ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 52,250 รายการ
ปาฐกถาบางเรื่องของท่านปรีดีฯ จัดพิมพ์จำหน่ายโดย นายสุพจน์ ด่านตระกูล เกี่ยวข้องกับความยุติธรรมของสังคมและประชาธิปไตย รวมถึงวิถีทางที่จะได้มาซึ่งประชาธิปไตย โดยนำบทปาฐกถาในการชุมนุมสนทนาที่สามัคคีสมาคม (สมาคมนักเรียนไทย) ประเทศอังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม 2516 และปาฐกถาเรื่อง “จะมีทางได้ประชาธิปไตยโดยวิธีสันติหรือไม่” แสดงในงานประชุมประจำปีของนักเรียนไทยในสหพันธรัฐเยอรมัน เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2516 มาจัดพิมพ์
จารึกโคมป่องทรงปราสาท โคมป่องทรงปราสาทสำหรับจุดไฟบูชาพระธาตุ เป็นทรงปราสาท ฐานสูง รองรับตัวเรือนธาตุซึ่งลฉลุโปร่งเป็นลวดลาย โดยด้านหน้าทำเป็นประตูขนาดเล็ก ฉลุลายดอกไม้และลายกระหนก สองข้างประตูทำเป็นรูปบุคคลยืนเหนือฐานแสดงอัญชลี (พนมมือ) ส่วนอีกสามด้าน ตรงกลางทำเป็นกรอบสี่เหลี่ยมและภายในฉลุลวดลายดอกไม้สี่กลีบ มุมทั้งสี่ประดับด้วยนาคมีปีกและขาทอดตัวลงมาตามแนวสันหลังคา ถัดขึ้นไปเป็นหลังคาซ้อนกัน ๒ ชั้น ส่วนยอดทำเป็นดอกบัวตูม ที่ขอบฐานชั้นบน มีจารึกตัวอักษรฝักขาม ระบุ พ.ศ. ๒๐๕๑ นอกจากโคมป่องทรงปราสาทที่อยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย นี้แล้ว ที่มุมทั้ง ๔ ทิศของกำแพงรั้วพระธาตุหริภุญไชย ยังมีโคมป่องทรงปราสาทที่มีการประดับประดาตกแต่งอย่างงดงาม มีรูปแบบศิลปะที่คล้ายคลึงกันกับโคมป่องใบนี้ อาจสร้างขึ้นในระยะเวลาใกล้เคียงกันเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแก่พระธาตุหริภุญไชย จารึกโคมป่องกำหนดทะเบียนจารึกเป็น ลพ. ๔๒ อยู่บริเวณขอบฐานด้านบน มีจำนวน ๔ ด้าน จารึกด้วยอักษรฝักขาม ความว่า "ศักราชได้ ๘๗๐ ตัว ตรงกับ พ.ศ. ๒๐๗๑ รัชกาลพระเมืองแก้ว พระรัตนปัญญาเป็นประธานพร้อมด้วยพระมหาสามีศรีวิสุทธิ์วัดต้นแก้ว ชักชวนศรัทธาชาวยางหวานทั้งหลายที่อยู่ทิศตะวันตก ตะวันออก ทิศใต้และทิศเหนือ ได้รวบรวมทองสัมฤทธิ์หล่อเป็นปราสาทหลังนี้ หนัก ๕๘๐๐๐ สำหรับจุดไฟ บูชาพระมหาธาตุเจ้าตราบจนถึง ๕,๐๐๐ ปี" นอกจากนี้ด้านในโคมยังมีจารึกที่แผ่นรองด้านใน ทางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย จะได้นำภาพถ่ายมาให้ทุกท่านชมในโอกาสต่อไป อ้างอิง ก่องแก้ว วีระประจักษ์ (และคนอื่นๆ). จารึกล้านนา ภาค ๒ เล่ม ๑-๒ : จารึกจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน และแม่ฮ่องสอน. กรุงเทพฯ :กรมศิลปากร, ๒๕๕๑.ณัฏฐภัทร จันทวิช (บรรณาธิการ). โบราณวัตถุและศิลปวัตถุในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย . กรุงเทพฯ :ส.พิจิตรการพิมพ์, ๒๕๔๘.
วิทยาจารย์ ปีที่ 49 มีนาคม 2493 ฉบับที่ 3 จัดพิมพ์โดยคุรุสภา เรื่องราวในเล่มประกอบด้วย พระพุทธศาสนากับวัฒนธรรม, นำเที่ยวสงขลา, สังเขปรายงานการประชุมกรรมการอำนวยการคุรุสภา, กำหนดแบบเรียนในชั้นสามัญศึกษา 2493 และสรุปข่าวในวงการศึกษาของเรา
องค์ความรู้สุพรรณบุรี เรื่อง ประเพณีการแต่งงานของลาวโซ่ง-ไทยทรงดำผู้เรียบเรียง :
นางอภิญญานุช เผ่าพงษ์คล้าย บรรณารักษ์ชำนาญการ
หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ
ชื่อเรื่อง สพ.ส.63 คาถาอาคมประเภทวัสดุ/มีเดีย สมุดไทยขาวISBN/ISSN -หมวดหมู่ ไสยศาสตร์ลักษณะวัสดุ 18; หน้า : ไม่มีภาพประกอบหัวเรื่อง คาถาอาคม ภาษา ไทยบทคัดย่อ/บันทึก ประวัติวัดพยัคฆาราม ต.ศรีประจันต์ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี มอบให้หอสมุดฯ วันที่ 15 ส.ค..2538
แผ่นทองคำสลักดุนรูปกิเลน
พุทธศตวรรษที่ ๒๑
ได้จากวัดเจดีย์สูง ตำบลฮอด อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๗
ปัจจุบันจัดแสดง ณ ห้องล้านนา อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
แผ่นทองคำกลม ดุนรูปกิเลนยืนเหนือผิวน้ำ ท่ามกลางก้อนเมฆ ด้านบนเจาะรูเล็ก ๆ หนึ่งรู ส่วนขอบชำรุดไปบางส่วน
กิเลน หรือ ฉิหลิน (ในภาษาจีนแต้จิ๋ว) เป็นสัตว์วิเศษ ๑ ใน ๔ (ประกอบด้วย มังกร กิเลน หงส์ และเต่า) ซึ่งสามารถขจัดสิ่งชั่วร้ายและภูตผีปีศาจได้ ตามความเชื่อในวัฒนธรรมจีน กิเลนเกิดขึ้นจากธาตุทั้งห้าคือดิน น้ำ ไฟ ไม้และโลหะ สามารถเดินบนน้ำและในอากาศได้ อีกทั้งมีอายุอยู่ได้นับพันปี จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งคุณงามความดีและความมีอายุยืน* ชาวจีนนิยมทำยันต์รูปกิเลนหรือประติมากรรมกิเลนตั้งหันหน้าออกนอกถนนหรือทางแยก เพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้ายที่อาจเข้ามายังที่อยู่อาศัย กิเลนมีศีรษะคล้ายสุนัขป่า** มีเขา ลำตัวมีเกล็ด ขาทั้งสี่มีกีบเท้าคล้ายกับม้า หางเหมือนวัว นอกจากนี้ยังมีชื่อเรียกตามเพศด้วย หากเป็นตัวผู้มีคำเรียกว่า “กิ” หากเป็นตัวเมียมีคำเรียกว่า “เลน” ดังนั้นเมื่อเรียกรวมกันจึงเรียกว่า “กิเลน”
คนไทยคงรู้จักกิเลนจากการติดต่อค้าขายกับจีน และนำมาประยุกต์ใช้ในงานศิลปกรรม อย่างน้อยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ดังปรากฏหลักฐานบนตู้พระธรรมวัดเซิงหวาย และน่าจะจัดให้กิเลนเป็นหนึ่งในสัตว์หิมพานต์ ดังหลักฐานจากสมุดภาพ เลขที่ ๑๙๗ “สมุดรูปสัตว์ต่าง ๆ” มีข้อความระบุว่าวาดขึ้นเมื่อ จ.ศ. ๑๑๙๗ (พ.ศ. ๒๓๗๘)*** ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งหน้าต้นที่ ๔๙-๕๐ ปรากฏเป็นภาพกิเลนลายเส้นสีดำ นอกจากนี้สันนิษฐานว่า กิเลน ยังเป็นแรงบันดาลใจให้สุนทรภู่ สร้างตัวละครคือ “ม้านิลมังกร” ในเรื่องพระอภัยมณี ดังความตอนหนึ่งที่สุดสาครพบม้านิลมังกรว่า
“พอพบม้าหน้าเหมือนมังกรร้าย
แต่กีบกายนั้นเป็นม้าน่าฉงน
หางเหมือนอย่างหางนาคปากคำรน
กายพิกลกำยำดูดำนิล”
*พระยาอนุมานราชธน (ยง เสฐียรโกเศศ) ให้คำอธิบายเพิ่มเติมด้วยว่า กิเลนเป็นสัตว์ทิพย์ ปรากฏขึ้นเมื่อใดก็เป็นสวัสดิมงคล เพราะฉะนั้นจึงมักปรากฏตัวเมื่อบ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุขหรือผู้มีบุญมาเกิด นอกจากนี้ในวรรณกรรมจีนปรากฏ “กิเลน” ในเนื้อเรื่อง เช่น ไคเภ็ก และห้องสิน เป็นต้น
**ในคำอธิบายของพรพรรณ จันทโรนานนท์ ระบุว่ามีศีรษะคล้ายหมูป่า ดูใน พรพรรณ จันทโรนานนท์. ฮก ลก ซิ่ว. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๓๗.
***หน้าต้นมีข้อความระบุไว้ดังนี้ “๏ วันอังคาร ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือนสาม (กุมภาพันธ์-นับเดือนตามจันทรคติ) จุลศักราช ๑๑๙๗ [พ.ศ. ๒๓๗๘] ปีมะแมสัพศก ข้าพระพุทธจ้าวพรหมประกาศิต เขียรรูปสัตว์ต่าง ๆ ข้าพระพุทธิจ้าวนายฉายจำลองชุปเส้นอักสรทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ขอเดชะ ๚ะ”
อ้างอิง
กรมศิลปากร. สมุดภาพสัตว์หิมพานต์. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม, ๒๕๖๑.
พรพรรณ จันทโรนานนท์. ฮก ลก ซิ่ว. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๓๗.
สมบัติ พลายน้อย. สัตว์หิมพานต์. พิมพ์ครั้งที่ ๔. กรุงเทพฯ: พิมพ์คำ, ๒๕๕๒.
เนื่องในโอกาสครบรอบ 132 ปี ชาตกาล ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี วันที่ 15 กันยายน “วันศิลป์ พีระศรี” พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป เชิญชวนทุกท่านร่วมวางดอกไม้เพื่อรำลึกและสักการะอัฐิของ “ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี”บุคคลสำคัญในวงการศิลปะของไทย ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องเป็น “บิดาแห่งวงการศิลปะร่วมสมัยไทย” ผู้บุกเบิกวงการศิลปกรรมของไทยให้ก้าวหน้าสู่สากล และผู้ก่อตั้งและอาจารย์ผู้สอนศิลปะประจำมหาวิทยาลัยศิลปากร ณ ห้องเอนกประสงค์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ในวันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2567 เวลา 09.30 น. - 14.00 น. โดยร่วมจุดเทียนและขับร้องเพลง “Santa Lucia” พร้อมกัน เพื่อเป็นการรำลึกถึงศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เวลา 13.30 น.
ขออนุญาตปลูกสร้างอาคารตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการก่อสร้างอาคารภายใน เขตของโบราณสถาน
โครงการศึกษารูปแบบศิลปะสถาปัตยกรรมเพื่อการอนุรักษ์โบราณสถานปราสาทนารายณ์
เจงเวง ปราสาทภูเพ็ก
จังหวัดสกลนคร และโบราณสถานอื่น ๆที่เกี่ยวข้องผู้เรียบเรียง นายวสุ โปษยะนันทน์
สถาปนิกเชี่ยวชาญ
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ. 67/5กหมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 82 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 57.9 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
ชื่อผู้แต่ง ปก มาลากุล, หม่อมหลวง.
ชื่อเรื่อง เล่าเรื่องเที่ยวชายทะเล เดือนเมษายน พ.ศ. ๒๔๕๗
ครั้งที่พิมพ์ พิมพ์ครั้งที่ ๑
สถานที่พิมพ์ พระนคร
สำนักพิมพ์ โรงพิมพ์การศาสนา
ปีที่พิมพ์ ๒๕๑๙
จำนวนหน้า ๔๒ หน้า : ภาพประกอบ.
ISBN -
เลขเรียกหนังสือ ๙๑๕.๙๓๗๘ ป๑๑๓ ล
เลขทะเบียนหนังสือ ๐๖๒๓๖๐
หมายเหตุ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล และมูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวกในพระบรมราชินูปถัมภ์พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพหม่อมหลวงป้อง มาลากุล ณ วัดเทพศิรินทราวาส ๒๙ มีนาคม ๒๕๑๙
เป็นหนังสือการท่องเที่ยวทะเลมีทั้งหมด ๑๔ คนตั้งแต่ วันเสาร์ที่ ๑๑ เมษายน เวลาเที่ยง ๑๕ นาที ขึ้นรถออกจากบ้านไปลงเรือยนต์ “อัษฎางค์” ที่หน้าโรงแรมโอเรียนเตล จนถึงวันจันทร์ที่ ๔ พฤษภาคม การเที่ยวครั้งนี้แต่แรกก็ไม่ได้หมั่นหมายว่า จะไปเที่ยวจริงจังแต่คุณพ่อไม่สบายหมอแนะนำให้ไปพักผ่อน ประจวบเวลาเหมาะที่กระทรวงหยุดให้ข้าราชการพักผ่อนตามฤดูในเดือนเมษายนนี้ ตกลงไปทางทะเล ที่ไหนอากาศดีก็อยู่ที่นั่นมาก
สำนักหอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญเข้าร่วมโครงการเผยแพร่มรดกศิลปวัฒนธรรมด้านดนตรีและนาฏศิลป์ “ดนตรีนานาสาระ” ประจำปี 2568 กิจกรรมการแสดงดนตรี “ย้อนวันวาน ขับขานเพลงลูกกรุง” รับฟังการบรรเลงและขับร้องบทเพลงลูกกรุงอันไพเราะ โดยวงดุริยางสากล สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ควบคุมวงโดย นายธนู รักษาราษฎร์ พร้อมพบกับศิลปินรับเชิญ แม่เม้า (คุณสุดา ชื่นบาน) ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล-ขับร้อง) พุทธศักราช 2563 ในวันเสาร์ที่ 29 มีนาคม 2568 เวลา 13.00 – 16.00 น. ณ. ห้องจัดแสดง ชั้น 2 หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สำนักหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี กรุงเทพมหานคร สามารถลงทะเบียนออนไลน์ด้วยการสแกน QR-Code (บนโปสเตอร์) หรือลงทะเบียนผ่านลิงก์ https://shorturl.asia/4YafR ทั้งนี้ สำหรับผู้ลงทะเบียนออนไลน์ สามารถรับบัตรที่นั่ง ตั้งแต่เวลา 12.00 – 13.00 น (รับจำนวนจำกัด 100 คน) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 0 2280 9856 ในวันและเวลาราชการ