ ผู้คนก็เข้าใจไปว่าโรคอหิวาต์นั้นคือ “กองทัพผี” ตามคำทำนายของโหรหลวง เมื่อโรคระบาดถูกเข้าใจในภาษาว่าเป็นกองทัพผีที่ยกมารุกรานจากภายนอก ... ---------------------------------------------------------ผู้เรียบเรียง : นางอภิญญานุช เผ่าพงษ์คล้าย บรรณารักษ์ชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ---------------------------------------------------------ข้อมูลอ้างอิง กำพล จำปาพันธ์. “โรคห่ากับการสร้างนาฏกรรมรัฐ ทำไมจึง ยิงปืนใหญ่ไล่ผี เมื่อโรคอหิวาต์ระบาดใน กรุงเทพฯ พ.ศ.2363”. ศิลปวัฒนธรรม. 8 (มิถุนายน 2563) : 104-109. ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม. จิตรกรรมรอบวิหารหลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก http://www.m-culture.in.th/album/170854/ (วันที่ 27 พฤษภาคม 2564) ศิลปวัฒนธรรม SILPA-MAG.COM ประวัติศาสตร์ . [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.silpa-mag.com/history/article_35105 (วันที่ 14 พฤษภาคม 2564) เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ฉบับหอสมุดแห่งชาติ. พระนคร : ศิลปบรรณคาร, 2513. เลขหมู่ 895.9112 ช521ส เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ฉบับหอสมุดแห่งชาติ. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก D-LIBRARY National Library of Thailand : http://164.115.27.97/digital/items/show/18856 (วันที่ 18 พฤษภาคม 2564)
สมเด็จย่า ผู้พิชิตยอดดอยอินทนนท์เมื่อต้นปี พ.ศ. ๒๕๐๗ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเชิญสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีให้เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับแรมที่พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสร้างเสร็จได้ประมาณปีเศษ นับเป็นครั้งแรกที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จประพาสหัวเมืองในประเทศไทย เพื่อทรงพักพระราชอิริยาบทและทรงเยี่ยมราษฎร พระองค์ทอดพระเนตรเห็นความทุกข์ยากของราษฎร โดยเฉพาะความเจ็บไข้ได้ป่วย จึงเป็นที่มาของการจัดตั้งหน่วยแพทย์อาสาเคลื่อนที่ในพระองค์ขึ้นในเวลาต่อมา* โดยจัดตั้งที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นแห่งแรก พระราชทานนามว่า “แพทย์อาสาสมเด็จพระราชชนนี” มีอักษรย่อว่า “พอ.สว.” วันที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๗ ขณะมีพระชนมายุ ๖๔ พรรษา มีพระราชดำริในการพิชิตยอดดอยอินทนนท์ ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีถนน ผู้ที่ประสงค์จะขึ้นไปถึงยอดดอยต้องไต่เขาไปตามทางเดินของช้างป่า โดยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเริ่มเสด็จพระราชดำเนินจากบ้านผาหมอน ซึ่งเป็นบันไดขั้นแรกที่จะไปสู่ยอดดอยอินทนนท์ แล้วประทับแรมที่ปางสมเด็จ จากนั้นจึงเสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปที่ยอดดอย ขาลงมาจากยอดดอยทรงประทับแรมที่บ้านผาหมอน แล้วประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้วงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ จัดขบวนเล่นมาร์ชชิ่งแบนด์คอยรับเสด็จสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ กองรักษาการตำรวจภูธร เมื่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จพระราชดำเนินมาถึง ทรงบรรเลงดนตรีและทรงแสดงความยินดีกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่ ขอร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ข้าราชการและเจ้าหน้าที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่* สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โปรดเกล้าฯ จัดตั้งหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระราชชนนี ในเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๒ ต่อมาจดทะเบียนหน่วยแพทย์อาสาเป็น “มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” ผู้เรียบเรียง : นางเกษราภรณ์ กุณรักษ์ นักจดหมายเหตุชำนาญการภาพ : หนังสือเสด็จฯ พิชิตยอดดอยอินทนนท์ ๒๖ เมษายน ๒๕๐๗อ้างอิง :๑. สำนักพระราชวัง. ๒๕๓๑. เสด็จฯ พิชิตยอดดอยอินทนนท์ ๒๖ เมษายน ๒๕๐๗. กรุงเทพฯ: บวรสารการพิมพ์.๒. อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี. ม.ป.ป. พระราชกรณียกิจสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (Online). http://www.theprincessmothermemorialpark.org/page.php?id=7, สืบค้นเมื่อวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๔.
ชื่อเรื่อง ฌาปนกิจฺจานิสํสกถา (สลองปงสบ)
สพ.บ. 306/1
ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลาน
หมวดหมู่ พุทธศาสนา
ลักษณะวัสดุ 26 หน้า กว้าง 4.8 ซม. ยาว 55.5 ซม.
หัวเรื่อง พุทธศาสนา
บทคัดย่อ/บันทึก
เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม-ธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทย-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจาก วัดบ้านหมี่ ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
วินยธรสิกฺขาปทวินิจฺฉย (วินยสิกฺขาปทวินิจฺเฉยฺย)
ชบ.บ.96/1-6
เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
เลขทะเบียน : นพ.บ.309/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 34 หน้า ; 5 x 57.5 ซ.ม. : ทองทึบ-ชาดทึบ ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 124 (287-301) ผูก 1 (2565)หัวเรื่อง : มาราวิภงฺคปริตฺตสุตฺต (มาราวิภังคปริตฺตสูตร)--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ชื่อผู้แต่ง สอาด หงษ์ยนต์
ชื่อเรื่อง เครื่องถมไทย
ครั้งที่พิมพ์ -
สถานที่พิมพ์ พระนคร
สำนักพิมพ์ โรงพิมพ์บำรุงนุกูลกิจ
ปีที่พิมพ์ ๒๕๐๙
จำนวนหน้า ๒๒ หน้า
รายละเอียด หนังสือเครื่องถมไทยเป็นหนังสือที่จัดพิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพนายพยัคฆ์
เสถียรปุถิรณกร อดีตเลขานการกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้ที่รักในศิลปะเครื่องถมและยังส่งเสริมวิชา
ช่างถมไทยช่วยเหลือสมทบเครื่องถมไทย
โรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ ลำพูน ในปี พ.ศ. ๒๔๗๑ สมุหเทศาภิบาลมณฑลพายัพได้พิจารณาการจัดตั้งโรงเรียนสตรีประจำจังหวัดลำพูนขึ้นเนื่องจากเห็นว่าการจัดตั้งโรงเรียนแบบสหศึกษาไม่เหมาะสมกับสภาพสังคมในสมัยนั้น นอกจากนี้ กระทรวงธรรมการ (กระทรวงศึกษาธิการ) ก็ไม่มีนโยบายส่งเสริมให้นักเรียนชายกับนักเรียนหญิงเรียนร่วมในโรงเรียนเดียวกัน สมุหเทศาภิบาลมณฑลพายัพจึงมีหนังสือกราบทูลมหาอำมาตย์เอก พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร (พระนามเดิมว่า หม่อมเจ้าธานีนิวัต) เสนาบดีกระทรวงธรรมการ ขอประทานอนุมัติแยกโรงเรียนสตรีออกมาจากโรงเรียนประจำจังหวัดลำพูน เพื่อจัดตั้งเป็นโรงเรียนสำหรับเยาวสตรีเป็นการเฉพาะ โดยใช้พื้นที่บริเวณถนนอัฏฐารสด้านเหนือของวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหารสำหรับก่อสร้างอาคารเรียน เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จได้มีพิธีการทำบุญฉลองเปิดโรงเรียนอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๗๑ โดยมีนางคำปัน โภคะกุล เป็นผู้อำนวยการคนแรก ต่อมาโรงเรียนจักรคำคณาทรได้ย้ายออกจากบริเวณบ้านสันดอนรอม ไปอยู่ที่บ้านหนองเส้ง โรงเรียนสตรีประจำจังหวัดลำพูนจึงย้ายมาใช้พื้นที่บริเวณดังกล่าว ใช้ชื่อว่า “โรงเรียนสตรีประจำจังหวัดลำพูน ส่วนบุญโญปถัมภ์” ซึ่งได้รับชื่อมาจากนามของเจ้าหญิงส่วนบุญ* จักรคำขจรศักดิ์ ชายาในพลตรีมหาอำมาตย์โทเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ ผู้ให้การอุปถัมภ์โรงเรียนมาตั้งแต่ยุคแรกเริ่มก่อตั้ง ในปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้มีการเปิดเป็นแบบสหศึกษา และเปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ ลำพูน และถือเอาวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ของทุกปี เป็นวันสถาปนาโรงเรียนสืบมา* เจ้าหญิงส่วนบุญ เป็นธิดาเจ้าราชสัมพันธ์วงค์ ณ เชียงใหม่ กับเจ้าหญิงคำย่น ณ ลำพูน สมภพเมื่อวันแรม ๗ ค่ำ เดือน ๕ ปีฉลู ตรงกับวันพุธที่ ๒๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๔๐ มีพี่น้อง ๔ คน คือ เจ้าเผ่าพรหม ณ เชียงใหม่ เจ้าชมชื่น ณ เชียงใหม่ เจ้ากุศลวงศ์ ณ เชียงใหม่ และเจ้าหญิงส่วนบุญ ณ เชียงใหม่ เจ้าหญิงส่วนบุญ ณ เชียงใหม่ ได้สมรสกับพลตรีเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูน มีทายาทสืบสกุล ๑ คน คือ เจ้าพัฒนา ณ ลำพูน ผู้เรียบเรียง : นางสาววิชุดา สุริยะวงค์ นักศึกษาฝึกงาน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาสารสนเทศศาสตร์และบรรณารักษศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ภาพ : หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่. ภาพชุด การประกวดภาพถ่ายเก่าเกี่ยวกับจังหวัดลำพูน.อ้างอิง : ๑. เชียงใหม่นิวส์. ๙๖ ปี จาก รร. วิทยาคม สู่ รร.จักรคำคณาทรลำพูน โรงเรียนเก่าแก่ที่สุดของล้านนา. (Online).https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/1350769/ , สืบค้นเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๕.๒. โรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ ลำพูน. ข้อมูลโรงเรียน. (Online). http://wck.sbycom.net/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8.../ , สืบค้นเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๕.๓. สำนักหอสมุดและสำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. เจ้าหญิงส่วนบุญ ณ ลำพูน. (Online). , สืบค้นเมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๕.
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก จัดนิทรรศการพิเศษ เรื่อง “คู่แก้วจอมขวัญแผ่นดินไทย” เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๙๐ พรรษา จัดแสดงให้ประชาชนได้ชมระหว่างวันที่ ๑ - ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๕ นิทรรศการนี้บอกเล่าเรื่องราวพระราชปฏิสัมพันธ์ระหว่างพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่ทรงมีจิตปฏิพัทธ์เมื่อทรงพบกันครั้งแรกในวัยเยาว์ กระทั่งโปรดฯ ให้จัดพระราชพิธีอภิเษกสมรส และทรงกลายเป็น "คู่แก้วจอมขวัญ" ของคนไทยทั้งแผ่นดิน ขอเชิญผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการ เรื่อง “คู่แก้วจอมขวัญแผ่นดินไทย" ได้ในระหว่างวันที่ ๑ - ๓๑ สิงหาคม เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. เปิดทุกวันพุธ - วันอาทิตย์ ปิดวันจันทร์และวันอังคาร ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก จังหวัดสุโขทัย สอบถามเพิ่มเติมที่ โทร. ๐ ๕๕๖๔ ๑๕๗๑ หรือทาง Facebook Fanpage พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก : Sawanvoranayok National Museum
สมัยล้านนา พุทธศตวรรษที่ ๒๐-๒๑
ได้มาจากโบราณสถานวัดปางไม้ บ้านเสลี่ยม อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๓
ปัจจุบันจัดแสดง ณ ห้องล้านนา อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
กบดินเผาเคลือบ ตัดเส้นสีครามบนพื้นขาว ภายในกลวงเจาะรูวงกลมบริเวณปากและกลางสันหลัง สันนิษฐานว่าใช้ใส่น้ำสำหรับฝนหมึกจีน ตามประวัติซึ่งนายมานิต วัลลิโภดม (ขณะเป็นภัณฑารักษ์พิเศษ กองโบราณคดี กรมศิลปากร) ว่าได้มาจากวัดปางไม้ และกำหนดอายุสมัยว่าเป็นงานศิลปกรรมจีน ราชวงศ์หมิงตอนปลาย
กบลายคราม เป็นหนึ่งในตัวอย่างโบราณวัตถุที่สะท้อนถึงการติดต่อระหว่างเมืองในอาณาจักรล้านนากับจีนในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๐-๒๒ เนื่องจากพบเครื่องถ้วยลายครามและเครื่องถ้วยลายเขียนสีศิลปะจีนตามโบราณสถาน ในเมืองฮอด (อำเภอฮอด) หลายชิ้น ภาชนะบางชิ้นมีตัวอักษรระบุที่ก้นภาชนะตรงกับรัชสมัยพระเจ้าจาจิ้ง (พ.ศ. ๒๐๖๕-๒๑๑๐) แห่งราชวงศ์หมิง
ปัจจัยสำคัญประการหนึ่ง คือ ตำแหน่งที่ตั้งของเมืองฮอดนั้นอยู่ริมแม่น้ำปิง ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญที่ติดต่อกับบ้านเมืองพื้นที่ตอนใน (บริเวณจีนตอนใต้) และเมืองชายฝั่งบริเวณอ่าวเมาะตะมะ กล่าวคือ หากเดินทางจากเมืองฮอดขึ้นไปทางทิศเหนือผ่านเมืองเชียงใหม่ เชียงราย จะเป็นเส้นทางที่ไปยังกลุ่มเมืองทางจีนตอนใต้ มีเมืองสำคัญเช่น เมืองต้าหลี่ (Dali City) ในมณฑลยูนนาน และจากเมืองฮอดไปทางทิศตะวันตกเป็นเส้นทางไปสู่เมืองระแหงถึงเมืองเมาะตะมะ และลงทิศใต้ไปสู่กลุ่มเมืองทางใต้ล้านนาลงไป มีเมืองสำคัญคือเมืองอยุธยา ซึ่งมีหลักฐาน เช่น “โคลงมังทรารบเชียงใหม่” (แต่งขึ้นประมาณ พ.ศ. ๒๑๕๘) ความตอนหนึ่งกล่าวถึงเมืองฮอดว่าอยู่ริมแม่น้ำปิง และเป็นจุดจอดเรือเพื่อรับส่งสินค้า ดังความว่า
เพราะเรือยุธิเยศค้า เทียวเทิง
มีกาดแกมรีเลิง ชู่มื้อ
ชาวเชียงหลั่งไหลเถิง เมืองหอด เรียมเอย
สนุกสนั่นขายแล้วซื้อ พร่องถ้านเป็นเสฏฐี ฯ
ความตอนนี้ถอดความได้ว่า “เพราะเหตุว่าพ่อค้าเรือทางอยุธยาขึ้นมาค้าขายถึง จึงมีตลาดสดขายของตลอดวันทุกวัน ชาวเชียงใหม่พากันมาถึงเมืองหอด (ฮอด) ซื้อขายกันเป็นที่สนุกพลุกพล่าน บางคนถึงขั้นเป็นเศรษฐี ฯ”
อ้างอิง
กรมศิลปากร. สมบัติศิลปจากบริเวณเขื่อนภูมิพล. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แพร่การช่าง. (พิมพ์เป็นที่ระลึกในการฌาปนกิจศพ นายนกยูง พงษ์สามารถ ณ เมรุวัดธาตุทอง วันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๘).
ณัฏฐภัทร จันทวิช. เครื่องถ้วยจีน ที่พบจากแหล่งโบราณคดีในประเทศไทย. กรุงเทพฯ:มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๓๗.
สรัสวดี อ๋องสกุล. ประวัติศาสตร์ล้านนา. พิมพ์ครั้งที่ ๔. กรุงเทพฯ: อมรินทร์, ๒๕๕๑.
ห้องสมุดดิจิทัลวัชรญาณ. โคลงเรื่อง มังทรารบเชียงใหม่ นายสิงฆะ วรรณสัย ทอดความเป็นภาษาไทยปัจจุบัน. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๕, จาก: https://vajirayana.org/โคลงเรื่อง-มังทรารบเชียงใหม่/๏.