ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,763 รายการ

หลังจากปิดชั่วคราวกว่า 2 เดือน กรมศิลปากรเปิดแหล่งเรียนรู้ในสังกัด อุทยานประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 22 พ.ค.นี้ พร้อมปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างเคร่งครัด   นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบค. ได้มีมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 กรมศิลปากรจึงจะเปิดให้บริการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ โบราณสถานที่เก็บค่าเข้าชม หอสมุดแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ รวมถึงหอจดหมายเหตุนายกรัฐมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ และหอเกียรติยศ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคมนี้ หลังจากปิดชั่วคราวกว่า 2 เดือน พร้อมย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวอีกว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบแหล่งเรียนรู้ในสังกัดกรมศิลปากรจะต้องดาวน์โหลดแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” จาก www.ไทยชนะ.com และติดตั้ง QR CODE ให้ผู้รับบริการลงทะเบียน เพื่อเก็บข้อมูลการเข้าออกในพื้นที่ สำหรับมาตรการหลักที่แจ้งให้ถือปฏิบัติ ได้แก่ จัดระบบการคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิทั้งเจ้าหน้าที่และผู้รับบริการ หากมีอุณหภูมิร่างกายตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป จะให้เจ้าหน้าที่งดการปฏิบัติหน้าที่และงดจำหน่ายบัตรให้กับผู้ขอรับบริการดังกล่าว สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา บริการเจลแอลกอฮอล์ตามจุดต่างๆ ที่มีการสัมผัสบ่อย เช่น บริเวณจุดจำหน่ายบัตร ส่วนให้บริการ ห้องสุขา พร้อมทั้งทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ทุก 2 ชั่วโมง จัดระบบการเข้าชมให้มีระยะห่างระหว่างบุคคลไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร และไม่ให้มีความหนาแน่นภายในพื้นที่จัดแสดง สำหรับกรณีการเข้าชมแบบหมู่คณะ จำกัดเข้าชมได้ไม่เกิน 10 คนและให้ประสานงานล่วงหน้า เพื่อความสะดวกในการจัดระบบดูแล งดบริการนำชม การจัดบรรยาย และสัมมนาภายในแหล่งเรียนรู้ของกรมศิลปากร ทั้งนี้ ขอให้ผู้เข้ารับบริการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด   “นอกจากนี้ หน่วยงานที่รับผิดชอบแหล่งเรียนรู้แต่ละแห่งจะต้องประสานงานกับจังหวัด เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการย่อยของแต่ละจังหวัดที่จะต้องประเมินความเสี่ยงของสถานที่ต่างๆ อีกครั้ง และรายงานสถานการณ์ของจังหวัดอันเป็นที่ตั้งให้กรมศิลปากรทราบทุกสัปดาห์ เพื่อประเมินสถานการณ์ในการเปิดให้บริการ” นายประทีป อธิบดีกรมศิลป์ กล่าว


องค์ความรู้ เรื่อง "พระพิมพ์รัตนตรัยมหายาน" เรียบเรียงข้อมูล โดยนางสาวสโรชินี หง่าสงฆ์ ภัณฑารักษ์ปฏิบัติการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี



เลขทะเบียน : นพ.บ.50/5ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  42 หน้า ; 4.6 x 53.5 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 31 (326-330) ผูก 5หัวเรื่อง :  แปดหมื่นสี่พันขันธ์ --เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม




ชื่อผู้แต่ง          -                            ชื่อเรื่อง           บทดอกสร้อยสุภาษิต สุภาษิตพระร่วงและสุภาษิตอิศรญาณ             ครั้งที่พิมพ์        -         สถานที่พิมพ์     กรุงเทพมหานคร สำนักพิมพ์       บริษัทศรีอนันต์การพิมพ์ จำกัด               ปีที่พิมพ์          ๒๕๔๑            จำนวนหน้า      ๑๐๒ หน้า        หมายเหตุ        พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พระครูประดิษฐ์สรธรรม (สงัด ญาณวิโร)                      หนังสือเรื่องบทดอกสร้อยสุภาษิต สุภาษิตพระร่วงและสุภาษิตอิศรญาณ เนื้อเรื่องเป็นบทร้อยกรอง ประกอบด้วย ๓ เรื่องด้วยกันแต่มีลักษณะคำประพันธ์แตกต่างกัน คือ บทดอกสร้อยสุภาษิตจะเกี่ยวกับเพลงกล่อมเด็ก สุภาษิตพระร่วงเป็นประเภทร่ายสุภาพ ซึ่งเกี่ยวกับวิถีสังคมไทย ส่วนสุภาษิตอิศรญาณ เป็นกลอนแปด ว่าด้วยโวหารที่คมคาย


1. ว่าด้วยยาเกร็ด เช่น ยาแก้สุนัขกัด, ยาแก้เลือด เป็นต้น 2. เวทย์มนต์คาถา อักษรขอม – ไทย ภาษาบาลี – ไทย 3. ตำราม้าป่า 4. ตำนานกำเนิดสุนัขป่าและการรักษาพิษสุนัขป่าตามเดือนและวัน


ผู้แต่ง : เอนก อมรธัมโม, พระ ปีที่พิมพ์ : 2526 สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่ สำนักพิมพ์ : ทิพย์เนตรการพิมพ์


ชื่อผู้แต่ง         สมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ชื่อเรื่อง          ชุมนุมพระนิพนธ์ (บางเรื่อง) ครั้งที่พิมพ์      - สถานที่พิมพ์    กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์      โรงพิมพ์บำรุงนุกูลกิจ ปีที่พิมพ์         2519            จำนวนหน้า     178 หน้า หมายเหตุ       พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพนายนารถ    มนตเสวี                    หนังสือชุมนุมพระนิพนธ์ (บางเรื่อง) เป็นการรวมพระนิพนธ์ 2 เรื่อง ไว้ด้วยกัน คือ เรื่องโอวาทเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ร.ศ.121 ทรงกล่าวแนะนำข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามสำหรับข้าราชการหัวเมือง ที่ดำรงตำแหน่งในการปกครอง เมื่อ ร.ศ.121 (พ.ศ.2445) เรื่องหนึ่งและเรื่องชุมนุมพระนิพนธ์ 2 ภาค 55 เรื่อง โดยเลือกพิมพ์อีก 9 เรื่อง ประกอบด้วย ลักษณะการปกครองประเทศสยามแต่โบราณ สร้างเมือง สร้างตลาดสำหรับเมือง ตำนานกฎหมายเมืองไทย ประเพณีประกาศพระราชกฤษฎีกาแต่โบราณกระทรวงสมัยเก่า อธิบายเรื่องประเทศสยาม สร้างพระบรมรูปทรงม้าและจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย


หินลับ อายุสมัย : ก่อนประวัติศาสตร์ (๖,๕๐๐ – ๔,๗๐๐ ปีมาแล้ว) วัสดุ : หินทราย ประวัติ : พบจากหลุมขุดค้นถ้ำเบื้องแบบ หมู่ที่ 3 บ้านเบื้องแบบ ตำบลบ้านทำเนียบ อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อพ.ศ. ๒๕๒๕ โดยโครงการโบราณคดีเชี่ยวหลาน กองโบราณคดีกรมศิลปากร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลางรับมาเมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒ ................................................................          หินลับเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับลับคมให้กับเครื่องมือหินขัดที่สึกกร่อนจากการใช้งานให้มีความคมขึ้นมาอีกครั้ง เช่นเดียวกับหินลับมีดในปัจจุบัน  จากการขุดค้นที่แหล่งโบราณคดีถ้ำเบื้องแบบซึ่งพบโบราณวัตถุชิ้นนี้ พบร่องรอยการใช้งานพื้นที่สองสมัย คือสมัยรัตนโกสินทร์ และสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งปรากฏหลักฐานที่น่าสนใจคือ โครงกระดูกมนุษย์ (ไม่ครบส่วน) กระดูกและฟันสัตว์ เปลือกหอย ภาชนะดินเผารูปทรงต่างๆ กระสุนดินเผา เครื่องมือหินรูปแบบต่างๆ หินลับ หินทุบเปลือกไม้ และกำไลหิน ................................................................ที่มาข้อมูล : กรมศิลปากร. โบราณสถานถ้ำเบื้องแบบ. สืบค้นข้อมูลเมื่อ ๙ เมษายน ๒๕๖๓. เข้าถึงข้อมูลจาก http://gis.finearts.go.th/fineart/ นงคราญ สุขสม. ประวัติศาสตร์โบราณคดีสุราษฎร์ธานี. กรุงเทพฯ : อาทิตย์ คอมมูนิเคชั่น, ๒๕๔๕.


วันพุธที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๗นายขจร มุกมีค่า ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการยุวมัคคุเทศก์พิพิธภัณฑ์โดยนางชูศรี เปรมสระน้อย หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์เป็นผู้กล่าวรายงานณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์


กรมพลศึกษา.  กติกาหมากรุก.  พระนคร : โรงพิมพ์คุรุสภา, 2499.        หนังสือกติกาหมากรุกนี้ เนื้อหาประกอบด้วย กติกาหมากรุกไทย และกติกาหมากรุกฝรั่ง เกี่ยวกับ การวางหมาก การเดินหมาก การนับ และการตัดสิน


          สุทธิศักดิ์ ระบอบ สุขสุวานนท์“สมเด็จพระนเรศวร” พระนามแปลกปลอมของ “สมเด็จพระนเรศ”.ศิลปวัฒนธรรม.(27).3;ม.ค.2549           “สมเด็จพระนเรศวร” เป็นพระนามที่พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุทธยากลุ่มฉบับความพิสดารใช้เรียกพระราชโอรสองค์ใหญ่ในสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจ้า กษัตริย์กรุงศรีอยุทธยาผู้ขึ้นเสวยราชสมบัติต่อจากพระราชบิดาใน พ.ศ. ๒๑๓๓ แต่แท้ที่จริงพระนามนี้หาใช่พระนามทางการของพระองค์ไม่           หลักฐานร่วมสมัยอย่างศิลาจารึกวัดอันโลก (รามลักษณ์) หมายเลข K 27 เรียกพระนามร่วมสมัยของพระองค์เมื่อคราวยกทัพไปตีเมืองละแวกใน พ.ศ. ๒๑๓๑ ว่า “พระนเรสส”           พระไอยการกระบดศึกที่ตราขึ้นในรัชกาลสมเด็จพระนเรศเอง อันเป็นพระบรมราชโองการของสมเด็จพระเอกาทศรุทรอิศวรพระอนุชาเมื่อ พ.ศ. ๒๑๓๖ ออกพระนามพระองค์ว่า “สมเดจ์บรมบาทบงกชลักษณอัคบุริโสดมบรมหน่อนราเจ้าฟ้านเรศเชษฐาธิบดี” ตรงกับมหาราชวงศ์พงษาวดารพม่า (พงศาวดารฉบับหอแก้ว) ที่พระเจ้าอังวะจักกายแมง (พะคยีดอ) โปรดให้ราชบัณฑิตเรียบเรียงขึ้นใน พ.ศ. ๒๓๗๒ เรียกว่า “พระนเรศ”           พงศาวดารฯ ฉบับวันวลิต (The Short History of the Kings of Siam) ของเยเรมีส ฟาน ฟลีต (Jeremias van Vlient) หัวหน้าสถานีการค้าบริษัทอินเดียตะวันออก (The East India Company) ของฮอลันดา ซึ่งเรียบเรียงขึ้นในรัชกาลพระเจ้าปราสาททองเมื่อ พ.ศ. ๒๑๘๒ เรียกพระองค์ว่า “พระนริศ” (Prae Naerith) และ “พระนริศราชาธิราช” ตรงกับคำให้การชาวกรุงเก่า (โยธยา ยาสะเวง) จากการสอบปากคำเชลยศึกชาวศรีอยุทธยาเมื่อครั้งเสียกรุงใน พ.ศ. ๒๓๑๐ เรียกพระองค์ว่า “พระนริศ” และคัมภีร์สังคีติยวงศ์ของสมเด็จพระพนรัตน์วัดพระเชตุพน (สมัยที่ยังดำรงสมณศักดิ์พระพิมลธรรม) ซึ่งรจนาเป็นภาษาบาลีใน พ.ศ. ๒๓๓๒ เรียกพระองค์ว่า “พระนริสสราช” (นริสฺสราชา) อันมีความหมายเช่นเดียวกับพระนามว่า “สมเด็จพระนเรศ”



black ribbon.