ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,491 รายการ

นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ตระหนักถึงความสำคัญของภาษาไทยซึ่งเป็นมรดกวัฒนธรรมที่สำคัญยิ่งของชาติ จึงน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล‌อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงสนพระราชหฤทัยและทรงห่วงใยการใช้ภาษาไทยของคนไทย จึงดำเนินโครงการเนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติอย่างสืบเนื่องตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๔๗ เป็นต้นมาเป็นเวลากว่า ๒ ทศวรรษ โดยพุทธศักราช ๒๕๖๗ นี้ กรมศิลปากรมอบให้สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ดำเนินโครงการเนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ โดยจัดกิจกรรม ๓ กิจกรรม ได้แก่ การประกวดเพลง “เพชรในเพลง” การจัดพิมพ์หนังสือหายาก และการเสวนาทางวิชาการด้านภาษาและวรรณคดีไทย การประกวดเพลง “เพชรในเพลง”             การประกวดเพลง “เพชรในเพลง” เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๗ จัดขึ้นเพื่อยกย่องบุคคลในวงการเพลงที่มีผลงานดีเด่นด้านภาษาไทย ได้แก่ นักประพันธ์เพลงที่มีความสามารถผสมผสานความรู้ทางภาษา วรรณศิลป์ คีตศิลป์ และจินตนาการได้อย่างเหมาะสม และนักร้องที่ขับร้องเพลงได้ชัดเจนและถูกต้องตามหลักภาษาไทย มีศิลปะการใช้เสียง และถ่ายทอดจังหวะอารมณ์ในการขับร้องได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งยังเชิดชูเกียรติบุคคล องค์กร หรือโครงการที่มีผลงานดีเด่นด้านการส่งเสริมภาษาไทยและมีคุณูปการต่อวงการเพลง โดยผลการประกวดเพลง “เพชรในเพลง” เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๗ มีทั้งสิ้น ๑๔ รางวัล ดังนี้ รางวัลการประพันธ์เพลงดีเด่นด้านภาษาไทย จำนวน ๔ รางวัล ๑.รางวัลชนะเลิศ ผู้ประพันธ์คำร้องเพลงไทยสากล ได้แก่ นายปัณฑพล  ประสารราชกิจ และนายธิติวัฒน์  รองทอง จากเพลงลั่นทม ๒.รางวัลรองชนะเลิศ ผู้ประพันธ์คำร้องเพลงไทยสากล ได้แก่ นายกฤตศิลป์  ฉลองขวัญ จากเพลงดอกไม้จากดวงดาว ๓.รางวัลชนะเลิศ ผู้ประพันธ์คำร้องเพลงไทยลูกทุ่ง ได้แก่ นายจิรภัทร  แจ่มทุ่ง จากเพลงยามท้อขอมีเธอ ๔.รางวัลรองชนะเลิศ ผู้ประพันธ์คำร้องเพลงไทยลูกทุ่ง ได้แก่ นายสลา  คุณวุฒิ จากเพลงอยากซื้อบ้านนอกให้แม่ รางวัลการขับร้องเพลงดีเด่นด้านภาษาไทย จำนวน ๘ รางวัล ๑.รางวัลชนะเลิศ ผู้ขับร้องเพลงไทยสากลชาย ได้แก่ นายภาสกรณ์  รุ่งเรืองเดชาภัทร์ (สปาย) จากเพลงคอย ๒.รางวัลรองชนะเลิศ ผู้ขับร้องเพลงไทยสากลชาย ได้แก่ นายธานินทร์  อินทรแจ้ง (ธานินทร์  อินทรเทพ)  จากเพลงเดือนประดับใจ ๓.รางวัลชนะเลิศ ผู้ขับร้องเพลงไทยสากลหญิง ได้แก่ นางสาวสรวีย์  ธนพูนหิรัญ (ผิงผิง)  จากเพลงดอกไม้จากดวงดาว ๔.รางวัลรองชนะเลิศ ผู้ขับร้องเพลงไทยสากลหญิง ได้แก่ นางสาวปราชญา  ศิริพงษ์สุนทร จากเพลงมรดกธรรม มรดกโลก ๕.รางวัลชนะเลิศ ผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งชาย ได้แก่ นายอนันต์  อาศัยไพรพนา (นัน อนันต์)  จากเพลงยามท้อขอมีเธอ ๖.รางวัลรองชนะเลิศ ผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งชาย ได้แก่ นายเสมา  สมบูรณ์ (ไชยา  มิตรชัย) จากเพลงรอยยิ้มก่อนจากลา ๗.รางวัลชนะเลิศ ผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งหญิง ได้แก่ นางสาวสุทธิยา  รอดภัย (ใบเฟิร์น สุทธิยา) จากเพลงกราบหลวงพ่อใหญ่อ่างทอง ๘.รางวัลรองชนะเลิศ ผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งหญิง ได้แก่ นางสาวกาญจนา  มาศิริ จากเพลงสารภาพรัก รางวัลเชิดชูเกียรติพิเศษ จำนวน ๒ รางวัล ๑.รางวัลเชิดชูเกียรติ ครูเพลงผู้ใช้ภาษาวรรณศิลป์ดีเด่น ได้แก่ นายชัยรัตน์  วงศ์เกียรติ์ขจร ๒.รางวัลเชิดชูเกียรติ นักแปลเพลง : คมความ งามคำไทย ในบทเพลง ได้แก่นายธานี  พูนสุวรรณ ทั้งนี้ กรมศิลปากรจะจัดพิธีมอบรางวัลเพชรในเพลงในงานวันภาษาไทยแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๗ ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมกำหนดจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๗ เวลา ๑๒.๓๐ – ๑๖.๐๐ น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย การจัดพิมพ์หนังสือหายาก              เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติของทุกปี กรมศิลปากร มอบให้สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ พิจารณาคัดสรรหนังสือเก่าซึ่งมีคุณค่าทางวิชาการแขนงต่าง ๆ ซึ่งหาฉบับได้ยากในปัจจุบัน นำมาจัดพิมพ์เผยแพร่เพื่ออำนวยประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการ ตลอดจนเพิ่มโอกาสให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ด้านภาษา วรรณคดี กวีนิพนธ์ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และจารีตประเพณีที่มีอยู่ในหนังสือเก่าอันทรงคุณค่า              ในพุทธศักราช ๒๕๖๗ นี้ กรมศิลปากร โดยสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ได้จัดพิมพ์หนังสือหายากเรื่อง “อุไภยพจน์ คำกลอนพิศาลการันต์ และ ฉันทวิภาค” ซึ่งมีเนื้อหาประกอบด้วยหนังสือแบบเรียนภาษาไทยในสมัยรัชกาลที่ ๕ จำนวน ๓ เรื่อง ได้แก่ เรื่อง “อุไภยพจน์” เป็นแบบเรียนที่แต่งเป็นคำกลอน อธิบายเกี่ยวกับ “คำคู่” คือคำที่ออกเสียงเหมือนกันหรือใกล้เคียงกันแต่มีความหมายต่างกัน เรื่อง “คำกลอนพิศาลการันต์” นำเนื้อหาจากแบบเรียนหลวงเรื่องพิศาลการันต์มาแต่งเป็นคำกลอนเพื่อช่วยให้นักเรียนจดจำคำศัพท์ที่มีตัวสะกดการันต์ได้สะดวกขึ้น และหนังสือ “ฉันทวิภาค” เป็นแบบเรียนอธิบายการแต่งคำประพันธ์             หนังสือแบบเรียนภาษาไทยทั้ง ๓ เรื่อง เป็นผลงานการประพันธ์ของพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย  อาจารยางกูร) ผู้ได้รับยกย่องเป็น “บุคคลสำคัญของโลก” และเป็น “ศาลฎีกาในเรื่องหนังสือไทย” การจัดพิมพ์หนังสือหายากเรื่อง “อุไภยพจน์ คำกลอนพิศาลการันต์ และ ฉันทวิภาค” ในปีนี้ จึงนับเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้สนใจศึกษาพัฒนาการของภาษาและอักขรวิธีไทย การสัมมนาทางวิชาการด้านภาษาและวรรณคดีไทย             กิจกรรมสำคัญอีกกิจกรรมหนึ่งที่กรมศิลปากร มอบให้สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ จัดขึ้นเนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี คือ การสัมมนาทางวิชาการด้านภาษาและวรรณคดีไทย ซึ่งในพุทธศักราช ๒๕๖๗ นี้ กำหนดสัมมนาในหัวข้อ “วรรณคดีสมัยอยุธยาตอนปลายที่กรมศิลปากรตรวจสอบใหม่” ในวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๗ โดยรายละเอียดการจัดกิจกรรมจะประชาสัมพันธ์ให้ทราบต่อไป




            พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ขอเชิญชมการถ่ายทอดสด Facebook Live กิจกรรมบรรยายพิเศษเนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย เรื่อง “ศรีชัยวัชรปุระ : เมืองเพชรบุรีโบราณในห้วงกาลพุทธศตวรรษที่ ๑๘” ในวันศุกร์ที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๗             พบกับการบรรยายพิเศษ เรื่อง "โบราณคดีวัดกำเเพงเเลง" โดยนางสาวกรรณิการ์ เปรมใจ นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๐.๐๐ น. และการบรรยายพิเศษ เรื่อง "ศรีชัยวัชรปุระ : เมืองเพชรบุรีโบราณในห้วงกาลพุทธศตวรรษที่ ๑๘" โดยรองศาสตราจารย์ ดร. รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ มหาวิทยาลัยศิลปากร เวลา ๑๐.๑๕ - ๑๒.๑๕ น. ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : พระนครคีรี กรมศิลปากร


ภูพระ วัดศิลาอาสน์ ตำบลนาเสียว อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ พระพุทธรูปที่ภูพระ เป็นศิลปะที่มีการผสมผสานระหว่างศิลปะท้องถิ่น คือ ทวารวดี ได้แก่ พระพักตร์รูปสี่เหลี่ยม พระขนงรูปปีกกา และศิลปะเขมรที่แพร่หลายเข้ามามาก ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16-18 ได้แก่ แนวเส้นพระเกศา และเกตุมาลารูปกรวยคว่ำ สำหรับมงกุฎหรือกระบังหน้าที่ปรากฏบนพระพุทธรูปทรงเครื่องคล้ายกับที่พบจากพระพุทธรูปในศิลปะเขมรนครวัดหรือบายน ในพุทธศตวรรษที่ 17-18 พระเจ้าองค์ตื้อ (พระตื้น ภาษาอีสานแปลว่า พระเจ้าองค์ใหญ่) องค์พระมีขนาดหน้าตักกว้าง 5 ฟุต สูง 7 ฟุต พระพักตร์ทรงสี่เหลี่ยม พระรัศมีเป็นรูปบัวตูมขนาดเล็ก พระเกศาเป็นเส้นยาว เรียงคล้ายเส้นผม พระขนงมีขนาดเล็กต่อกันเป็นรูปปีกกา พระเนตรเล็กมองตรง พระนาสิกทรงสามเหลี่ยม พระโอษฐเล็ก พระกรรณยาว ครองจีวรห่มคลุม พระอังสายาว มีผ้าสังฆาฏิปลายตัดเป็นเส้นตรงยาวมาจรดพระนาภี ประทับนั้งขัดสมาธิเพชร พระหัตถ์แสดงปางมารวิชัย ที่มีลักษณะพิเศษ คือ จะวางพระหัตถ์ซ้ายไว้บนพระเพลาแทนที่จะเป็นพระหัตถ์ขวาตามแบบพระพุทธรูปปางมารวิชัยทั่วไป ...ศูนย์กลางการเรียนรู้และการท่องเที่ยว มรดกศิลปวัฒนธรรมอีสานใต้แบบบูรณาการ... สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา 274 หมู่ 17 ถนนพิมาย-ชุมพวง ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา 30110 Tel : 044-471518 , 044-481024 E-Mail : fed_10@finrarts.go.th Website : www.finearts.go.th/fad10 Facebook : สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา กรมศิลปากร Youtube : สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา


ปราสาทตาใบ           ตั้งอยู่ที่บ้านละลมติม ตำบลโคกสูง อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ประกอบด้วย เนินโบราณสถาน ที่สันนิษฐานว่าเป็นปราสาทประธาน สร้างด้วยหินทรายและศิลาแลง ๑ หลัง มีคูน้ำล้อมรอบ และเว้นเป็นช่องทางเข้า – ออกไว้อยู่ทางด้านตะวันออก จากภาพถ่ายทางอากาศสันนิษฐานว่ามีบารายอยู่ทางด้านตะวันออก  แต่ปัจจุบันตื้นเขินหมดแล้ว            เนื่องจากปราสาทตาใบตั้งอยู่ในแนวคันดินบังคับน้ำเช่นเดียวกันกับปราสาทพูนผลและปราสาทหนองผักบุ้งใหญ่ ซึ่งเป็นปราสาทแบบเขมรโบราณ สมัยบาปวน กำหนดอายุว่าอยู่ในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๖ - กลางพุทธศตวรรษที่ ๑๗ หรือประมาณ ๙๐๐ - ๑,๐๐๐ ปีมาแล้ว) ตั้งแต่รัชกาลพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๑ ถึงรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ ๖ (พ.ศ. ๑๕๔๕-พ.ศ.๑๖๕๐)           กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานปราสาทตาใบ ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๓ ตอนพิเศษ ๕๐ ง วันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๓๙ มีพื้นที่โบราณสถานประมาณ ๙ ไร่ ๑ งาน ๓๐ ตารางวา Prasat Ta Bai           Prasat Ta Bai is in Ban La Lom Tim, Khok Sung Subdistrict, Khok Sung District,  Sa Kaeo Province. This temple is situated on a small hillock with a tower, made of laterite and sandstone. It is surrounded by a horseshoe-shaped moat with an entrance toward the east and probably has an eastern Baray (rectangular-shaped reservoir).           The site is mostly ruined and no architectural component has been found. It is situated within an ancient dike as other Baphuon style temples, namely Prasat Phun Phon and Nong Phak Bung Yai. Therefore, Prasat Ta Bai might have been built in the same period from the 11th to 12th century or 900 - 1,000 years ago in the reign of King Suryavarman I - King Jayavarman VI.           The Fine Arts Department announced the registration of Prasat Ta Bai as an ancient monument in the Royal Gazette, Volume 113, Special Part 50, dated 18th December 1996. The total area is around 14,920 square meters.       


นางบุญตา เขียนทองกุล นักวิชาการละครและดนตรีเชี่ยวชาญ


พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ.  ตำนานหอพระสมุด หอพระมณเฑียรธรรม หอวชิรญาณ หอพุทธสาสนสังคหะ แลหอสมุดสำหรับพระนคร. พระนคร: โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร, 2512.พิมพ์เป็นที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพพระอินทเบญญา (สะราคำ วัตถา) ณ เมรุวัดมกุฎกษัตริยาราม วันที่ 22 ตุลาคม 2512


ชื่อเรื่อง                     เมืองพาราณสีผู้แต่ง                       กรมศิลปากรประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือหายากหมวดหมู่                   ประเพณี ขนบธรรมเนียม คติชนวิทยาเลขหมู่                      398.32954 อ119มนสถานที่พิมพ์               กรุงเทพฯสำนักพิมพ์                 โรงพิมพ์รุ่งเรื่องธรรมปีที่พิมพ์                    2502ลักษณะวัสดุ               60  หน้าหัวเรื่อง                     หนังสืองานศพภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึก     หนังสือเมืองพาราณสีเล่มนี้  เนื้อหาเป็นการถามตอบระหว่างพระอมรโมฬีสถิตวัดประยูรงศาวาส ฯพณฯ โกษาธิบดี หลวงนนทเกษเจ้าท่าพรพราหมณ์ หลวงพิเศษโกษา กับพราหมณ์ชื่ออุจุตะนันนำ ถามตอบกันถึงเรื่องของเมืองพาราณสี และเรื่องตระกูลของพราหมณ์ ว่ามีด้วยกัน 5 ตระกูล และมีการกล่าวถึงขั้นตอนพิธีกรรมในการบวงสรวง บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพราหมณ์





ได้มาจากวัดท่าขนุน ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2533


เลขทะเบียน : นพ.บ.613/2   ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 22 หน้า  ; 4 x 52 ซ.ม. : ล่องชาด-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 200 (37-48) ผูก 2 (2568)หัวเรื่อง : สัตตัปปกรณาภิธรรม--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.678/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 40 หน้า ; 4 x 56 ซ.ม. : รักทึบ-ลานดิบ-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 215 (185-195) ผูก 1 (2568)หัวเรื่อง : บาราวิภังกปริวัตตสูตร--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.746/2ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 24 หน้า ; 4.5 x 59 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 232 (355-361) ผูก 2 (2568)หัวเรื่อง : ธัมมสังคิณี--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ชื่อเรื่อง : ตำนานหอพระสมุด หอพระมณเฑียรธรรม หอวชิรญาณ หอพุทธสาสนสังคหะ แล หอสมุดสำหรับพระนคร พระนิพนธ์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชนุภาพ พิมพ์เป็นที่ระลึกในงานพระราทานเพลิงศพ พระอินทเบญญา (สะราคำ วัตถา) ณ เมรุวัดมกุฎกษัตริยาราม วันที่ 22 ตุลาคม 2512ชื่อผู้แต่ง : สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชนุภาพ ปีที่พิมพ์ : 2512 สถานที่พิมพ์ : พระนคร สำนักพิมพ์ : อักษรเจริญทัศน์ จำนวนหน้า : 128 หน้า สาระสังเขปสังเขป : หนังสือเล่มนี้ ประกอบด้วยประวัติพระอินทเบญญา และตำนานหอพระสมุด หอพระมณเฑียรธรรม หอวชิรญาณ หอพุทธสาสนสังคหะ แล หอสมุดสำหรับพระนคร ซึ่งพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชนุภาพ สภานายก กับกรรมการ แลเจ้าพนักงานหอพระสมุด เรียบเรียงทูลเกล้า ฯ ถวาย เมื่อเสด็จเปิดหอพระสมุดสำหรับพระนคร ณ วันเสาร์ที่ 6 มกราคม ปีมโรง พ.ศ. 2459 ประกอบด้วยประวัติโดยละเอียดของหอพระสมุดตั้งแต่แรกเริ่มจนถึง พ.ศ. 2459 ซึ่งได้ทรงอธิบายถึงการรวบรวมหนังสือ การจัดหนังสือ การขยายกิจการงานของหอพระสมุด อุปสรรคและปัญหาต่างๆ ในการดำเนินงาน อาทิเช่น มูลเหตุที่ตั้งหอพระสมุดสำหรับพระนคร, ตำนานหอพระมณฑีรธรรม, ตำนานหนังสือพระไตรปิฎกฉบับหลวง, ตำนานหอพระสมุดวชิรญาณ, ตำนานหอพุทธสาสน์สังคาห์, ตำนานหอพระสมุดสำหรับพระนคร, กรรมการแรกของหอพระสมุดฯลฯ


black ribbon.