ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 52,103 รายการ

         พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพระราชพิธีสำคัญของไทยมาแต่โบราณ และยังคงถือปฏิบัติสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน จัดขึ้นเพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจในการประกอบอาชีพทำการเกษตรซึ่งเป็นอาชีพหลักของประชาชนในท้องถิ่น ให้เกิดความมั่นใจว่าพืชพันธุ์ธัญญาหารจะเจริญงอกงามอุดมสมบูรณ์ ตลอดจนเพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อในศาสนาพุทธ ศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู และความเชื่อเรื่องผี ซึ่งเป็นความเชื่อดั้งเดิมในท้องถิ่นผสมผสานกัน นอกจากนี้ยังแสดงถึงเสถียรภาพของบ้านเมืองและสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบพระราชพิธีในแต่ละรัชสมัย กาลเวลาและความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองทำให้ขั้นตอนรายละเอียดของพระราชพิธีมีพัฒนาการเช่นเดียวกับพระราชพิธีอื่น ๆ           พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญจึงเป็นพระราชพิธีที่น่าสนใจในการศึกษาค้นคว้าในมุมมองต่าง ๆ ที่หลากหลาย เช่น คติความเชื่อและรูปแบบพระราชพิธี การมีส่วนร่วมของประชาชน รวมทั้งภาพสะท้อนสังคมจากพระราชพิธีและพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ที่แฝงอยู่ในพระราชพิธี เป็นต้น ทั้งนี้ พระราชพิธีดังกล่าวยังมีส่วนสนับสนุนความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์และราษฎรในท้องถิ่นต่าง ๆ ทั้งด้านพิธีกรรมและอื่น ๆ ที่เป็นปัจจัยของวิถีเกษตรด้วย          พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2569 พระโคเสี่ยงทายเลือกกินถั่ว พยากรณ์ว่า ผลาหาร ภักษาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี เลือกกินน้ำ หญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอควรพร้อมด้วยธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร อุดมสมบูรณ์ เลือกกินเหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมสะดวกยิ่งขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง          ศูนย์หนังสือกรมศิลปากร ขอแนะนำหนังสือน่าสนใจ เป็นขวัญและกำลังใจให้เกษตรกรไทย จำนวน 2 เล่ม ได้แก่ 1. พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ การเปลี่ยนแปลงผ่านจากอดีตสู่ปัจจุบัน ราคา 250 บาท https://bookshop.finearts.go.th/book-detail/627  2. วัวในวัฒนธรรมไทย ราคา 150 บาท https://bookshop.finearts.go.th/book-detail/671 ผู้สนใจสามารถเลือกซื้อหนังสือได้ที่ร้านหนังสือกรมศิลปากร (อาคารเทเวศร์) เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร (ในวันและเวลาราชการ) หรือสั่งซื้อหนังสือทางออนไลน์ https://bookshop.finearts.go.th สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook ศูนย์หนังสือกรมศิลปากร


ชื่อเรื่อง                          หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ ปีที่ 8  ฉบับที่ 548 (8 พ.ย. 2509) ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น สถานที่พิมพ์                สุพรรณบุรี สำนักพิมพ์                   มนัสการพิมพ์ ปีที่พิมพ์                        2509 ลักษณะวัสดุ                8 หน้า. : กว้าง 40.5 ซ.ม. ยาว 54.5 ซ.ม. ภาษา                            ไทย


ผู้แต่ง : - ปีที่พิมพ์ : 2543 สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่ สำนักพิมพ์ : ธนุชพริ้นติ้ง (โรงพิมพ์ดาว)      หนังสือพงศาวดารเมืองน่าน เป็นหนังสือซึ่งพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชให้แต่งขึ้นไว้สำหรับบ้านเมือง เหมือนว่าเป็นอนุสาวรีย์ของพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชนั้นหนึ่งประการ เพราะหนังสือพงศาวดารเมืองน่านยังไม่เคยปรากฏแก่มหาชนมาก่อน จึงได้จัดทำขึ้นเพื่อจะเป็นประโยชน์ในทางความรู้พงศาวดารของสยามประเทศ




virtualhistoricalpark.finearts.go.th/sukhothai        มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่เมืองโบราณสุโขทัย ตั้งอยู่บนที่ราบเชิงเขา ลาดเอียงไป ทางตะวันออก มีเทือกเขาประทักษ์ทอดตัวเป็นแนวยาวทางด้านตะวันตก ต่อเนื่องมาจนถึงด้านทิศใต้ซึ่งเทือกเขานี้ถือเป็นแหล่งทรัพยากร ที่สำคัญของเมืองสุโขทัย โดยเป็นทั้งแหล่งของป่าแร่ธาตุ และแหล่งต้นน้ำที่นำมาใช้อุปโภค บริโภคภายในเมือง นอกจากนี้ยังมีลำน้ำสายเล็กๆ เรียกว่า คลองแม่ลำพัน ที่มีต้นกำเนิดจากจังหวัดลำปาง ไหลผ่านเมืองแล้วไปบรรจบกับแม่น้ำยม ที่อยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันออกประมาณ 12 กิโลเมตร        เมืองสุโขทัยในระยะแรกสันนิษฐานว่า ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือโดยมีวัดพระพายหลวงเป็นศูนย์กลาง ต่อมาจึงได้มีการขยับขยายมาสร้างเมืองใหม่ทางด้านทิศใต้ดังที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน        ผังเมืองสุโขทัยมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยม เป็นกำแพงดิน 3 ชั้นคั่นด้วยคูน้ำ สันนิษฐานว่ากำแพงเมืองชั้นในสร้างขึ้นตั้งแต่แรกครั้งสร้างเมือง แต่คูเมืองชั้นกลางและชั้นนอกนั้นน่าจะสร้างในสมัยที่สุโขทัยอยู่ใต้อำนาจของอยุธยาแล้ว กำแพงเมืองสุโขทัยกว้างประมาณ 1,600 เมตร ยาวประมาณ 1,800 เมตร มีโบราณสถานสำคัญตั้งอยู่กลางเมือง และกระจายตัวทั่วทั้งเมือง นอกจากนี้ยังพบโบราณสถานใหญ่น้อยกระจายอยู่ทั่วไปภายนอกกำแพงเมืองทั้งสี่ทิศ รวมแล้วมากกว่าสองร้อยแห่ง        กรมศิลปากรได้ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของเมืองโบราณสุโขทัย จึงได้มีการขึ้นทะเบียนโบราณสถานเพื่อคุ้มครองพื้นที่ไว้เป็นมรดกของชาติและเพื่อมิให้มีการบุกรุกอันเป็น การทำลายสภาพแวดล้อมและบรรยากาศของเมือง จึงได้มีการประกาศขึ้นทะเบียนขอบเขตพื้นที่ครอบคลุมโบราณสถานทั้งหมด 43,750 ไร่ หรือประมาณ 70 ตารางกิโลเมตร โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 92 ตอนที่ 112 วันที่ 17 มิถุนายน พุทธศักราช 2518 และก่อตั้งเป็นโครงการอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยในปีถัดมา แล้วเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2531        นอกจากนี้คณะกรรมการมรดกโลกแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครอง มรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ ได้ประกาศในการประชุม ณ กรุงคาร์เธจ ประเทศตูนีเซีย ให้อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร เป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พุทธศักราช 2534 นับเป็นมรดกโลกตามบัญชีในลำดับที่ 574 จากการดำเนินงานสำรวจและศึกษาโบราณสถานในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย พบโบราณสถานจำนวน 217 แห่ง






วัสดุ หินทราย แบบศิลปะ ศิลปะเขมรในประเทศไทย แบบนครวัด อายุสมัย อายุราวพุทธศตวรรษที่ 17 สถานที่พบ ได้จากการขุดแต่งด้านหน้าปราสาทประธานของกู่เมืองบัว บ้านเมืองบัว ตำบลเมืองบัว อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2548 ประติมากรรมบุรุษ ในอิริยาบถประทับยืน พระกรขวายกขึ้น พระหัตถ์ขวาอยู่ในท่ากำหลวมๆ คล้ายกำลังถือวัตถุ นุ่งผ้าสั้น ผ้านุ่งเป็นลายริ้วในแนวตั้ง ด้านหน้ามีชายผ้าคล้ายรูปสมอเรือ 2 ชั้น ยาวเสมอขอบด้านล่างผ้านุ่ง ผ้านุ่งด้านหลังมีชายกระเบนเป็นรูปคล้ายสมอเรือ คาดเข็มขัดทับชายผ้า เข็มขัดเป็นแถบสี่เหลี่ยมสลักลายดอกกลม ขอบบนล่างของเข็มขัดสลักลายเม็ดประคำและเส้นขอบ หัวเข็มขัดรูปสี่เหลี่ยมสลักลายดอกกลม เหนือหัวเข็มขัดมีชายผ้าตั้งขึ้นคล้ายรูปพัด ใต้เข็มขัดประดับอุบะโดยรอบ ข้อพระบาทด้านหลังสลักแกนหินเสริมความแข็งแรง




อบรมผู้ใช้งานระบบสัมมนาออนไลน์ ในวันที่ 20 มีนาคม 2556 ตั้งแต่เวลา 9.00 - 16.00 โดยเจ้าหน้าที่บริษัท เอ็มเวิร์ค กรุ๊ป จำกัด




***บรรณานุกรม***  หนังสือหายาก    เทศบาล ฉบับพิเศษ : กฎหมาย และ ระเบียบการ เกี่ยวกับ เทศบาล- สุขาภิบาล  พ.ศ. ๒๕๐๐.  พระนคร : โรงพิมพ์สามมิตร, ๒๕๐๐.


black ribbon.