ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,030 รายการ

          นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยความคืบหน้าโครงการอนุรักษ์ซ่อมแซมบานไม้ ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่น พระวิหารหลวง วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ได้ดำเนินการถอดบานไม้แล้ว จำนวน ๒๗ ชิ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการอบกำจัดแมลง โดยมีการประชุมทางไกลร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่น ทุกเดือน           สืบเนื่องจากประตูและหน้าต่างภายในพระวิหารหลวง วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ประดับ ด้วยบานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่น ซึ่งเป็นงานสั่งทำเฉพาะจากประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๐๘ ปัจจุบันได้เสื่อมสภาพ พื้นผิวรักและเปลือกหอย แตก หลุดร่อน เสียหาย แมลงกัดกินเนื้อไม้ ผิวหน้าชิ้นงานมีความสกปรก หมองคล้ำจากยางรักที่ทาเคลือบไว้เป็นเวลานานจากการซ่อมแซมในอดีต และบางชิ้นงานสูญหายไป วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม กรมศิลปากร โดยสำนักช่างสิบหมู่ และกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จึงร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์งานประดับมุกศิลปะญี่ปุ่น จากสถาบันวิจัยมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น (Tokyo National Research Institute for Cultural Properties: TNRICP) ดำเนินโครงการอนุรักษ์ซ่อมแซมบานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่น พระวิหารหลวง วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร โดยใช้พื้นที่ภายในวัดราชประดิษฐ์ เป็นห้องปฏิบัติการอนุรักษ์ ระยะเวลา ๕ ปี เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ – ๒๕๖๘          อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ได้เริ่มดำเนินการถอดบานไม้ตามแผนงานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยบานไม้ที่ถูกถอดลงในปีนี้ มีทั้งหมด ๒๗ ชิ้น จากประตูหน้า ๑ บาน (๓ ชิ้น) และหน้าต่าง ๔ บาน จากนั้นได้ดำเนินขั้นตอนต่าง ๆ ประกอบด้วย ผนึกพื้นผิวชั่วคราวด้วยกระดาษสาบางและกาวแป้ง เพื่อลดโอกาสเกิดความเสียหายระหว่างการถอดและชิ้นงานที่ยังไม่ถูกถอดลง การกำหนดรหัสชิ้นงานแต่ละชิ้น ด้วยสัญลักษณ์อักษรย่อภาษาอังกฤษและตัวเลขเพื่อใช้สื่อสารให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันกับทางญี่ปุ่น การสแกนค้นหาตำแหน่งน็อตโลหะที่ซ่อนอยู่ภายในชิ้นงาน แล้วถอดน็อตนำชิ้นงานลง บรรจุลงกล่องที่ออกแบบและเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมตามมาตรฐานงานพิพิธภัณฑ์ จากนั้นทำการถ่ายภาพก่อนอนุรักษ์ชิ้นงานแต่ละชิ้น โดยเน้นในบริเวณที่เกิดการชำรุด เสื่อมสภาพ ทั้งด้านหน้าและหลัง แล้วจึงตรวจสอบสภาพอย่างละเอียดทำทะเบียน จัดทำแผนผังการเสื่อมสภาพ เก็บตัวอย่างแมลงที่พบ การทดสอบและดำเนินการอบกำจัดแมลงภายใต้สภาวะไร้ออกซิเจนด้วยก๊าซไนโตรเจนเป็นระยะเวลาประมาณ ๑ เดือน รวมถึงทดสอบตัวทำละลายที่จะใช้ในการอนุรักษ์กับยางรักญี่ปุ่น ขณะนี้ชิ้นงานที่ถูกถอดลงทั้งหมดอยู่ระหว่างขั้นตอนการอบกำจัดแมลง และในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 นี้ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญจาก TNRICP ประเทศญี่ปุ่น ไม่สามารถเดินทางมาร่วมดำเนินการอนุรักษ์ตามแผนงานเดิม จึงได้จัดให้มีการประชุมทางไกลเดือนละ ๑ ครั้ง เพื่อให้คำปรึกษาและคำแนะนำในการดำเนินการอนุรักษ์          โครงการอนุรักษ์ซ่อมแซมบานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่นฯ มีเป้าหมายอนุรักษ์ซ่อมแซมบานไม้ ประดับมุกและแผ่นไม้ประดับรักลายนูน ในส่วนที่ชำรุดและเสื่อมสภาพ จำนวน ๙๔ แผ่น โดยคงรูปแบบลวดลายลักษณะเดิม ส่วนใดที่หลุดล่วงไปแล้วจะไม่เติมให้เต็ม ดำเนินงานส่วนของพื้นให้เป็นพื้นรักสีดำอันเกิดจากยางรักเท่านั้น เพื่ออนุรักษ์ซ่อมแซมบานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่น ให้เกิดความมั่นคง แข็งแรง และรักษางานประดับมุกศิลปะญี่ปุ่นในประเทศไทยให้แก่อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ต่อไปในอนาคต และให้คณะช่างที่ปฏิบัติงานซ่อมแซมได้เรียนรู้ ฝึกฝน เพิ่มพูนทักษะฝีมือทางด้านงานประดับมุกศิลปะญี่ปุ่น เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ศิลปวัตถุชิ้นสำคัญในหน่วยงานอื่น ๆ ต่อไป


วันจันทร์ที่ ๓๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ เวลา ๑๗.๐๐ น. นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีบวงสรวงต้อนรับทับหลังปราสาทหนองหงส์ จังหวัดบุรีรัมย์ และทับหลังปราสาทเขาโล้น จังหวัดสระแก้ว กลับสู่ประเทศไทย โดยมีนายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วยคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร เข้าร่วมในพิธี ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ทั้งนี้ เวลา ๑๓.๐๐ น. กรมศิลปากรได้นำทับหลังปราสาทหนองหงส์และทับหลังปราสาทเขาโล้น ออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ถึงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ในเวลา ๑๔.๐๐ น. เพื่อเข้าสู่พิธีบวงสรวงต้อนรับทับหลังทั้ง ๒ รายการ กลับสู่ประเทศไทย โดยนายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และนายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร ได้ร่วมเปิดหีบห่อบรรจุทับหลัง จากนั้นภัณฑารักษ์ และนักวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ ตรวจสภาพทับหลัง พร้อมบันทึกข้อมูลในเบื้องต้น ก่อนเริ่มพิธีบวงสรวงต้อนรับทับหลัง ๒ รายการ โดยมีพระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ เป็นประธานบวงสรวง และมีการแสดงระบำโบราณคดี ชุดลพบุรี เฉลิมฉลองต้อนรับทับหลังกลับสู่ประเทศไทย


นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในวันพระราชสมภพ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๔   สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี อาศิรวาท   ๏ เอกอนงค์บรมนาถเจ้า ราชินี ขวัญฉัตรคู่พระบารมี ธิราชไท้ พระคือมิ่งมณีศรี สยามชาติ ขจรพระเกียรติยศไซร้ เกริกฟ้าสากล   ๏ งามพิมลลักษณ์ล้ำ อัปสรา งามพระราชจริยา เลิศล้วน งามละมุนอุ่นมนัสสา ด้วยพระกรุ ณาเฮย งามพระงามละม่อมถ้วน พิสุทธิ์ด้วยธรรมคุณ   ๏ เพ็ญพิบุลย์พิสิฐเพี้ยง ชลาศัย ยามอ่อนอำรุงหทัย แหล่งหล้า กระแสแห่งชลาลัย กร้าวแกร่ง สมพระยศองครักษ์กล้า พิทักษ์ท้าวบดินทร   ๏ สรวมบวรไตรรัตน์เรื้อง นิรัติศัย อภิบาลอัครอรทัย สวัสดิ์พร้อม ทรงเกษมสุขสมานสมัย สถิตมั่น เป็นมิ่งขวัญพสกน้อม แซ่ซร้องพระพรถวาย ๚ะ   ขอพระองค์ทรงพระเจริญ   ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม   ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร   (นางดาวรัตน์ ชูทรัพย์ นักอักษรศาสตร์เชี่ยวชาญ สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ร้อยกรอง)  


          วันจันทร์ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๔ เวลา ๑๗.๐๐ น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นายอิทธิพล คุณปลี้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เป็นประธานในพิธีบวงสรวงต้อนรับทับหลังปราสาทหนองหงส์ จังหวัดบุรีรัมย์ และทับหลังปราสาทเขาโล้น จังหวัดสระแก้ว กลับสู่ประเทศไทย โดยมีนายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วยคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร เข้าร่วมในพิธี           นายอิทธิพล กล่าวว่า รัฐบาลไทย ได้รับมอบทับหลังปราสาทหนองหงส์ จังหวัดบุรีรัมย์ และทับหลังปราสาทเขาโล้น จังหวัดสระแก้ว จากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยมีพิธีส่งมอบโบราณวัตถุ เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ณ นครลอสแอนเจลิส ระหว่างสำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ สหรัฐอเมริกา (Homeland Security Investigation – HSI) ผู้ส่งมอบ และกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ผู้รับมอบแทนกรมศิลปากรในนามราชอาณาจักรไทย พร้อมทั้งดูแลในการส่งทับหลังทั้งสองรายการออกจากท่าอากาศยานนครลอสแอนเจลิสถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๔ และเคลื่อนย้ายออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมายังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยหลังจากพิธีบวงสรวงจะดำเนินการตรวจสอบโบราณวัตถุ และนำทับหลังทั้งสองรายการจัดแสดงในนิทรรศการเพื่อให้ความรู้แก่ประชาชน ทั้งนี้ ได้เรียนเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีรับมอบโบราณวัตถุอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดให้ชมนิทรรศการ “ทับหลังปราสาทหนองหงส์ และปราสาทเขาโล้น กลับคืนสู่ประเทศไทย” ให้ประชาชนเข้าชมเป็นเวลา ๓ เดือน ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร           ทั้งนี้ ทับหลังปราสาทหนองหงส์ จังหวัดบุรีรัมย์ และทับหลังปราสาทเขาโล้น จังหวัดสระแก้ว ได้สูญหาย ไปจากที่ตั้งในช่วงราวพุทธศักราช ๒๕๐๙ – ๒๕๑๑ แต่ไม่ปรากฏรายงานหรือบันทึกเกี่ยวกับการสูญหาย ต่อมาได้ปรากฏทับหลังสองรายการนี้ อยู่ในฐานข้อมูลโบราณวัตถุของพิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชีย (Asian Art Museum) เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา           อย่างไรก็ตาม การติดตามทับหลังทั้ง ๒ รายการ เริ่มขึ้นเมื่อนายกรัฐมนตรี ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย สืบเนื่องมาจากการสืบค้นข้อมูลโบราณวัตถุของไทย ที่อยู่ในต่างประเทศของกรมศิลปากร รวมทั้งกระแสเรียกร้องของนักวิชาการและประชาชนให้ติดตามโบราณวัตถุของไทยในพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ทั่วโลกกลับคืนมา ซึ่งมีมาก่อนหน้านั้นเป็นระยะ ที่ประชุมคณะกรรมการฯ มีมติให้ติดตาม ทับหลังทั้ง ๒ รายการ โดยมอบหมายให้กรมศิลปากรเป็นผู้จัดทำข้อมูล จนกระทั่งวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑           กรมศิลปากรจึงได้ส่งข้อมูลให้กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้ประสานกับหน่วยงานในสหรัฐอเมริกา ผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ซึ่งหน่วยงานฝ่ายสหรัฐอเมริกาที่รับผิดชอบในคดี คือ สำนักงานสืบสวนความมั่นคงเพื่อมาตุภูมิ (HSI) กระทั่งมีการนำขึ้นพิจารณา ในชั้นศาล จนในที่สุดพิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชียยอมรับว่าทับหลังทั้งสองรายการเป็นกรรมสิทธิ์ของไทย และยินยอมให้ ยึดทับหลังเพื่อส่งกลับคืนประเทศไทย           อย่างไรก็ดี การส่งมอบโบราณวัตถุที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ โบราณคดี และวัฒนธรรม ในครั้งนี้นับเป็นความร่วมมืออันสำคัญยิ่งระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา ทั้งภาครัฐและภาคประชาชนแสดงถึงความสัมพันธ์ และมิตรภาพอันดีและยาวนานระหว่างทั้งสองประเทศ


           วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๔ เวลา ๑๘.๓๐ น. ภายหลังการจัดพิธีบวงสรวงต้อนรับทับหลังปราสาทหนองหงส์ จังหวัดบุรีรัมย์ และทับหลังปราสาทเขาโล้น จังหวัดสระแก้ว กลับสู่ประเทศไทย เรียบร้อยแล้วนั้น เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรได้เคลื่อนย้ายทับหลัง ทั้ง ๒ ชิ้น เข้าไปภายในพระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พระนคร เพื่อเตรียมจัดนิทรรศการให้ประชาชนได้ชมต่อไป           ทั้งนี้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ยังคงปิดให้บริการชั่วคราว ตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-๑๙ ที่มีการขยายเวลาไปอีก ๑๔ วัน ระหว่างวันที่ ๑ - ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๔ หากสนใจเข้าชมการจัดแสดงนิทรรศการทับหลังดังกล่าว โปรดติดตามข่าวสารได้ทางเฟสบุ๊ก กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร




การอบรมพิพิธภัณฑสถานวิทยาแก่บุคคลภายนอก (ปีที่ 17) หัวข้อ : พิพิธภัณฑ์ในอาคารเก่า   กรมศิลปากร โดยสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (สพช.) จะจัดโครงการอบรมพิพิธภัณฑสถานวิทยาแก่บุคคลภายนอก ปีที่ 17 หัวข้อ “พิพิธภัณฑ์ในอาคารเก่า” หลักสูตร 10 วัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 7 – 18 มิถุนายน 2564 (เว้นวันหยุดราชการ) ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร วัตถุประสงค์ของการอบรมครั้งนี้ก็เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิชาการพิพิธภัณฑ์ โดยเน้นเรื่องการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ในอาคารโบราณสถานหรืออาคารเก่า ซึ่งต้องบูรณาการศาสตร์หลายแขนงร่วมกันอนุรักษ์อาคารสถาปัตยกรรมเก่าให้คงคุณค่าพร้อมทั้งการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ให้มีความทันสมัยให้ควบคู่กันไปได้อย่างลงตัว โครงการอบรมพิพิธภัณฑสถานวิทยาแก่บุคคลภายนอก โดยสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (สพช.) เริ่มดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านพิพิธภัณฑสถานวิทยามาตั้งแต่พุทธศักราช 2547 ต่อเนื่องมาจนถึงปีที่ 16 ในพุทธศักราช 2563 แต่เนื่องจากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทย ทำให้การอบรมที่วางแผนดำเนินการมาต้องระงับไปชั่วคราว อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในปี พ.ศ.2564 นี้ การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จะยังคงมีอยู่  แต่สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเผยแพร่องค์ความรู้ดังกล่าว จึงจัดการอบรมพิพิธภัณฑสถานวิทยา ปีที่ 17 ในช่วงเดือนมิถุนายน 2564 โดยระหว่างการอบรมได้กำหนดข้อปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (covid 19) ตามแนวทางของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) และประกาศของกรุงเทพมหานครเพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยแก่ผู้เข้าร่วมอบรม ติดตามข่าวสารการโครงการอบรมพิพิธภัณฑสถานวิทยาแก่บุคคลภายนอก ปีที่ 17หัวข้อ “พิพิธภัณฑ์ในอาคารเก่า” ของสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร ได้ทาง   https://www.facebook.com/onmthailand  






     ชื่อเรื่อง : ปูเปลล์ มนุษย์ขยะแห่งเมืองปล่องควัน      ผู้แต่ง : นิชิโนะ อะกิฮิโระ      สำนักพิมพ์ : นานมีบุ๊คส์      ปีพิมพ์ : 2564      เลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ : 978-616-04-5144-9      เลขเรียกหนังสือ : ย น561ป      ประเภทหนังสือ : หนังสือเยาวชน      ห้องบริการ : ห้องหนังสือเยาวชน สาระสังเขป : "บางคนถูกตัดสินและผลักไสด้วยรูปลักษณ์ภายนอก บางคนก็ถูกโดดเดี่ยวเพียงเพราะเชื่อในสิ่งที่เห็นต่างจากผู้อื่น" ณ เมืองที่ปกคลุมด้วยกลุ่มควันมืดดำอยู่ชั่วนาตาปี มนนุษย์ขยะได้ถือกำเนิดขึ้น ใครๆ ต่างพากันรังเกียจเนื้อตัวเหม็นสกปรกของเขา ยกเว้นเด็กชายคนหนึ่ง...เด็กชายที่เชื่อว่าเหนือควันทึบนั้นมีดวงดาวนับพันซ่อนอยู่ "ปูเปลล์ มนุษย์แห่งเมืองปล่องควัน" เป็นเรื่องราวของเด็กชายกำพร้าพ่อที่อาศัยอยู่ในเมืองแห่งหนึ่งที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เมืองที่เต็มไปด้วยปล่องควัน ท้องฟ้าทั่วทั้งเมืองปกคลุมด้วยกลุ่มควันสีดำ ไม่เคยเห็นท้องฟ้าสีครามหรือแสงแห่งดวงดาวยามค่ำคืน ในคืนเทศกาลฮัลโลวีนที่มนุษย์ขยะ ชื่อ ฮัลโลวีน ปูเปลล์ จากภูเขาขยะได้ลงมาในเมืองที่เต็มไปด้วยเหล่าคนที่แต่งตัวเหมือนปิศาจมากหน้า   หลายตา เที่ยวไปตามบ้านเรือน จนเวลาล่วงเลยจะผ่านพ้นวันทุกคนจึงรู้ว่าแท้จริงมนุษย์ขยะไม่ใช่คน ต่างพากันกลัวขับไล่ออกจากเมือง จนกระทั่งมนุษย์ขยะได้เจอกับเด็กชายลูบิชชี เป็นคนทำความสะอาดปล่องควันเนื้อตัวมอมแมม โดยทั้งคู่ได้เป็นเพื่อนและดูแลซึ่งกันและกัน นับวันลูบิชชียิ่งรู้สึกว่าปูเปลล์มีนิสัยคล้ายกับพ่อที่จากเขาไป ช่วงหลังเศษขยะที่อยู่ตามตัวปูเปลล์ก็ค่อยๆ ร่วงหล่นหายไปด้วยคิดว่าเป็นฝีมือของเด็กเกเรในเมือง ทำให้ปูเปลล์สูญเสียความสามารถหลายๆ อย่างไป จากนั้นลูบิชชี่เริ่มถูกเพื่อนๆ รังเกียจบอกว่าตัวเหม็น เขาจึงเริ่มห่างจากมนุษย์ขยะและไม่เข้าใกล้ปูเปลล์อีกแล้ว วันเวลาผ่านไปยาวนานจนคืนหนึ่งปูเปลล์มาหาลูบิชชีในสภาพที่ย่ำแย่แขนหายไปข้าง ปูเปลล์ชวนลูบิชชีออกไปข้างนอกแล้วใช้ลูกโป่งหลายร้อยใบผูกเชือกติดกับเรือลอยขึ้นไปเหนือเมืองทิวทัศน์ช่างสวยงามเหลือเกิน จนกระทั่งลอยพ้นกลุ่มควันดำ และภาพที่บูลิชชีได้เห็นคือ ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยแสงดาวระยิบระยับสวยงามเหลือเกิน "พ่อไม่ได้โกหกเขาจริงๆ ด้วย" ตอนท้ายเรื่องลูบิชชีได้รู้ว่าแท้จริงแล้วปูเปลล์คือ พ่อของเขานั่นเอง หากแต่สุดท้าย   ปูเปลล์ก็ได้จากลูบิชชีไปตลอดกาล ผู้อ่านจะได้ซาบซึ้งกับเรื่องราวที่เป็นมากกว่านิทาน และได้พบคุณค่าบางอย่างที่สุกสกาวหลังหมอกควันจากเรื่องราวของมนุษย์ขยะแห่งเมืองปล่องควัน


          วันจันทร์ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๔ เวลา ๑๓.๐๐ น. ทับหลังปราสาทหนองหงส์และปราสาทเขาโล้น เดินทางออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรมศิลปากรขอขอบคุณ กรมศุลกากร ที่อำนวยความสะดวกในการนำเข้าทับหลังทั้ง ๒ รายการ ให้ลุล่วงไปด้วยดี รวมถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานในพื้นที่ พร้อมกันนี้ขอขอบคุณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ได้ให้ความอนุเคราะห์จัดรถนำขบวนเพื่อการรักษาความปลอดภัยสูงสุดให้กับโบราณวัตถุชิ้นสำคัญของชาติตลอดการเดินทาง จนถึงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เรียบร้อยแล้ว


กลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน ร่วมดำเนินการเก็บตัวอย่างดิน ตามโครงการศึกษาและจัดทำแผนอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานพระนอน ณ โบราณสถานพระนอน ณ วัดธรรมจักรเสมาราม ตำบลเสมา อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พันทิพย์ ปิยะทัศนานนท์ หัวหน้าโครงการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา และคณะ ดำเนินการเก็บตัวอย่างดิน จำนวน ๑๐ จุด ภายในอาคาร ๖ จุดจุดละ ๒ ตัวอย่าง คือ ๑. ดินที่อยู่บริเวณผิวหน้าดิน เพื่อนำไปตรวจหาค่าความเค็ม เกลือ ๒. ดินที่อยู่ในระดับความลึก ประมาณ ๑๐ เซนติเมตร เพื่อตรวจหาค่าความชื้นในดินและภายนอกอาคาร จำนวน ๔ จุด จุดละ ๑ ตัวอย่าง คือ - ดินที่อยู่ในระดับความลึก ประมาณ ๑๐ เซนติเมตร เพื่อตรวจหาค่าความชื้นในดิน  


black ribbon.