ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,686 รายการ


เปิดรับสมัครนักออกแบบ นักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ที่อยากสร้างแบรนด์ หรือผู้ประกอบการ Startup เข้าร่วมโปรเจกต์ “The Everyday Museum: จากพิพิธภัณฑ์สู่ชีวิตประจำวัน” วันนี้ - 24 กรกฎาคม 2569             พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ภาคใต้ (CEA South) และผู้ประกอบการแบรนด์ D’Arcy the Designs เปิดรับสมัครนักออกแบบ นักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ที่อยากสร้างแบรนด์ หรือผู้ประกอบการ Startup ที่ต้องการขยายสายผลิตภัณฑ์ (Line Extension) มาร่วมพลิกโฉมทุนทางวัฒนธรรมให้กลายเป็นไอเดียสุดสร้างสรรค์ เริ่มตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 24 กรกฎาคม 2569         โดยมีโจทย์การออกแบบ “ผ้าโพกหัวสะท้อนพหุวัฒนธรรมของสงขลาอย่างมีสไตล์” ร่วมออกแบบ "Collection ผ้าโพกหัว" Items สุดฮิตของกลุ่ม Outdoors Activity โดยแรงบันดาลใจจากลวดลายบนโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และลวดลายประดับสถาปัตยกรรม เพื่อเชื่อมโยงคุณค่าจากพิพิธภัณฑ์สู่การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน พร้อมสะท้อนเอกลักษณ์ "พหุวัฒนธรรมของสงขลา" อย่างมีสไตล์  ช่องทางการสมัคร https://forms.gle/rTALzPdQUiwcjHqM7         สิทธิประโยชน์สุด Exclusive          สำหรับผู้ผ่านเข้ารอบแรก:         - Museum Tour: เจาะลึกข้อมูลทุนทางวัฒนธรรม เรียนรู้ที่มา แนวคิด และความหมาย พร้อมโอกาสสุดพิเศษในการชมโบราณวัตถุชิ้นสำคัญที่ไม่ได้จัดแสดงทั่วไป         - Mentoring Session: พัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญแบรนด์ D’Arcy the Designs ผู้ชนะการประกวดลายผ้าอัตลักษณ์ประจำจังหวัดพัทลุง พร้อมใช้ทรัพยากรและรับคำแนะนำด้านการออกแบบจาก TCDC Songkhla         - Exhibition: จัดแสดงผลงานในนิทรรศการพิเศษ The Everyday Museum: จากพิพิธภัณฑ์สู่ชีวิตประจำวัน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา และ TCDC Songkhla         สำหรับผู้ผ่านเข้ารอบ 3 แบรนด์/ ทีมสุดท้าย:         - Funding: สนับสนุนการสร้างสรรค์ผลงาน 5,000 บาท/ทีม         - Marketplace: โอกาสในการเปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าในงาน Music and Night at the Museum #5 (11-12 กันยายน 2569) และโอกาสได้รับเลือกเป็นสินค้าที่ระลึกในกิจกรรมอื่น ๆ ภายในงาน          สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 7431 1728 เฟซบุ๊ก "Songkhla National Museum : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา" https://www.facebook.com/songkhlanationalmuseum Line OA: SKMuseumLine  . ------------------------------------------------------------------------- กำหนดการกิจกรรม วันนี้ – 24 กรกฎาคม 2569: เปิดรับสมัครออนไลน์ 26 - 27 กรกฎาคม 2569: ประกาศผลการคัดเลือกรอบแรก 30 - 31 กรกฎาคม 2569: กิจกรรม Workshop ณ TCDC Songkhla และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา  20 - 22 สิงหาคม 2569: คัดเลือกและประกาศผล 3 แบรนด์/ ทีมสุดท้าย    * หมายเหตุ : กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม  






เมื่อวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พุทธศักราช 2569 เวลา 15:30 น. หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี จัดโครงการห้องสมุดหรรษา กิจกรรมพาเพลิน ประจำปี 2569 “Little Keychain: เด็กน้อยลดพลาสติก” ชวนเด็กๆ มาร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์ สร้างพวงกุญแจน่ารักๆ จากฝาขวดพลาสติกใช้แล้ว พร้อมเรียนรู้การนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ โดยมีนางสาวเมษา ครุปิติ ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี เป็นประธานในกิจกรรมครั้งนี้ ทั้งนี้มีเด็กๆ ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ณ ห้องหนูรักการอ่าน หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สำหรับกิจกรรม Little Keychain: เด็กน้อยลดพลาสติก เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้น้องๆ ได้เรียนรู้การนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ พร้อมสร้างจิตสำนึกในการลดการใช้พลาสติกและดูแลสิ่งแวดล้อม โดยร่วมเปลี่ยนสิ่งของธรรมดาให้มีคุณค่า และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลโลกของเราไปด้วยกัน


มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในพระบรมราชูปถัมภ์.  สมุดแสดงภาพที่ระลึกสยามรัฐพิพิธภัณฑ์ พระพุทธศักราช 2468.  กรุงเทพฯ: สํานักงานเสริมสร้าง     เอกลักษณ์ของชาติ, สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, 2569. สมุดแสดงภาพที่ระลึกสยามรัฐพิพิธภัณฑ์ พระพุทธศักราช 2468 เป็นหนังสือประมวลภาพที่บอกเล่าเรื่องราวของสยามในสมัยรัชกาลที่ 6 เช่น พระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า ภาพบุคคล การแต่งกาย ภูมิทัศน์ สถานที่สำคัญในแต่ละยุคสมัย ซึ่งล้วนมีคุณค่าในเชิงประวัติศาสตร์ สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญของบ้านเมืองจากอดีตสู่ปัจจุบัน โดยการจัดพิมพ์ครั้งนี้ จัดพิมพ์ขึ้นเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า ครบ 100 ปี วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งประจวบวาระครบ 100 ปี สวนลุมพินีด้วย ห       959.3041        ส691ส     ห้องศิลปากร  และหนังสือหายาก


มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว.  ที่ระลึกสยามรัฐพิพิธภัณฑ์ : สวนลุมพินี พระพุทธศักราช 2468.  กรุงเทพฯ: สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ      สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, 2569.          หนังสือที่ระลึกสยามรัฐพิพิธภัณฑ์ สวนลุมพินี พระพุทธศักราช 2468 เป็นหนังสือ 2 ภาษา หน้าซ้ายเป็นภาษาอังกฤษ หน้าขวาเป็นภาษาไทย มีเนื้อหากล่าวถึงความเจริญรุ่งเรืองของสยาม เริ่มจากกรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา ต่อเนื่องมาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า รวมโฆษณาประมาณ 130 รายการ ของบริษัทห้างร้านต่างๆ ทั้งไทย จีน แขก ฝรั่ง และญี่ปุ่น ซึ่งมีทั้งธุรกิจการส่งออก ธุรกิจนำเข้า ธุรกิจประกันภัย ธนาคาร ห้างสรรพสินค้า เครื่องประดับ ภัตตาคารโรงแรม ห้างขายยา แพทย์ ทันตแพทย์ โรงพิมพ์ และหนังสือพิมพ์ โดยการจัดพิมพ์ครั้งนี้ จัดพิมพ์ขึ้นเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า ครบ 100 ปี วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งประจวบวาระครบ 100 ปี สวนลุมพินีด้วย ห         959.3        ส691ส     ห้องศิลปากร  และหนังสือหายาก


จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ.  โคลงเรื่องพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 5.  กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2553.           หนังสือจัดพิมพ์เนื่องในโอกาสวันภาษาไทยแห่งชาติ 29 กรกฎาคม 2553 โดยสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร ซึ่งประจวบในปีพุทธศักราช 2553 นี้ เป็นปีครบรอบ 100 ปี แห่งการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักปราชญ์ที่ทรงมีพระราชคุณูปการใหญ่หลวงต่องานด้านวรรณคดีและอักษรศาสตร์ของชาติ จึงได้จัดพิมพ์หนังสือโคลงเรื่องพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 5 โดยเผยแพร่ด้วยวิธีถ่ายจากต้นฉบับเดิม เนื้อหาในเล่มประกอบด้วยเรื่องโคลงพิธีถือน้ำแลคเชนทรัศวสนาน และเรื่องโคลงพระราชพิธีแห่โสกันต์ มีคำนำอธิบายความเป็นมาของเรื่องพระนิพนธ์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระสมมตอมรพันธุ์อยู่ในตอนต้นของหนังสือด้วย นอกจากนี้ยังได้อัญเชิญพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 9 เรื่อง เมื่อข้าพเจ้าจากสยามมาสู่สวิทเซอร์แลนด์ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้ลงพิมพ์ในหนังสือ วงวรรณคดี ฉบับเดือนสิงหาคม 2490 ด้วย           895.9113             จ657ค          ห้องศิลปากร      และหนังสือหายาก


  โสภณ บัวชาติ.  หัวโขน หนึ่งในศิลป์แผ่นดินสยาม.  กรุงเทพฯ: สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, 2559.           หนังสือถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องหัวโขนและการจัดทำหัวโขนทั้งภาคทฤษฎีและการปฏิบัติ ให้ความรู้ทั่วไปในวรรณกรรมเรื่อง รามเกียรติ์ รูปลักษณะของหัวโขนแบบต่างๆ ที่ใช้ในการแสดง การศึกษา เปรียบเทียบการนำวัสดุมาใช้และเทคนิคต่างๆ ตลอดจนขั้นตอนการปฏิบัติพื้นฐานในการจัดทำหัวโขน           792.026            ศ815ห          ห้องศิลปากร      และหนังสือหายาก  


ชวลิต สุนทรานนท์.  เครื่องแต่งกายละครและการพัฒนา : การแต่งกายยืนเครื่องละครในของกรมศิลปากร.  กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2547.           เครื่องแต่งกายละครและการพัฒนา : การแต่งกายยืนเครื่องละครในของกรมศิลปากร เป็นงานวิจัยซึ่งสำนักการสังคีต กรมศิลปากร โดยกลุ่มวิจัยและพัฒนางานแสดง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมาของเครื่องแต่งกายละครไทย ตั้งแต่สมัยอยุธยาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ศึกษาวิวัฒนาการและการพัฒนาการแต่งกายยืนเครื่องละครในของกรมศิลปากร ศึกษารูปแบบกายแต่งกายยืนเครื่องละครในที่เป็นแบบฉบับดั้งเดิมของกรมศิลปากรเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการศึกษาด้านนาฏศิลป์ไทยต่อไป           792.026             ค753         ห้องศิลปากร      และหนังสือหายาก


บุญมา กองกูต (2455 – 2534)   นางบุญมา กองกูต เกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2455 ที่บ้านหนองม่วง ตำบลนนทรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี บิดาชื่อ นายปา ดีจุ้ย มารดาชื่อ นางหา ดีจุ้ย มีน้องชายและน้องสาว คือ นายบุญตา ดีจุ้ย และนางนาง เสวนา นางบุญมาได้สมรสกับนายผาง กองกูต เมื่อ พ.ศ. 2471 มีบุตรและธิดารวมกัน จำนวน 9 คน ดังนี้ 1. นายเติม กองกูต 2. นายติม กองกูต 3. นางเต็ม กองกูต 4. นางสาวตุ้ม กองกูต 5. นายสุ่ม กองกูต (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นนายโกสุม กองกูต) 6. นางเย็น กองกูต 7. นายสมัย กองกูต 8. นายอุไร กองกูต 9. นายทองใส กองกูต           นางบุญมาประกอบอาชีพทำนา ภายหลังครอบครัวได้อพยพไปตั้งรกรากที่บ้านหนองไทร ตำบลศาลาลำดวน อำเภอสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี โดยยังคงประกอบอาชีพทำนาเป็นหลัก นอกจากนี้ยังได้มีการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ทอผ้า ย้อมผ้า ตัดเย็บ และมัดหมี่ เพื่อใช้นุ่งห่มในครอบครัว             พ.ศ. 2530 นางบุญมาป่วยด้วยโรคเนื้อสมองเสื่อม มีอาการหลงลืม และร่างกายเริ่มทรุดโทรม และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2534 ณ โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี ข้อมูลหนังสืออนุสรณ์งานศพ   บรรณานุกรม ความรู้ประจำบ้าน : ที่ระลึกในงานแจกข้าว คุณแม่บุญมา กองกูต ณ วัดหนองไทร อำเภอสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2536.  กรุงเทพฯ:      โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2536.   รายละเอียดเนื้อหา  ความรู้ทั่วไป การใช้สาธารณูปโภคอย่างประหยัดและปลอดภัย ความรู้เกี่ยวกับงานบ้านงานครัว และตำรายากลางบ้าน   เลขเรียกหนังสือ   ห 030 ค181บ สถานที่จัดเก็บ     ห้องศิลปากรและหนังสือหายาก  หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี  


ปุย แก้วศรี (2458 – 2530)   นางปุย แก้วศรี เกิดเมื่อวันพุธ ขึ้น 12 ค่ำ เดือน 4 ปีเถาะ ตรงกับวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2458 ที่บ้านต้นตาล ตำบลหาดยาง อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี บิดาชื่อ นายฮุย สโมสร มารดาชื่อ นางเชย มีพี่น้อง จำนวน 6 คน นางปุยได้สมรสกับนายสุน แก้วศรี ราวปี พ.ศ. 2477 - 2478 มีบุตรและธิดารวมกัน จำนวน 6 คน ดังนี้                    1. นางชุบ คงมี 2. นายทรัพย์ แก้วศรี 3. นายทรงวิทย์ แก้วศรี (ราชบัณฑิตและนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ศาสนา) 4. นางสมศรี แก้วศรี 5. นายวรเชษฐ์ แก้วศรี 6. นางสมนึก แก้วปกรณ์กุล           นางปุย แก้วศรี ประกอบอาชีพทำนา ภายหลังครอบครัวได้อพยพไปตั้งรกรากที่อำเภอสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี โดยยังคงประกอบอาชีพทำนาเป็นหลัก ด้วยความขยันหมั่นเพียรได้บุกเบิกพื้นที่ทำนานับร้อยไร่ และพื้นที่ปลูกไม้ผลต่างๆ เช่น ทุเรียน เป็นต้น           เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2530 นางปุยได้หมดสติ ญาติจึงได้นำส่งโรงพยาบาล แต่อาการไม่ดีขึ้น และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2530 ณ โรงพยาบาลสระแก้ว ข้อมูลหนังสืออนุสรณ์งานศพ บรรณานุกรม ทรงวิทย์ แก้วศรี.  เอกลักษณ์ไทย.  กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2534.   รายละเอียดเนื้อหา  ความเป็นอยู่และประเพณีไทย เอกลักษณ์ไทย ประวัติศาสตร์ไทย   เลขเรียกหนังสือ   ห 392.09593 ท146อ สถานที่จัดเก็บ     ห้องศิลปากรและหนังสือหายาก  หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี


สืบ นาคะเสถียร (2492 – 2533)   สืบ นาคะเสถียร หรือนามเดิม สืบยศ เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2492 ที่ตำบลท่างา อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี บิดาชื่อ นายสลับ นาคะเสถียร เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี มารดาชื่อ นางบุญเยี่ยม นาคะเสถียร มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน โดยสืบเป็นบุตรชายคนโต มีน้องชายและน้องสาว 2 คน คือ นายกอบกิจ นาคะเสถียร และนางกัลยา รักษาสิริกุล สืบมีบุตรสาว 1 คน ชื่อ เด็กหญิงชินรัตน์ นาคะเสถียร โดยเป็นที่ทราบกันดีในหมู่ผู้ใกล้ชิดว่าสืบเป็นผู้มีใจรักศิลปะ และเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีระเบียบในการดำเนินชีวิตอย่างเป็นแบบแผน มีบุคลิกประจำตัวคือเมื่อสนใจหรือตั้งใจจะทำอะไรแล้ว ก็จะมีความมุ่งมั่นตั้งใจทำอย่างจริงจังจนประสบความสำเร็จ สืบจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเซนต์หลุยส์ จังหวัดฉะเชิงเทรา และเป็นผู้ที่มีผลการเรียนดีมาโดยตลอด พ.ศ. 2511     เข้าศึกษาที่คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2516     เข้าทำงานที่สวนสาธารณะของการเคหะแห่งชาติ พ.ศ. 2517     เข้าศึกษาในระดับปริญญาโท สาขาวิชาวนวัฒน์วิทยา คณะวนศาสตร์                      มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2518     เข้าบรรจุรับราชการในตำแหน่งพนักงานป่าไม้ตรี กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้                      ปฏิบัติหน้าที่ราชการ ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว – เขาชมพู่ จังหวัดชลบุรี พ.ศ. 2522     ได้รับทุนจาก British Council ไปศึกษาปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในสาขาอนุรักษ์วิทยา พ.ศ. 2524     ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบางพระ มีส่วนร่วมในการจัดการ และประสานงาน รวมทั้งเป็นวิทยากรฝึกอบรมพนักงานพิทักษ์ป่าอีกหลายรุ่น          พ.ศ. 2526     กลับเข้ามาปฏิบัติราชการประจำฝ่ายวิชาการ กองอนุรักษ์สัตว์ป่า          พ.ศ. 2529     ปฏิบัติงานในหน้าที่หัวหน้าโครงการอพยพสัตว์ป่าตกค้างในพื้นที่อ่างเก็บน้ำเขื่อน รัชชปภา (เชี่ยวหลาน) จังหวัดสุราษฎร์ธานี          พ.ศ. 2530     ปฏิบัติงานในโครงการศึกษาผลกระทบสภาพแวดล้อม เพื่อพัฒนาพื้นที่ป่าพรุโต๊ะแดง จังหวัดนราธิวาส ต่อมาได้รับคำสั่งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานีอีกตำแหน่งหนึ่ง ในขณะที่ดำรงตำแหน่งยังเป็นอาจารย์พิเศษประจำภาคชีววิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเริ่มต้นในบทบาทของนักอนุรักษ์ กรณีการสร้างเขื่อนน้ำโจน จังหวัดกาญจนบุรี          พ.ศ. 2531     กลับเข้ามาปฏิบัติราชการที่กองอนุรักษ์สัตว์ป่า          พ.ศ. 2532     เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง          พ.ศ. 2533     จัดตั้งกองทุนเพื่อรักษาป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวร จัดทำรายงานเพื่อนำเสนอยูเนสโก เพื่อพิจารณาให้ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเป็นพื้นที่มรดกโลก เพื่อให้พื้นที่แห่งนี้ได้รับการดูแลและคุ้มครองอย่างเต็มที่ 1 กันยายน 2533 สืบ นาคะเสถียร ได้สะสางงาน ตั้งศาลเพื่อแสดงคารวะที่มีต่อดวงวิญญาณของเจ้าหน้าที่ซึ่งพลีชีพรักษาป่าห้วยขาแข้ง และได้เขียนพินัยกรรมไว้เรียบร้อย ก่อนกระทำอัตวิบาตรกรรม เพื่อเรียกร้องให้สังคมและราชการหันมาสนใจปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ อย่างจริงจัง ข้อมูลหนังสืออนุสรณ์งานศพ บรรณานุกรม อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ สืบ นาคะเสถียร.  กรุงเทพฯ: ศิลปสนองการพิมพ์, 2533.   รายละเอียดเนื้อหา  การอนุรักษ์สัตว์ป่า รายงานการประเมินผลงานช่วยเหลือสัตว์ป่าตกค้างในพื้นที่อ่างเก็บน้ำโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนเชี่ยวหลาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี   เลขเรียกหนังสือ   ห 923.339 อ128ส สถานที่จัดเก็บ     ห้องศิลปากรและหนังสือหายาก  หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี


black ribbon.