ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,482 รายการ


"ทับหลัง ปรางค์กู่" ปรางค์กู่ ศาสนสถานประจำสถานพยาบาล(อโคยศาล)ในศาสนาพุทธ"ลัทธิมหายาน" ช่วงสมัยพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ปรางค์กู่ บ.หนองบัว ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ


องค์ความรู้: สำนักหอสมุดแห่งชาติ เรื่อง: นักเรียนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ไปเยี่ยมหอพระสมุดวชิรญาณ วันที่ 14 มิถุนายน 2467           สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนสงขลานครินทร์ ทำหนังสือทูลหม่อมเจ้าพูนศรีเกษม คณบดี คณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ได้พานักเรียนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไปเยี่ยมชมหอพระสมุดมีศาสตราจารย์ เซเดส์และเจ้าพนักงานหลายท่านได้แสดงบรรยายเรื่องราวต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์            จากหลักฐานที่ปรากฏ มีนักเรียนจุฬาฯ เขียนเล่าการเยี่ยมหอพระสมุดไว้อย่างน่าสนใจ ขอคัดมาเฉพาะบางส่วนที่ทำให้เห็นภาพว่าบรรยากาศภายในหอสมุดปิยมหาราชรฦก (อาคารถาวรวัตถุ) เดิมเป็นอย่างไรในอดีต            วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน เวลา 10.00 น. นักเรียนที่เรียนประวัติศาสตร์ได้ขึ้นรถยนต์จากคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ณ หอวังประทุมวัน (สันนิษฐานว่าคือวังวินด์เซอร์ หรือวังกลางทุ่งบริเวณสนามกีฬาแห่งชาติในปัจจุบัน) ไปยังหอพระสมุด ซึ่งนักเรียนคณะรัฐประศาสนศาสตร์และนักเรียนฝึกหัดครูมาเข้าร่วมด้วยราว 100 คน เมื่อเข้าไปในประตูหอพระสมุดแล้วขึ้นไปทางซ้ายมือจะเห็นป้ายบอก ชื่อห้องแรก “ห้องสมุห์บัญชี” อักษร จ ห้องนี้หมายถึงห้องข้างในเป็นห้องที่อนุญาตให้เที่ยวชมสิ่งของต่าง ๆ และมีหนังสือของหอพระสมุดขายด้วย            ห้อง ฉ ช ซ ฌ ญ ทั้ง 5 ห้องนี้เป็นที่รวบรวมพระไตรปิฎกต่าง ๆ มีหนังสือวินัยและพระสูตรจารลงในใบลานมัดเป็นผูกไว้อย่างเรียบร้อย รวมทั้งตู้ลายรดน้ำก่อนรัตนโกสินทร์             ห้อง ด ต เป็นห้องที่เก็บรูปต่าง ๆ  มีตู้สำหรับเก็บแผนที่สยาม ตู้เก็บรูปภาพต่างประเทศทั้งรูปเขียนและรูปถ่าย ตู้สำหรับเก็บรูปพระสงฆ์ ตู้สำหรับเก็บพระรูปและรูปถ่ายของเจ้านายต่าง ๆ           ห้อง ถ มีลายพระราชหัตถเลขา ร.3-6 และลายมือของพระราชาคณะต่าง ๆ มีตู้เก็บหนังสือไทยและฝรั่ง           ห้อง น เป็นเลขานุการซึ่งหน้าที่สั่งการแก่กรรมการหรือเป็นผู้ดูแลกิจการแทนกรรมการ ในห้องนี้มีตู้ใส่หนังสือที่พิมพ์ออกจากหอพระสมุดสำหรับใช้สอบสวนต่าง ๆ (เข้าใจว่าจะหมายถึงคลังพิสูจน์หรือคลังสิ่งพิมพ์ในเวลาต่อมา)           ห้อง บ เป็นห้องพนักงานจัดการพิมพ์ มีหน้าที่โต้ตอบกิจการต่าง ๆ และมีหน้าที่เก็บหนังสือสำรองการพิมพ์หนังสือต่างๆ            ห้อง ป ผ  เรียกว่าห้องแผนกสมุดพิมพ์มีตู้บรรจุ หนังสือเป็นเล่มต่าง ๆ หนังสือในห้องนี้แบ่งออกเป็น 2 แผนกคือแผนกพิมพ์ และแผนกเขียน            ห้อง ฝ พ ฟ เป็นห้องที่รวบรวมหนังสือที่เขียนด้วยสมุดไทย            ห้อง ภ เป็นห้องที่รวบรวมหนังสือที่เขียนใบลานและสมุดไทยวรรณคดีเรื่องต่าง ๆ ตามระเบียงมีหนังสือที่นำมาจากห้องข้างในสำหรับให้มหาชนมองเห็นโดยง่าย มีตำราเขียนเป็นรูปภาพว่าด้วย ช้าง ม้า และฟ้อนรำเป็นต้น มีหีบสำหรับใส่พระธรรมต่าง ๆ มีศิลาจารึกภาษาสันสกฤตและไทยโบราณ            เบื้องขวาทางประตูทางเข้าหอสมุด มีห้องอ่านหนังสือสำหรับประชาชน ห้องบรรณารักษ์ ห้องผู้ช่วยบรรณารักษ์ ห้องอ่านหนังสือพิมพ์รายเดือน รายวันทั้งไทยและเทศ            เมื่อชมสิ่งต่าง ๆ ทั่วถึงแล้ว เวลา 12.45 น. นักเรียนวิชาประวัติศาสตร์ได้อำลาท่านศาสตราจารย์ เซเดส์ขึ้นรถยนต์กลับจุฬาฯ              น่าสังเกตว่าช่วงนั้น ยังไม่มีการใช้คำว่า “นิสิต” “นักศึกษา” สำหรับผู้ที่ศึกษาระดับมหาวิทยาลัย และคณะวิทยาศาสตร์แยกออกมาจาก “คณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์” ภายหลัง             ปีนี้ ปีพุทธศักราช 2566 ครบรอบ 99 ปี การเยือนหอพระสมุดครั้งแรกของมหาวิทยาลัยแห่งแรกของสยาม จากบันทึกดังกล่าวทำให้เห็นประโยชน์ของการเยี่ยมชมหอพระสมุด ไม่ใช่แต่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเท่านั้นที่มาเยี่ยมชมหอสมุดแห่งชาติ หลายสถาบัน โรงเรียนหรือองค์กรต่าง ๆ นั้นมาเยี่ยมชมต่อเนื่องมาถึงทุกวันนี้    *ภาพไม่เกี่ยวกับเนื้อหาของเรื่อง แต่ต้องการให้เห็นบรรยากาศภายในหอพระสมุดในช่วงเวลาดังกล่าว -------------------------------------------------------- ข้อมูลอ้างอิง : กัณฐิกา ศรีอุดม.  “รัชกาลที่ 6 กับหอพระสมุดสำหรับพระนคร: ศึกษาผ่านงานเขียนของบุคคลร่วมสมัย.” วารสารประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.  43 (สิงหาคม 2561 - กรกฎาคม 2562): 2-17. หอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร.  กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2543. ศธ.10/91 นักเรียนมหาวิทยาลัยไปดูหอพระสมุดสำหรับพระนคร สบ.14.8 /298 บทความเรื่อง “การไปเยี่ยมหอพระสมุดสำหรับพระนคร” คัดจาก”มหาวิทยาลัย” รายเดือน จัดทำโดยคณะนักเรียนในจุฬาฯ เล่ม 2 ตอนที่ 5 พ.ศ.2467 หน้า 388-400     ที่มาภาพ : หอจดหมายเหตุแห่งชาติ ภ 002 หวญ 41/4 ห้องอ่านหนังสือ แผนกต่างประเทศของหอพระสมุด รฟท 31/1 ระเบียงตึกแดง   ผู้เรียบเรียง: นายบารมี สมาธิปัญญา นักวิชาการเผยแพร่ สำนักหอสมุดแห่งชาติ กราฟิก: นายชลิต ปรีชากุล นายช่างศิลปกรรม สำนักหอสมุดแห่งชาติ



3 ศิลปกรรมสำคัญ ภาพสีน้ำมัน พระที่นั่งจันทรพิศาล



ชื่อเรื่อง: อักษรสุภาษิต พรรณนาตั้งแต่อักษร ก ถึง ฮ  ผู้แต่ง: พระมหาแจ่มปีที่พิมพ์: พ.ศ. ๒๔๗๐สถานที่พิมพ์: -สำนักพิมพ์: โรงพิมพ์ศึกษาธรรมดาจำนวนหน้า: ๕๐ หน้า เนื้อหา: "อักษรสุภาษิต พรรณนาตั้งแต่อักษร ก ถึง ฮ"  พระมหาแจ่ม วัดอนงคาราม เรียบเรียงแก้สำนวนเก่า เนื้อหาว่าด้วย อักษรไทย ก ถึง ฮ นำมาประพันธ์เป็นโคลงกระทู้สุภาษิต ซึ่งเป็นการนำอักษรแต่ละตัวมาพรรณานาเรื่องราวทางธรรมคดี บทคำสอน ข้อคิด ธรรมะกับชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้ที่ศึกษาและสนใจนำไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น อักษร "ญ" ปัญญากับสติตริให้รอบ ตามระบอบแบบพระท่านละหลง ไม่รักใครหมดปลดพะวง เดินทางสายกลางอย่างรำพรรณฯ และ อักษร "ร" รู้เห็นดีชั่วทั่วทุกอย่าง อาจมาล้างโมหะอนุสัย เมื่อใจถอนความอยากเสียจากใจ ใจก็ไม่พันพัวทั้งชั่วดีฯ เป็นต้น เลขทะเบียนหนังสือหายาก: ๕๙๕เลขทะเบียนหนังสืออิเล็กทรอนิกส์: E-book ๒๕๖๖_๐๐๐๘หมายเหตุ: โครงการจัดเก็บและอนุรักษ์หนังสือ วารสาร หนังสือพิมพ์ สื่อโสตทัศนวัสดุ และเอกสารโบราณ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖


ชื่อเรื่อง                      การศึกษารูปแบบประติมากรรมจากแหล่งโบราณคดีเนินทางพระ : อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรีผู้แต่ง                        นิภา สังคนาคินทร์ประเภทวัสดุ/มีเดีย        หนังสือท้องถิ่นISBN/ISSN                 978-616-283-196-6หมวดหมู่                   ประติมากรรมเลขหมู่                      730 น623กสถานที่พิมพ์               กรุงเทพฯสำนักพิมพ์                 บริษัท พรทรัพย์การพิมพ์ จำกัดปีที่พิมพ์                    2558ลักษณะวัสดุ               158 หน้า : ภาพประกอบ ; 21 ซม.หัวเรื่อง                     ประติมากรรมภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึก          เนินทางพระ เป็นศาสนสถานในศาสนาพุทธ นิกายมหายาน เนื่องจากแหล่งโบราณวัตถุจากแหล่งโบราณคดีเนินทางพระ มีรูปแบบประติมากรรมที่ควรค่าแก่การศึกษาและเผยแพร่ข้อมูลวิชาการทางกรมศิลปากรมอบหมายให้สำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุพรรณบุรี ดำเนินงานและจัดทำหนังสือออกเผยแพร่ให้สาธารณชนได้รู้และตระหนักถึงความสำคัญของโบราณสถาน โบราณวัตถุ



        หนังสือ : การเมืองในประวัติศาสตร์ “ขนมหวาน”ของท้าวทองกีบม้า “มาดามฟอลคอน” “ขนมไทย” หรือ ”ขนมเทศ”         ผู้เขียน :  ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย และ ปรามินทร์ เครือทอง หนังสือเล่มนี้รวบรวมเรื่องท้าวทองกีบม้าไว้อย่างครบถ้วน โดยเรียบเรียงข้อมูลจากเอกสารประวัติศาสตร์สมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ มาไว้เป็นหลักฐาน กล่าวถึง ตำแหน่งท้าวทองกีบม้าแท้จริงแล้วเป็นใคร มาจากไหน ท้าวทองกีบม้าคิดสูตรทองหยิบ ฝอยทอง ด้วยตัวเองหรือมีคนสอนให้ทำ เป็นต้น     ห้องบริการ 1 หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ เลขหมู่ : 920.72 ด915ศก


          กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย แหล่งเรียนรู้ทางด้านเกษตรกรรม” วิทยากร  นางสาวธัชสร ตันติวงศ์ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย, นายปรีชา ปล้องนาค เจ้าพนักงานพิพิธภัณฑ์ชำนาญงาน, นางรุจิรา พราหมณ์สกุล เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูล จัดเก็บข้อมูลทางวิชาการ และนางสาวณภาภัช ดิษฐกระจัน พนักงานประจำพิพิธภัณฑ์ ผู้ดำเนินรายการ   นางกมลชนก พรภาสกร นักวิชาการโสตทัศนศึกษา กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น.               ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร


ชื่อเรื่อง                     พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521ผู้แต่ง                       กรมศิลปากรประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือหายากหมวดหมู่                   กฎหมายเลขหมู่                      346.0482 ศ528พสถานที่พิมพ์               กรุงเทพฯสำนักพิมพ์                 สหประชาพานิชย์ปีที่พิมพ์                    2525ลักษณะวัสดุ               30 หน้า หัวเรื่อง                     ลิขสิทธิ์ – กฎหมายและระเบียบข้อบังคับภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึกรวบรวมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย ให้การละเมิดลิขสิทธิ์ลดน้อยลง และเป็นผลให้ทรัพย์สินทางปัญญาแห่งมวลมนุษยชาติก้าวหน้ายิ่งขึ้น



     วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 เวลา 08.45 น. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร  เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายอนุรักษ์มรดกทางศิลปวัฒนธรรมเขตภาคกลาง ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา นครนายก สระบุรี อ่างทอง และสิงห์บุรี โดยมีอาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม (อส.มศ.) พระสังฆาธิการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดและอำเภอ และผู้แทนส่วนราชการในเขตพื้นที่เป้าหมายเข้าร่วมกว่า 300 คน ณ โรงแรมคลาสสิค คามิโอ อยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา              อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวว่า กรมศิลปากรมีแนวนโยบายส่งเสริมให้ประชาชน องค์กรภาครัฐและเอกชน เข้ามาเป็นเครือข่ายและมีส่วนร่วมในการดำเนินงานดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ โดยมีแนวทางและมาตรฐานในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมด้านโบราณสถาน ศิลปกรรมในเขตโบราณสถาน และโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ตลอดจนมรดกทางศิลปวัฒนธรรมอื่นๆ เช่น เอกสารโบราณ จดหมายเหตุ จึงจัดโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจในคุณลักษณะ คุณค่าและความสำคัญของมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่มีต่อชาติและท้องถิ่น รวมถึงกฎหมาย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับงานดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมภายใต้หน้าที่และความรับผิดชอบของกรมศิลปากร สร้างความตระหนักในบทบาทหน้าที่เครือข่ายมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่มีต่อการดำเนินงานร่วมกันและเล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติและท้องถิ่น              สำหรับการอบรมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายอนุรักษ์มรดกทางศิลปวัฒนธรรมเขตภาคกลาง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 23 กุมภาพันธ์ 2567 นอกจากจะมีการบรรยายโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว ยังมีการศึกษาดูงานโบราณสถานในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเขตภาคกลางเป็นแหล่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรมสำคัญ โดยเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่มีโบราณสถานไม่ต่ำกว่า 300 แห่ง และได้รับการประกาศให้เป็นแหล่งมรดกโลกในชื่อ “นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา” โดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (UNESCO) อีกทั้งยังเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชน ความร่วมมือร่วมใจของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งฝ่ายสงฆ์ ท้องถิ่น ชุมชน และภาคสังคมที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์โบราณสถานที่ถูกต้องเหมาะสม อันเป็นสาธารณสมบัติของชาติให้ดำรงอยู่อย่างยั่งยืนสืบไป จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเครือข่าย ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ตลอดจนภาคเศรษฐกิจ ทั้งในระดับท้องถิ่น จังหวัด และระดับประเทศ



black ribbon.