ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,702 รายการ
สมฺโพชฺฌงฺค (สติ-อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺค)
ชบ.บ.52/1-7
เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
ชื่อเรื่อง สลากริวิชาสุตฺต (สลากวิชาสูตร)
สพ.บ. 319/1ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 54 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 57.8 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนา
บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ ได้รับบริจาคมาจาก วัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
เลขทะเบียน : นพ.บ.270/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 34 หน้า ; 4 x 52 ซ.ม. : ชาดทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 117 (232-239) ผูก 1 (2565)หัวเรื่อง : สีลสารสุตฺต(สีลสารสูตร)--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ชื่อผู้แต่ง : มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ
ชื่อเรื่อง : พระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร
ครั้งที่พิมพ์ : พิมพ์ครั้งที่ ๑
สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ
สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์คุรุสภา
ปีที่พิมพ์ : ๒๕๐๗
จำนวนหน้า : ๙๔ หน้า
หมายเหตุ : พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระชนนีศรีสังวาลย์ โปรดให้พิมพ์โดยเสด็จพระราชกุศล งานพระราชทานเพลิงศพ จอมพลฤกษดิ์ ธนะรัชต์ ณ เมรุ หน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาศ
พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ เรื่อง “พระพุทธเจ้าตรัสรู้” พระธรรมของสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า นั้น ท่านทรงสอนด้วยเหตุผลอย่างแท้จริง พระราชนิพนธ์นี้ได้ทรงใช้ภาษาง่าย ๆ เกือบจะไม่มีศัพท์เทคนิคเจอปนอยู่เลย
วันศุกร์ที่ ๑๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ เวลา ๑๓.๓๐ น. นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร ประชุมคณะกรรมการและตรวจการจ้างงาน ประจำงวดงานที่ ๕ ในโครงการงานจัดแสดงนิทรรศการภายในอาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีนางสาวสุกัญญา เบาเนิด ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๓ พระนครศรีอยุธยา นายภัทรพงษ์ เก่าเงิน ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา นายสมพจน์ สุขาบูลย์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา พร้อมด้วยคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมและตรวจงานจ้าง
ย้อนหลังไปเมื่อ วันที่ 22 ตุลาคม 2499 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ทรงผนวชในพระบวรพุทธศาสนาตามแบบอย่างโบราณราชประเพณี ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ ทรงได้พระสมณนามว่า “ภูมิพโลภิกขุ” และเสด็จไปประทับ ณ พระตำหนักปั้นหยา วัดบวรนิเวศวิหาร และทรงลาผนวชเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2499
ผลงาน: ภูมิพโลภิกขุ
ศิลปิน: ศักย ขุนพลพิทักษ์
เทคนิค: สีน้ำมันบนผ้าใบ
ขนาด: 180 x 150 เซนติเมตร
ปีที่สร้าง: 2563
ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานชิ้นสุดท้ายของ ศักย ที่ยังเขียนไม่แล้วเสร็จ ศิลปินก็ล้มป่วยและเสียชีวิตลงในเดือนพฤศจิกายน 2563โดยส่วนประธานของภาพนั้นมีการขึ้นรูป ลงสีไว้เกือบสมบูรณ์แล้ว และบริบทของภาพ ส่วนของเทวดาราย และกนกลายไทยลงร่างไว้บางส่วน เป็นผลงานที่ผนวกรวมทักษะอันโดดเด่นทั้ง 2 อย่างของศักย ทั้งการเขียนภาพเหมือน และการเขียนลายไทย เข้าไว้ร่วมกัน จึงเป็นผลงานที่ไม่แล้วเสร็จ แต่มีความน่าสนใจมากชิ้นนึงของศักย
ผลงานชิ้นนี้จัดแสดงในนิทรรศการเชิดชูเกียรติศิลปินอาวุโส พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป "ศักย ขุนพลพิทักษ์" ตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน 2564 เป็นต้นมา และขยายการจัดแสดงนิทรรศการไปถึงวันที่ 12 ธันวาคม 2564
การเดินทางระหว่างบรรทัด EP. 3 จัดทำโดย นางสาวปรัศนีภรณ์ พลายกำเหนิด นักภาษาโบราณปฏิบัติการ
ดุษฎี บริพัตร ณ อยุธยา, หม่อม. นกกระจาบ. มปท: มปพ, 2505.
เป็นเรื่องเล่าที่เกี่ยวกับนกกระจาบตายแล้วไปเกิดเป็นมนุษย์ ชื่อว่า สรรพสิทธิ์ และนางสุวรรณเกสร ซึ่งสรรพสิทธิ์เป็นลูกชายเศรษฐีชื่อโกณฑัญญะ มีภรรยาชื่อนางเขมา สรรพสิทธิ์เดินทางไปพร้อมพี่เลี้ยงเรียนวิชาการรบทั้งถอดหัวใจและเรื่องการรบ ที่เมืองตักกสิลา ฝ่ายในเมืองพาราณสีนี้ท้าวพรหมทัตมีธิดาชื่อสุวรรณเกสร ซึ่งเป็นนกกระจาบมาเกิด เมื่อได้ยินเสียงผู้ชายจะรู้สึกวิงเวียนศีรษะจะอาเจียน ท้าวพรหมทัตจึงให้ประทับในประสาทที่ไกลจากชายทั้งมวล และได้ป่าวประกาศให้บุตรชายของท้าวพระยาทั้งหลายมาพูดกับบุตรี ถ้าผู้ใดทำให้นางพูดด้วยได้ก็จะยกตำแหน่งอุปราชให้ ซึ่งสรรพสิทธิ์ก็คิดวิธีการพูดคุยด้วยการเล่านิทาน เมื่อไปถึงสรรพสิทธิ์ก็ทักทายบานประตูว่าจะมาเล่านิทานให้ฟัง และได้เล่านิทาน 4 เรื่อง ดังนี้
เรื่องที่ 1 สรรพสิทธิ์ถอดใจพี่เลี้ยงไว้ที่ประตˆ เล่าว่ามีชายหนุ่ม 4 คน มีวิชาที่เล่าเรียนกันมาคนละอย่าง วันหนึ่งเข้าไปเที่ยวในป่าและได้ถามหมอดูว่า หมอดูบอกว่าพวกเขาจะมีลาภมาหาด้วยนกอินทรีจะคาบหญิงสาวผ่านมาชายแม่นธนูยิงถูกนกนกตกใจก็ปล่อยให้หญิงสาวตกลงไปในน้ำและสิ้นชีวิตไป ชายที่มีวิชาก็ชุบให้นางฟื้นคืนชีพขึ้นมา สรรพสิทธิ์จึงถามว่าหญิงสาวควรเป็นของใคร ประตูตอบว่า หญิงสาวต้องตกเป็นของหมอดูสิ นางสุวรรณเกสรไม่เห็นด้วยในคำตอบจึงพูดว่า “ควรเป็นของของชายประดาน้ำ” เมื่อทราบว่านางสุวรรณเกสรพูดออกมาท้าวพรหมทัตก็คิดว่าสรรพสิทธิ์และนางสุวรรณเกสรคงเป็นเนื้อคู่กัน
เรื่องที่ 2 สรรพสิทธิ์ได้ถอดหัวใจเข้าไว้ในตะเกียง และเล่านิทานว่ามีชายหนุ่มสี่คน วันหนึ่งชายคนที่หนึ่งตกแต่งแผ่นไม้ ชายคนที่แกะสลักรูปผู้หญิง คนที่สามชุบรูปผู้หญิงให้มีชีวิตขึ้น ชายคนที่สี่เอาผ้ามาห่อหุ้มให้ สรรพสิทธิ์ก็ถามตะเกียงว่าใครควรได้นางไว้เป็นคู่ ซึ่งนางสุวรรณเกสรไม่เห็นด้วย เมื่อพนักงานดนตรีได้ยินก็ประโคมดนตรี ท้าวพรหมทัตก็ปลาบปลื้มยิ่งนัก
เรื่องที่ 3 สรรพสิทธิ์ก็ถอดหัวใจพี่เลี้ยงไว้ที่พานพระศรี และเริ่มเล่านิทานให้พานพระศรีฟัง เริ่มว่าครั้งหนึ่งมีนายโจรดุร้ายเก่งกล้าอยู่คนหนึ่ง เที่ยวปล้นสะดมเก็บหออมรอบริบทรัพย์ไว้มากและลักเด็กผู้หญิงไปเลี้ยงไว้ในถ้ำ เมื่อนางไม่สบายก็เดินทางไปหาหญิงชาที่เป็นหมอนวดไปรักษากระทั่งหายแต่โจรขอร้องให้ยายอยู่ต่อ วันหนึ่งยายหนีออกจากถ้ำและเล่าเรื่องที่หายตัวแก่ชายหนุ่มและบอกให้เดินตามทางแนวผักที่งอกขึ้นมา ชายหนุ่มก็เดินไปยังถ้ำ และพบรักกับหญิงสาวในถ้ำกระทั่งตั้งครรภ์ ฝ่ายโจรเมื่อจับได้ก็คิดจะจับชู้รักลูกสาว ในขณะนั้นมีชายหนุ่มคายเมียซ่อนไว้ในพุ่มไม้แล้วลงเล่นน้ำ ฝ่ายภริยาก็คายชายชู้ที่อมไว้ออกจากปากแล้วก็รักใคร่สมสู่กัน เมื่อขึ้นจากน้ำก็เอาเมียอมในปากตามเดิม ฝ่ายโจรก็รู้สึกสงสารแล้วชวนมากินข้าวที่บ้าน ต่อจากนั้นด้วยความเสียใจก็กระโดดหน้าผาตายไปด้วยความเสียใจและความผิดที่เกิด ฝ่ายยายเฒ่าหมอนวดเมื่อรู้ก็เสียใจว่าเป็นต้นเหตุในคราวนี้ สรรพสิทธิ์ก็ถามพี่พานศรีว่าเป็นความผิดของผู้ใด พานตอบวาชายหนุ่มที่รักกักลูกสาวโจร แต่นางสุวรรณเกสรกลับตอบมาว่าเป็นความผิดของยายหมอ เมื่อพนักงานดนตรีได้ฟังก็ประโคมดนตรีขึ้นเป็นครั้งที่สาม
เรื่องที่ 4 คราวนี้สรรพสิทธิ์ถอดดวงใจไปไว้ที่ม่านทอง พลางชวนคุย และเล่าว่ามีสาวพรหมจารี 4 คน ท่องเที่ยวแสวงหาสามี เมื่อชายหนุ่มจะไปหา นางจะตอบเป็นปริศนา คนที่หนึ่งที่ที่เต้านม คนที่สองดึงผม คนที่สามชี้คาง คนที่สี่บอกตลาดจอแจ ชายทั้งสี่ก็เดินหาบ้านก็ไม่พบ คนโทษเห็นก็คิดจะช่วยแต่ต้องขอน้ำมาให้กินก่อน
ชื่อเรื่อง สพ.ส.19 คดีความประเภทวัสดุ/มีเดีย สมุดไทยดำISBN/ISSN -หมวดหมู่ จดหมายเหตุลักษณะวัสดุ 31; หน้า : ไม่มีภาพประกอบหัวเรื่อง จดหมายเหตุ ภาษา ไทยบทคัดย่อ/บันทึก ประวัติวัดป่าเลไลยก์ ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี มอบให้หอสมุดฯ วันที่ 16 ส.ค.2538
แหล่งเรือจมบางกะไชย ๒ เป็นแหล่งเรือจมสำเภาโบราณในสมัยอยุธยา ที่กองโบราณคดีใต้น้ำในดำเนินการขุดค้นศึกษามาอย่างต่อเนื่องถึง ๕ ครั้ง (ปีงบประมาณ ๒๕๓๗, ๒๕๔๒, ๒๕๔๓, ๒๕๔๔ และ ๒๕๔๕) ทั้งยังพบหลักฐานโบราณวัตถุสำคัญมากมายหลากหลายประเภท กองโบราณคดีใต้น้ำจึงขอนำเสนอความรู้จากหลักฐานสำคัญประเภทหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับตัวเรือ ซึ่งก็คือ สมอไม้ ของเรือบางกะไชย ๒ ที่มาของข้อมูล : กองโบราณคดีใต้น้ำ กรมศิลปากร https://www.facebook.com/100069197290106/posts/291975493119025/?d=n
วัดโพธิ์ศิลา บ้านเปือย หมู่ที่ ๖ ตำบลเปือย อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ มีลักษณะเป็นเนินดินสูง สภาพปัจจุบันปูพื้นด้วยศิลาแลง มีบันไดทางขึ้นเนินอยู่ด้านทิศตะวันตก ส่วนรอบเนินอีกสามด้าน มีขอบกั้นเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ถัดลงไปเป็นเขื่อนหินกั้นดินสไลด์ และได้มีการนำใบเสมามาปักเรียงใหม่เป็น ๒ แถว อยู่บนพื้นที่ปูด้วยศิลาแลง รวมจำนวน ๑๖ ใบ สลักจากหินทราย มีขนาดใหญ่ ที่ฐานสลักเป็นกลีบบัวคว่ำ-บัวหงาย ส่วนใหญ่อยู่ในสภาพชำรุด แตก หัก มี ๒ ใบ ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ใบเสมาวัดโพธิ์ศิลากำหนดอายุอยู่สมัยประวัติศาสตร์ตอนต้นในวัฒนธรรมทวารวดี ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๓ – ๑๕
เสมาใบที่ ๑ สลักลวดลายกลีบบัวคว่ำ บัวหงาย รองรับสันนูนตรงกลางคล้ายสถูปยอดเรียวชะลูดจนสุดปลายใบ อีกด้านสลักลวดลายคล้ายกันมีหม้อปูรณฆฏะ(หม้อน้ำ)ที่ส่วนยอด ซึ่งมีการแตกหักหายไปบางส่วน
เสมาใบที่ ๒ สลักลวดลายหม้อปูรณฆฏะ(หม้อน้ำ)รองรับสันนูนตรงกลางคล้ายสถูปยอดเรียวชะลูดจนสุดปลายใบ อีกด้านสลักคล้ายกันมีฐานบัวสลักลายรูปธรรมจักรแทรกที่ส่วนยอด สภาพยอดแตก บิ่นเล็กน้อย
ใบเสมาวัดโพธิ์ศิลา กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๑๙ ตอนพิเศษ ๑๓๑ ง หน้า ๒ เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๔๕ มีพื้นที่โบราณสถานประมาณ ๖ ไร่ ๑ งาน
------------------------------------------------
อ้างอิงจาก
- คันฉาย มีระหงส์. รายงานผลการตรวจสอบโบราณสถานวัดโพธิ์ศิลา. (เอกสารอัดสำเนา), กลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี, ๒๕๖๑.
- สิริพัฒน์ บุญใหญ่ และคณะ. รายงานการสำรวจแหล่งโบราณคดี โบราณสถาน ในเขตจังหวัดอำนาจเจริญ. สำนักศิลปากรที่ ๑๑ อุบลราชธานี, ๒๕๕๙, หน้า ๑๒๗.
------------------------------------------------
ที่มาของข้อมูล : สำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid02Mp6rqU38t8gXiegT72DkRjdPouNWB9AWdZ8NZRuv7zcnd142sR11HNk1aFXmDCJwl&id=835594323191791
กรมศิลปากร ขอเชิญร่วมกิจกรรมเนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย พุทธศักราช ๒๕๖๕ Museum Talk “พลังพิพิธภัณฑ์ สร้างสรรค์ไทย: The Power of Thai Museums” พร้อมเปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมเข้าชม ในวันจันทร์ที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๕ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
ตามที่คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบให้วันที่ ๑๙ กันยายน ของทุกปี เป็นวันพิพิธภัณฑ์ไทย กรมศิลปากร โดยสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และภาคีเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ไทยขอเชิญร่วมรับฟัง Museum Talk “พลังพิพิธภัณฑ์ สร้างสรรค์ไทย: The Power of Thai Museums” กับมุมมองหลากหลายและประสบการณ์จากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์กรมศิลปากร ที่จะมาเป็นแรงพลังให้พิพิธภัณฑ์ไทยอีกมากมาย ก้าวเดินต่อไปพร้อมกับสังคมโลกอย่างมั่นคง ในวันจันทร์ที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๕ ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งแต่เวลา ๐๙.๓๐ น เป็นต้นไป และถ่ายทอดสดผ่านทาง YouTube และ Facebook : Office of National Museums, Thailand ประกอบด้วย การปาฐกถาพิเศษ เรื่อง พิพิธภัณฑ์กับการอนุรักษ์มรดกไทย โดยอธิบดีกรมศิลปากร การบรรยายพิเศษ “A New Museum Definition: ICOM Prague 2022” โดยนางสมลักษณ์ เจริญพจน์ ผู้อำนวยการศูนย์ภูมิภาคว่าด้วยโบราณคดีและวิจิตรศิลป์ (SPAFA) และการบรรยายใน ๓ หัวข้อ ได้แก่
"The Power of Achieving Sustainability" เรื่อง การเพิ่มคุณค่าสู่การสร้างมูลค่าภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยพระปลัดประพจน์ สุปภาโต เจ้าอาวาสวัดสำโรง พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดสำโรง จังหวัดนครปฐม เรื่อง พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน การอนุรักษ์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยนายเอิบเปรม วัชรางกูร ที่ปรึกษาด้านโบราณคดี มูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เรื่อง พิพิธภัณฑ์ที่มุ่งเน้นความหลากหลายและความยั่งยืนทางวัฒนธรรม โดย ผศ.ดร.พรู คูศรีพิทักษ์ วิวิธชาติพันธุ์ พิพิธภัณฑ์มานุษยวิทยาวัฒนธรรม สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล
“The Power of Innovating on Digitalisation and Accessibility" เรื่อง การปรับตัวเข้าสู่โลกออนไลน์: นิทรรศการหมุนเวียนเล่าเรื่องอาคารกับวันวานรอบพิพิธภัณฑ์และการเริ่มต้นเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลพระปกเกล้าศึกษา โดยนางกาญจนา ศรีปัดถา ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง E-BOOK ใน QR CODE โดย นาวาเอก ไพรัช สมุทรสินธุ์ หัวหน้าพิพิธภัณฑ์ทหารเรือ กองประวัติศาสตร์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ กองทัพเรือ เรื่อง การบริหารพิพิธภัณฑ์ในยุคดิจิทัล โดยนางสาวสำเภาว์ งามเชย รองผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) เรื่อง พิพิธภัณฑ์กับการสื่อสารร่วมสมัย โดยนายชนะภพ วัณณโอฬาร ภัณฑารักษ์ สำนักศิลปและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
“The Power of Community Building Through Education” เรื่อง พิพิธภัณฑ์ในสังกัดกองส่งเสริมและพัฒนาทรัพย์สินมีค่าของรัฐ และการมีส่วนร่วมกับชุมชน โดยนายชลทิตย์ ไชยจันทร์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาทรัพย์สินมีค่าของรัฐ กรมธนารักษ์ เรื่อง งานวิจัยพื้นที่สามวัยโดยบริบทของนิทรรศการ และกิจกรรมในพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เป็นฐาน โดยนางสาววิลาสินี ไตรยราช ผู้อำนวยการกองวิจัยและบริการวิชาการ ศูนย์พัฒนาความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์แห่งชาติ เรื่อง ความรู้เรื่องที่ดินกับชุมชนผ่านวัตถุจัดแสดง โดยนายชัยวัฒน์ ไชยประเสริฐ ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑ์กรมที่ดิน เรื่อง พิพิธภัณฑ์รัฐสภา: MUSEUM FOR ALL โดยนายเชษฐา ทองยิ่ง ผู้บังคับบัญชากลุ่มงานพิพิธภัณฑ์และจดหมายเหตุ สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง มิวเซียมสยามและชุมชนท่าเตียน โดยนายทวีศักดิ์ วรฤทธิ์เรืองอุไร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายนิทรรศการและกิจกรรม มิวเซียมสยาม สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ ทั้งนี้ ในวันจันทร์ที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๕ เนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เปิดให้บริการเป็นกรณีพิเศษ งดเก็บค่าธรรมเนียมเข้าชม โดยสามารถเข้าชมการจัดแสดงนิทรรศการได้ทุกห้องจัดแสดง อาทิ นิทรรศการพิเศษ เรื่อง “เซรามิกแห่งแหลมทองและแดนอาทิตย์อุทัย: สานตำนานสายใยไม่เสื่อมคลายในพาณิชยวัฒนธรรมโลก” ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน การจัดแสดงนิทรรศการถาวร ประณีตศิลป์สยาม ณ หมู่พระวิมาน พระราชวังบวรสถานมงคล การจัดแสดงนิทรรศการถาวร ประวัติศาสตร์และโบราณคดี อาคารมหาสุรสิงหนาท และอาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ ผู้สนใจสามารถเข้าชมโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมเข้าชม ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมนำผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการพิเศษ เรื่อง “เซรามิกแห่งแหลมทองและแดนอาทิตย์อุทัย : สานสายใยไม่เสื่อมคลายในพาณิชยวัฒนธรรมโลก” ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ในวันจันทร์ที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๕ เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. บรรยายนำชมโดยวิทยากรจากทีมงานผู้จัดนิทรรศการฯ ทั้งนักโบราณคดี ภัณฑารักษ์และนักวิชาการอิสระ และเพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถเข้าชมและฟังการบรรยายได้อย่างทั่วถึง จึงจัดการเข้าชมเป็นสองรอบคือ รอบแรกเวลา ๑๓.๓๐ น. (ลงทะเบียน เวลา ๑๓.๐๐ น.) และรอบที่สองเวลา ๑๔.๔๕ น. (ลงทะเบียนเวลา ๑๔.๐๐ น.) รอบละ ๓๐ คนเท่านั้น ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่หน้าห้องประชุม อาคารดำรงราชานุภาพ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๒๒๔ ๑๔๐๒ และ ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๓๓ เวลา ๐๘.๓๐ น. – ๑๖.๓๐ น. วันพุธ - วันอาทิตย์ สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม ทางผู้จัดฯ มีของที่ระลึกแจกสำหรับผู้ที่แต่งกายเข้ากับบรรยากาศของนิทรรศการพิเศษ
อาสาฬหบูชา “การบูชาในเดือน ๘” หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญเดือน ๘ เพื่อรำลึกถึงคุณพระรัตนตรัยเป็นการพิเศษ เนื่องในวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา คือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ทำให้เกิดมีปฐมสาวก คือ พระอัญญาโกณฑัญญะ และเกิดสังฆรัตนะคำรบพระรัตนตรัย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ปฏิปทาสายกลางที่ตถาคตได้ตรัสรู้แล้วด้วยปัญญาอันยิ่ง ทำดวงตาให้เกิด ทำญาณให้เกิด ย่อมเป็นไปเพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพานนั้น เป็นไฉน? ปฏิปทาสายกลางนั้น ได้แก่อริยมรรค มีองค์ ๘ นี้แหละ คือปัญญาอันเห็นชอบ ๑ ความดำริชอบ ๑ เจรจาชอบ ๑ การงานชอบ ๑ เลี้ยงชีวิตชอบ ๑ พยายามชอบ ๑ ระลึกชอบ ๑ ตั้งจิตชอบ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อนี้แลเป็นทุกขอริยสัจ คือ ความเกิดก็เป็นทุกข์ ความแก่ก็เป็นทุกข์ ความเจ็บไข้ก็เป็นทุกข์ ความตายก็เป็นทุกข์ ความประจวบด้วยสิ่งที่ไม่เป็นที่รักก็เป็นทุกข์ ความพลัดพรากจากสิ่งเป็นที่รักก็เป็นทุกข์ ปรารถนาสิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้นก็เป็นทุกข์โดยย่นย่อ อุปาทานขันธ์ ๕ เป็นทุกข์เอกสารอ้างอิงพจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต เข้าถึงได้โดย https://84000.org/tipitaka/dic/v_seek.php?text=%CD%D2%CA%D2%CC%CB%BA%D9%AA%D2พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๔ มหาวรรค ภาค ๑ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรปฐมเทศนา เข้าถึงได้โดย https://84000.org/tipitaka/pitaka_item/sutta_line.php?B=4...