ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,796 รายการ
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. โคลงเรื่องพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 5. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2553.
หนังสือจัดพิมพ์เนื่องในโอกาสวันภาษาไทยแห่งชาติ 29 กรกฎาคม 2553 โดยสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร ซึ่งประจวบในปีพุทธศักราช 2553 นี้ เป็นปีครบรอบ 100 ปี แห่งการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักปราชญ์ที่ทรงมีพระราชคุณูปการใหญ่หลวงต่องานด้านวรรณคดีและอักษรศาสตร์ของชาติ จึงได้จัดพิมพ์หนังสือโคลงเรื่องพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 5 โดยเผยแพร่ด้วยวิธีถ่ายจากต้นฉบับเดิม เนื้อหาในเล่มประกอบด้วยเรื่องโคลงพิธีถือน้ำแลคเชนทรัศวสนาน และเรื่องโคลงพระราชพิธีแห่โสกันต์ มีคำนำอธิบายความเป็นมาของเรื่องพระนิพนธ์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระสมมตอมรพันธุ์อยู่ในตอนต้นของหนังสือด้วย นอกจากนี้ยังได้อัญเชิญพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 9 เรื่อง เมื่อข้าพเจ้าจากสยามมาสู่สวิทเซอร์แลนด์ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้ลงพิมพ์ในหนังสือ วงวรรณคดี ฉบับเดือนสิงหาคม 2490 ด้วย
895.9113
จ657ค
ห้องศิลปากร
และหนังสือหายาก
โสภณ บัวชาติ. หัวโขน หนึ่งในศิลป์แผ่นดินสยาม. กรุงเทพฯ: สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, 2559.
หนังสือถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องหัวโขนและการจัดทำหัวโขนทั้งภาคทฤษฎีและการปฏิบัติ ให้ความรู้ทั่วไปในวรรณกรรมเรื่อง รามเกียรติ์ รูปลักษณะของหัวโขนแบบต่างๆ ที่ใช้ในการแสดง การศึกษา เปรียบเทียบการนำวัสดุมาใช้และเทคนิคต่างๆ ตลอดจนขั้นตอนการปฏิบัติพื้นฐานในการจัดทำหัวโขน
792.026
ศ815ห
ห้องศิลปากร
และหนังสือหายาก
ชวลิต สุนทรานนท์. เครื่องแต่งกายละครและการพัฒนา : การแต่งกายยืนเครื่องละครในของกรมศิลปากร. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2547.
เครื่องแต่งกายละครและการพัฒนา : การแต่งกายยืนเครื่องละครในของกรมศิลปากร เป็นงานวิจัยซึ่งสำนักการสังคีต กรมศิลปากร โดยกลุ่มวิจัยและพัฒนางานแสดง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมาของเครื่องแต่งกายละครไทย ตั้งแต่สมัยอยุธยาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ศึกษาวิวัฒนาการและการพัฒนาการแต่งกายยืนเครื่องละครในของกรมศิลปากร ศึกษารูปแบบกายแต่งกายยืนเครื่องละครในที่เป็นแบบฉบับดั้งเดิมของกรมศิลปากรเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการศึกษาด้านนาฏศิลป์ไทยต่อไป
792.026
ค753
ห้องศิลปากร
และหนังสือหายาก
บุญมา กองกูต
(2455 – 2534)
นางบุญมา กองกูต เกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2455 ที่บ้านหนองม่วง ตำบลนนทรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี บิดาชื่อ นายปา ดีจุ้ย มารดาชื่อ นางหา ดีจุ้ย มีน้องชายและน้องสาว คือ นายบุญตา ดีจุ้ย และนางนาง เสวนา
นางบุญมาได้สมรสกับนายผาง กองกูต เมื่อ พ.ศ. 2471 มีบุตรและธิดารวมกัน จำนวน 9 คน ดังนี้
1. นายเติม กองกูต
2. นายติม กองกูต
3. นางเต็ม กองกูต
4. นางสาวตุ้ม กองกูต
5. นายสุ่ม กองกูต (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นนายโกสุม กองกูต)
6. นางเย็น กองกูต
7. นายสมัย กองกูต
8. นายอุไร กองกูต
9. นายทองใส กองกูต
นางบุญมาประกอบอาชีพทำนา ภายหลังครอบครัวได้อพยพไปตั้งรกรากที่บ้านหนองไทร ตำบลศาลาลำดวน อำเภอสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี โดยยังคงประกอบอาชีพทำนาเป็นหลัก นอกจากนี้ยังได้มีการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ทอผ้า ย้อมผ้า ตัดเย็บ และมัดหมี่ เพื่อใช้นุ่งห่มในครอบครัว
พ.ศ. 2530 นางบุญมาป่วยด้วยโรคเนื้อสมองเสื่อม มีอาการหลงลืม และร่างกายเริ่มทรุดโทรม และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2534 ณ โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี
ข้อมูลหนังสืออนุสรณ์งานศพ
บรรณานุกรม
ความรู้ประจำบ้าน : ที่ระลึกในงานแจกข้าว คุณแม่บุญมา กองกูต ณ วัดหนองไทร อำเภอสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2536. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2536.
รายละเอียดเนื้อหา
ความรู้ทั่วไป การใช้สาธารณูปโภคอย่างประหยัดและปลอดภัย ความรู้เกี่ยวกับงานบ้านงานครัว และตำรายากลางบ้าน
เลขเรียกหนังสือ ห 030 ค181บ
สถานที่จัดเก็บ ห้องศิลปากรและหนังสือหายาก หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
ปุย แก้วศรี
(2458 – 2530)
นางปุย แก้วศรี เกิดเมื่อวันพุธ ขึ้น 12 ค่ำ เดือน 4 ปีเถาะ ตรงกับวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2458 ที่บ้านต้นตาล ตำบลหาดยาง อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี บิดาชื่อ นายฮุย สโมสร มารดาชื่อ นางเชย มีพี่น้อง จำนวน 6 คน นางปุยได้สมรสกับนายสุน แก้วศรี ราวปี พ.ศ. 2477 - 2478 มีบุตรและธิดารวมกัน จำนวน 6 คน ดังนี้
1. นางชุบ คงมี
2. นายทรัพย์ แก้วศรี
3. นายทรงวิทย์ แก้วศรี (ราชบัณฑิตและนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ศาสนา)
4. นางสมศรี แก้วศรี
5. นายวรเชษฐ์ แก้วศรี
6. นางสมนึก แก้วปกรณ์กุล
นางปุย แก้วศรี ประกอบอาชีพทำนา ภายหลังครอบครัวได้อพยพไปตั้งรกรากที่อำเภอสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี โดยยังคงประกอบอาชีพทำนาเป็นหลัก ด้วยความขยันหมั่นเพียรได้บุกเบิกพื้นที่ทำนานับร้อยไร่ และพื้นที่ปลูกไม้ผลต่างๆ เช่น ทุเรียน เป็นต้น
เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2530 นางปุยได้หมดสติ ญาติจึงได้นำส่งโรงพยาบาล แต่อาการไม่ดีขึ้น และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2530 ณ โรงพยาบาลสระแก้ว
ข้อมูลหนังสืออนุสรณ์งานศพ
บรรณานุกรม
ทรงวิทย์ แก้วศรี. เอกลักษณ์ไทย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2534.
รายละเอียดเนื้อหา
ความเป็นอยู่และประเพณีไทย เอกลักษณ์ไทย ประวัติศาสตร์ไทย
เลขเรียกหนังสือ ห 392.09593 ท146อ
สถานที่จัดเก็บ ห้องศิลปากรและหนังสือหายาก หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
สืบ นาคะเสถียร
(2492 – 2533)
สืบ นาคะเสถียร หรือนามเดิม สืบยศ เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2492 ที่ตำบลท่างา อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี บิดาชื่อ นายสลับ นาคะเสถียร เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี มารดาชื่อ นางบุญเยี่ยม นาคะเสถียร มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน โดยสืบเป็นบุตรชายคนโต มีน้องชายและน้องสาว 2 คน คือ นายกอบกิจ นาคะเสถียร และนางกัลยา รักษาสิริกุล สืบมีบุตรสาว 1 คน ชื่อ เด็กหญิงชินรัตน์ นาคะเสถียร
โดยเป็นที่ทราบกันดีในหมู่ผู้ใกล้ชิดว่าสืบเป็นผู้มีใจรักศิลปะ และเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีระเบียบในการดำเนินชีวิตอย่างเป็นแบบแผน มีบุคลิกประจำตัวคือเมื่อสนใจหรือตั้งใจจะทำอะไรแล้ว ก็จะมีความมุ่งมั่นตั้งใจทำอย่างจริงจังจนประสบความสำเร็จ สืบจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเซนต์หลุยส์ จังหวัดฉะเชิงเทรา และเป็นผู้ที่มีผลการเรียนดีมาโดยตลอด
พ.ศ. 2511 เข้าศึกษาที่คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
พ.ศ. 2516 เข้าทำงานที่สวนสาธารณะของการเคหะแห่งชาติ
พ.ศ. 2517 เข้าศึกษาในระดับปริญญาโท สาขาวิชาวนวัฒน์วิทยา คณะวนศาสตร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
พ.ศ. 2518 เข้าบรรจุรับราชการในตำแหน่งพนักงานป่าไม้ตรี กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้
ปฏิบัติหน้าที่ราชการ ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว – เขาชมพู่ จังหวัดชลบุรี
พ.ศ. 2522 ได้รับทุนจาก British Council ไปศึกษาปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยลอนดอน
ประเทศอังกฤษ ในสาขาอนุรักษ์วิทยา
พ.ศ. 2524 ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบางพระ มีส่วนร่วมในการจัดการ
และประสานงาน รวมทั้งเป็นวิทยากรฝึกอบรมพนักงานพิทักษ์ป่าอีกหลายรุ่น
พ.ศ. 2526 กลับเข้ามาปฏิบัติราชการประจำฝ่ายวิชาการ กองอนุรักษ์สัตว์ป่า
พ.ศ. 2529 ปฏิบัติงานในหน้าที่หัวหน้าโครงการอพยพสัตว์ป่าตกค้างในพื้นที่อ่างเก็บน้ำเขื่อน
รัชชปภา (เชี่ยวหลาน) จังหวัดสุราษฎร์ธานี
พ.ศ. 2530 ปฏิบัติงานในโครงการศึกษาผลกระทบสภาพแวดล้อม เพื่อพัฒนาพื้นที่ป่าพรุโต๊ะแดง
จังหวัดนราธิวาส ต่อมาได้รับคำสั่งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานีอีกตำแหน่งหนึ่ง ในขณะที่ดำรงตำแหน่งยังเป็นอาจารย์พิเศษประจำภาคชีววิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเริ่มต้นในบทบาทของนักอนุรักษ์ กรณีการสร้างเขื่อนน้ำโจน จังหวัดกาญจนบุรี
พ.ศ. 2531 กลับเข้ามาปฏิบัติราชการที่กองอนุรักษ์สัตว์ป่า
พ.ศ. 2532 เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
พ.ศ. 2533 จัดตั้งกองทุนเพื่อรักษาป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวร
จัดทำรายงานเพื่อนำเสนอยูเนสโก เพื่อพิจารณาให้ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเป็นพื้นที่มรดกโลก เพื่อให้พื้นที่แห่งนี้ได้รับการดูแลและคุ้มครองอย่างเต็มที่
1 กันยายน 2533 สืบ นาคะเสถียร ได้สะสางงาน ตั้งศาลเพื่อแสดงคารวะที่มีต่อดวงวิญญาณของเจ้าหน้าที่ซึ่งพลีชีพรักษาป่าห้วยขาแข้ง และได้เขียนพินัยกรรมไว้เรียบร้อย ก่อนกระทำอัตวิบาตรกรรม เพื่อเรียกร้องให้สังคมและราชการหันมาสนใจปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ อย่างจริงจัง
ข้อมูลหนังสืออนุสรณ์งานศพ
บรรณานุกรม
อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ สืบ นาคะเสถียร. กรุงเทพฯ: ศิลปสนองการพิมพ์, 2533.
รายละเอียดเนื้อหา
การอนุรักษ์สัตว์ป่า รายงานการประเมินผลงานช่วยเหลือสัตว์ป่าตกค้างในพื้นที่อ่างเก็บน้ำโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนเชี่ยวหลาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เลขเรียกหนังสือ ห 923.339 อ128ส
สถานที่จัดเก็บ ห้องศิลปากรและหนังสือหายาก หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
สุน แก้วศรี
(2455 – 2531)
นายสุน แก้วศรี เกิดเมื่อวันเสาร์ ขึ้น 3 ค่ำ เดือนอ้าย ปีชวด พ.ศ. 2455 (วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2455) ที่บ้านต้นตาล ตำบลหาดยาง อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี บิดาชื่อ นายพรม มารดาชื่อ นางทองมา มีพี่น้อง จำนวน 7 คน นายสุนได้สมรสกับนางปุย ราวปี พ.ศ. 2477 - 2478 มีบุตรและธิดารวมกัน จำนวน 6 คน ดังนี้
1. นางชุบ คงมี
2. นายทรัพย์ แก้วศรี
3. นายทรงวิทย์ แก้วศรี (ราชบัณฑิตและนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ศาสนา)
4. นางสมศรี แก้วศรี
5. นายวรเชษฐ์ แก้วศรี
6. นางสมนึก แก้วปกรณ์กุล
นายสุน แก้วศรี ประกอบอาชีพทำนา ภายหลังครอบครัวได้อพยพไปตั้งรกรากที่อำเภอสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี โดยยังคงประกอบอาชีพทำนาเป็นหลัก ด้วยความขยันหมั่นเพียรได้บุกเบิกพื้นที่ทำนานับร้อยไร่ และพื้นที่ปลูกไม้ผลต่างๆ เช่น ทุเรียน เป็นต้น
พ.ศ. 2531 นายสุนได้มีอาการปวดท้องและถ่ายเป็นเลือด แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคกระเพาะ ลำไส้ทะลุ จึงได้ดำเนินการผ่าตัด หลังจากนั้นอาการได้ทรุดลง และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 ณ โรงพยาบาลปราจีนบุรี
ข้อมูลหนังสืออนุสรณ์งานศพ
บรรณานุกรม
ทรงวิทย์ แก้วศรี. เอกลักษณ์ไทย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2534.
รายละเอียดเนื้อหา
ความเป็นอยู่และประเพณีไทย เอกลักษณ์ไทย ประวัติศาสตร์ไทย
เลขเรียกหนังสือ ห 392.09593 ท146อ
สถานที่จัดเก็บ ห้องศิลปากรและหนังสือหายาก หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี