ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,381 รายการ


        สำนักการสังคีต กรมศิลปากร จัดโครงการดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๙ “สังคีตสุนทรีย์ถวายพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมด้านดนตรีและนาฏศิลป์ โดยจัดการแสดงหลายประเภท ทั้งการแสดงโขน การแสดงละคร การแสดงวิพิธทัศนา การบรรเลงและขับร้องดนตรีไทย การบรรเลงและขับร้องดนตรีสากล สลับสับเปลี่ยนกันไปในทุกวันอาทิตย์ ระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๙ จำนวน ๖ ครั้ง ตั้งแต่เวลา ๑๗.๓๐ น. - ๑๙.๓๐ น. ณ สังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ค่าเข้าชมการแสดงคนละ ๒๐ บาท นำส่งเป็นเงินรายได้แผ่นดิน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์สืบสานศิลปวัฒนธรรมด้านนาฏดุริยางคศิลป์ของชาติ ให้คงอยู่และแพร่หลายไปอย่างกว้างขวาง          อีกหนึ่งรายการสำคัญคือ การแสดงสมโภชพระพุทธสิหิงค์ เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีสมโภชและทรงสวมพระรัศมีทองคำประดับเพชรถวายพระพุทธสิหิงค์ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร รายการแสดงประกอบด้วย การแสดงระบำสัตตบุษย์มงกุฎแห่งวารี รำถวายมือองค์ปะตาระกาหลา และการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดกษิรชลมณโฑ นอกจากนี้ สำนักการสังคีต ยังได้สร้างสรรค์การแสดงขึ้นใหม่ คือ การแสดงสมโภช ชุด “พระพุทธสิหิงค์ มิ่งมหามงคล” บอกเล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาของพระพุทธสิหิงค์ จะจัดให้ประชาชนได้ชมในวันจันทร์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๓๐ น. ณ เวทีสังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร         ขอเชิญชวนผู้สนใจชมการแสดงโครงการดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๙ “สังคีตสุนทรีย์ถวายพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ทุกวันอาทิตย์ ระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๙ และการแสดงสมโภชพระพุทธสิหิงค์ ในวันจันทร์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๓๐ น. ณ เวทีสังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ………………………………………………………………………….. โครงการดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๙ “สังคีตสุนทรีย์ถวายพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ครั้งที่ ๑ การแสดงเนื่องในวันเปิดโครงการแสดงดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๙ วันอาทิตย์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ๑) การบรรเลง - ขับร้องดนตรีสากล     เป็นการบรรเลงและขับร้องเพลงไทยสากล เพลงลูกกรุง เพลงลูกทุ่ง ฯลฯ  โดยศิลปินจากกลุ่มดุริยางค์สากล สำนักการสังคีตกรมศิลปากร ๒) รำถวายอาลัย “พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ดวงประทีปทองส่องแผ่นดิน”         การแสดงชุดนี้ แสดงถึงความอาลัยถวายและเทิดพระเกียรติคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐอย่างใหญ่หลวงต่อพสกนิกรชาวไทย ๓) ระบำวานรพงศ์         เนื่องด้วยปีนักษัตรพระบรมราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงนั้นตรงกับ “ปีวอก” สำนักการสังคีต กรมศิลปากร จึงได้เลือก “ระบำวานรพงศ์” มาจัดแสดงขึ้นในครั้งนี้ เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชชนนี   พันปีหลวง ที่ทรงเป็นผู้อนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างให้ยั่งยืน ระบำวานรพงศ์ จัดแสดงครั้งแรกในแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดหนุมานชาญสมร  ณ โรงละครแห่งชาติ ปี ๒๕๒๗ ปรากฏอยู่ในการแสดงช่วงที่หนุมานได้นำไพร่พลวานรมาสวามิภักดิ์ต่อพระราม เป็นระบำที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อแสดงทักษะความสามารถ สี และลักษณะการแต่งกายของตัวละครฝ่ายลิง          การแสดงชุดนี้เป็นการแสดงแนะนำตัวละครฝ่ายพลับพลา ซึ่งเป็นเหล่าไพร่พลวานรทั้งสองเมือง ได้แก่เมืองขีดขิน และเมืองชมพู จะเป็นการแนะนำชื่อและอิทธิฤทธิ์ของตัวละครเสนาลิง ๑๘ ตัว เรียกว่า เสนาลิง   สิบแปดมงกุฎ และพญาวานรทั้ง ๗ ตนที่อยู่ในกองทัพของพระราม ออกแบบการแสดงและประพันธ์บทการแสดงโดย นายเสรี หวังในธรรม ศิลปินแห่งชาติ ประดิษฐ์ท่ารำโดยนายกรี วรศะริน ศิลปินแห่งชาติ บรรจุเพลงโดย นายจิรัส อาจณรงค์   ๔) รำถวายมือองค์ปะตาระกาหลา (แต่งกายแบบชวา)         การแสดงชุดนี้สร้างสรรค์สร้างจากบทละคร เรื่องอิเหนา พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย กำหนดให้ผู้แสดงแต่งกายแบบชวา เพื่อให้มีความกลมกลืนสอดคล้องกับทำนองเพลงไทยสำเนียงชวาที่ใช้บรรเลงและขับร้องประกอบการแสดง ๕) โขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดกษิรชลมณโฑ        การแสดงโขนในตอนนี้ แสดงให้เห็นถึงความรักของนางมณโฑผู้เป็นมารดาที่มีต่ออินทรชิตโอรสของตน โดยนางมณโฑนั้นได้รับพรจากพระอุมา ให้ตนเองมีน้ำนมที่สามารถรักษาพิษและรักษาแผลจากศาสตราวุธได้ หลังจากอินทรชิตต้องศรของพระลักษมณ์แล้ว อินทรชิตได้กลับไปดื่มนมจากนางมณโฑจึงสามารถถอนพิษจากศรของพระลักษมณ์ได้ ครั้งที่ ๒ รายการ “สืบสานภูมิปัญญา ศาสตร์วิทยาดุริยางคศิลป์” วันอาทิตย์ที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ การบรรเลงและขับร้องดนตรีไทย นำเสนอให้เห็นถึงความไพเราะของเพลงไทยเเละลักษณะของวงดนตรีไทยประเภทต่าง ๆ รายการแสดงประกอบด้วย         ๑) การบรรเลงโหมโรงเพลงมะลิเลื้อย ออกสระหม่า บรรเลงด้วยวงเครื่องสายปี่ชวา          ๒) การบรรเลงเพลงพม่าห้าท่อนเถา บรรเลงด้วยวงเครื่องสายเครื่องเดี่ยว         ๓) การบรรเลงเพลงแขกโอดสามชั้น บรรเลงด้วยวงปี่พาทย์ไม้แข็ง          ๔) การบรรเลงเพลงเรื่องนางหงส์หกชั้น ออกเพลงชุดสิบสองภาษา บรรเลงด้วยวงปี่พาทย์นางหงส์ โดยการบรรเลงและขับร้องในชุดนี้ จะมีการออกตัวผู้แสดงตามเชื้อชาติและสำเนียงภาษาของเพลงด้วย         การบรรเลง - ขับร้อง และการแสดง แสดงโดยศิลปินของสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ครั้งที่ ๓ การบรรเลง - ขับร้องวงดุริยางค์สากล “ลูกทุ่งออร์เคสตรา” วันอาทิตย์ที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙         การบรรเลงและขับร้องเพลงสากล เพลงไทยลูกทุ่ง โดยใช้วงออร์เคสตราบรรเลงประกอบการขับร้อง ฯลฯ  โดยศิลปินจากกลุ่มดุริยางค์สากล สำนักการสังคีต  กรมศิลปากร ครั้งที่ ๔ การบรรเลง - ขับร้องวงดุริยางค์สากล “ลมหวน ชวนคิดถึง เพลงวันวาน” วันอาทิตย์ที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๙         การบรรเลงและขับร้องเพลงสากล เพลงไทยสากล ฯลฯ โดยศิลปินจากกลุ่มดุริยางค์สากล สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ครั้งที่ ๕ รายการวิพิธทัศนา วันอาทิตย์ที่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๙ ๑) การบรรเลงและขับร้องเพลงแขกสาหร่ายประกอบการแสดงตาโบวิวังต์ เรื่องวิวาหพระสมุท         การแสดงชุดนี้ นำเสนอให้เห็นถึงการบรรเลงและขับร้องเพลงไทยที่ผสมผสานกันระหว่างดนตรีไทย และดนตรีสากล โดยมีการแสดงละครภาพนิ่ง (ตาโบวิวังต์) เพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับชมด้วย๒) ระบำบานไม้ประดับมุก สุขศรีญี่ปุ่น - ไทย         การแสดงชุดนี้ สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ เนื่องในโอกาสที่วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ร่วมกับสำนักช่าง   สิบหมู่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยความร่วมมือจากสถาบันวิจัยมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น (Tokyo National Research Institute for Cultural Properties: TNRICP) ได้จัดนิทรรศการและสัมมนาวิชาการ ในหัวข้อเรื่อง “ราชประดิษฐ ฯ วิจิตรศิลป์ สานสัมพันธ์สองแผ่นดิน งานศิลป์ประดับมุก” เมื่อวันพุธที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๘ ณ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานครบทขับร้องประกอบการแสดง กล่าวถึงความงามของบานไม้ประดับมุกศิลปะสกุลช่างของญี่ปุ่น ซึ่งสามารถบูรณาการกับศิลปะสกุลช่างของไทยได้อย่างสวยงามลงตัว๓) ละครเบิกโรง เรื่องนิลบรรพตเทพสุดา เทพเจ้าแห่งงานช่างสตรี        การแสดงละครนี้สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากบทโองการไหว้ครูช่าง ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราไชย ซึ่งกล่าวถึงนางนิลบรรพตเทพสุดา  เทพเจ้าครูช่างคหรรมฝ่ายสตรีและเทวีแห่งการค้าขาย ภาคหนึ่งของพระวิษณุกรรม โดยการแสดงละครเรื่องนี้  นำเสนอให้เห็นถึงประวัติความเป็นมาและการประทานพรของนางนิลบรรพตเทพสุดา นอกจากนี้ยังมีการนำกระบวนท่ารำเพลงหน้าพาทย์ของคุณหญิงนัฏกานุรักษ์ (เทศ สุวรรณภารต) อดีตผู้ควบคุมหมวดนาฏศิลป กรมศิลปากร ซึ่งใกล้สูญหายมาใช้ในประกอบอยู่ในการแสดงละครเรื่องนี้ด้วย ๔) ระบำศิลปหัตถกรรม        การแสดงชุดนี้ สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดงานหัตถกรรมแบบงานช่างสตรีชาววัง ที่สะท้อนภูมิปัญญาศาสตร์และศิลป์เชิงช่างที่บรรพบุรุษได้ประดิษฐ์และออกแบบให้สอดคล้องกับขนบธรรมเนียมประเพณีไทย บทประพันธ์บรรยายถึงงานหัตถกรรม ๗ ประเภท ซึ่งล้วนมีความประณีตพิถีพิถันและหลากหลาย ได้แก่ งานบายศรี งานร้อยมาลัย งานปักสะดึง งานพุ่มเทียน งานทอผ้า งานแกะสลัก และงานจักสาน ซึ่งงานศิลปหัตถกรรมนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงให้ความห่วงใยและสนพระทัยราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง การแสดงชุดนี้ จึงสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระองค์ในฐานะผู้ทรงเป็นองค์อุปถัมภกงานศิลปหัตถกรรมของไทย ๕) ระบำอัฐโลกบาล          ระบำอัฐโลกบาล เป็นระบำที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ กล่าวถึงท้าวโลกบาลทั้ง ๘ องค์ ผู้ประจำรักษาทิศทั้ง ๘ ทิศ รวมไปถึงอาวุธและพาหนะทรงของเทพแต่ละองค์ ซึ่งปรากฏอยู่ในโคลงแถลงระเบียบระบำแบบหลวง เรื่องศุภลักษณ์วาดรูป พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว๖) ละครพันทาง เรื่องผู้ชนะสิบทิศ ตอนบ้านขุนวัง         ผู้ชนะสิบทิศ บทประพันธ์ของยาขอบ ได้ถูกนำมาสร้างเป็นการแสดงละครพันทางของกรมศิลปากร โดยนายเสรี หวังในธรรม ศิลปินแห่งชาติ สำหรับการแสดงการแสดงละครพันทาง เรื่องผู้ชนะสิบทิศ ตอนบ้านขุนวัง  มีเนื้อเรื่องย่อดังนี้          หลังจากที่มหาเถรกุโสดอได้ทูลขอชีวิตจะเด็ดต่อพระเจ้าเมงกะยินโยและให้สัญญาว่าจะคอยดูแลจะเด็ด มิให้ก่อเรื่องเดือดร้อนและเข้าวังอีก เมื่อมหาเถรพาจะเด็ดมาพำนักอยู่ที่วัดกุโสดอได้สั่งห้ามจะเด็ดเข้าวังเป็นอันขาด เหตุนี้จึงทำให้จะเด็ดว้าวุ่นใจ ด้วยทั้งห่วงแม่นมเลาชีกับห่วงและคิดถึงตะละแม่จันทรา จึงคิดขัดคำสั่งมหาเถรและเฝ้าคอยโอกาสที่จะลักลอบเข้าวัง ครั้นยามดึกสงัดของคืนหนึ่ง จะเด็ดได้ลอบย่องออกจากกุฏิด้วยคิดว่ามหาเถรจำวัดแล้ว แต่มหาเถรก็ล่วงรู้นิสัยใจคอของศิษย์รักเป็นอย่างดี จึงคอยเฝ้าระมัดระวังมิให้จะเด็ดคลาดสายตา เมื่อเห็นพฤติกรรมของศิษย์รักแล้ว มหาเถรจึงเป็นกังวลว่าสักวันหนึ่งจะเด็ดต้องได้รับโทษเพราะแอบเข้าวังไปหาตะละแม่จันทราอีก จึงตัดสินใจนำจะเด็ดไปฝากไว้ที่บ้านขุนวังทะกะยอดิน ครั้งที่ ๖ การแสดงวันปิดกิจกรรมการแสดงดนตรีสำหรับประชาชนปีที่ ๖๙ การแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดอานุภาพรามราชจักรี วันอาทิตย์ที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๙         เนื้อเรื่องการแสดงโขนในตอนนี้ กล่าวถึง พระอิศวรมีเทวะบัญชาให้พระนารายณ์อวตารไปเป็นพระราม เพื่อปราบบรรดาอสูรและมารร้ายที่เบียดเบียนมนุษย์โลก พร้อมประทานพรให้ จักร สังข์ ตรี บัลลังก์นาค และคทา ไปจุติเป็นโอรสของท้าวทศรถแห่งกรุงศรีอยุธยา แต่ละองค์นามว่า พระพรต พระลักษมณ์ และพระสัตรุด ตามลำดับ ให้บรรดาเหล่าเทวดาและอสูรเทพบุตร ลงมาจุติเป็นพลวานรในกองทัพของพระราม ส่วนพระลักษมีให้ลงไปจุติเป็นนางสีดา ธิดาของทศกัณฐ์เจ้ากรุงลงกา โดยให้นางสีดาเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งจนนำไปสู่การสู้รบกันระหว่างพระรามและทศกัณฐ์           กาลต่อมาพระราม พระลักษมณ์ และกองทัพวานร ได้ออกเดินทางติดตามนางสีดาที่ถูกทศกัณฐ์ลอบลักไปไว้ยังกรุงลงกา และได้พบกับพิเภกน้องชายของทศกัณฐ์ที่ถูกขับไล่ออกจากเมือง พิเภกได้ดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยา และเข้าสวามิภักดิ์ต่อพระรามเพื่อคอยช่วยเหลือการศึกให้แก่กองทัพของพระรามโดยเหตุที่พิเภกถูกขับไล่ออกจากเมืองนั้น เนื่องจากทศกัณฐ์กริ้วโกรธที่พิเภกทำนายฝันร้ายของทศกัณฐ์และขอให้ส่งนางสีดาคืน แก่พระราม เมื่อทราบข่าวว่าพิเภกเข้าร่วมในกองทัพของศัตรู ทศกัณฐ์จึงให้กุมภกรรณ อุปราช กรุงลงกาออกไปทำศึกกุมภกรรณได้เข้ารบกับพระรามและถูกพระรามแผลงศรสังหาร ก่อนตายกุมภกรรณได้เห็นพระรามเป็นพระนารายณ์จึงได้สำนึกผิด และเรียกพิเภกเข้ามากำชับสอนสั่งให้จงรักภักดีต่อพระราม                เมื่อทศกัณฐ์ทราบข่าวการตายของกุมภกรรณจึงโกรธแค้น ยกทัพออกทำศึกกับพระราม พระรามได้แผลงศรตัดร่างกายทศกัณฐ์ขาดเป็นท่อน ๆ แต่ทศกัณฐ์ก็ร่ายมนต์ต่อติดร่างกายให้คืนกลับดังเดิม ซ้ำยังกล่าวเยาะเย้ยพระราม เมื่อทั้งสองฝ่ายทำศึกรบกันจนถึงพลบค่ำ จึงตกลงเลิกทัพกลับไปยังที่มั่นของตน   


       กรมศิลปากร ขอเชิญชวนทุกท่านติดตามชม “ศิลป์ stories“ คนกรมศิลป์มีเรื่องเล่า เพราะทุกเรื่องราวมีชีวิต และทุกเทคนิคมีความหมาย รายการ Podcast ที่สนุกและได้ความรู้จากกรมศิลปากร วันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2569 เวลา 14.00 - 15.00 น. ในตอน "การแสดงสมโภชเนื่องในโอกาสสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสวมพระรัศมีทองคำประดับเพชรถวายพระพุทธสิหิงค์" โดย จรัญ  พูลลาภ นักวิชาการละครและดนตรี (ด้านการสังคีต) สำนักการสังคีต กรมศิลปากร และยุทธนาวรากร แสงอร่าม ภัณฑารักษ์ชำนาญการ สำนักพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ดำเนินรายการโดย สุทธิ สุทธิรักษ์ นาฏศิลปินอาวุโส สำนักการสังคีต สามารถรับชมได้ผ่านทาง Facebook : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม https://www.facebook.com/FineArtsDept และ Facebook : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร https://www.facebook.com/prfinearts และช่อง Youtube : กรมศิลปากร https://www.youtube.com/@finearts.d












          วันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๙ นางสาวทิพย์วรรณ วงศ์อัสสไพบูลย์ นักโบราณคดีชำนาญการ พร้อมเจ้าหน้าที่จากกลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น เข้าสำรวจตรวจสอบแหล่งโบราณคดีตามที่ได้รับแจ้ง ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น ร่วมกับนายธรรมศิษฐ์ ชารู เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงานหัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ผลการสำรวจเบื้องต้นพบหลักฐานเศษภาชนะดินเผา เครื่องมือหิน และเครื่องมือเหล็ก ยุคก่อนประวัติศาสตร์ กำหนดอายุประมาณ ๔,๐๐๐ - ๑,๕๐๐ ปีมาแล้ว


นายทศพร ศรีสมาน ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา นายธีรชาติ วีรยุทธานนท์ สถาปนิกชำนาญการ สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากรและนายธงชัย มหา ผู้อำนวยการกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน ลงพื้นที่และร่วมประชุมวางแผนการดำเนินงานด้านการสำรวจ ออกแบบวิหารพระแท่นบัลลังก์ เพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปทองสำริด ปางมารวิชัย และการบูรณะโบราณสถานปรางค์กู่บ้านหนองแฝก อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ ในวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๙ ณ เทศบาลตำบลบ้านแท่น อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ โดยมีนายพีรวัฒน์ ธีระวัฒนา นายอำเภอบ้านแท่น เป็นประธานในการประชุม


black ribbon.