ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 48,995 รายการ
นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวผ่านสื่อต่าง ๆ ใน ประเด็นข้อสงสัยต่อบทบาทกรมศิลปากร กรณีการก่อสร้างทางยกระดับและสถานีอยุธยา ในโครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน เนื่องจากมีเส้นทางผ่านเข้ามาใกล้พื้นที่มรดกโลกพระนครศรีอยุธยา กรมศิลปากรขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ Environmental Impact Assessment (EIA) เป็นอำนาจหน้าที่ของ “คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านโครงการโครงสร้างพื้นฐานทางบกและอากาศ” ภายใต้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งกรมศิลปากรไม่มีตัวแทนอยู่ในองค์ประกอบของคณะกรรมการดังกล่าวทั้ง ๒ ชุด และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ไม่เคยมีหนังสือให้กรมศิลปากรเข้าร่วมประชุมหรือให้ความเห็น ในการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ในโครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน ตลอดกระบวนการ ส่วนกรณีการประเมินผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลกหรือ Heritage Impact Assessment (HIA) นั้น ศูนย์มรดกโลกมีหนังสืออิเลกทรอนิกส์ เมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๖๓ ผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส มายังสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ แจ้งให้ประเทศไทยรายงานการศึกษาผลกระทบที่อาจเกิดกับแหล่งมรดกโลก จากการดำเนินโครงการการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงสถานีอยุธยา ซึ่งประเด็นนี้ได้ถูกนำเข้าในวาระการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ครั้งที่ ๒/๒๕๖๓ เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๓ และคณะกรรมการฯ ได้มีมติมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมศึกษาโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงสถานีอยุธยาในพื้นที่ใหม่ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับแหล่งมรดกโลก พร้อมจัดทำรายงานการศึกษาผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลก (HIA) โดยมอบให้กรมศิลปากรในฐานะกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ เป็นผู้ดำเนินการร่าง “กรอบข้อกำหนดประกอบรายงานประเมินผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม (Heritage Impact Assessment - HIA) นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา” ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกแล้ว ในคราวประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๖๔ เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ทั้งนี้ กรมศิลปากรได้ส่งร่างข้อกำหนดฯ ดังกล่าวไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว
นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวผ่านสื่อต่าง ๆ ใน ประเด็นข้อสงสัยต่อบทบาทกรมศิลปากร กรณีการก่อสร้างทางยกระดับและสถานีอยุธยา ในโครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน เนื่องจากมีเส้นทางผ่านเข้ามาใกล้พื้นที่มรดกโลกพระนครศรีอยุธยา กรมศิลปากรขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ Environmental Impact Assessment (EIA) เป็นอำนาจหน้าที่ของ “คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านโครงการโครงสร้างพื้นฐานทางบกและอากาศ” ภายใต้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งกรมศิลปากรไม่มีตัวแทนอยู่ในองค์ประกอบของคณะกรรมการดังกล่าวทั้ง ๒ ชุด และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ไม่เคยมีหนังสือให้กรมศิลปากรเข้าร่วมประชุมหรือให้ความเห็น ในการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ในโครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน ตลอดกระบวนการ ส่วนกรณีการประเมินผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลกหรือ Heritage Impact Assessment (HIA) นั้น ศูนย์มรดกโลกมีหนังสืออิเลกทรอนิกส์ เมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๖๓ ผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส มายังสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ แจ้งให้ประเทศไทยรายงานการศึกษาผลกระทบที่อาจเกิดกับแหล่งมรดกโลก จากการดำเนินโครงการการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงสถานีอยุธยา ซึ่งประเด็นนี้ได้ถูกนำเข้าในวาระการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ครั้งที่ ๒/๒๕๖๓ เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๓ และคณะกรรมการฯ ได้มีมติมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมศึกษาโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงสถานีอยุธยาในพื้นที่ใหม่ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับแหล่งมรดกโลก พร้อมจัดทำรายงานการศึกษาผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลก (HIA) โดยมอบให้กรมศิลปากรในฐานะกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ เป็นผู้ดำเนินการร่าง “กรอบข้อกำหนดประกอบรายงานประเมินผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม (Heritage Impact Assessment - HIA) นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา” ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกแล้ว ในคราวประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๖๔ เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ทั้งนี้ กรมศิลปากรได้ส่งร่างข้อกำหนดฯ ดังกล่าวไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว
พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. กรุงเทพฯ : มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม, 2559. 78 หน้า. ภาพประกอบ.
ให้ข้อมูลของพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องพระมเหสี พระชายา พระราชโอรสและพระราชธิดา สายราชสกุล พระราชกรณียกิจ ด้านการปกครอง ศรษฐกิจและการคลัง ด้านกฏหมายและการศาล ด้านการต่างประเทศ ด้านสังคม การศึกษา การเลิกทาส ประเพณีและวัฒนธรรม การศาสนา ด้านคมนาคมและการสื่อสาร ด้านสาธารณูปโภคและสาธารณสุข ด้านวรรณกรรมและศิลปกรรม ด้านการทหารและการป้องกันประเทศ การเสด็จประพาสต้น การเสด็จประพาสต่างประเทศ
923.1593
จ 657 พ ( ห้องหนังสือทั่วไป)
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ เปิดให้บริการแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ระหว่างวันที่ ๒๗ - ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ มีผู้เข้าชมทั้งสิ้น ๑๗ คน โดยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด - ๑๙ อย่างเคร่งครัด
กิจกรรม " Cleaning Day " ประจำวันอาทิตย์ที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เจ้าหน้าที่พิพิธภัณพสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ทำความสะอาดฆ่าเชื้อไวรัสโคโรน่า - ๒๐๑๙ หลังจากปิดการให้บริการนักท่องเที่ยวเข้าชมนิทรรศการ
ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๔ ผ่านระบบออนไลน์ ตามลิงค์ด้านล่างhttps://wellwishes.royaloffice.th/
นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยความคืบหน้าโครงการอนุรักษ์ซ่อมแซมบานไม้ ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่น พระวิหารหลวง วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ได้ดำเนินการถอดบานไม้แล้ว จำนวน ๒๗ ชิ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการอบกำจัดแมลง โดยมีการประชุมทางไกลร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่น ทุกเดือน สืบเนื่องจากประตูและหน้าต่างภายในพระวิหารหลวง วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ประดับ ด้วยบานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่น ซึ่งเป็นงานสั่งทำเฉพาะจากประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๐๘ ปัจจุบันได้เสื่อมสภาพ พื้นผิวรักและเปลือกหอย แตก หลุดร่อน เสียหาย แมลงกัดกินเนื้อไม้ ผิวหน้าชิ้นงานมีความสกปรก หมองคล้ำจากยางรักที่ทาเคลือบไว้เป็นเวลานานจากการซ่อมแซมในอดีต และบางชิ้นงานสูญหายไป วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม กรมศิลปากร โดยสำนักช่างสิบหมู่ และกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จึงร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์งานประดับมุกศิลปะญี่ปุ่น จากสถาบันวิจัยมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น (Tokyo National Research Institute for Cultural Properties: TNRICP) ดำเนินโครงการอนุรักษ์ซ่อมแซมบานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่น พระวิหารหลวง วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร โดยใช้พื้นที่ภายในวัดราชประดิษฐ์ เป็นห้องปฏิบัติการอนุรักษ์ ระยะเวลา ๕ ปี เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ – ๒๕๖๘ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ได้เริ่มดำเนินการถอดบานไม้ตามแผนงานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยบานไม้ที่ถูกถอดลงในปีนี้ มีทั้งหมด ๒๗ ชิ้น จากประตูหน้า ๑ บาน (๓ ชิ้น) และหน้าต่าง ๔ บาน จากนั้นได้ดำเนินขั้นตอนต่าง ๆ ประกอบด้วย ผนึกพื้นผิวชั่วคราวด้วยกระดาษสาบางและกาวแป้ง เพื่อลดโอกาสเกิดความเสียหายระหว่างการถอดและชิ้นงานที่ยังไม่ถูกถอดลง การกำหนดรหัสชิ้นงานแต่ละชิ้น ด้วยสัญลักษณ์อักษรย่อภาษาอังกฤษและตัวเลขเพื่อใช้สื่อสารให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันกับทางญี่ปุ่น การสแกนค้นหาตำแหน่งน็อตโลหะที่ซ่อนอยู่ภายในชิ้นงาน แล้วถอดน็อตนำชิ้นงานลง บรรจุลงกล่องที่ออกแบบและเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมตามมาตรฐานงานพิพิธภัณฑ์ จากนั้นทำการถ่ายภาพก่อนอนุรักษ์ชิ้นงานแต่ละชิ้น โดยเน้นในบริเวณที่เกิดการชำรุด เสื่อมสภาพ ทั้งด้านหน้าและหลัง แล้วจึงตรวจสอบสภาพอย่างละเอียดทำทะเบียน จัดทำแผนผังการเสื่อมสภาพ เก็บตัวอย่างแมลงที่พบ การทดสอบและดำเนินการอบกำจัดแมลงภายใต้สภาวะไร้ออกซิเจนด้วยก๊าซไนโตรเจนเป็นระยะเวลาประมาณ ๑ เดือน รวมถึงทดสอบตัวทำละลายที่จะใช้ในการอนุรักษ์กับยางรักญี่ปุ่น ขณะนี้ชิ้นงานที่ถูกถอดลงทั้งหมดอยู่ระหว่างขั้นตอนการอบกำจัดแมลง และในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 นี้ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญจาก TNRICP ประเทศญี่ปุ่น ไม่สามารถเดินทางมาร่วมดำเนินการอนุรักษ์ตามแผนงานเดิม จึงได้จัดให้มีการประชุมทางไกลเดือนละ ๑ ครั้ง เพื่อให้คำปรึกษาและคำแนะนำในการดำเนินการอนุรักษ์ โครงการอนุรักษ์ซ่อมแซมบานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่นฯ มีเป้าหมายอนุรักษ์ซ่อมแซมบานไม้ ประดับมุกและแผ่นไม้ประดับรักลายนูน ในส่วนที่ชำรุดและเสื่อมสภาพ จำนวน ๙๔ แผ่น โดยคงรูปแบบลวดลายลักษณะเดิม ส่วนใดที่หลุดล่วงไปแล้วจะไม่เติมให้เต็ม ดำเนินงานส่วนของพื้นให้เป็นพื้นรักสีดำอันเกิดจากยางรักเท่านั้น เพื่ออนุรักษ์ซ่อมแซมบานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่น ให้เกิดความมั่นคง แข็งแรง และรักษางานประดับมุกศิลปะญี่ปุ่นในประเทศไทยให้แก่อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ต่อไปในอนาคต และให้คณะช่างที่ปฏิบัติงานซ่อมแซมได้เรียนรู้ ฝึกฝน เพิ่มพูนทักษะฝีมือทางด้านงานประดับมุกศิลปะญี่ปุ่น เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ศิลปวัตถุชิ้นสำคัญในหน่วยงานอื่น ๆ ต่อไป