ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,457 รายการ

           หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม ขอเชิญชวนเด็กๆ ร่วมประกวดวาดภาพระบายสี ในหัวข้อ “พระอภัยมณี” เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๘ ผู้สนใจสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดสมัครได้เลย การประกวดแบ่งออกเป็น ๒ ระดับ ได้แก่ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ม.๑ - ม.๓ จัดประกวดในวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๘ และ ระดับประถมศึกษาตอนปลาย ป.๔ - ป.๖ จัดประกวดในวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘  โดยมีรางวัลในการประกวดดังนี้ รางวัลชนะเลิศ ได้รับเงินรางวัล ๑,๐๐๐ บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ ได้รับเงินรางวัล ๗๐๐ บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ ได้รับเงินรางวัล ๕๐๐ บาท และรางวัลชมเชย จำนวน ๓ รางวัล ได้รับเกียรติบัตร ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมพร้อมครูผู้ควบคุมจะได้รับเกียรติบัตรทุกคน สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๔๒๕๑ ๖๒๔๖ หรือทางเฟซบุ๊ก หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถนครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.611/11       ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 52 หน้า  ; 4 x 56 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม่มีไม้ประกับ ชื่อชุด : มัดที่ 198 (19-32) ผูก 11 (2568)หัวเรื่อง : สัตตัปปกรณาภิธรรม--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.670/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 20 หน้า ; 4.5 x 57 ซ.ม. : รักทึบ-ลานดิบ-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 215 (185-195) ผูก 1 (2568)หัวเรื่อง : อุณหิสสวิไช--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.744/3ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 76 หน้า ; 4 x 50 ซ.ม. : ทองทึบ-ลานดิบ-ล่องรัก ; ไม้มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 230 (341-348) ผูก 3 (2568)หัวเรื่อง : ลำอภิธัมมา--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม



                   สาระอีสาน นำเสนอและเผยแพร่เกร็ดความรู้ต่าง ๆ จากข้อมูลท้องถิ่นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและหนังสือสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน และหนังสืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีให้บริการอยู่ที่หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา ขอนำเสนอประเพณีสำคัญของชาวอีสานในเดือนกันยายน (เดือนสิบ) นั่นก็คือ ประเพณีว่า "บุญข้าวสาก" เรียบเรียงโดย นางสาวกุลริศา รัชตะวุฒิ นักภาษาโบราณ เนื้อหามีดังนี้                      งานบุญข้าวสาก หรือ ข้าวสลาก (สลากภัต) เป็นงานบุญตามประเพณีพื้นบ้านที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของชาวอีสานโดยจัดในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งปีนี้ตรงกับวันอังคารที่ 17 กันยายน 2567 เพื่ออุทิศบุญกุศลให้กับครอบครัวที่เสียชีวิตไปแล้วหรือทำบุญให้กับเปรต                      เหตุที่เรียกงานบุญข้าวสากเนื่องจากก่อนทำบุญชาวบ้านจะนำข้าวเม่า ข้าวพอง และข้าวตอกมาคลุกเคล้ากับน้ำอ้อย น้ำตาล ถั่วงา และมะพร้าวให้เป็นข้าวสาก ซึ่งภาคกลางจะเรียกว่า ข้าวกระยาสารท                      และเหตุที่เรียกว่า ข้าวสลาก (สลากภัต) เนื่องจากก่อนจะนำของถวายพระภิกษุ ชาวบ้านจะจับสลากชื่อพระภิกษุหรือสามเณรก่อน หากจับชื่อพระภิกษุหรือสามเณรรูปใดก็จะนำของไปถวายแด่พระภิกษุหรือสามเณรรูปนั้น ซึ่งบางที่จะใช้วิธีจับสลากชื่อเจ้าของสลากแล้วนำของไปถวายแด่พระภิกษุหรือสามเณร โดยวิธีนี้มีความเชื่อว่า หากปีใดจับสลากได้ชื่อเจ้าของสลากที่มีฐานะยากจนเป็นคนแรก มักจะทำนายว่าปีนั้นการทำมาหากินจะไม่ค่อยดี แต่ถ้าหากจับชื่อเจ้าของสลากที่มีฐานะร่ำรวยเป็นคนแรก มักจะทำนายว่าปีนั้นชาวบ้านในละแวกจะอยู่เย็นเป็นสุข ซึ่งวิธีจับสลากทำได้หลายวิธีตามความนิยมของแต่ละท้องถิ่นนั้น ๆ                      หลังจากเสร็จพิธีสงฆ์แล้วชาวบ้านจะนำห่อหรือชะลอมข้าวสากที่ระบุชื่อของผู้ที่ต้องการให้มารับบุญแล้วนำไปวางไว้ตามที่ต่าง ๆ ในบริเวณวัดหรือตามต้นไม้ ซึ่งเรียกว่า แจกห่อข้าวน้อย พร้อมบอกกล่าวครอบครัวผู้ที่ล่วงลับหรือเปรตให้มารับอาหารต่าง ๆ ที่วางไว้พร้อมกรวดน้ำอุทิศบุญกุศลให้ ซึ่งต่างจากงานบุญข้าวประดับดิน ที่ไม่ต้องระบุชื่อของผู้รับโดยจะอุทิศบุญกุศลให้กับสัมภเวสี เปรต หรืออสูรกายที่ไร้ญาติไม่มีผู้อุทิศส่วนกุศลให้ นอกจากนี้ชาวบ้านที่มีนาจะนำข้าวสากไปเลี้ยง ตาแฮก หรือเจ้าแม่โพสพที่ปกปักรักษาที่นาของตนเพื่อให้ข้าวและน้ำอุดมสมบูรณ์อีกด้วย   บรรณานุกรม มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์. สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน เล่ม 2. กรุงเทพฯ: มูลนิธิ, 2542. งานบุญข้าวสาก. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2567, จาก: http://kanluang-ssk.go.th/index.php... งานบุญข้าวสาก. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2567, จาก: https://thethaiger.com/th/news/640488/ งานบุญข้าวสาก. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2567, จาก: https://www.isangate.com/.../813-kao-pradabdin-kao-sag.html



กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม จัดทำสื่อองค์ความรู้ "ชุดไทยพระราชนิยม" ๘ แบบ เพื่อสร้างความรับรู้แก่ประชาชนตามนโยบายในการส่งเสริมการขับเคลื่อนงานชุดไทยพระราชนิยมและผ้าไทย เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับการพิจารณาขึ้นทะเบียน "ชุดไทย : ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติ การแต่งกายชุดไทยประจำชาติ" เป็นรายการตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ต่อองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือองค์การยูเนสโก และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์องค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยมให้ประชาชนทั่วไปรับรู้ รวมถึงสร้างความภาคภูมิใจ และความตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ #พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น #สำนักศิลปากรที่๘ขอนแก่น #กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ #สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม #ชุดไทยพระราชนิยม #ชุดไทย #การแต่งกายชุดไทยประจำชาติ


        สำนักการคีต กรมศิลปากร ขอเชิญชมการแสดงเนื่องในงานสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๙ วันอาทิตย์ที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๘.๐๐ น. ณ เวทีกลางแจ้ง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พบกับการบรรเลงวงมโหรีโหมโรงเพลงเยี่ยมวิมาน และการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดศึกสัตลุง ตรีเมฆ นำแสดงโดย ศิลปินสำนักการสังคีต, กำกับการแสดงโดย กฤษกร สืบสายพรหม นาฏศิลปินอาวุโส, อำนวยการแสดงโดย ศิริพงษ์ ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต ชมการแสดงฟรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร. ๐ ๒๒๒๑ ๖๕๓๒, ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๔๒


***บรรณานุกรม***  บุญรับพินิจชนคดี ม.ร.ว. ราชสกุลวงศ์ (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ หม่อมราชวงศ์บุญรับ พินิจชนคดีณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส วันที่ 30 มีนาคม พุทธศักราช2525 กรุงเทพฯ  โรงพิมพ์จันหว่า 2463



     ปูนปั้น ศิลปะสุโขทัย พุทธศตวรรษที่ ๑๙ - ๒๐ พระราชประสิทธิคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดราชธานี องเมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย มอบให้     เกียรติมุขหรือหน้ากาลเป้นลวดลายปูนปั้นที่ใช้ประดับซุ้มจระนำของโบราณสถาน โดยมักจะประดับอยู่ที่ยอดซุ้ม สะท้อนถึงลวดลายที่นิยมสร้างสรรค์ในศิลปะสุโขทัย รวมทั้งสะท้อนถึงคติ ความเชื่อที่ปรากฎในงานศิลปกรรมสมัยสุโขทัย มีลักษณะเป็นรูปหน้ายักษ์ปนสิงห์หรือใบหน้าอสูรที่มีลักษณะดุร้าย คิ้วขนมวด นัยน์ตากลมโตถลน จมูใหญ่ ปากกว้างเห็นฟันบนและมีเขี้ยว ไม่มีริมฝีปากล่าง ไม่มีลำตัว มีแขนออกมาจากด้านข้างของศีรษะสวมเครื่องประดับศีรษะลักษณะเป็นกระบังหน้า      ตามคติในศาสนาฮินดู เกียรติมุขหรือหน้ากาล หมายถึง "เวลา" ผู้ซึ่งกลืนกินสรรพสิ่งทั้งมวล จึงเป็นผู้ครอบครองเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง กาลหรือหน้ากาล มีความหมายเดียวกับเวลา เป็นชื่อของพระยม ผู้พิพากษาคนตายในอาถรรพเวทของสาสนาฮินดู ต่อมาจึงมีความเชื่อว่าการสร้างหน้ากาลไว้เหนือประตูทางเข้าศาสนสถานจะเป็นเสมือนสิ่งคุ้มครองปกปักรักษามิให้สิ่งชั่วร้ายเข้ามาสู่ศาสนสถานนั้นๆ



๑  ธันวาคม  ๒๕๕๘  กิจกรรมส่งเสริมศีลธรรมและปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๘ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๘ ทำความดีด้วยการสวดมนต์ นั่งสมาธิ เจริญจิตภาวนาและปฏิบัติธรรม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระองค์ทรงเป็นพุทธมามกะที่ถึงพร้อมด้วยปริยัติ ปฏิบัติและปฏิเวธ และทรงแสดงเป็นแบบอย่างให้เห็นถึงการเป็นชาวพุทธที่ดี นำโดยนายรุ่งชัย ใบกว้าง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร นายสุนทร รัตนากร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร นางธาดา สังข์ทอง หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน นักเรียน นักศึกษา พร้อมกันร่วมปฏิบัติธรรม  ณ  วัดพระแก้ว อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร


วัสดุ ดินเผา อายุสมัย สมัยก่อนประวัติศาสตร์ สังคมเกษตรกรรม (ประมาณ 2,500-1,800ปีมาแล้ว) สถานที่พบ พบที่แหล่งโบราณคดีบ้านสำโรง อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด พบได้ทั่วไปในแหล่งโบราณคดีในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ ศาสตราจารย์ชาร์ลไฮแอม แห่งมหาวิทยาลัยโอทาโก ประเทศนิวซีแลนด์ ได้ขุดพบครั้งแรกที่แหล่งโบราณคดีโนนเดื่อ ดอนตาพัน บ่อพันขัน อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อ พ.ศ.2520 ลักษณะเด่น ภาชนะเนื้อสีขาว หรือสีส้ม ความหนาเฉลี่ยโดยประมาณ 0.3-0.5 เซนติเมตร ตกแต่งด้วยลายเชือกทาบ จากนั้นลบลายให้เรียบแล้วทาน้ำดินทับในแนวขวาง ซึ่งน้ำดินที่นิยมจะมีสีส้ม น้ำตาล ดำ และแดง เนื้อดิน เมื่อเผาสุกแล้วเนื้อดินจะมีสีขาว (ดินเกาลิน) เป็นแบบเนื้อดินธรรมดา (earthen ware) เนื้อดินผสมดินเชื้อ (grog) การปั้นภาชนะขนาดเล็กจะปั้นบางมาก การตกแต่ง นิยมตกแต่งผิวภาชนะด้วยลายเชือกทาบ โดยทาบด้วยเชือกเส้นเล็กๆ อย่างเป็นระเบียบ และทำให้เรียบ แล้วทาด้วยน้ำดินเป็นแถบ น้ำดินที่ใช้ทำมีสีแดง สีน้ำตาล สีดำ


black ribbon.