ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,379 รายการ
ลัดเลาะ เลียบชม โบราณสถาน “#ปราสาทไบแบก”
.
วันนี้พี่นักโบ ขอพาทุกท่านมายังตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด #จังหวัดบุรีรัมย์ เพราะตั้งใจพาทุกท่านมาชมอีกหนึ่งปราสาทหลังสำคัญที่ห่างจากแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพียง 1.8 กิโลเมตร และกำลังถูกหยิบยกมานำเสนอในขณะนี้ นั่นคือ “ปราสาทไบแบก”
.
“ปราสาทไบแบก” ตั้งอยู่ห่างจากช่องสายตะกู มาทางด้านเหนือ ระยะทางประมาณ 1.8 กิโลเมตร เป็นอีกหนึ่งศาสนสถานที่ตั้งอยู่บนเส้นทางโบราณระหว่าง “#ที่ราบสูงโคราช” กับ “#ที่ราบกัมพูชา” โดยมีองค์ประกอบของศาสนสถาน ดังนี้
1) “#ปราสาทประธาน” ทั้ง 3 หลังก่อด้วยอิฐ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน โดยวางตัวตามแนวตะวันตก-ตะวนออก ปราสาทแต่ละหลังมีทางเข้าด้านตะวันตกเพียงด้านเดียว ประตูอีก 3 ด้านเป็นประตูหลอก ปัจจุบันส่วนยอดของปราสาททุกหลังพังทลายแล้วทั้งหมด 2) “#กำแพงแก้ว” และ “#โคปุระ” มีแผนผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ก่อด้วยอิฐเช่นเดียวกับปราสาทประธาน เมื่อเดินสำรวจไปรอบ ๆ ยังพบชิ้นส่วนบัวยอดปราสาทหินทรายวางอยู่ทางด้านตะวันออกของปราสาท เมื่อพิจารณาจากชิ้นส่วนประดับสถาปัตยกรรมที่พบ อาทิ ทับหลัง และเสาประดับกรอบประตูที่พบ กำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16-17
.
เมื่อพิจารณาจากจำนวนแหล่งเตาผลิตภาชนะดินเผา แหล่งถลุงโลหะ ตลอดจนแหล่งตัดหินทรายโบราณ ที่กระจายตัวในพื้นที่อำเภอบ้านกรวดหลายสิบแหล่ง ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 15-18 ชี้ชวนให้เห็นถึงความสำคัญของเส้นทางโบราณ “ช่องสายตะกู” ในฐานะเส้นทางการแลกเปลี่ยนสินค้า ที่นำไปสู่การแลกเปลี่ยนกันทางวัฒนธรรมของทั้ง 2 ภูมิภาค โดยมี “ปราสาทไบแบก” เป็นศาสนสถาน หลังแรก ! เมื่อเดินทางขึ้นมายังที่ราบสูงโคราช ได้เป็นอย่างดี
.
สุดท้ายนี้พี่นักโบชวนอ่านองค์ความรู้ เรื่อง “#ทับหลังจากปราสาทไบแบก” จัดทำโดย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย เพื่อให้เห็นความงดงามของทับหลังที่พบจากปราสาทแห่งนี้ครับ https://www.facebook.com/share/p/1DheLPtX18/
.
เรียบเรียงนำเสนอโดย นายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี เปิดเที่ยวพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน
จัดเทศกาลพิพิธภัณฑ์สร้างสรรค์ สวนศิลป์บันดาลใจ
กรมศิลปากร โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี ขอเชิญร่วมกิจกรรมเทศกาลพิพิธภัณฑ์สร้างสรรค์ สวนศิลป์บันดาลใจ Creative Museum, Prachinburi Art & Craft Fair สักการะพระพิฆเนศ องค์เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย พร้อมเปิดประสบการณ์ไปกับการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ในยามค่ำคืน ระหว่างวันที่ 22 - 25 มกราคม 2569 เวลา 15.00 – 20.00 น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ตามที่กรมศิลปากรได้จัดโครงการท่องเที่ยวโบราณสถานและพิพิธภัณฑ์ยามราตรี ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ซึ่งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำภูมิภาคตะวันออก ที่ได้รวบรวมและจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุจากแหล่งโบราณคดีต่าง ๆ ของภูมิภาคตะวันออก และพื้นที่ใกล้เคียงเพื่ออนุรักษ์และศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ความเป็นมาอันยาวนานของจังหวัดปราจีนบุรีและพื้นที่ในภูมิภาคตะวันออก จึงได้จัดเทศกาลพิพิธภัณฑ์สร้างสรรค์ สวนศิลป์บันดาลใจ Creative Museum, Prachinburi Art & Craft Fair โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย
1. กิจกรรมสักการะพระคเณศจากโบราณสถานเมืองศรีมโหสถ ที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ประมาณ 1,400 ปี จัดแสดงภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ เนื่องในวันคเณศชยันตี เทศกาลเฉลิมฉลองวันประสูติของพระพิฆเนศ ซึ่งในปีนี้ ตรงกับวันที่ 22 มกราคม 2569
2. กิจกรรม Museum Tour นำชมห้องจัดแสดง พร้อมการบรรยายโดยวิทยากร
3. กิจกรรมรถพิพิธภัณฑ์เคลื่อนที่ จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก พร้อมกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้เรื่องราวทางชาติพันธุ์วิทยา
4. พิศภาพ เพลินเพลง "Passion of Prachinburi" นิทรรศการภาพถ่าย บันทึกภาพความทรงจำจากวันวาน บอกเล่าความงามและความประทับใจที่มีต่อปราจีนบุรี
5. กิจกรรมการเสวนา Museum Talk
- วันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๐๐ - ๑๗.๕๐ น. พิพิธ - พิพิธภัณฑ์ พูดคุยกับภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก ถึงบทบาทของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ที่มีหน้าที่ต่อสังคมหลากมิติ
- วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๙.๐๐ -๑๙.๕๐ น. Beyond the Shot: แรงบันดาลใจจากเลนส์สู่ภาพ พลังสะท้อนสังคม พูดคุยกับนายแพทย์จอมพล มุสิกวงศ์ และผู้แทนชมรมคนรักการถ่ายภาพ ค้นหาแรงบันดาลใจ และสารจากช่างภาพที่สะท้อนออกมาในผลงานภาพถ่าย - วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๖.๐๐ - ๑๖.๕๐ น. วัตถุสะสมที่มีคุณค่า อนุรักษ์เองได้แค่รู้หลักการ
พูดคุยกับนักอนุรักษ์โบราณวัตถุ เรียนรู้วิธีการอนุรักษ์วัตถุ ของสะสมที่มีคุณค่าได้ด้วยตัวเอง เพื่อนำไปต่ออายุสิ่งของที่มีคุณค่านั้นให้อยู่
6. คลินิกหมออนุรักษ์ กิจกรรม Workshop และให้คำปรึกษาการอนุรักษ์วัตถุสะสม โดย ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถนำวัตถุสะสมมาร่วม workshop ปฏิบัติการอนุรักษ์เบื้องต้นได้
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Workshop และการสาธิตสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ การจำหน่ายสินค้าของที่ระลึกจากต้นทุนทางวัฒนธรรม งาน Craft ศิลปะ และ Art Toys เพลินเพลงในสวน ชมการแสดงนาฏศิลป์ และดนตรีจากนักเรียนและกลุ่มเครือข่ายในจังหวัดปราจีนบุรี ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมเทศกาลพิพิธภัณฑ์สร้างสรรค์ สวนศิลป์บันดาลใจ Creative Museum, Prachinburi Art & Craft Fair สะสมตราประทับที่ระลึก ชุด “โบราณวัตถุห้ามพลาด” ระหว่างวันที่ 22 – 25 มกราคม 2569 เวลา 15.00 – 20.00 น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี (**เข้าชมนิทรรศการภายในอาคาร ค่าเข้าชม ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท พระภิกษุ สามเณร นักเรียน นักศึกษา ผู้สูงอายุเกิน 60 ปี เข้าชมฟรี) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3721 1586
#นานาสาระแนะนำโบราณสถานในพื้นที่สำนักศิลปากรที่10นครราชสีมา
.
ในวันนี้พี่นักโบขอพาทุกท่านมารู้จัก “#โบราณสถานวัดหมื่นไวย” ตำบลหมื่นไวย อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
.
ภายหลังจากการดำเนินการขุดแต่ง อนุรักษ์ และปรับปรุงภูมิทัศน์โบราณสถานอุโบสถวัดหมื่นไวย เมื่อ พ.ศ. 2548 ส่งผลให้ปรากฏหลักฐานสิ่งก่อสร้างซึ่งในอดีตถูกดินถมปิดทับอยู่ได้อย่างชัดเจน สภาพโดยทั่วไปยังคงอยู่ครบถ้วนตามลักษณะโครงสร้างทางสถาปัตยกรรม
.
สภาพอุโบสถในปัจจุบันพบว่าส่วนฐานค่อนข้างเสื่อมสภาพ จากความชื้นและความเค็มใต้ผิวดิน คงเหลือหลักฐานปูนฉาบเป็นรูปทรงและลวดลาย โดยผลจากการขุดแต่งโบราณสถานเมื่อ พ.ศ. 2548 พบว่าส่วนฐานเป็นฐานบัวลูกแก้วอกไก่ มีลักษณะโค้งลงตรงกลางหรือที่เรียกว่า ลักษณะหย่อนท้องสําเภา ขนาดสูง 0.90 เมตร ลักษณะสําคัญอีกประการหนึ่งที่พบบริเวณส่วนฐาน คือ การก่ออิฐและฉาบปูนเพิ่มเนื้อที่ แนวขนานที่กลางด้านเหนือและใต้ของฐานอุโบสถ
.
จากลักษณะฐานอาคารที่สร้างเป็นฐานบัว มีลักษณะโค้งลงตรงกลาง หรือที่เรียกว่า หย่อนท้องสำเภา (แอ่นท้องสำเภา, หย่อนท้องช้าง,ตกท้องช้าง) ซึ่งนิยมสร้างในช่วง สมัยอยุธยาตอนปลาย ราวรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราชต่อเนื่องถึงสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ ซึ่งมีอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 23 ต่อเนื่องไปจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น สมัยรัชกาลที่ 1 - รัชกาลที่ 3 จึงกำหนดอายุสมัยของอุโบสถหลังนี่ให้อยู่ในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 23 - พุทธศตวรรษที่ 24
.
หากมีโอกาสแวะเวียนมายังจังหวัดนครราชสีมา วัดหมื่นไวย เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายทางวัฒนธรรมที่พี่นักโบของเชิญชวนทุกคนมาเยี่ยมชมครับ
.
เรียบเรียงนำเสนอโดย นายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีชำนาญการ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา
.
อ้างอิงจาก
นภสินธุ์ บุญล้อม. รายงานการขุดแต่งโบราณสถานอุโบสถวัดหมื่นไวย ตำบลหมื่นไหว อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา. นครราชสีมา: ไพรลดา, 2548.
#นานาสาระแนะนำโบราณสถานในพื้นที่สำนักศิลปากรที่10นครราชสีมา
.
ในวันหยุดกลางสัปดาห์แบบนี้ พี่นักโบขอพาทุกท่านมารู้จัก “#โบราณสถานวัดโคกพระ” ตำบลหนองพลวง อำเภอจักราช จังหวัดนครราชสีมา
.
การบูรณะวัดโคกพระเมื่อ พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา นับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือที่สำคัญระหว่างสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา กับ วัดโคกพระในฐานะศูนย์กลางของชุมชน เพราะเป็นการใช้งบประมาณบูรณะจากทั้ง 2 ฝ่าย ฉะนั้น "อุโบสถวัดโคกพระ" ของ #ชาวอำเภอจักรราช จึงมิได้เป็นเพียงเพชรเม็ดงามของอำเภอจักราช แต่ยังเป็นประจักษ์พยานแห่งความร่วมมือกันระหว่างกรมศิลปากร วัดและชุมชนในฐานะ 3 เสาหลักแห่งการอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติครับ
.
จากข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของวัดและการสัมภาษณ์ปราชญ์ท้องถิ่นในชุมชน ระบุว่า อุโบสถวัดโคกพระ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2390 หรือตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการบูรณะต่อเนื่องเรื่อยมา โดยเมื่อพิจารณาจากลักษณะทางสถาปัตยกรรมพบว่า “อุโบสถวัดโคกพระ” มีลักษณะคล้ายกับ “อุโบสถวัดโคกตลาด” อำเภอเมืองนครราชสีมา “อุโบสถวัดโคกพรม” อำเภอโนนไทย และ “อุโบสถวัดโคกศรีสะเกษ” อำเภอปักธงชัย ทั้ง 3 แห่งกำหนดอายุอย่างกว้าง ๆ ผ่านรูปแบบศิลปกรรมและคำบอกเล่าของราษฎรในชุมชนให้อยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 25 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกันทั้งหมดครับ
.
หากมีโอกาสใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 226 มุ่งหน้าไปบุรีรัมย์หรือโคราชบ้านเอ๋งล้วนต้อนผ่านอำเภอจักราช พี่นักโบขอเชิญชวนให้ทุก ๆท่านแวะชม “วัดโคกพระ” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเพชรเม็ดงามของโคราชบ้านเอ๋ง !
.
เรียบเรียงนำเสนอโดย นายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีชำนาญการ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา
.
อ้างอิงข้อมูลจาก
ปุราณรักษ์. รายงานโครงการบูรณะพระอุโบสถวัดโคกพระ ตำบลหนองพลวง อำเภอจักราช จังหวัดนครราชสีมา. นครราชสีมา: ปุราณรักษ์. 2562
(สามารถดาวน์โหลดไปอ่านกันได้ในสไลด์สุกท้ายครับ)
กรมศิลปากร ขอเชิญชวนร่วมสืบเสาะแหล่งโบราณคดีใต้พิภพในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ไปกับ สุภมาศ ดวงสกุล ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยและพัฒนางานโบราณคดี และ อิสราวรรณ อยู่ป้อม นักโบราณคดีชำนาญการ กองโบราณคดี ในรายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ในตอน “โบราณคดีกับโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานคร” วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ เวลา ๑๙.๐๐ น. - ๑๙.๔๕ น. ผ่านช่องทาง Facebook : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม https://www.facebook.com/FineArtsDept และ Facebook : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร https://www.facebook.com/prfinearts
แล้วคุณจะได้รู้ว่าใต้พิภพแห่งเมืองฟ้าอมร ยังมีเรื่องราวประวัติศาสตร์ให้ศึกษาอีกมากมาย
ทั้งนี้ รายการ “ไขความรู้จากครูกรมศิลป์” ได้เปลี่ยนเวลาจากเดิม เป็นทุกวันพฤหัสบดีที่ ๑ และ ๓ ของเดือน เวลา ๑๙.๐๐ น. - ๑๙.๔๕ น. ประเดิมเวลาใหม่ครั้งแรกวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๙ โดยยังคงมีรูปแบบเนื้อหาของรายการเกี่ยวกับประวัติความเป็นไทย เกร็ดประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญ ประเพณี วัฒนธรรม วีถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ผ่านการบอกเล่า ถ่ายทอดความรู้ แนวความคิด เนื้อหาวิชาการ จากประสบการณ์ของผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญกรมศิลปากร รวมทั้งข้อมูลข่าวสาร กิจกรรมที่น่าสนใจของหน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากร สามารถติดตามชมทาง Facebook fanpage กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และกลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร ตลอดปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๖๘ - กันยายน ๒๕๖๙
วันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๙ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ส่งมอบหนังสือและสื่อการเรียนรู้ในโครงการ Read Me Around @NL.CNX กับน้องๆ โรงเรียนบ้านดง ตำบล ทุ่งหัวช้าง อำเภอ ทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน โดยมีนายธงชัย สาโค ผู้อำนวยการกลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่7 เชียงใหม่ เป็นผู้มอบ เพื่อส่งเสริมและปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน เพิ่มการเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศ และสนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล เพื่อสร้างสรรค์สังคมที่มีคุณภาพผ่านการส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ให้กับเยาวชนไทย ตามกรอบการพัฒนาที่ยั่งยื่น Sustainable Development Goals (SDGs) ของ UNESCO
วันพุธที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๔.๔๐ น. เจ้าหน้าที่สำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น เข้าดำเนินการถากถางกำจัดวัชพืชในเขตพื้นที่โบราณสถานวัดสามัคคีบำเพ็ญผล ตำบลหนองหาน อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี
วันพุธที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ น. เจ้าหน้าที่สำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น เข้าดำเนินการถากถางกำจัดวัชพืชในเขตพื้นที่โบราณสถานวัดพระธาตุสมชนะวารี หมู่ ๕ ตำบลสะแบง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี
วันพุธที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เวลา ๑๓.๓๐ น. เจ้าหน้าที่สำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น เข้าดำเนินการถากถางกำจัดวัชพืชในเขตพื้นที่โบราณสถานดอนสิม หมู่ ๑ บ้านคู ตำบลโนนทอง อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี
กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ขอเชิญสัมผัสเสน่ห์ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ในมุมมองที่แตกต่างยามค่ำคืน ในกิจกรรมท่องเที่ยวโบราณสถานและพิพิธภัณฑ์ยามราตรี “เยือนถิ่นสมิหลา ยลสงขลายามค่ำ” ระหว่างวันที่ 23 – 24 มกราคม 2569 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา จังหวัดสงขลา
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ตามที่กรมศิลปากรได้จัดโครงการท่องเที่ยวโบราณสถานและพิพิธภัณฑ์ยามราตรี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ใจกลางอำเภอเมืองสงขลา จึงได้จัดกิจกรรมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ยามราตรี (Songkhla Night Museum) "เยือนถิ่นสมิหลา ยลสงขลายามค่ำ" เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมบรรยากาศโบราณสถานอันสวยงามยามค่ำคืน พร้อมสัมผัสวิถีไทยกับกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ เป็นการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ตลอดจนกระตุ้นเศรษฐกิจภายหลังเหตุการณ์มหาอุทกภัย
ภายในงาน นอกจากจะเปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ยามราตรี โดยงดเว้นค่าธรรมเนียมเข้าชมแล้ว ยังมีกิจกรรมมากมาย ได้แก่ Star Party กล้องส่องดวงดาว โดยหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา รถพิพิธภัณฑ์สัญจร Mobile Museum จากสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินิทรรศการ “ชุดไทยสัญจร” จากพิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ชมโรงน้ำชา (Museum Tea House) ตลาดสินค้าสร้างสรรค์จากทุนทางวัฒนธรรม และกิจกรรมจากเครือข่ายภาคประชาชนในจังหวัดสงขลา นอกจากนี้ ยังมีการแสดงทางศิลปวัฒนธรรม โดยวันที่ 23 มกราคม 2569 พบกับการแสดงวงมโหรี โดยคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา การแสดงดนตรีพื้นบ้านรองเง็ง โดยคณะอัสลีมาลา (Ussaleemala) และการแสดงโนรา นำโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (โนรา) ร่วมด้วยนิสิตจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ และไฮไลท์ในวันที่ 24 มกราคม 2569 พบกับการแสดง "โขน" เรื่องรามเกียรติ์ ตอน จองถนน ยกรบ โดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร
ขอเชิญประชาชนผู้สนใจร่วมกิจกรรมในงาน “เยือนถิ่นสมิหลา ยลสงขลายามค่ำ” ชมความงามของสถาปัตยกรรมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ในยามค่ำคืน ร่วมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และดื่มด่ำมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ระหว่างวันที่ 23 – 24 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. – 21.00 น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา จังหวัดสงขลา
องค์ความรู้ เรื่อง “ปราสาทคะนา" #ข้อมูลใหม่ ! จากการสำรวจทางโบราณคดีหลังภาวะสงคราม
.
เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2568 สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ได้รับแจ้งจากหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 26 ฐานปฏิบัติการปราสาทคะนา อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ถึงการค้นพบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และร่องรอย ของโบราณสถาน ในพื้นที่เพิ่มเติม ในวันที่ 17 มกราคม 2568 สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา จึงลงพื้นที่สำรวจบริเวณปราสาทคะนาซึ่งมีสภาพโล่งเตียนมากขึ้น จากการตรวจสอบพบว่า บริเวณด้านตะวันออก ห่างไปประมาณ 200 เมตร จากปราสาท ซึ่งอยู่ใกล้กับหน้าผาพบ 1) #ฐานรูปเคารพหินทรายขนาดใหญ่ จำนวน 1 ชิ้น มีความกว้างอยู่ที่ประมาณ 1.50 เมตร ความยาวประมาณ 1.80 - 2 เมตร สันนิษฐานว่าสลักขึ้นจากหินธรรมชาติ ถัดไปยังพบ 2) ร่องรอยการปรับลานหินธรรมชาติเพื่อทำเป็นลึงค์ (สันนิษฐานว่าเป็น #สวยัมภูลึงค์) และ 3) #โกลนประติมากรรมโคนนทิ
.
ถัดไปทางตะวันออกจากสวยัมภูลึงค์และโคนนทิ จะเป็นเพิงหินติดกับหน้าผาสูง เมื่อมองไปทางด้านใต้จะพบเห็นที่ราบลุ่มกัมพูชาอันกว้างใหญ่ บริเวณลานหินนี้พบร่องรอย 4) #การสลักรูปเต่าที่มีช่องสี่เหลี่ยมด้านบนของกระดอง ใกล้กันยังพบ 5) #ชิ้นส่วนของศิวลึงค์ที่สลักเป็นรูป 4 เหลี่ยม (ส่วนพรหมภาค) 8 เหลี่ยม (ส่วนวิษณุภาค) และวงกลม (ส่วนรุทรภาค) (ปัจจุบันส่วนวงกลมหักหายไป) ตลอดจนพบ 6) #ชิ้นส่วนฐานศิวลึงค์อีกจำนวน 4-5 ชิ้น กองอยู่รวมกันบริเวณตัวปราสาท
.
สำหรับทางตะวันตก ห่างออกไปประมาณ 200 เมตร จากปราสาทประธาน พบ 7) #ร่องรอยการดัดแปลงลานหินทรายใกล้เพิงผาเพื่อทำเป็นแท่งหินกลมขนาด ใหญ่ 2 ชิ้น ตั้งวางซ้อนเหลื่อมกัน โดยที่ด้านล่างของเพิงหินนี้จะแกะ #สลักหินทำเป็นบ่อน้ำเล็ก ๆ ไว้ โดยในส่วนนี้สันนิษฐานว่า เป็นสวยัมภูลึงค์ ขนาดใหญ่อีกจุดหนึ่งของแนวเพิงผาอันที่ตั้งของปราสาทคะนา
.
นอกจากชิ้นส่วนทางสถาปัตยกรรมและรูปเคารพแล้ว ปราสาทคะนายังพบ 9) #จารึกอักษรปัลลวะ ซึ่งกำหนดอายุสมัยอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13-14 โดยมีเนื้อความเกี่ยวกับการแสดง ความเครารพต่อเทพเจ้า
.
จากสถาปัตยกรรมและจารึกที่พบสันนิษฐานว่าปราสาทคะนานี้มีการใช้พื้นที่ 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 พุทธศตวรรษที่ 13-14 และระยะที่ 2 พุทธศตวรรษที่ 15-16 ดังปรากฏ 10) #ปราสาทประธานที่สร้างด้วยอิฐ สอดคล้องกับข้อสันนิษฐานจากการสำรวจเมื่อ พ.ศ. 2544 และเมื่อความเจริญของช่องตาเมือนที่เติบโตขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 17 อาจส่งผลให้ช่องคะนาลดบทบาทลงในสมัยหลัง
.
สุดท้ายนี้ สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ขอขอบคุณ
1) พันเอกกิติศักดิ์ บังพิมาย ผู้บังคับกรมทหารพรานที่ 26 ฐานปฏิบัติการปราสาทคะนา
2) นางสาวบุบผา ชูชาติ ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดแห่งชาติ
.
เรียบเรียงนำเสนอโดย
นายทศพร ศรีสมาน ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา กรมศิลปากร
วันอังคารที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๙ คุณ Kim SooHyun จากสำนักพิมพ์ FlyingStar Books มอบหนังสือภาพสำหรับเด็ก เพื่อให้บริการที่มุมหนังสือ Korean Book หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่
"No GIFT POLICY 2026"
หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา กรมศิลปากรขอแสดงเจตนารมณ์ในการเป็นหน่วยงานที่เจ้าหน้าที่รัฐทุกคน ไม่รับ ของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฎิบัติหน้าที่
ร่วมรณรงค์เปลี่ยนจากของขวัญเป็นคำอวยพร