ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,763 รายการ
สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ขอเชิญร่วมงาน ราตรีนี้...ที่วัดไชยฯ ท่องเที่ยวโบราณสถานยามค่ำคืน พบกับศิลปิน ดาราจากละครเรื่อง พรหมลิขิต และการบรรเลง - ขับร้องดนตรีไทยสากล จากสำนักการสังคีต ในวันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน 2566 ณ วัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บรรเลงเพลงโดย ดุริยางคศิลปิน สำนักการสังคีต ควบคุมการบรรเลงโดย นาวี คชเสนี อำนวยการแสดงโดย ลสิต อิศรางกูร ณ อยุธยา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร. 0 2224 1342 และ โทร. 0 2221 0171
วันจันทร์ที่ 15 มกราคม 2567 นายวิเชต ลิ้มภักดี พร้อมด้วยข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชนในพื้นที่บ้านนามะเฟือง ร่วมกันบวงสรวงก่อนทำการขุดค้น โครงการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีดอนอูบมุง ตำบลนามะเฟือง อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู ปีงบประมาณ 2567 ในการนี้ขอขอบคุณองค์การบริหารส่วนตำบลนามะเฟือง ที่ให้ความอนุเคราะห์เต็นท์คลุมหลุมขุดค้น
องค์ความรู้ ส่งเสริมการอ่านผ่านออนไลน์ เรื่อง “วันเด็กแห่งชาติ”
จากคำกล่าวที่ว่า อนาคตของประเทศชาติ จะเป็นอย่างไรต่อไป ส่วนหนึ่งต้องขึ้นอยู่กับ คุณภาพชีวิตของเด็กในประเทศนั้น ๆ ว่าเป็นอย่างไร ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องให้ การพิทักษ์รักษาคุ้มครองทางด้านกฎหมาย ตลอดจนให้ความสำคัญแก่เด็ก ๆ เพราะถือว่า เด็กคิอมนุษย์ที่ยังอ่อนอยู่ทั้งทางร่างกายและจิตใจ
ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ได้ให้ความหมายของคำว่า "เด็ก" ไว้ คือ "เด็ก" หมายถึง คนที่มีอายุยังน้อย ยังเล็ก อ่อนวัน เช่น เด็กชาย คือ คำนำเรียกเด็กผู้ชายที่มีอายุไม่เกิน 14 ปีบริบูรณ์ และ เด็กหญิง คือ คำนำเรียกเด็กผู้หญิงที่มีอายุไม่เกิน 14 ปี บริบูรณ์
วันเด็กแห่งชาติ ตรงกับวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของทุกปี ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 13 มกราคม 2567 มีการให้ คำขวัญวันเด็กทุกปี โดยนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งในขณะนั้น ในปี 2567 นายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน ได้มอบคำขวัญวันเด็กปีไว้ว่า “มองโลกกว้าง คิดสร้างสรรค์ เคารพความแตกต่าง ร่วมกันสร้างประชาธิปไตย”
งานวันเด็กแห่งชาติจัดขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม พ.ศ. 2498 ตามคำเชิญชวนของ นายวี.เอ็ม. กุลกานี ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ เพื่อให้ประชาชนเห็นความสำคัญและความต้องการของเด็ก และเพื่อกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของตนในประเทศ โดยปลูกฝังให้เด็กมีส่วนร่วมในสังคม เตรียมพร้อมให้ตนเองเป็นกำลังของชาติ
รัฐบาลได้จัดให้มีคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้นมาคณะหนึ่ง ทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และเอกชน กำหนดให้มีการฉลองวันเด็กแห่งชาติทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จุดประสงค์เพื่อให้เด็กทั่วประเทศทั้งในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียน ได้รู้ถึงความสำคัญของตน เกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ระเบียบวินัย ที่มีต่อตนเองและสังคม มีความยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
งานวันเด็กแห่งชาติจัดขึ้นทุกปีในวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมจนถึง พ.ศ. 2506 และใน พ.ศ. 2507 ไม่สามารถจัดงานวันเด็กได้ทัน จึงเห็นว่าควรจะเปลี่ยนไปเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมเสียทุกสิ่งทุกอย่างได้สะดวกสบายขึ้น และมีความเหมาะสมมากกว่า
จากข้อเสนอดังกล่าว คณะรัฐมนตรีในขณะนั้นมีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการจัดงานวัดเด็กแห่งชาติเสนอมา ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2507 จึงประกาศเปลี่ยนงานฉลองวันเด็กแห่งชาติจากวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม มาเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นมา ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้ปี พ.ศ.2507 ไม่มีงานวันเด็กแห่งชาติด้วยการประกาศเปลี่ยนได้เลยวันมาแล้ว
งานวันเด็กแห่งชาติได้เริ่มจัดขึ้นมาใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ.2508 และจัดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน โดยเปลี่ยนเป็นวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม เนื่องจากเห็นว่าเป็นช่วงหมดฤดูฝนและเป็นวันหยุดราชการ จนถึงทุกวันนี้
สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ที่รัฐบาลไทยกำหนดไว้ คือ เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของเด็ก สนใจในการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนเด็ก และช่วยเหลือสงเคราะห์เด็กเป็นพิเศษ เพื่อให้เด็กและและเยาวชนยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เพื่อให้เด็กรู้จักหน้าที่ของตนและอยู่ในระเบียบวินัยอันดี และเพื่อเผยแพร่ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิของเด็ก
สำหรับปี 2567 หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี ร่วมกับวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดจันทบุรี สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี ร่วมกันจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์กรภาครัฐ เอกชน มูลนิธิ ชมรม สโมสร ธนาคาร และห้างร้านต่างๆ บริจาคเงินและสิ่งของต่างๆในการจัดงาน เด็กๆที่มาร่วมงานจะได้รับแจกของขวัญ ของรางวัล อย่างมากมาย จึงขอเชิญเด็กๆและผู้ปกครอง ร่วมกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ ที่หอสมุดแห่งชาติฯ จันทบุรี ในวันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2567 เวลา 08.00 - 12.00 น.
อ้างอิง : ประชิด สกุณะพัฒน์, อุดม เชยกีวงศ์. วันสำคัญ. กรุงเทพฯ : ภูมิปัญญา, 2549.
บุญเติม แสงดิษฐ์. วันสำคัญ. กรุงเทพฯ : พัชรการพิมพ์. 2541.
ผู้เรียบเรียง : นายประพนธ์ รอบรู้
นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี
พระพุทธรูปปางมารวิชัย หล่อด้วยสัมฤทธิ์ ศิลปะอยุธยาตอนกลาง พุทธศตวรรษที่ ๒๑-๒๒ และพระพุทธรูปทองคำฐานบุด้วยเงิน ศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้น พุทธศตวรรษที่ ๒๔ ได้จากกรุภายในพระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า)
วัดบวรสถานสุทธาวาส อยู่ในพื้นที่ของพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) เดิมบริเวณนี้สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในรัชกาลที่ ๑ โปรดให้สร้างวัดประทานแก่หลวงชีนักนางแม้น ผู้เป็นมารดาของนักองค์อีและนักองค์ภาพระสนมเอกของพระองค์ เรียกว่า “วัดหลวงชี”
ต่อมาวัดนี้ชำรุดทรุดโทรมลง สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในรัชกาลที่ ๒ จึงโปรดให้รื้อวัดหลวงชีทำเป็นสวนเลี้ยงกระต่าย และสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในรัชกาลที่ ๓ ทรงอุทิศบริเวณสวนกระต่ายโปรดให้สร้างวัดขึ้นใหม่ พระราชทานนามว่า “วัดบวรสถานสุทธาวาส” เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และเพื่อทรงแก้บน หรือเฉลิมพระเกียรติเมื่อครั้งได้เสด็จยกกองทัพไปปราบกบฏเวียงจันทน์ในปีพุทธศักราช ๒๓๖๘
ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวการก่อสร้างได้แล้วเสร็จ มีการเขียนจิตรกรรมเรื่องตำนานพระพุทธสิหิงค์ล้อมรอบ โดยมีพระราชดำริให้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์จากพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ให้มาประดิษฐาน แต่ก็ได้ล้มเลิกไป
“กรุ” หมายถึง ช่องว่างหรือห้องเล็ก ๆ ภายในสถูปเจดีย์ พระปรางค์ หรือพระอุโบสถ ทำไว้เพื่อบรรจุพระพุทธรูป พระพิมพ์ เครื่องราชูปโภค หรือพระบรมสารีริกธาตุ
คติการสร้างกรุบรรจุพระบรมสารีริกธาตุพร้อมพระพุทธปฏิมาและเครื่องบูชาต่างๆ นั้น มีหลักฐานกล่าวถึงจำนวนมาก ทั้งตำนานการอัญเชิญพระบรมธาตุจากลังกามาบรรจุยังสถานที่ต่างๆ อาทิ ตำนานพระปฐมเจดีย์ และจารึกวัดบูรพาราม แสดงให้เห็นความเชื่อการรับพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์ผ่านการบูชาพระบรมสารีริกธาตุ สอดคล้องกับคติพระมหาธาตุประจำเมือง ความศักดิ์สิทธิ์ และการอุทิศถวายเป็นพุทธบูชา
จากคัมภีร์ปฐมสมโพธิกถาเรื่อง “ธาตุนิธานกรรม” (การบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ) กล่าวว่า “ครั้งพระมหากัสสปะรวบรวมและบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในมหาสถูปกรุงราชคฤห์ ให้ขุดดินฝังพระธาตุลึกลงไป ๘๐ ศอก ...ทำรูปพระบรมโพธิสัตว์ ๕๕๐ ชาติ รูปพระอสีติ ๗ องค์ รูปพระเจ้าสุทโธทนะ พระนางสิริมหามายา และสหชาติทั้ง ๗ พร้องเครื่องราชปสาธนอลังการาภรณ์ อันพระเจ้าอชาตศัตรูถวายภายในเป็นการสัการบูชา แล้วปิดทวารห้องพระบรมธาตุอย่างมั่นคง”
ในคัมภีร์มหาวงศ์พงศาวดารลังกา กล่าวถึง “...สมัยพระเจ้าทุฏฐคามณีอภัยโปรดให้สร้างธาตุคัพภจรนะ (ห้องพระบรมสารีริกธาตุ) เป็นห้องสี่เหลี่ยมขาวเหมือนก้อนเมฆตกแต่งอย่างวิจิตร ...ตั้งพระพุทธรูปทองคำประดับรัตนะบนบัลลังก์แวดล้อมด้วยพระพรหมถือฉัตร ท้าวสักกะถือสังข์ พระปัญจสิขรถือพิณ พญากาฬนาค และพญามารพันมือขี่ช้างพร้อมบริวาร สร้างรูปพุทธประวัติ รูปชาดก ท้าวมหาราชประจำ ๔ ทิศ รูปยักษ์ เทวดาประนมมือ ฟ้อนรำ ประโคมเครื่องดนตรี ถือสิ่งของเครื่องบูชาต่างๆ มีแถวตะเกียงสว่างไสว มุมทั้งสี่กองด้วยทอง แก้วมณี กองไข่มุก และกองเพชร จากนั้นกระทำธาตุนิธานะ แล้วก่อปิดสถูปไว้...”
จากหลักฐานข้างต้น ทำให้เห็นว่าคติความเชื่อการสร้างกรุบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและเครื่องอุทิศถวายฯ ยังได้ส่งต่อมายังสมัยอยุธยาด้วยทั้งจากพระปรางค์วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดพระศรีมหาธาตุ วัดราชบูรณะ และการบรรจุพระพุทธรูปภายในพระอุระของพระมงคลบพิตร
ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ยังมีการพบกรุบรรจุพระบรมสารีริกธาตุพร้อมพระพุทธรูปและเครื่องบูชาต่างๆ ทั้งภายในสถูปเจดีย์และเพดานพระอุโบสถด้วย
เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๐๗ ได้มีการสำรวจพระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส และได้พบพระพุทธรูปพร้อมเครื่องอุทิศถวายต่างๆ จำนวนหนึ่งภายในเพดานของพระอุโบสถ ซึ่งสร้างมาจากแก้วผลึกหรือหินมีค่า ทองคำ และสัมฤทธิ์ สามารถกำหนดอายุได้ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนกลางถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น
โดยนำไปจัดแสดงอยู่ภายในส่วนของมุขกระสันด้านหลังพระที่นั่งอิศราวินิจฉัย เรียกว่า “ห้องมหรรฆภัณฑ์” เป็นห้องนิรภัยสำหรับเก็บรักษาเครื่องทองหลวง และของมีค่าหายาก อันเป็นสมบัติเดิมของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและได้จากการขุดค้นหรือสำรวจทางโบราณคดี ต่อมามีการปรับปรุงพื้นที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จึงได้ย้ายมาเก็บรักษา ณ คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ แต่ได้มีการนำพระพุทธรูปแก้วผลึกส่วนหนึ่งออกมาให้ประชาชนได้สักการะบูชาตามโอกาสสำคัญด้วย
อ้างอิง
กรมศิลปากร. โบราณวัตถุ กรุพระเจดีย์ วัดพระศรีสรรเพชญ์. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร ๒๕๖๔
กรมศิลปากร. วัดบวรสถานสุทธาวาส “วัด”ในเขตพระราชวังบวรสถานมงคล เข้าถึงเมื่อ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๖. เข้าถึงได้จาก https://shorturl.asia/T5ezS
กรมศิลปากร. สักการะพระพุทธรูป ณ วังหน้า พระปฏิมาแห่งแผ่นดิน : ทศพุทธปฏิมาวังหน้า. เข้าถึงเมื่อ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๖. เข้าถึงได้จาก https://shorturl.asia/OhEQ2
กรมศิลปากร. พระพุทธรูปและพระพิมพ์จากกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ พระนครศรีอยุธยา : วิเคราะห์รูปแบบ แนวคิดและคติความเชื่อในการบรรจุในกรุเจดีย์. เข้าถึงเมื่อ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๖. เข้าถึงได้จาก https://shorturl.asia/BukAO
รายงานสรุปผลการดำเนินกิจกรรม โครงการศิลปากรสัญจร ครั้งที่ 1 “ไหว้พระ ชมโขน ยลศิลป์ ถิ่นพิมาย”
ชื่อเรื่อง ตำราไสยศาสตร์ (เสียเคราะห์)สพ.บ. 442/1กหมวดหมู่ พุทธศาสนาภาษา ไทยอีสานหัวเรื่อง ไสยศาสตร์ เวทย์มนต์ประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 38 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 34.5 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ ไม่มีไม้ประกับ ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
ศูนย์ประสานงานอำเภอศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ (เวลา 13.30 น.) จำนวน 160 คนวันพฤหัสบดีที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๗ เวลา ๑๓.๓๐ น. ศูนย์ประสานงานอำเภอศรีเทพ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต ๓ นำคณะผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน ๑๖๐ คน เข้าศึกษาดูงาน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ โดยมีนางสาวณัฏฐกานต์ มิ่งขวัญ ตำแหน่ง เจ้าพนักงานพิพิธภัณฑ์ชำนาญงาน และว่าที่ร้อยตรีรุ่งเรือง ชื่นชม ตำแหน่ง พนักงานประจำพิพิธภัณฑ์ เป็นวิทยากรนำชมในครั้งนี้
วันพุธที่ ๑๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๗ นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร มอบหมายให้นางสาวขนิษฐา โชติกวณิชย์ รองอธิบดีกรมศิลปากร เป็นผู้แทนกรมศิลปากร เข้ารับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี ๒๕๖๗ “รางวัลบริการภาครัฐ ระดับดี” ประเภทนวัตกรรมบริการ ผลงาน Application AR Smart Heritage รูปแบบสันนิษฐานโบราณสถานในพื้นที่มรดกโลก ของศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) โดยมีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี ณ อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) ได้จัดพิธีมอบรางวัลเลิศรัฐอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ให้แก่หน่วยงานที่มุ่งมั่นปฏิบัติราชการจนประสบความสำเร็จมีความเป็นเลิศ ซึ่งผลงาน
Application AR Smart Heritage รูปแบบสันนิษฐานโบราณสถานในพื้นที่มรดกโลก ของศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม กรมศิลปากร ได้รับรางวัลบริการภาครัฐ ประเภทนวัตกรรมบริการ ที่มีการพัฒนาการให้บริการด้วยการนำนวัตกรรมที่เกิดจากการนำแนวคิด องค์ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ และเทคโนโลยีดิจิทัล มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพการให้บริการแก่ประชาชนให้ได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว และเกิดความพึงพอใจ ถือได้ว่าเป็นการยกระดับคุณภาพการให้บริการที่ประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง
โบราณสถานวัดวังตะวันตก
ตั้งอยู่ริมถนนราชดำเนิน ตำบลคลัง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช สถานที่ตั้งวัดวังตะวันตกแต่เดิมเป็นป่าขี้แรด ใช้เป็นที่ค้างศพของคนในเมือง ซึ่งจะนำออกมาทางประตูผี ทิศตะวันตกของเมือง กระทั่งกลายเป็นที่รกร้าง ต่อมาเจ้าจอมปรางเห็นเป็นที่ว่างและอยู่ใกล้กับวังของท่านเพียงคนละฟาก จึงเกิดความคิดที่จะดัดแปลงที่ว่างนั้นให้เป็นอุทยาน เพื่อเป็นที่พักผ่อนของเจ้าพระยานคร (น้อย) บุตรชาย ประกอบกับเจ้าพระยานคร (พัฒน์) ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช (ระหว่างพ.ศ.๒๓๒๕-๒๓๕๗) จึงได้ดัดแปลงป่าขี้แรดให้เป็นอุทยาน
ต่อมาเมื่อเจ้าพระยานคร (น้อย) เป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช (ระหว่างพ.ศ.๒๓๕๗-๒๓๘๑) จึงได้เลือกเอาอุทยานแห่งนี้เป็นที่ฌาปนกิจศพเจ้าจอมมารดาปราง และปรับปรุงวังตะวันออกให้เป็นวัดวังตะวันออก พร้อมกับแปรสภาพอุทยานแห่งนี้ให้เป็นวัดอีกวัดหนึ่งเรียกว่า “วัดวังตะวันตก”
โบราณสถานสำคัญภายในวัด ได้แก่ กุฏิทรงไทย ลักษณะเป็นหมู่เรือนไทยสร้างด้วยไม้ ประกอบด้วยเรือน ๓ หลัง แบบเรือนฝาปะกน มีลวดลายแกะสลักไม้ตกแต่งตามส่วนต่าง ๆ เป็นรูปบุคคล รูปสัตว์ ลายพันธุ์พฤกษา และลายเรขาคณิต มีจารึกสลักบนไม้เหนือกรอบประตูหลังกลาง ใจความสรุปได้ว่าอาจารย์ย่อง เป็นผู้ริเริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๑ สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ต่อมากรมศิลปากรได้ดำเนินการบูรณะในพ.ศ. ๒๕๓๔ และพ.ศ. ๒๕๕๒
โบราณสถานวัดวังตะวันตกได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑0 ตอนที่ ๒๒๐ ฉบับพิเศษ หน้า ๑๘ วันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๓๖ พื้นที่โบราณสถานประมาณ ๓ งาน ๒๕.๗๕ ตารางวา
Wat Wang Tawan Tok
(The Western Palace Temple)
Wat Wang Tawan Tok is located on Ratchadamnoen Road, Klang Sub-district, Mueang Nakhon Si Thammarat District, Nakhon Si Thammarat Province. The location of Wat Wang Tawan Tok was originally The Khi Rat woods (Khi Rat is a southern local name of Khoi Nam which is a shrub or small tree). It was used as a resting place after dead bodies were brought out through Pratu Phi or The Ghost Gate, which is the gate that allowed dead bodies to pass, was on west side of the town. Later it became a wasteland. Chao Chom Prang, came up with an idea to convert the space, which was opposite her palace, into a garden for her son, Chao Phraya Nakhon (Noi). When Chao Chom Prang’s husband, Chao Phraya Nakhon (Phat) was appointed as the governor of Nakhon Si Thammarat, The Khi Rat woods was transformed into a garden.
When Chao Phraya Nakhon (Noi) was the governor of Nakhon Si Thammarat during
1814 - 1838, he selected this garden as a crematorium for Chao Chom Prang. The Wang Tawan Ok or The Eastern Palace was turned into a temple called Wat Wang Tawan Ok along with this garden that also turn into another temple called Wat Wang Tawan Tok or The Western Palace Temple.
The highlight of the temple is Thai-style Kuti or monastic residence, made of wood, consists of 3 buildings which have the fabricated walls. The fabricated walls made of many small wooden pieces to rabbet joint without nails, called “Fa Pakon”. There are patterns, namely portraits, animals, flora and geometric patterns were carved in wood to decorate in various parts. Above the door’s frame of the middle house, there was an inscription about Phra Ajarn Yong who was the initiator of the construction in 1888. Later in 1991 and 2009 this building was restored by the Fine Arts Department.
The Fine Arts Department announced the registration of the 1,303 squares - metres area of Wat Wang Tawan Tok as a national monument in the Royal Gazette, Volume 110, Part 220 Special, page 18, dated 24th September 1993.
ชื่อเรื่อง : การสำรวจและขุดค้นศิลปโบราณวัตถุเหนือเขื่อนสิริกิติ์
หัวเรื่อง : โบราณวัตถุ
คำค้น : เขื่อนสิริกิติ์
รายละเอียด : พิมพ์เนื่องในงานจัดนิทรรศการศิลปโบราณวัตถุ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง จังหวัดสุโขทัย 7 เมษายน พ.ศ. 2515
ผู้แต่ง : พิทยา ดำเด่นงาม
แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
หน่วยงานที่รับผิดชอบ : โรงพิมพ์การศาสนา
ปีที่พิมพ์ : 2515
วันที่เผยแพร่ : 30 มกราคม 2568
ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : -
ลิขสิทธิ์ : -
รูปแบบ : PDF
ภาษา : ภาษาไทย
ประเภททรัพยากร : หนังสือกรมศิลปากร
ตัวบ่งชี้ : -
รายละเอียดเนื้อหา : หน่วยศิลปากรที่ 3 จัดนิทรรศการศิลปโบราณวัตถุที่ได้จากบริเวณน้ำท่วมเหนือเขื่อนสิริกิติ์ขึ้นที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง การจัดแสดงครั้งนี้นอกจากจะได้ทราบถึงภูมิประเทศที่จะถูกน้ำท่วมโดยละเอียดแล้ว ยังจะได้ชมศิลปโบราณวัตถุต่าง ๆ ที่ได้จากโบราณสถานเหนือเขื่อนฯ ที่ได้นำมาจัดแสดงไว้อีกด้วย
เลขทะเบียน : น. 32 บ. 2678 จบ.
เลขหมู่ : 915.9303
พ671ก