ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,047 รายการ




องค์ความรู้ สำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี เรื่อง “โคนนทิ” เทพพาหนะพระศิวเทพ ปราสาทกู่กาสิงห์ ปราสาทกู่กาสิงห์ ตั้งอยู่บ้านกู่กาสิงห์ ตำบลกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด มีสิ่งก่อสร้างสำคัญคือ ปราสาท ๓ หลัง ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน เรียงในแนวเหนือ – ใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ปราสาทหลังกลางมีมณฑปยื่นออกไปทางด้านหน้า ภายในมณฑปประดิษฐานประติมากรรมโคสลักจากหินทรายสีแดงหมอบอยู่ ประติมากรรมดังกล่าวคือ “โคนนทิ” (Nandi) หรือ โคอุศุภราช ซึ่งพบจากการขุดแต่งบูรณะในช่วงปี ๒๕๓๓ – ๒๕๓๕ ลักษณะของโคนนทิที่ขุดพบ เป็นโคนั่งหมอบอยู่บนฐานเตี้ยรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขาหน้าพับงออยู่ใต้ลำตัว ส่วนหางและขาหลังพับไปทางด้านขวา บนหลังมีโหนกสูง ที่คอมีเครื่องประดับสลักเป็นลายลูกประคำเรียงกัน ๓ แถว เป็นแผงสวยงาม ส่วนหัวชำรุดหักหายไป นับเป็นประติมากรรมนนทิในศิลปะขอมอายุนับพันปีที่พบเพียงแห่งเดียวในจังหวัดร้อยเอ็ด และพบเพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทย ตามความเชื่อของศาสนาฮินดู ได้กล่าวถึงการกำเนิดนนทิไว้ว่า เมื่อครั้งการกวนเกษียรสมุทรระหว่างเทวดาและอสูร ก่อนที่หม้อน้ำอมฤตจะผุดขึ้นมานั้น ได้เกิดของวิเศษหลายอย่าง เช่น นางอัปสร ช้างเอราวัณ ดวงจันทร์ โคสุรภี หริธนู เป็นต้น โดยช้างเอราวัณพระอินทร์ได้นำไปเป็นเทพพาหนะ ในส่วนของโคสุรภีพระศิวะปรารถนาจะนำไปเป็นเทพพาหนะเช่นกันแต่ติดที่เป็นเพศเมีย พระกัศยปะจึงอาสาแปลงเป็นโคเพศผู้ไปผสมพันธุ์กับนางโคสุรภีจนตั้งครรภ์ และได้ให้กำเนิดโคเผือก (สีขาว) เพศผู้ นามว่า “นนทิ” จากนั้นได้นำบุตรของตนไปถวายเป็นเทพพาหนะของพระศิวะ บรรดาปราสาทหินในวัฒนธรรมขอมที่สร้างถวายพระศิวะนอกจากพบศิวลึงค์ซึ่งประดิษฐานเป็นประธานในเทวาลัยแล้ว บางแห่งพบประติมากรรมโคนนทิด้วย เช่น ปราสาทตาเมือนธม จังหวัดสุรินทร์ และปราสาทพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ดังนั้น การพบโคนนทิที่ปราสาทกู่กาสิงห์จึงเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อถวายพระศิวะเช่นกัน นับเป็นปราสาทที่งดงามด้วยรูปแบบศิลปะและคุณค่าด้านประวัติศาสตร์ - โบราณคดี หากท่านใดมีโอกาสผ่านมาที่จังหวัดร้อยเอ็ดอย่าลืมแวะมาชมปราสาทกู่กาสิงห์ และโคนนทิอายุนับพันปีนะครับ ผู้เรียบเรียง: นายกฤษณพงศ์ พูนสวัสดิ์ นักโบราณคดีปฏิบัติการ สำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี เอกสารอ้างอิง: กลุ่มวิชาการโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๑๐ ร้อยเอ็ด. อิทธิพลวัฒนธรรมเขมรในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด. ร้อยเอ็ด: กรมศิลปากร, ๒๕๔๗. กองโบราณคดี กรมศิลปากร. รายงานการขุดแต่งปราสาทกู่กาสิงห์. นครราชสีมา: หน่วยศิลปากรที่ ๖, ๒๕๓๓. สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ ๘ อุบลราชธานี. รายงานการสำรวจขึ้นทะเบียนโบราณสถานกู่กาสิงห์. อุบลราชธานี: สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ ๘ อุบลราชธานี, ๒๕๔๑.


ชื่อเรื่อง                               สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม(ธาตุกถา) สพ.บ.                                  อย.บ.1/3ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           18 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 58 ซม.หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา          บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


ประเพณี “แห่ครัวตาน” (คัวตาน).      “คัว” หมายถึง ครัว ในภาษาถิ่นภาคเหนือ หมายถึง วัตถุ, สิ่งของ, เครื่องใช้, เครื่องประกอบ ส่วนคำว่า “ตาน” (ทาน) หมายถึง ถวาย, ทาน “คัวตาน” หมายถึง เครื่องไทยทาน (ของสำหรับทำทาน) หรือเครื่องไทยธรรม ชาวล้านนามักเรียกสิ่งของต่างๆ ที่นำมารวมกันแล้วตกแต่งให้สวยงามเพื่อถวายเป็นเครื่องไทยทานว่า ต้น, ต้นทานหรือต้นครัวทาน.        ประเพณีแห่ครัวตาน หรือการถวายเครื่องไทยทาน เป็นประเพณีที่คนท้องถิ่นภาคเหนือหรือล้านนา จัดขึ้นเนื่องในโอกาสที่หมู่บ้านนั้นมีเทศกาลงานสำคัญ เช่น งานตานสลากภัตร งานฉลองโบสถ์ วิหาร ศาลา ถาวรวัตถุที่เป็นสาธาณประโยชน์ของหมู่บ้าน และนำไปถวายวัดในเทศกาลประเพณีต่าง ๆ โดยการแห่ครัวตานชาวบ้านจะนำเอาสิ่งของ เครื่องอุปโภค บริโภค วัสดุอุปกรณ์ จตุปัจจัยไทยทาน ที่ช่วยกันรวบรวมหรือซื้อหามา จากนั้นจะมีการจัดทำเป็นรูปแบบต่างๆ นำไปถวายวัดในหมู่บ้านของตนหรือหมู่บ้านใกล้เคียง ในการเคลื่อนต้นครัวทานเพื่อนำไปถวายเป็นทานนั้น มักจะมีการแห่แหนด้วยขบวนฆ้องกลองซึ่งอาจมีช่างฟ้อนทำหน้าที่ฟ้อนรำนำขบวนไปด้วย. รูปแบบครัวตานมีหลายลักษณะตามแนวคิดของชาวบ้านโดยชาวบ้านจะช่วยกันตกแต่งครัวตานให้สวยงาม เช่น พุ่มดอกไม้ พุ่มเครื่องไทย-ทาน และมียอดเป็นธนบัตรหนีบด้วยไม้ตับ รูปจำลองโบราณสถานที่เคารพนับถือ รูปสัตว์ สัตว์หิมพานต์ในนิทานชาดกต่างๆ ต้นกัลปพฤกษ์ เป็นต้น โดยเป็นสิ่งของเครื่องใช้ที่ชาวบ้าน พระภิกษุสามเณร หรือวัดสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ตลอดจนพืชผักที่มีในท้องถิ่นตามฤดูกาล .        การแห่ครัวตานจะมีการจัดรูปขบวน มีป้ายชื่อหมู่บ้าน ขบวนเครื่องสักการะดอกไม้ ธูปเทียน พุ่มดอก ขบวนกลองยาวหรือกลองสิ้งหม้อง และขบสนฟ้อนรำหน้าครัวตาน ในบางครั้งจะมีการฮ่ำครัวตานอธิบายความหมายหรือพรรณนาขบวนครัวตาน เมื่อแห่เข้าวัดแล้วก็จำนำไปถวายพระสงฆ์ และรับศีลพรเป็นอันเสร็จพิธี.        การแห่ครัวตานเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่งในการสร้างให้เกิดธรรมที่สำคัญ คือ คารวะธรรม คือมีความเคารพต่อกันให้เกียรติกัน เพื่อนบ้านมีงานบุญ งานประเพณี เกิดกิจกรรมร่วมกันของผู้สูงอายุ และคนหนุ่มสาว เกิดการถ่ายทอดแบ่งปันและบอกเล่า ปัญญาธรรม คือ การตระเตรียมเครื่องถวาย สมาชิกต้องช่วยกันคิด ช่วยกันวางแผน ช่วยกันแก้ปัญหา เพื่อทำให้ดีที่สุด และสามัคคีธรรม คือส่งเสริมให้เกิดความสามัคคีในหมู่บ้าน เราในฐานะเพื่อนบ้านก็อาสาช่วยเหลือ มีน้ำใจให้แก่กันและกัน.ภาพ : การประกวดขบวนแห่มหกรรมครัวตานของแต่ละคุ้มวัดที่มาร่วมอนุโมทนาฉลองพระอุโบสถ วัดกู่คำ ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จ.น่าน วันศุกร์ที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๕.เอกสารอ้างอิง"ต้นครัวทาน (เครื่องไทยทาน)." สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ เล่ม 5. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์, 2542: 2292-2298.พระครูสังฆรักษ์ ศุภณัฐ ภูริวฑฺฆโน. การลดค่าใช้จ่ายในงานประเพณีแห่ครัวตานล้านนาเพื่อสร้างคุณค่า และความหมายที่เหมาะสมกับชุมชน โดยกลุ่มผู้สูงอายุบ้านท่าขัว ตำบลบ่อแห้ว อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง. วารสารวิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง ปีที่ 9 ฉบับที่ 3 (กันยายน-ธันวาคม 2563)


ชื่อเรื่อง                                        สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม  (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ.                                           49/5ประเภทวัดุ/มีเดีย                       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                                     พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                              82 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ยาว 57 ซม.หัวเรื่อง                                        พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก               เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


สวดปวารณาออกพรรษา (สวดปวารณาออกพรรษา) ชบ.บ 116/1 เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 159/7 เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


          วันศุกร์ที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๖  เวลา ๑๔.๐๐ น. นายสถาพร เที่ยงธรรม รองอธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการพิเศษ “๑๐๐ ปี ศิลปสู่สยาม สุนทรียศิลปแห่งนวสมัย” (100 Years of Silpa to Siam : Aesthetics of modern Art) ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า กรุงเทพฯ           เนื่องในวาระครบรอบ ๑๐๐ ปี ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี (Corrado Feroci) เดินทางมารับราชการที่ประเทศไทยในฐานะประติมากรของกรมศิลปากร กระทรวงวัง เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖ – ๒๕๖๖ (ค.ศ. 1923 – 2023) และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ ซึ่งเป็นห้องทำงานเดิมที่ศาสตราจารย์ศิลป์ใช้ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ปิดปรับปรุงชั่วคราว กรมศิลปากร โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป จึงได้จัดนิทรรศการพิเศษ “๑๐๐ ปี ศิลปสู่สยาม สุนทรียศิลปแห่งนวสมัย” ขึ้น เพื่อเผยแพร่ประวัติและผลงานของศาสตราจารย์ศิลป์ ทั้งในฐานะ     ประติมากรของกรมศิลปากร และครูผู้วางรากฐานการศึกษาทางด้านศิลปะตามหลักวิชาการแบบตะวันตก (Western Academic Art) โดยจำลองบรรยากาศห้องทำงานเดิมของศาสตราจารย์ศิลป์ จัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ส่วนตัว ภาพร่าง และงานประติมากรรมอันทรงคุณค่าของศาสตราจารย์ศิลป์ รวมทั้งงานจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ของกลุ่มลูกศิษย์รุ่นบุกเบิก ศิลปินชั้นเยี่ยม และศิลปินแห่งชาติ ซึ่งเคยจัดแสดงอยู่ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ โดยใช้พื้นที่อาคารนิทรรศการ ๔ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป จัดนิทรรศการ แบ่งออกเป็น ๔ ห้อง ดังนี้           ห้องที่ ๑ จำลองบรรยากาศห้องทำงานเดิมของศาสตราจารย์ศิลป์ จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ จัดแสดงประติมากรรมปลาสเตอร์และสำริด อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ส่วนตัว ภาพถ่าย และภาพลายเส้นแผนการสอนของศาสตราจารย์ศิลป์ โดยนำเสนอประวัติของศาสตราจารย์ศิลป์และลำดับเหตุการณ์ชีวิตและผลงานของศาสตราจารย์ศิลป์ผ่านเส้นเวลา (Timeline) เทียบเคียงเหตุการณ์สำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ของไทยและโลก (ส่วนที่ ๑)            ห้องที่ ๒ เป็นส่วนต่อขยายจากห้องที่ ๑ จัดแสดงผลงานของศาสตราจารย์ศิลป์ เช่น ประติมากรรม ปลาสเตอร์และสำริด  แบบร่างภาพจิตรกรรมภายในพระพุทธรัตนสถาน พระบรมมหาราชวัง งานออกแบบประติมากรรมนูนต่ำบนเหรียญ ภาพถ่ายศาสตราจารย์ศิลป์ที่เกี่ยวข้องกับวัตถุจัดแสดงภายในห้อง และลำดับเหตุการณ์ชีวิตและผลงานของศาสตราจารย์ศิลป์ผ่านเส้นเวลา (Timeline) เทียบเคียงเหตุการณ์สำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ของไทยและโลก (ส่วนที่ ๒)           ห้องที่ ๓ จัดแสดงผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่เป็นศิลปินไทยรุ่นบุกเบิก ศิลปินชั้นเยี่ยม และศิลปินแห่งชาติ ซึ่งเคยจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ สะท้อนให้เห็นถึงถึงความพยายามในการขับเคลื่อนวงการศิลปะสมัยใหม่ของไทยในยุคเริ่มต้น ผ่านผลงานที่ศาสตราจารย์ศิลป์ได้ซื้อไว้เพื่อสนับสนุนให้ลูกศิษย์มีกำลังใจและกำลังทรัพย์ในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไป โดยผลงานบางส่วนได้รับรางวัลจากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติในยุคแรก ๆ             ห้องที่ ๔ เป็นส่วนต่อขยายจากห้องที่ ๓ จัดแสดงผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่เป็นศิลปินไทยรุ่นบุกเบิก ศิลปินชั้นเยี่ยมและศิลปินแห่งชาติ ซึ่งเคยจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์            ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการพิเศษ “๑๐๐ ปี ศิลปสู่สยาม สุนทรียศิลปแห่งนวสมัย” ได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๖ ณ อาคารนิทรรศการ ๔ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป เปิดให้เข้าชมวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. (ปิดวันจันทร์ – วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ค่าเข้าชม ชาวไทย   ๓๐ บาท ชาวต่างชาติ ๒๐๐ บาท 


ชื่อเรื่อง                     กิจจานุกิตย์ผู้แต่ง                       ทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค)ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือหายากหมวดหมู่                   ความรู้ทั่วไป เลขหมู่                      030 ท486กศสถานที่พิมพ์               ธนบุรี สำนักพิมพ์                 โรงพิมพ์สุทธิสารการพิมพ์ปีที่พิมพ์                    2508ลักษณะวัสดุ               196 หน้าหัวเรื่อง                     หนังสือรับรองงานศพ                              คำถามและคำตอบ                              ความรู้ทั่วไปภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึกหนังสือกิจจานุกิตย์เป็นเรื่องความรู้รอบตัว เกี่ยวกับภูมิศาสตร์ วิทยาศาสตร์เบื้องต้น ตลอดจนศาสนา เช่น เรื่องการกำหนดนับวันเดือนปี ดินฟ้าอากาศ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ


ชื่อผู้แต่ง          พระเทพสิทธิมุนี (โชดก ป. ๙) ชื่อเรื่อง           กตัญญูกตเวที ครั้งที่พิมพ์        พิมพ์ครั้งที่ ๑๒ สถานที่พิมพ์      กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์        หจก.การพิมพ์พระนคร ปีที่พิมพ์           ๒๕๒๖ จำนวนหน้า      ๑๑๐ หน้า รายละเอียด                         หนังสือเล่มนี้ได้จัดพิมพ์มาหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๑๒ เนื่องจากเป็นหนังสือที่มีสาระ ประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกเพศทุกวัย ทุกชั้น เหมาะแก่นักเรียนนักศึกษา นักปฏิบัติ มีหลายรสหลายเรื่อง อ่านแล้วได้คติ เพลิดเพลิน ซาบซึ้งในพระคุณของบิดามารดา ครูบาอาจารย์ พระพุทธเจ้าและพระมหากษัตริย์  หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านไม่มากก็น้อย


เลขวัตถุ ชื่อวัตถุ ขนาด (ซม.) ชนิด สมัยหรือฝีมือช่าง ประวัติการได้มา ภาพวัตถุจัดแสดง 47/2553 (27/2549) ภาชนะดินเผา ก้นกลม ปากกว้างผายออก ด้านในเรียบไม่มีลวดลาย ด้านนอกมีลายขูดขีดโดยรอบ สภาพชำรุด ขอบปากหักหายไปส่วนหนึ่ง ก้นทะลุ ส.18 ปก.19 ดินเผา ทวารวดี ได้จากบ้านเขาเพิ่ม อำเภอบ้านนา จ.นครนายก เมื่อประมาณ พ.ศ. 2539


เลขทะเบียน : นพ.บ.427/3ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 26 หน้า ; 4.5 x 58 ซ.ม. : ชาดทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 154  (120-128) ผูก 3 (2566)หัวเรื่อง : มาลาวิภักค์--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.573/1                             ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 24 หน้า ; 4.5 x 58 ซ.ม. : ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 187  (357-364) ผูก 1 (2566)หัวเรื่อง : วัตถุเผด--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม




black ribbon.