ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,048 รายการ

วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๔ เวลา ๐๙.๐๐ น. นักศึกษาชั้นปีที่ ๑ สาขาวิชาความงามของชีวิต คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ จำนวนนักศึกษา ๓๐ คน อาจารย์ ๒ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โดยแบ่งการบรรยายนำชมออกเป็น ๒ กลุ่มย่อย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด - ๑๙ โดยมี นายกรภัทร์ สุขใหญ่ พนักงานประจำพิพิธภัณฑ์ และนางสาวอาภาภรณ์ เปล่งปลั่งศรี นักวิชาการวัฒนธรรม ให้การต้อนรับและบรรยายนำชม





         วันศุกร์ที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๔ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติ พระนคร นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีรับมอบทับหลังจากปราสาทหนองหงส์ จังหวัดบุรีรัมย์ และทับหลังจากปราสาทเขาโล้น จังหวัดสระแก้ว โดยมี นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ประธานคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย นายไมเคิล ฮีธ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย นายดุสิต เมนะพันธุ์ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ นายเอริค แมคล็อคลิน ผู้ช่วยทูตประจำภูมิภาค สำนักงานสืบสวนเพื่อความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ประเทศไทย ในนามสำนักงานสืบสวนเพื่อความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ สหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร เข้าร่วมในพิธี          การติดตามทับหลังปราสาทหนองหงส์และปราสาทเขาโล้น เริ่มต้นเมื่อปี ๒๕๕๙ เมื่อมีกระแส เรียกร้องให้ติดตามนำโบราณวัตถุของไทยที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย จากความร่วมมือ ของภาคเอกชนและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในนาม “คณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย” ที่ลงนามแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากสำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Homeland Security Investigations) หรือ HSI สหรัฐอเมริกา ดำเนินการสืบสวนจนกระทั่งได้รับมอบทับหลังทั้งสองรายการเมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคมที่ผ่านมา และกลับคืนสู่ประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๔           กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร จึงได้จัดพิธีรับมอบทับหลังทั้ง ๒ รายการ พร้อมทั้งนำมา จัดแสดงในนิทรรศการพิเศษ “ทับหลังปราสาทหนองหงส์ และปราสาทเขาโล้น กลับคืนสู่ประเทศไทย” โดยนิทรรศการนำเสนอข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของทับหลังทั้ง ๒ รายการ หลักฐานต่าง ๆ ที่ได้สืบค้น รวมถึงขั้นตอน การดำเนินงานในการติดตาม เพื่อให้ประชาชนเข้าใจถึงขั้นตอนและวิธีการกว่าจะได้มาซึ่งโบราณวัตถุที่ต้องใช้ระยะเวลา ความพยายาม และความร่วมมือจากหลายฝ่าย อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นจิตสำนึกรักและหวงแหนมรดกวัฒนธรรมของไทยและร่วมกันปกป้องดูแลรักษาให้สืบทอดไปยังคนรุ่นหลังต่อไป           นิทรรศการพิเศษ “ทับหลังปราสาทหนองหงส์ และปราสาทเขาโล้น กลับคืนสู่ประเทศไทย” จัดแสดง ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ ทุกวันพุธ – วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์ และอังคาร) เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โทรศัพท์ ๐ ๒๒๒๔ ๑๔๐๒ , ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๗๐           เป็นเวลามากกว่า ๕๐ ปี ที่ทับหลังปราสาทหนองหงส์ จังหวัดบุรีรัมย์ และทับหลังปราสาทเขาโล้น จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นส่วนประกอบของโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ได้ถูกโจรกรรมและนำออกไปจากประเทศไทยอย่างผิดกฎหมายโดยขบวนการลักลอบค้าโบราณวัตถุเพื่อส่งต่อให้กับนักสะสมและพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งกรณีของทับหลังทั้งสองรายการนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่มรดกทางวัฒนธรรมของ คนไทยถูกลักลอบนำออกไป ที่ผ่านมาทับหลังจากปราสาทกู่สวนแตง และปราสาทพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ก็เคย ถูกโจรกรรมไป และได้ติดตามนำกลับคืนมาแล้ว เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๓ และ พ.ศ. ๒๕๓๑ ตามลำดับ           ทับหลังคือส่วนประกอบของศาสนสถานจำพวกปราสาทหินในวัฒนธรรมเขมรโบราณ โดยมีลักษณะ เป็นแผ่นหินรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าติดตั้งอยู่เหนือกรอบประตูของอาคารหรือปราสาทหิน วัสดุหลักที่ใช้ทำทับหลังคือหินทราย โดยจะมีการจำหลักลวดลายเป็นภาพเล่าเรื่อง ภาพเทพต่างๆ หรือลวดลายประดับลงบนทับหลัง ลวดลายเหล่านี้มีรูปแบบและวิวัฒนาการในการสร้างที่ชัดเจน จึงสามารถใช้เป็นสิ่งที่ช่วยกำหนดอายุในการสร้างโบราณสถานนั้น ๆ ได้ และทับหลังก็มีรูปแบบเฉพาะที่แตกต่างกันไปเนื่องจากเป็นของที่แกะสลักขึ้นมาทีละชิ้น มีเอกลักษณ์และสวยงาม เป็นที่ต้องการของเหล่าบรรดาผู้สะสมโบราณวัตถุ ในอดีตจึงมักถูกโจรกรรมจากแหล่งโบราณสถานที่อยู่ห่างไกลและลักลอบนำออกไปขายยังต่างประเทศ----------------------------------------------------เอกสารประกอบ ดาวน์โหลดได้ที่ https://drive.google.com/drive/folders/1kCB73EnDdXHi1qTHfJkd7DhG2XhcxmIV?usp=sharing


วันศุกร์ที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๔ นางวราภรณ์ วสุนธรารัตน์ ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ พร้อมด้วยนางสาวสุคนธ์ทิพย์ จันทะลุน และนางสาวพิมพา สุธัญญาวัชชัย บรรณารักษ์ชำนาญการ เข้าร่วมประชุมวิชาการหอสมุดแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๔ เรื่อง Digital  Curation : การจัดการข้อมูลในยุคสถานการณ์ COVID-19 ผ่านโปรแกรม ZOOM โดยมีนางสาวพิมพา สุธัญญาวัชชัย ร่วมเป็นวิทยากรนำเสนอแนวความคิด เรื่อง การนำคิวอาร์โค้ดมาใช้ในงานห้องสมุดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการของหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่




          วันพุธที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๓ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ จัดพิธีเปิดการจัดแสดงนิทรรศการเผยแพร่พระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๓ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๔ ณ ห้องนิทรรศการธรรมชาติวิทยา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โดยมี นายเสริมศักดิ์ สีสันต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานในพิธี           นิทรรศการเปิดให้เข้าชมตั้งแต่บัดนี้ ถึง ๓๐ มิุถนายน ๒๕๖๔วันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น.เข้าชมฟรีโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม



ตามที่เจ้าอาวาสวัดโคกพรม อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับผู้นำชุมชน ประชาชนในพื้นที่ มีความประสงค์จะดำเนินการบูรณะซ่อมแซมอุโบสถวัดโคกพรม ซึ่งเป็นโบราณสถานที่ยังไม่ได้ประกาศขึ้นทะเบียน และได้ทำหนังสือแจ้งมายังสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา เพื่อขอคำแนะนำและการสนับสนุนในการดำเนินการดังกล่าว โดยทางวัดและชุมชน มีงบประมาณพร้อมอยู่แล้วส่วนหนึ่ง ล่าสุดจากการพูดคุยและทำความเข้าใจร่วมกันระหว่างวัดและคนในชุมชน ทำให้เกิดความร่วมมือ ร่วมแรงระหว่างส่วนราชการกับประชาชนในการทำงานร่วมกัน โดยเริ่มจากการขุดตรวจทางโบราณคดีที่อุโบสถวัดโคกพรม โดยชาวบ้านส่วนหนึ่งได้อาสาสมัครมาเป็นแรงงาน ช่วยทำการขุดค้นทางโบราณคดี ทำให้ทางราชการไม่ต้องเสียงบประมาณในการจ้างแรงงาน ชาวบ้านบางส่วนก็มาร่วมทำข้าวปลาอาหารทานร่วมกัน สิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันครั้งนี้ ก็คือกระบวนการเรียนรู้และสร้างความเข้าใจ ในการทำงานด้านการอนุรักษ์และดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมในท้องถิ่น โดยที่ประชาชนมีส่วนร่วมซึ่งก็เป็นไปตามนโยบายของท่านอธิบดีกรมศิลปากร และผู้บริหารของกระทรวงวัฒนธรรม


พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ จัดนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี ๒๕๖๔ หัวข้อ “ส่องศาสตร์สัมฤทธิ์ พินิจเมืองสะเร็น” ระหว่างเดือนเมษายน ๒๕๖๔ – กันยายน ๒๕๖๔ นิทรรศการนี้จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับ “สำริด” ซึ่งเป็นโลหะที่มีความสำคัญต่อพัฒนาการทางสังคมของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จวบจบปัจจุบัน เพื่อสร้างความตระหนักและเล็งเห็นคุณค่าความสำคัญ ก่อให้เกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์หวงแหนมรดกศิลปวัฒนธรรม ทั้งยังช่วยเสริมสร้างให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีศักยภาพและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดสุรินทร์ โดยจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ประเภทสำริดที่พบในจังหวัดสุรินทร์ อาทิ กระพรวนสำริด ที่ขุดพบที่บ้านตูม อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการพิเศษ “ส่องศาสตร์สัมฤทธิ์ พินิจเมืองสะเร็น” ได้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ เปิดทุกวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ปิดวันจันทร์ – วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๔๔๕๑ ๓๒๗๔ Surin National Museum organizes the special exhibition on the 2021 Thai Heritage Conservation Day occasion entitled “Bronze in Saren City” during April - September 2021. This exhibition is held to share knowledge about bronze, which is a kind of metal important for social development of humanity since the pre-historic age until nowadays. It will create awareness and appreciation towards the importance of cultural heritage conservation and make Surin National Museum become a potential learning source and an important tourist attraction. Bronze antiques and objets d'art found in Surin Province such as bronze bells unearthed in Ban Toom, Ta Toom District, Surin, are exhibited. Interested people are welcome to visit the special exhibition “Bronze in Saren City” at Surin National Museum during 09.00 - 16.00 every Wednesday - Sunday, closing Monday - Tuesday and public holidays. For more information, please contact Tel. 0 4451 3274.


พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ขอนำเสนอองค์ความรู้ประจำเดือนมิถุนายน ๒๕๖๔ เรื่อง "ปราสาทภูมิโปน : ปราสาทขอมที่เก่าแก่และยังคงสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย" >พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ เปิดให้เข้าชมวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ไม่มีค่าธรรมเนียมเข้าชม


     ชื่อเรื่อง : หนึ่งคำที่ทำให้คิดถึง      ผู้แต่ง : บ้านข้างๆ x ONCE      สำนักพิมพ์ : สปริงบุ๊กส์      ปีพิมพ์ : 2564      เลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ : 978-616-18-4208-6      เลขเรียกหนังสือ : 895.914 บ289ห      ประเภทหนังสือ : หนังสือทั่วไป      ห้องบริการ : ห้องหนังสือทั่วไป 2   สาระสังเขป : บางคำอาจเต็มไปด้วยคำถาม แต่หลายครั้งบางคำก็นำมาสู่คำตอบ เป็นความเรียงสั้นๆ ที่ไม่ได้ยาวมากแต่สามารถสื่อสารเรื่องราว       การดำเนินชีวิต ความคิดถึงได้อย่างลึกซื้งกินใจ เริ่มจากคำสั้นๆ ที่เราอาจจะคุ้นเคยกันแล้วถ่ายทอดขยายความออกมาเป็นเรื่องราวให้ผู้อ่านได้รับรู้และซึมซับถึงความคิดถึงสิ่งเหล่านั้นได้ เวลาที่เห็นคำเดียวกันอาจเต็มไปด้วยความรู้สึกเหมือนหรือแตกต่างกันก็ได้ บางคำก็เต็มไปด้วยความทรงจำ บางคำก็เต็มไปด้วยความคิดถึง บางคำก็อาจจะเต็มไปด้วยคำถาม และบางคำอาจทำให้อยากแลกเปลี่ยนเรื่องราวซึ่งกันและกัน อาทิ Safe zone : ทำไมคนเราต้องออกจาก Safe zone ด้วย ทำไมการเลือกอยู่ในที่ที่ปลอดภัยจึงเป็นเรื่องที่ต้องมาบอกคนอื่นว่าไม่ถูกต้อง? /ระยะทาง : จริงๆ บางปลายทางอยู่กับเรามาตลอด โดยไม่ต้องออกเดินทางและไม่ต้องมีระยะทางใดๆ / ติสท์ : คำคำนี้มันกลายเป็นเหมือนกำแพงที่กั้นเราจากคนรอบตัวมากขึ้นเรื่อยๆ /    คลั่งรัก : ระยะทางกรุงเทพฯถึงเชียงใหม่ก็คงใกล้ ความเหน็ดเหนื่อยตลอดวันก็คงถูกทำลายได้ในไม่ช้า แค่รู้ว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าเธอจะได้พบกับใคร / ไม่มีสถานะ : ระหว่างเราคืออะไร? คนคุย คนรัก เพื่อนสนิท คนรู้ใจ หลากหลายคำนิยาม อาจปฏิเสธสถานะเดียวที่ไม่อยากเป็นคือ คนที่ไม่มีสถานะ / สัญญา : ในเมื่อทุกสรรพสิ่งหมุนเวียนไป ไยจึงมีคำสัญญาเกิดขึ้น และมีอีกกี่คำสัญญาที่เราผิดคำพูดต่อใครในชีวิต" เป็นต้น ซึ่งเรื่องราวที่เกิดจากคำสั้นๆ เหล่านั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น หากแต่ในหนังสือเล่มนี้ยังคงมีอีกมากมายหลายคำที่บอกเล่าเรื่องราวให้ผู้อ่านได้คิดถึงช่วงชีวิตหรือเหตุการณ์ที่ได้พบเจอ และคำบางคำที่อาจจะเต็มไปด้วยคำถามนั้นก็อาจจะมีบางคำที่นำมาสู่คำตอบเช่นเดียวกัน 


พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ เปิดให้บริการแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ระหว่างวันที่ ๑๖ - ๒๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๔ มีผู้เข้าชมทั้งสิ้น ๕๖ คน โดยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังโรคโควิท ๑๙ อย่างเคร่งครัด


black ribbon.