ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 53,344 รายการ
ชื่อเรื่อง มหานิปาตวณฺณนา (เวสฺสนฺตรชาดก) ชาตกฏฐกถา ขุทฺทกนิกายฏฐกถา (ทสพร-นครกัณฑ์) สพ.บ. 423/11ประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลาน หมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 40 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ยาว 54.5 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนา--การศึกษาและการสอน ชาดกบทคัดย่อ/บันทึก
เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม-ธรรมอีสาน เส้นจาร ภาษาบาลี-ไทย-ไทยอีสาน ฉบับล่องชาด ทองทึบ รักทึบ ลานดิบ ไม่มีไม้ประกับ ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
องค์ความรู้ จากสำนักการสังคีต
วรรณกรรม เรื่องเงาะป่า สู่การแสดงของกรมศิลปากร
เรื่องเงาะป่า เป็นบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นเป็นกลอนบทละคร แล้วเสร็จในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ร.ศ. ๑๒๔ พุทธศักราช ๒๔๔๘ นับเป็นบทละครที่ทรงคุณค่า สามารถนำมาแสดงเป็นละครได้อย่างดี มีคุณค่าครบทุกอรรถรส ดังปรากฏในบทชมธรรมชาติ บทรัก บทโศกเศร้า บทแค้น เป็นต้น ที่มาของเรื่องปรากฏตามพระราชนิพนธ์คำนำ คำเริ่ม และบทสุดท้ายของเรื่องที่ว่า
จะเริ่มร่างต่างว่าไปเที่ยวป่า ขึ้นสงขลาตามใจคิดหมายมุ่ง
แล้วลงเรือมาดใหญ่ไปพัทลุง ตามเขตคุ้งทะเลสาบคลื่นราบดี
แวะเกาะยอซื้อหม้อเขาปั้นขาย แล้วแจวกรายไปเที่ยวเลาะชมเกาะสี่
บรรลุถึงพัทลุงรุ่งราตรี ออกจากนี้ขึ้นช้างวางเข้าไพร
ถึงชายแดนแคว้นเขาเข้าหยุดพัก ที่วัดถ้ำสำนักคนอาศัย
เที่ยวเล่นตามถิ่นฐานบ้านพวกไทย เขาเล่าไขเรื่องเงาะที่เจาะจง
จึงวานช่วยพาไปให้ถึงทับ มันต้อนรับชื่นชมสมประสงค์
พบยายลมุดแก่แม่เฒ่าดง ชวนให้ตรงขึ้นไปนั่งยังนอกชาน
นายสินนุ้ยช่วยพุ้ยภาษาเงาะ ฟังก็เพราะคล้ายฝรั่งดังฉาดฉาน
ยายลมุดเล่าความตามเหตุการณ์ คล้ายนิทานเก่งเหลือไม่เบื่อเลย
จึงจดจำมาทำเป็นกลอนไว้ หวังมิให้ลืมคำร่ำเฉลย
แม้นใครอ่านคงจะคิดผิดเช่นเคย เงาะเงยก็ว่างามหลามแหลกไป
ที่แต่งไว้หวังจะให้เป็นคำเงาะ เห็นหมดเหมาะงดงามตามวิสัย
ผู้ใดจะใคร่ฟังเชิญตั้งใจ วางตัวไว้ว่าเป็นเงาะอย่าเยาะมันฯ
........................................
พระราชนิพนธ์เงาะป่าว่าตามเค้า คนังเล่าแต่งต่อล้อมันเล่น
ใช้ภาษาเงาะป่าว่ายากเย็น แต่พอเห็นเงื่อนเงาเข้าใจกัน
ทำแปดวันครั้นมาถึงวันศุกร์ สิ้นสนุกไม่มีที่ข้อขัน
วันที่สองของเดือนกุมภาพันธ์ ศกร้อยยี่สิบสี่มั่นจบหมดเอยฯ
..............................................
ดังความซึ่งปรากฏในพระราชนิพนธ์คำนำตอนต้นเรื่อง แม้จะทรงปรารภไว้ว่า “เอากระดาษมาเขี่ยๆ เรื่องที่ไม่เป็นแก่นสาร คุมเป็นเรื่องขึ้นเล่นพอให้เพลินใจ” ทั้ง “หนังสือ แต่งนี้ไม่ได้ตั้งใจจะเล่นละคร และไม่รู้ว่าจะดีเพราะแต่งเรื่องชาวป่า” พระราชประสงค์นั้นทรงหวังเพียงเพื่อใช้ร้องฟังกันเป็นสำคัญ เรื่องเงาะป่า ให้ความรู้ในหลากหลายแง่มุม องค์ประกอบแห่งวรรณคดีครบถ้วน สำนวนกลอนไพเราะ ซาบซึ้ง อีกทั้งยังให้แง่คิดในคติชนวิทยา วัฒนธรรมการดำรงชีวิต ที่ผู้อ่านมองเห็นภาพพจน์ของปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น
กรมศิลปากรได้จัดการแสดงละครเรื่องเงาะป่าเป็นครั้งแรกเนื่องในงานครบรอบ ๑๐๐ ปี แห่งการครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๑ ณ โรงละครแห่งชาติ ซึ่งท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี เป็นผู้เรียบเรียงบท นายปัญญา นิตยสุวรรณ เป็นผู้ช่วย ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการแสดง เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๑๑
การแสดงของกรมศิลปากร โดยสำนักการสังคีต จัดการแสดงตามบทพระราชนิพนธ์ ดำเนินเรื่องตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ ภายในระยะเวลา ๒ ชั่วโมง แบ่งออกเป็น ๓ องก์ ๗ ตอน คือ
องก์ที่ ๑ พบนาง
ตอนที่ ๑ ซมพลารำพึง
ตอนที่ ๒ พบนาง
องก์ที่ ๒ พิธีแต่งงาน
ตอนที่ ๑ เจ้าบ่าว
ตอนที่ ๒ เจ้าสาว
ตอนที่ ๓ แต่งงาน
องก์ที่ ๓ ตายเพราะรัก
ตอนที่ ๑ จากนาง
ตอนที่ ๒ ชิงรัก
พระพุทธสิหิงค์ : ปางสมาธิแบบศิลปะ/อายุสมัย : ศิลปะสุโขทัย-ล้านนาประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๐ – ๒๑ชนิด : สำริด กะไหล่ทองขนาด : สูงพร้อมฐาน ๑๓๕ เซนติเมตรหน้าตักกว้าง ๖๓ เซนติเมตรองค์พระสูง ๗๙ เซ็นติเมตรประวัติ : สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ทรงอัญเชิญมาจากเมืองเชียงใหม่เมื่อพุทธศักราช ๒๓๓๘ปัจจุบันประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
ชื่อเรื่อง สงครามสืบราชสมบัติโปลันด์ และ ประมวลบทพระราชนิพนธ์ ภาคปกิณกะ พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวผู้แต่ง กรมศิลปากรประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือหายากหมวดหมู่ ประวัติศาสตร์ยุโรปเลขหมู่ 943.802 ม113สบสถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯสำนักพิมพ์ โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัยปีที่พิมพ์ 2509ลักษณะวัสดุ 330 หน้าหัวเรื่อง กษัตริย์และผู้ครองนคร – โปแลนด์ โปแลนด์ -- ประวัติศาสตร์ภาษา ไทยบทคัดย่อ/บันทึกบทพระราชนิพนธ์เรื่องสงครามสืบราชสมบัติโปลันด์ ทรงนิพนธ์ในสมัยเมื่อทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระยุพราชเจ้าและทรงศึกษาอยู่ ณ มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ประมวลบทพระราชนิพนธ์ ภาคปกิณกะ ส่วนมากเป็นบทพระราชนิพนธ์ในหนังสือพิมพ์ไทยโดยใช้พระปรมาภิไธยว่า “อัศวพาหุ” “รามจิตติ” และ “นักเรียนอีกคนหนึ่ง” ฯลฯ บทความเหล่านี้พระราชนิพนธ์ขึ้นอย่างมีหลักวิชา สอดคล้องด้วยวิธีการแห่งหนังสือพิมพ์
ประวัติวัดจองคำ
ผู้แต่ง : กรมศิลปากร
ต้นฉบับอยู่ที่ : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี (ห้องกรมศิลปากร)
โรงพิมพ์ : จงเจรญการพิมพ์
ปีที่พิมพ์ : 2535
รูปแบบ : PDF
ภาษา : ไทย
เลขทะเบียน : น 35 ร
เลขหมู่ : 306 น553น
วันพุธที่ 13 มีนาคม 2567"วันช้างไทย"หากใครที่เกิดอาศัยในเมืองน่าน หรือนักท่องเที่ยวที่ได้เดินทางมายังเมืองน่าน คงต้องหุ้นหูกับชื่อ "บ้านช้างเผือก" หรือสังเกตเห็นรูปปั้นช้างเผือก ที่บริเวณแยก "ช้างเผือก" ทางไปสนามบินน่าน น้อยคนนักจะทราบถึงที่มาหรือประวัติเกี่ยวกับรูปปั้นนี้.ประวัติความเป็นมา (จากจารึกที่ฐานอนุสาวรีย์ช้างเผือก) พระครูสังวรนันนทคุณ เจ้าอาวาสวัดช้างเผือก และนายเสริมสุริยสาร เรียบเรียง.ในราวจุลศักราช ๑๐๘๘ (พ.ศ. ๒๒๖๙) ในสมัยเจ้าพระยาหลวงติ๋นมหาวงษ์เมืองเชียงใหม่ ได้มาเป็นเจ้าเสวยเมืองน่าน ขณะนั้นบริเวณ ที่ตั้งหมู่บ้านช้างเผือกนี้เป็นป่าทึบเรียกกันในสมัยนั้นว่า ดงเพนียด (คือเป็นที่ฝึกและเลี้ยงช้างของผู้ครองนคร) ซึ่งมีตํานานเล่าสืบต่อกันมาว่า เจ้าผู้ครองนครเชียงราย ต้องการเชื่อมความสัมพันธ์ไมตรีกับเจ้าผู้ครองนครน่าน จึงได้ถวายช้างเผือกแก่เจ้าผู้ครองนครน่าน โดยให้เจ้าผู้ครองนครน่าน เสด็จไปรับเอาช้างเผือกยังนครเชียงราย เนื่องจากสภาพพื้นที่ในสมัยนั้น เป็นทางทุรกันดารขึ้นเขาลงห้วย การเดิน ทางต้องใช้การเดินเท้าและสัตว์พาหนะ เช่น ช้าง ม้า และวัวต่าง ขบวนเสด็จของเจ้าผู้ครองนครน่าน ได้เดินทางรอนแรมใช้เวลาแรมเดือนก็ถึงยังนครเชียงราย เข้ารับถวายช้างเผือกจากเจ้าผู้ครองนครเชียงราย และพักผ่อนเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว จึงพาข้าราชบริพารและคณะผู้ติดตามเดินทางกลับมุ่งหน้าสู่นครน่านในทิศทางเดิมขบวนเสด็จเดินทางผ่านเส้นทางทุรกันดารเป็นระยะเวลาแรมเดือนได้หยุดพักประทับแรมเป็นระยะๆ คณะข้าราชบริพาร และผู้ติดตามได้ปลดสัมภาระต่างๆ จากพาหนะวางกองไว้ ณ ที่พักแรม (การปดสัมภาระเพื่อหยุดพักนี้ ภาษาเมืองเหนือเรียกว่า ปง ซึ่งแปลว่า วางลง) สถานที่หยุดพักตรงจุดนี้จึงมีชื่อว่า ปง ปัจจุบันคืออําเภอปง จังหวัดพะเยา จากนั้นขบวนเสด็จจึงได้ออกเดินทางต่อไป ระหว่างการเดินทางได้โปรดให้ข้า-ราชบริพารและคณะผู้ติดตาม ได้มีความรืนเริงบันเทิงใจโปรดให้มีการร้องรําทําเพลง จ้อย ซอ (ซอล่องน่าน) อย่างสนุกสนานไปตลอดทาง การเดินทางเป็นไปด้วยความเหน็ดเหนื่อยล้าก็มาถึงยังเชิงเขาแห่งหนึ่ง ทําให้ความสนุกสนานนั้นหมดไป (คือหมดสนุก) ภาษาเมืองเหนือเรียกว่า เสี้ยงม่วน จุดหยุดพักตรงนี้จึงมีชื่อว่า เสี้ยงม่วน ปัจจุบันคืออำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ซึ่งเพี้ยนมาจากเสี้ยงม่วนนั่นเอง .ขบวนเสด็จได้เดินทางรอนแรมไปด้วยความเหนื่อยยาก จนมาถึงที่ราบแห่งหนึ่งระหว่างหุบเขา มีบ้านผู้คนซึ่งเป็นไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ของพระองค์อาศัยอยู่เป็นจํานวนมาก โปรดสั่งให้หยุดขบวนเสด็จเพื่อพักแรม และทรงดําริที่จะทําการเฉลิมฉลองสมโภชน์ช้างเผือกเป็นเบื้องต้นก่อน จึงได้จัดพิธีทําบุญใส่บาตร นิมนต์พระสงฆ์สามเณรมาเจริญพระพุทธมนต์ให้ศีลให้พร ไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ของพระองค์ ต่างก็นําข้าวปลาอาหารใส่บาตรล้นบาตร (การที่ข้าวพุ้นล้นบาตร ภาษาเมืองเหนือเรียกว่า สวด) จุดที่หยุดพักทําพิธีแห่งนี้ จึงได้นามว่า เมืองสวด คือ ตำบลสวด อําเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ในปัจจุบัน จากนั้นพระองค์ก็ได้เคลื่อนขบวนออกเดินทางต่อไปตามลําห้วยสี่พัน ลำห้วยนี้เมื่อก่อนเรียกกันว่า ห้วยสี่พัน เรื่องเดิมมีอยู่ว่า คนในสมัยนั้นได้สู้รบกับข้าศึกและฆ่าข้าศึกตายจำนวนสี่พัน แล้วตัดเอหัวของข้าศึกมาร้อยด้วยเครือหวาย (คำว่าร้อย คนเมืองเหนือเรียกว่า ฮ้อย หรือฮิ้ว) หรือเสียบเป็นพวงได้สามพวงหวาย ปัจจุบันสถานที่ดังกล่าวเรียกว่า ปางสามหิ้ว (ปาง คือที่พัก) จากนั้นก็เคลื่อนขบวนเสด็จขึ้นเขาลงห้วย เข้าไปในเขตเมืองน่าน ผ่านห้วยทับหินฝน (หินฝน คือก้อนหินสับหรับลับดาบของคนสมัยก่อน) ลำห้วยสไลหรือสะลาย ลำห้วยสะเนียน จนไปพบกับทางหลวงน่าน-พะเยา (ตรงหลักกิโลเมตรที่ ๒๓-๒๔ ปัจจุบัน) ขบวนเสด็จเรื่อยมาจนถึงยังหมู่บ้านหนึ่ง ซึ่งมีคนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทรงโปรดให้หยุดขบวนเพื่อให้ข้าราชบริพารและผู้ติดตามได้พักผ่อน ข้าราชบริพารและผู้ติดตามจึงได้จัดพลับพลาที่ประทับถวาย โปรยได้ใช้ใบตองมาทำเป็นถืม (คำว่า ถืม ภาษาเมืองเหนือเรียกว่าแผ่นหรือผืน ที่ทำด้วยไม้ไผ่จักสานหรือหุ้มด้วยใบตอง) หมู่บ้านแห่งนี้จึงมีชื่อว่า บ้านถืมตอง ปัจจุบันคือตำบลถืมตอง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน หลังจากที่ทรงพักผ่อนเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว จึงได้ยกขบวนเสด็จออกเดินทางต่อไปจนถึงนครน่าน ทรงโปรดให้ข้าราชบริพารและผู้ติดตาม นำช้างเผือกลงไปอาบน้ำชำระล้างทำความสะอาดที่ลำน้ำน่าน ตรงท่าน้ำของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ที่ตั้งบ้านเรือนอาศัยบริเวณท่าน้ำนั้น ต่างมีความชื่นชมยินดีเป็นยิ่งนักที่ได้พบเห็นช้างเผือกคู่บารมีของเจ้าผู้ครองนครลงอาบน้ำยังท่าน้ำแห่งนี้ จึงได้พากันตั้งชื่อหมู่บ้านขึ้นว่า บ้านท่าช้าง (เพราะถือเอานิมิตที่มีช้างคุ่บารมีของเจ้าผู้ครองนครลงอาบ)ในระหว่างที่ข้าราชบริการและผู้ติดตามพระองค์ นําช้างเผือกลงอาบน้ำชําระล้างอยู่นั้น ทรงโปรดให้สร้างพลับพลาที่ประทับขึ้นอีกชั่วคราวขึ้นอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากท่าน้ำนั้นขึ้นไปทิศเหนือประมาณกิโลเมตรเศษ เพื่อที่จะทอดพระเนตรข้าราชบริพารทําการอาบน้ำและทําความสะอาดช้างเผือก ตลอดถึงเตรียมตกแต่งทรงเครื่องช้างเพื่อที่จะนําไปฉลองสมโภช ไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ที่ปลูกบ้านเรือนอาศัยอยู่ใกล้กับพลับพลาที่ประทับนั้น ต่างก็มีความชื่นชมยินดี และถือเป็นสิริมงคลเป็นอย่างยิ่ง จึงได้พากันตั้งชื่อหมู่บ้านแห่งนั้นว่า บ้านพระเนตร มาจนถึงปัจจุบัน .หลังจากข้าราชบริการของพระองค์ได้ทําความสะอาด และประดับตกแต่งทรงเครื่องช้างเรียบร้อยแล้วทรงโปรดให้นําไปเข้าพิธีฉลองสมโภชน์ที่บริเวณทุ่งเมืองเล็น จัดพิธีฉลองสมโภชอยู่ ๗ วัน ๗ คืน ผู้คนที่ปลูกบ้านอาศัยอยู่บริเวณนั้น ต่างมีความชื่นชมยินดีเป็นยิ่งนักที่ได้เห็นช้างเผือกคู่พระบารมีครั้งนี้ จึงได้พร้อมใจกันเปลี่ยนชื่อหมู่บ้านแห่งนี้ว่า บ้านมหาโภชน์ หลังจากเสร็จพิธีฉลองสมโภชน์ช้างเผือกที่บริเวณทุ่งเมืองเล็นแล้ว ทรงโปรดให้นําไปฝึกและเลี้ยงไว้ที่ดงเพนียด (ที่ฝึก และเลี้ยงช้าง) ไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ของพระองค์ ที่ปลูกบ้านเรือนอาศัยอยู่รอบบริเวณดงเพนียดนี้ ต่างก็มีความชื่นชมยินดีเป็นยิ่งนัก ที่ได้เห็นช้างเผือกคู่พระบารมีของเจ้าผู้ครองนคร และถือเป็นสิริมงคลกับหมู่บ้าน จึงได้พร้อมใจกันตั้งชื่อหมู่บ้านนี้ขึ้นว่า บ้านช้างเผือก หลังจากที่ได้ตั้งชื่อหมู่บ้านแล้ว ความเป็นอยู่ของไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ ข้าราชบริพารของพระองค์ ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้ ต่างก็มีความสุขความเจริญเรื่อยมาจนถึงจุลศักราช ๑๑๑๐ (พ.ศ. ๒๒๙๑) ข้าราชบริพาร และไพร่ฟ้าประชาราษฎรที่พอมีฐานะร่ำรวย ต่างก็พร้อมใจกันปลูกสร้างสำนักสงฆ์ขึ้นไว้เป็นที่บําเพ็ญกุศลประจําหมู่บ้าน ยังไม่ทันสําเร็จก็ได้มีช้างพัง (ช้างเพศเมีย) ที่เลี้ยงไว้ในดงเพนียดนั้นได้ตกลูกออกมาเป็นช้างพัง ช้างพลาย (เพศผู้) ลักษณะสีขาวเผือกและถูกต้องตามคชลักษณ์ทุกประการ เจ้าผู้ครองนครทรงปลื้มปิติโสมนัสเป็นยิ่งนักที่ได้มีช้างเผือกเกิดมาคู่พระบารมีอีกเชือกหนึ่ง ทรงมีดําริที่จะจัดพิธีลองสมโภชน์ช้างเผือกขึ้น ประจวบกับการปลูกสร้างสำนักสงฆ์ได้สําเร็จลง พระองค์จึงทรงโปรดให้ข้าราชบริพารตลอดถึงไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ จัดงานฉลองสมโภชน์ช้างเผือกและสํานักสงฆ์ขึ้นพร้อมกันเป็นเวลา ๗ วัน ๗ คืน พร้อมกับประทานนามที่พักสงฆ์แห่งนี้ว่า วัดช้างเผือก ตั้งแต่บัดนั้น จนถึงตราบเท่าทุกวันนี้
พระโพธิสัตว์วัชรปาณี
แบบศิลปะ : ทวารวดี
ชนิด : ดินเผา
ขนาด : กว้าง 27 เซนติเมตร สูง 64.5 เซนติเมตร
ลักษณะ : พระโพธิสัตว์วัชรปาณี ลักษณะยืนเอียงตน พระหัตถ์ซ้ายทรงถือวัชระ
สภาพ : ชำรุด พระกรและพระบาทหักหายไป
ประวัติ : พบที่โบราณสถานหมายเลข 40 หนองเกษร เมืองโบราณคูบัว จังหวัดราชบุรี
สถานที่จัดแสดง : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี จังหวัดราชบุรี
แสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่ http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/ratchaburi/360/model/21/
ที่มา: http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/ratchaburi
สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเสวนาทางวิชาการเรื่อง “แผนภูมิของแผ่นดิน” ประกอบการจัดนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๗ วิทยากรโดยนายไอยคุปต์ ธนบัตร นักอักษรศาสตร์ชำนาญการพิเศษ, นายภูวนารถ สังข์เงิน นักอักษรศาสตร์ชำนาญการ, นางสาวณัฏฐ กล้าหาญ นักจดหมายเหตุชำนาญการ และนายชัยสิทธิ์ ปะนันวงค์ นักอักษรศาสตร์ชำนาญการ ผู้ดำเนินรายการ ในวันเสาร์ที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๗ เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ณ ห้องประชุมอาคารดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยท่านสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ผ่านการสแกน QR Code หรือผ่าน Link https://forms.gle/yptE9EzKU99D76TW7 หรือรับชมการถ่ายทอดสดได้ที่ Facebook Fanpage กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ในวันและเวลาดังกล่าว
กรมศิลปากร โดยหอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และห้องสมุดดนตรีทูลกระหม่อมสิรินธร สำนักหอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญชมการแสดงดนตรี “เจื้อยแจ้วจำนรรจ์ รำพันเพลงครู” โครงการเผยแพร่มรดกศิลปวัฒนธรรมด้านดนตรีและนาฏศิลป์ “ดนตรีนานาสาระ” ประจำปี พ.ศ. 2567 ในวันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน 2567 เวลา 13.00 – 15.30 น. ณ ห้องจัดแสดง ชั้น 2 หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สำนักหอสมุดแห่งชาติ ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ
การแสดงดนตรี “เจื้อยแจ้วจำนรรจ์ รำพันเพลงครู” เป็นการบรรเลงและขับร้องบทเพลงลูกทุ่งและลูกกรุงอันไพเราะ จากผลงานการประพันธ์คำร้องและทำนองของศิลปินแห่งชาติ โดยวงดุริยางค์สากล สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ควบคุมวงโดย นายธนู รักษาราษฎร์ ขับขานบทเพลงโดย ดวงดาว เถาว์หิรัญ, มานิต ธุวะเศรษฐกุล, ณัฐธิกา เอี่ยมท่าไม้, อิสรพงศ์ ดอกยอ, โฉมวิลัย ยูฮันเงาะ, ถิรวัฒน์ ศรีสุรางค์, ธนิษฐา นิลบุตร และรัฐพงศ์ ปิติชาญ พร้อมด้วยศิลปินรับเชิญวินัย พันธุรักษ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ขับร้อง-เพลงไทยสากล) ประจำปี พ.ศ. 2562
ผู้สนใจสามารถเข้าชมการแสดงดนตรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในวันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน 2567 เวลา 13.00 – 15.30 น. ณ ห้องจัดแสดง ชั้น 2 หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สำนักหอสมุดแห่งชาติ เริ่มลงทะเบียนหน้างานได้ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ณ บริเวณ ชั้น G หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สำนักหอสมุดแห่งชาติ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2280 9856
(วันและเวลาราชการ)
ชื่อเรื่อง เสียเคราะห์ (เสียเคราะห์)สพ.บ. 458/1หมวดหมู่ พุทธศาสนาภาษา บาลี-ไทยอีสานหัวเรื่อง พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 36 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 29 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ ไม่มีไม้ประกับ ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร ขอเชิญทุกท่านอ่านหนังสือประวัติศาสตร์เมืองกำแพงเพชร https://online.anyflip.com/llrqx/euds/mobile/index.htmlหนังสือเล่มนี้รวบรวมข้อมูลสภาพทั่วไปและเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดกำแพงเพชร ๕ ด้าน คือ ด้านสภาพภูมิศาสตร์และสังคม ด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์เมืองกำแพงเพชร ด้านมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ด้านบุคคลสำคัญ และด้านพระมหากรุณาธิคุณแห่งสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยที่มีต่อจังหวัดกำแพงเพชร เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษา เรียนรู้ และเข้าใจถึงพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดกำแพงเพชร
ชื่อเรื่อง ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 17 เรื่องตำนานการเลิกบ่อนเบี้ยและเลิกหวยผู้แต่ง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือหายากหมวดหมู่ การบันเทิง กีฬา ดนตรี เลขหมู่ 795.09593 ด495ปพสถานที่พิมพ์ พระนครสำนักพิมพ์ โรงพิมพ์ธนาคารออมสิน ปีที่พิมพ์ 2504ลักษณะวัสดุ 124 หน้า หัวเรื่อง การพนันภาษา ไทยบทคัดย่อ/บันทึก พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพนางพยุง โสตถิทัต