ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 52,767 รายการ

ชื่อแบบฉบับ : ตำนานธาตุตะโก้ง (ผูก 1) ชื่อเรื่อง : ตำนานธาตตโก้ง (ผูก 1) เลขทะเบียน : ชม.บ.13/1  ผู้แต่ง : ไม่ปรากฏ              ผู้สร้าง : ไม่ปรากฏ                 ปีที่สร้าง : ไม่ปรากฏ จำนวน : 1  คัมภีร์  1 ผูก     จำนวนบรรทัด : 4 บรรทัด       จำนวนหน้า :  32 หน้า อักษร : ธรรมล้านนา           ภาษา : ไทยล้านนา                เส้น : จาร ฉบับ : ลานดิบ                  ไม้ประกับ : ไม่มี                    ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน ประวัติ : ได้มาจากวัดสุวรรณคูหา  ต.บ้านถ้ำ  อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา  เมื่อวันที่ 6 กรกฏาคม 2531 โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2568


ชื่อแบบฉบับ : มหานิปาตวณฺณนา ชาตกฎฺฐกถา ขุทฺทกนิกายฎฺฐกถา (ผูก ค3) ชื่อเรื่อง : ทสชาติ  สุวรรณสามชาดก-นารทชาดก (ผูก ค3 ภูริทัตตชาดก ผูก 3) เลขทะเบียน : ชม.บ.557/ค3 ผู้แต่ง : ไม่ปรากฏ                     ผู้สร้าง : อุบาสิภิกษุ                   ปีที่สร้าง : จ.ศ.1085 (พ.ศ.2266) จำนวน : 1  คัมภีร์  14 ผูก (หอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่ มีผูก ก1, ข1-3, ค1-5:4ก, ฆ1-2, ง1-2)    จำนวนบรรทัด : 5 บรรทัด          จำนวนหน้า : 30 หน้า อักษร : ธรรมล้านนา                  ภาษา : บาลี-ไทยล้านนา             เส้น : จาร ฉบับ : ล่องชาด                        ไม้ประกับ : ทารัก ขอบทาชาด      ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน ประวัติ : อุบาสิภิกษุสร้าง จ.ศ.1085 (พ.ศ.2266 สมัยอยุธยา รัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ) มี 5 เรื่อง ได้มาจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่  เมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม 2531 โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2568


เลขทะเบียน : นพ.บ.749/1คห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 36 หน้า ; 4.5 x 58 ซ.ม. : ชาดทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 234 (370-381) ผูก 1ค (2568)หัวเรื่อง : อาการวัตตสูตร--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


                        กิตติ ศิริรัตนไชยยงค์.  อนุสาวรีย์สำคัญของไทย.  พระนคร:โรงพิมพ์รุ่งเรืองรัตน์,  2514.                         เนื้อหาเป็นเรื่องราวการจัดสร้างอนุสาวรีย์สำคัญของประเทศไทยจำนวน ๒๐ อนุสาวรีย์ เช่น อนุสาวรีย์ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าอู่ทองและอนัสาวรีย์อื่นๆ สุดท้าย อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ


         พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย ขอเชิญชวนร่วมงานเทศกาลคเณศจตุรถี ในวันที่ 28 สิงหาคม 2568 เวลา 16.00 น. พบกับความรู้น่าสนใจเกี่ยวกับพระคเณศ ในการบรรยาย เรื่อง "พระคเณศ : ความหมายในรูปเคารพ" โดย คุณอรุณศักดิ์ กิ่งมณี อดีตรองอธิบดีกรกรมศิลปากร และผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับพระคเณศและประติมานวิทยาอย่างมากมาย ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย จังหวัดนครราชสีมา และรับชมการถ่ายทอดสด Facebook Live ได้ผ่านทางเพจ Phimai National Museum:พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย https://www.facebook.com/PhimaiNationalMuseum


ชื่อเรื่อง                    คนแรกผู้แต่ง                       นายฑิตประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือหายากISBN/ISSN                 -หมวดหมู่                   หนังสือรวบรวมความรู้ทั่วไป สารานุกรมเลขหมู่                      030สถานที่พิมพ์               พระนครสำนักพิมพ์                 โรงพิมพ์โสโภณพิพรรฒธนาการปีที่พิมพ์                    2481ลักษณะวัสดุ               274หัวเรื่อง                     คนแรก ภาษา                       ไทย บทคัดย่อ/บันทึก         “คนแรก”  ผู้ที่ จะทำกิจการสำคัญ ๆ สำเร็จได้ ต้องเป็นคนมีใจ เด็ดเดียวอดทนเข้มแข็ง มีอุตสาหะพยายามอัน แรงกล้า ไม่ยอมพ่ายแพ้ต่ออุปสรรคใด ๆ ทั้งสิ้น และผู้ที่ได้ทำกิจการสำคัญ ๆ สำเร็จได้เป็นคนแรก นั้น ต้องนับว่าเป็นคนสำคัญที่สุดกว่าคนที่ได้ทำต่อมา


พิทยลาภพฤติยากร, พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่น.  พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาและพระกฐินต้น.  พระนคร: โรงพิมพ์พระจันทร์, 2508.


        อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ขอเชิญสัมผัสความสุนทรีย์เหนือระดับ ตามล่าหาแสงเหนือไปกับ ปรากฏการณ์แสง เดอะซีรีส์ ปีที่ 2 “ศรัทธา ศรีชุม” ระหว่างวันที่ 13 - 15 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 17.00 - 22.00 น. ณ วัดศรีชุม อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย          พบกับการบอกเล่าการเดินทางข้ามกาลเวลาของจิตวิญญาณแห่งสุโขทัย ผ่านมิติของแสงเงาที่เปิดเผยความศักดิ์สิทธิ์เหนือกาลเวลา จากพระอจนะแห่งวัดศรีชุม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความศรัทธาที่หยั่งรากลึก ผ่านมิติของแสงเงาที่เปิดเผยความศักดิ์สิทธิ์เหนือกาลเวลา เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจ สู่รุ่งอรุณใหม่ของสุโขทัยในยุคปัจจุบัน ที่จะส่งผ่านศิลปะร่วมสมัยในรูปแบบสตรีทอาร์ต สังคโลก เชื่อมโยงเข้ากับวิถีชีวิตของผู้คน วัฒนธรรม อาหารการกิน ที่หลอมรวมเอา "อดีตที่เป็นราก" และ "ปัจจุบันที่กำลังเติบโต" เข้าด้วยกัน จนเกิดเป็นลวดลายใหม่ที่เรืองรอง เหนือโครงสร้างโบราณสถาน เพื่อสื่อว่าความรุ่งเรืองของสุโขทัยนั้น ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่แค่ในประวัติศาสตร์ แต่คือพลังสร้างสรรค์ที่พร้อมพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้าแห่งอนาคตอย่างสง่างาม ทุกท่านจะได้ร่วมดื่มด่ำกับทัศนียภาพที่ถูกเนรมิตขึ้นใหม่ผ่านศิลปะแห่งแสงด้วยกัน งานนี้เข้าชมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย 


องค์ความรู้ สำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี เรื่อง วัดบ้านประตูชัย อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด


museum online : ความรู้คู่พิพิธภัณฑ์ "วัดเหนื่อคู่บ้าน วัดกลางคู่เมือง"


พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรรัชกาลที่ ๙ ถวาย #สายสะพายนพรัตนราชวราภรณ์ สำหรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์ เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๐๑ His Majesty King Phra Boromajanakadhibesha Maha Bhumibol Adulyadej the Great (Rama IX)On Friday, February 28, 1958 CE, the king removed his Ancient and Auspicious Order of the Nine Gems decoration he was wearing and offered it to Phra Buddha Chinaraj, while Her Majesty Queen Sirikit, the Queen Mother, offered her intricately embroidered shoulder-cloth.



ชื่อเรื่อง                     หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ ปีที่ 8  ฉบับที่ 536 (16 ส.ค.2509)ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นสถานที่พิมพ์               สุพรรณบุรีสำนักพิมพ์                 มนัสการพิมพ์ปีที่พิมพ์                    2509ลักษณะวัสดุ               8 หน้า. : กว้าง 40 ซ.ม. ยาว 54.5 ซ.ม.ภาษา                       ไทย


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสนพระราชหฤทัยงานด้านจดหมายเหตุมาตั้งแต่ครั้งยังทรงศึกษา ณ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในสาขาวิชาเอกประวัติศาสตร์ และทรงให้ความสำคัญกับเอกสารจดหมายเหตุในฐานะเป็นเอกสารชั้นต้นที่สะท้อนถึงภารกิจของหน่วยงานเจ้าของเอกสาร ซึ่งสามารถนำไปอ้างอิงวิเคราะห์เชิงประวัติศาสตร์ได้ในทุกสาขาวิชา           สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีสายพระเนตรที่กว้างไกล พระองค์มีพระราชปรารภถึงความจำเป็นที่ควรจัดให้มีหลักสูตรการศึกษาวิชาการจดหมายเหตุในระดับอุดมศึกษา เพื่อพัฒนาวิชาชีพจดหมายเหตุในประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้า เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือจากนานาอารยประเทศ อีกทั้งเพื่อปลูกฝังให้ประเทศไทยได้รู้จักงานจดหมายเหตุ เข้าใจถึงคุณค่าและมีความหวงแหนเอกสารประเภทต่างๆ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์และมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ในชั้นแรกหอจดหมายเหตุแห่งชาติได้มอบหมายให้นักวิชาการที่มีความรู้และประสบการณ์ในงานจดหมายเหตุ ร่วมกันจัดทำเอกสารเรื่อง “วิชาการพื้นฐานการบริหารและจัดการจดหมายเหตุ” เพื่อเป็นเอกสารทางวิชาการสำหรับผู้ปฏิบัติงานจดหมายเหตุและผู้สนใจทั่วไป และได้นำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย  พร้อมทั้งจัดทำคู่มือเทคนิควิธีเกี่ยวกับกระบวนงานจดหมายเหตุ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องออกเผยแพร่อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ หอจดหมายเหตุแห่งชาติยังจัดหลักสูตรการฝึกอบรมความรู้ด้านกระบวนงานจดหมายเหตุ ทั้งระยะสั้นและระยะยาวตามความประสงค์ของผู้ขอรับการฝึกอบรม ทั้งที่เป็นหน่วยงาน ผู้ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และผู้สนใจทั่วไปด้วย           สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสนพระราชหฤทัยและทรงให้ความสำคัญในขั้นตอนการซ่อมอนุรักษ์เอกสารจดหมายเหตุมากเป็นพิเศษ เพราะทรงเข้าพระราชหฤทัยในธรรมชาติของเอกสารจดหมายเหตุซึ่งเป็นของเก่า และมีอยู่เพียงชุดเดียวหรือมีเพียงจำนวนจำกัด แต่ต้องเก็บรักษาให้คงอยู่ตลอดไป จึงโปรดให้ผู้มีหน้าที่ดูแลหอพระสมุดส่วนพระองค์ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน มาเรียนวิธีซ่อมอนุรักษ์เอกสาร และหนังสือส่วนพระองค์อย่างง่ายๆ เพื่อนำความรู้ไปใช้ที่หอพระสมุดดังกล่าว ทรงแนะนำให้บรรณารักษ์หอสมุดโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า มาเรียนวิธีซ่อมอนุรักษ์เอกสารที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ รวมทั้งทรงนำนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ามาศึกษาดูงานที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติและหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงไว้วางพระราชหฤทัยให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติดำเนินการอนุรักษ์และซ่อมสงวนรักษาแผนที่โบราณในหอพระสมุดส่วนพระองค์ และพระราชทานความเห็นในการซ่อมเอกสารของหอจดหมายเหตุแห่งชาติว่า “หนังสือซ่อมแล้วทำให้เอกสารอ่านยาก เพราะกระดาษสาใช้เสริมความแข็งแรงของเอกสารเป็นกระดาษสาที่ผลิตในประเทศ กระดาษสามีความหนากว่ากระดาษสาของญี่ปุ่น แต่กระดาษสาของญี่ปุ่นมีราคาสูง”หอจดหมายเหตุแห่งชาติจึงได้ประสานกับบริษัทผู้ผลิตกระดาษสาให้พัฒนาปรับปรุงการผลิตกระดาษสาให้บางลงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อีกทั้งให้มีสีหลากหลาย เพื่อให้พนักงานซ่อมเอกสารสามารถเลือกสีที่ใกล้เคียงกับสีของกระดาษของเอกสารที่จะซ่อมได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้เอกสารที่ซ่อมแล้วอ่านได้ง่ายขึ้น และนำตัวอย่างกระดาษสาไทยไปให้หน่วยงานที่ผลิตกระดาษสาสำหรับการซ่อมอนุรักษ์ของญี่ปุ่นวิเคราะห์ ซึ่งทางหน่วยงานของญี่ปุ่นชื่นชมบริษัทผลิตกระดาษสาของไทยที่ผลิตกระดาษสาได้บางมาก แม้จะยังไม่เหนียวเท่ากระดาษสาของญี่ปุ่น เพราะกระดาษสาของญี่ปุ่นมีเยื่อกระดาษมากและยาวกว่ากระดาษสาของไทย ซึ่งอาจเนื่องมาจากดินที่ปลูกต้นปอสาที่ใช้ผลิต           สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระมหากรุณาเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดนิทรรศการของหอจดหมายเหตุแห่งชาติไม่น้อยกว่า ๑๑ ครั้ง ซึ่งทุกครั้งจะทรงตรัสถามถึงความเป็นอยู่ สุขภาพพลานามัยของเจ้าหน้าที่ของหอจดหมายเหตุแห่งชาติด้วยความห่วงใย และมีพระเมตตาให้คณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล จัดทำโครงการตรวจและรักษาสุขภาพเจ้าหน้าที่ของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เมื่อพุทธศักราช ๒๕๓๐ นอกจากนี้ ในการเสด็จพระราชดำเนินมาแต่ละครั้งได้มีพระราชดำริพร้อมคำแนะนำในการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนางานจดหมายเหตุอยู่เสมอ           หอจดหมายเหตุแห่งชาติได้สนองพระราชดำริในด้านนี้ โดยได้จัดทำโครงการอ่านภาพเก่า โครงการประกวดภาพเก่า โครงการอวดภาพเก่า โครงการรวบรวมและรับบริจาคภาพจากบุคคลสำคัญ รวมทั้งการรับมอบภาพจากการประกวดภาพถ่ายของหน่วยงานต่างๆ           นอกจากเสด็จพระราชดำเนินเปิดนิทรรศการของหอจดหมายเหตุแห่งชาติแล้ว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และทรงประกอบพิธีเปิดหอจดหมายเหตุแห่งชาติในส่วนภูมิภาค เช่น ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์หอจดหมายเหตุนายรัฐมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๒๙ ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่      เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๓๖ ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิม   พระเกียรติฯ ตรัง เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๓๖ ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ สงขลา เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๓๖ ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ยะลา เมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๓๖ และทรงประกอบพิธีเปิดหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช  เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓           ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะทรงกำหนดให้มีการศึกษาดูงานด้านจดหมายเหตุในหมายกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินในแต่ละครั้งด้วยเสมอ ซึ่งเป็นการขยายองค์ความรู้ด้านจดหมายเหตุในพระองค์ และพระราชทานพระราชดำริในการพัฒนางานจดหมายเหตุในประเทศไทย อาทิ ทรงเสนอให้จัดทำโครงการรวบรวมศึกษาเอกสารที่เกี่ยวกับประเทศไทยในต่างประเทศ หอจดหมายเหตุแห่งชาติได้สนองแนวพระราชดำริในเรื่องนี้ ซึ่งในปัจจุบัน        หอจดหมายเหตุแห่งชาติมีเอกสารที่เกี่ยวกับประเทศไทยจากประเทศต่างๆ อาทิ ประเทศออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา อังกฤษ โปรตุเกส ฝรั่งเศส เดนมาร์ก เบลเยี่ยม ไว้ให้บริการค้นคว้า           สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสนับสนุนและพระราชทานคำแนะนำในการปฏิบัติงานด้านจดหมายเหตุเสมอมา ซึ่งบรรดาข้าราชการและบุคลากรผู้ปฏิบัติงานทุกคนของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และซาบซึ้งในน้ำพระราชหฤทัยที่พระองค์ทรงห่วงใยอาทรบุคลากรและงานจดหมายเหตุ บุคลากรของ       หอจดหมายเหตุแห่งชาติทุกคนจึงร่วมใจกันมุ่งมั่นพัฒนาการบริหารจัดการงานจดหมายเหตุ การปฏิบัติงาน รวมทั้งให้การบริการเอกสารจดหมายเหตุให้ผู้มาใช้บริการได้รับความพึงพอใจและได้รับประโยชน์สูงสุด   เพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณอย่างเต็มกำลังความสามารถตลอดไป   หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สงขลา            หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สงขลา  เกิดขึ้นจากกรมศิลปากรขยายงานหอจดหมายเหตุแห่งชาติออกไปสู่ส่วนภูมิภาคทั้ง ๑๒  เขตการศึกษา การจัดตั้งหอจดหมายเหตุแห่งชาติในเขตการศึกษาที่ ๓  ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดชุมพร  สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา กรมศิลปากรพิจารณาว่าควรจัดตั้งขึ้นที่จังหวัดสงขลา และได้รับความร่วมมือจากนายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ (นายเคร่ง  สุวรรณวงศ์) อนุญาตให้ใช้ที่ดินในบริเวณสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่  จำนวน ๓ ไร่ เพื่อก่อสร้างอาคารหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ในการนี้  กรมศิลปากรได้รับพระมหากรุณาจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานพระบรมราชานุญาต  ให้ใช้ชื่ออาคารนี้ว่า  “หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  สงขลา”  เมื่อวันที่ ๗  พฤษภาคม  พุทธศักราช ๒๕๓๖ ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  เสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์อาคารแห่งนี้เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๓๖               หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สงขลาปฏิบัติงานตามภารกิจหลักในการรับมอบ ติดตาม เเสวงหา และประเมินคุณค่าเพื่อการจัดเก็บ พัฒนา อนุรักษ์  เผยเเพร่เเละให้บริการเอกสารจดหมายเหตุประเภทต่าง ๆ บันทึกเหตุการณ์สำคัญของชาติ ภารกิจดังกล่าว หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ สงขลา ได้น้อมนำพระราชดำรัสของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาใช้ปฏิบัติงาน ดังกระแสพระราชดำรัสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเกี่ยวกับการศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากภาพถ่ายเก่าและจัดทำคำบรรยายภาพที่เก็บรักษาเป็นหลักฐานด้านจดหมายเหตุในพิธีเปิดนิทรรศการ เรื่อง “สังคมไทยในสมัยรัชกาลที่ ๕”   เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๒๑  ความว่า  “การจัดนิทรรศการอย่างนี้เป็นผลดีแน่ ภาพจดหมายเหตุจะสามารถเล่าเรื่องต่างๆ ได้เอง โดยไม่ต้องอาศัยคำบรรยายมากนัก ขอแสดงความคิดเห็นบางประการ (เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ คงกำลังกระทำอยู่บ้างแล้ว)ถ้าทำได้ควรจะคอยสอดส่องหาภาพต่างๆ ในอดีตทั้งใกล้และไกลมาเก็บไว้อีก พยายามขอจากคนที่มีภาพ ถ้าเจ้าของไม่มอบให้เป็นสมบัติของหอจดหมายเหตุแห่งชาติก็พยายามขอยืมมาก๊อบปี้เอาไว้  ค่อยๆ ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับภาพให้ดีที่สุด โดยค้นจากเอกสารและสอบถามจากผู้รู้เรื่องหลายๆ ท่าน สอบทานกัน”


ผู้แต่ง : ชฎารัตน์ สุนทรธรรม ปีที่พิมพ์ : 2541 สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่ สำนักพิมพ์ : นันทกานต์ กราฟฟิค      ศิลปะการแต่งกาย เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามวิถีชีวิตของชาวเชียงใหม่ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เช่น ภาพจิตรกรรมฝาผนังวิหารลายคำ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร และรูปแบบการแต่งกายของเจ้านายฝ่ายเหนือในอดีต แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการการแต่งกายของชาวล้านนา ที่มีการเปลี่ยนแปลงมาตามยุคสมัยจนถึงปัจจุบัน และด้วยความวิริยะอุตสาหะของผู้รู้ นักวิชาการที่สนใจหลายท่านได้พยายามศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบการแต่งกายแบบพื้นเมืองเชียงใหม่ และได้ดำเนินการรณรงค์การแต่งกายอย่างถูกต้องและเหมาะสมมาโดยตลอด


black ribbon.