ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,809 รายการ
ขั้นตอน : การติดชนวนขี้ผึ้งบนชิ้นงาน เพื่อแสดงขั้นตอนการเข้าดินไทย สำหรับเป็นสื่อความรู้ในการเผยแพร่
ขั้นตอน : การติดชนวนขี้ผึ้งบนชิ้นงาน เพื่อแสดงขั้นตอนการเข้าดินไทย สำหรับเป็นสื่อความรู้ในการเผยแพร่
ดำเนินการโดย : นายณัฐวุฒิ ถาวัลย์ นายช่างหล่อชำนาญงาน กลุ่มงานเทคโนโลยีการหล่อ กลุ่มประติมากรรม สำนักช่างสิบหมู่
---------------
บันทึกภาพ : นางประภาพร ตราชูชาติ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านช่างศิลปกรรม (วิจัยและพัฒนาศิลปกรรม)
TokTok : สำนักช่างสิบหมู่
https://www.tiktok.com/@sipmu.finearts
.
.
#กลุ่มงานเทคโนโลยีการหล่อ #กลุ่มประติมากรรม #ศูนย์ศิลปะและการช่างไทย #สํานักช่างสิบหมู่ #กรมศิลปากร
ชื่อ : เอื้องกุหลาบมาลัยแดง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aerides multiflora Roxb.
วงศ์ : Orchidaceae
ลักษณะ: กล้วยไม้อิงอาศัย ลำต้นเจริญทางยอดตั้งตรงหรือเอนเล็กน้อย สูงประมาณ 8 - 15 ซม. ใบเดียวรูปขอบขนาน มี 3 - 7 ใบ พับตามยาว เรียงซ้อนค่อนข้างถี่ ความกว้างใบ 1.5 - 2 ซม. ยาว 10 - 20 ซม. แผ่นใบค่อนข้างหนาแต่ไม่แข็งมาก ช่อดอกเป็นช่อกระจะห้อยลง ยาว 15 - 30 ซม. มีดอกย่อยจำนวนมากเรียงแน่น ขนาดดอก 1 - 2.5 ซม. ก้านดอกย่อยสั้น กลีบเลี้ยงและกลีบดอกสีขาวอมชมพู กลีบปากอยู่ด้านล่างปลายกลีบแผ่กว้าง สีชมพูเข้ม มีเดือย เส้าเกสรสั้นสีขาว
ออกดอกช่วงเดือน เมษายน ถึง พฤษภาคม
สถานะ : มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
เปิดบริการทุกวัน ๐๘:๓๐ - ๑๖:๓๐ น.
๐๔๒๒๑๙๘๓๗, ๐๔๒๒๑๙๘๓๘
(ในเวลาราชการ)
#อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
#PhuPhrabatWorldHeritageSite
#ท่องเที่ยว #มรดกโลก #ภูพระบาท
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรมศิลปากรได้ดำเนินโครงการปรับปรุงอาคารจัดแสดงนิทรรศการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2566 ปัจจุบันดำเนินการเสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ 27 พฤษภาคม 2569
อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวว่า พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อบริการผู้เข้าชมตามแนวทางการจัดแสดงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มาตั้งแต่ พ.ศ.2536 จัดแสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และความเป็นมาของเมืองพิมาย ซึ่งการปรับปรุงในครั้งนี้นับเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เปิดให้บริการ โดยการปรับปรุงใน พ.ศ. 2566 - 2567 เป็นการปรับปรุงอาคารจัดแสดงและนิทรรศการถาวรชั้นล่าง ที่สะท้อนให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของเมืองพิมายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี พ.ศ.2568 - 2569 ได้ปรับปรุงอาคารจัดแสดง ส่วนบริการ และนิทรรศการถาวรชั้นบน มีเนื้อหาบอกเล่าพัฒนาการของมนุษย์ในพื้นที่แอ่งโคราชตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงช่วงระยะเวลาที่วัฒนธรรมเขมรโบราณรุ่งเรือง จัดแสดงโบราณวัตถุที่มีความสำคัญเกี่ยวเนื่องกับแอ่งโคราชและเมืองพิมาย ซึ่งบางชิ้นยังไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน พร้อมทั้งนำเอาเทคนิคการจัดแสดงและกิจกรรมต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมเพื่อให้ผู้เข้าชมได้ความรู้คู่ความสนุก นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มพื้นที่ให้บริการแก่ประชาชนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นห้อง Co-Working Space พื้นที่จัดแสดงผลงานและนิทรรศการหมุนเวียน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ ได้ใช้เป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน อันเป็นการยกระดับบทบาทของพิพิธภัณฑ์ให้เป็นมากกว่าการเก็บรักษาและจัดแสดงโบราณวัตถุ แต่ยังเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวด้านศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญในระดับภูมิภาคอีสานตอนล่าง
ปัจจุบันพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย มีส่วนจัดแสดงแบ่งออกเป็น 2 อาคาร ได้แก่ อาคารจัดแสดงหลักเป็นอาคารจัดแสดงนิทรรศการถาวรที่เรียงร้อยเรื่องราวของเมืองพิมายผ่านหลักฐานทางโบราณคดี และอาคารศิลาจำหลัก เป็นอาคารคลังเก็บโบราณวัตถุประเภทองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่พบจากการดำเนินงานทางโบราณคดีในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง โดยอาคารจัดแสดงหลักที่ได้รับการปรับปรุงแบ่งห้องจัดแสดงออกเป็น 9 ห้อง ได้แก่ 1. ภูมิศาสตร์และวิถีชีวิตยุคก่อนประวัติศาสตร์ในภาคอีสาน 2. ความเชื่อและพิธีกรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ในแอ่งโคราช 3. จากชุมชนสู่รัฐ : ยุคประวัติศาสตร์แรกเริ่มในวัฒนธรรมทวารวดี 4. วัฒนธรรมเขมรโบราณในแอ่งโคราชระยะแรกเริ่ม 5. แอ่งโคราช : ความรุ่งเรืองของวัฒนธรรมเขมรโบราณ ช่วงพุทธศตวรรษที่ 16-18 6. อารยธรรมอันรุ่งเรืองของเมืองพิมาย 7. ศาสนาในเมืองพิมาย 8. เมืองพิมายในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18-23 9. พิมาย : ศูนย์กลางความยิ่งใหญ่
ขอเชิญร่วมชมและสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย จังหวัดนครราชสีมา เปิดให้บริการทุกวันพุธ-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-16.00 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 20 บาท ต่างชาติ 200 บาท
***บรรณานุกรม***
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า
อิเหนา-ฉบับ หอสมุดแห่งชาติ
พระนคร
โรงพิมพ์อักษรบริการ
2506
วันศุกร์ที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๖.๓๐ น. นางสาวดวงกมล ยุทธเสรี ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัยแลพข้าราชการได้เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สวรรคตครบ ๑ ปี โดยมีนายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานในพิธี ณ วัดไทยชุมพล อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย
เมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม เวลา ๑๔.๐๐ น.ณ ห้องดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมให้การต้อนรับนายมาริมาสา และนางมิกิ โตกุกาวา ประธานและกรรมการมูลนิธิโตกุกาวาแห่งประเทศญี่ปุ่น เข้าเยี่ยมคาราวะและหารือหลังจากสนับสนุนงบประมาณให้กรมศิลปากรนำไปบูรณะวัดศาลาปูน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
บัญชีค่าเข้าชมโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้วและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
ท้ายกฎกระทรวง กำหนดค่าเข้าชมและค่าบริการอื่นสำหรับโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้ว และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๑
ลำดับ
จังหวัด
รายชื่อ
อัตราค่าเข้าชม (บาท)
สัญชาติไทย
สัญชาติอื่น
บัตรปลีก
บัตรรวม
บัตรปลีก
บัตรรวม
1
กรุงเทพมหานคร
1.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร เขตพระนคร
2.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราช-พิธี เขตบางกอกน้อย
3.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป เขตพระนคร
4.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ช้างต้น เขตดุสิต
30
20
30
5
60
200
100
200
5
350
2
กาญจนบุรี
1.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่า อำเภอเมืองกาญจนบุรี
2.อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ อำเภอไทรโยค
10
20
-
-
50
100
-
-
3
กำแพงเพชร
1.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร อำเภอเมืองกำแพงเพชร
2.อุทยานประวัติศาสตร์ กำแพงเพชร เขตอรัญญิก อำเภอเมืองกำแพงเพชร
3.อุทยานประวัติศาสตร์ กำแพงเพชร เขตในกำแพงเมือง อำเภอเมืองกำแพงเพชร
20
20
20
-
30
100
100
100
-
150
4
ขอนแก่น
1.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น อำเภอเมืองขอนแก่น
20
-
100
-
5
จันทบุรี
1.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พาณิชย์นาวี อำเภอเมืองจันทบุรี
20
-
100
-
6
ชัยนาท
1.พิพิธภัณฑสถานแห่งขาติ ชัยนาทมุนี อำเภอเมืองชัยนาท
10
-
50
-
7
เชียงราย
1.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน อำเภอเชียงแสน
2.โบราณสถานวัดป่าสัก อำเภอเชียงแสน
20
10
-
-
100
50
-
-
8
เชียงใหม่
1.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่
20
-
100
-
9
ชุมพร
1.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร อำเภอเมืองชุมพร
20
-
100
-
10
นครปฐม
1.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม
20
-
100
-
11
นครราชสีมา
1.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงค์ อำเภอเมือง นครราชสีมา
2.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย อำเภอพิมาย
3.โบราณสถานวัดพนมวัน อำเภอเมืองนครราชสีมา
4.อุทยาประวัติศาสตร์พิมาย อำเภอพิมาย
5.โบราณสถานเมืองแขก อำเภอสูงเนิน
10
20
10
20
10
50
100
50
100
50
12
นครศรีธรรมราช
1.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช
30
-
150
-
13
น่าน
1.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน อำเภอเมืองน่าน
20
-
100
-
14
บุรีรัมย์
1.อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อำเภอนางรอง
2.โบราณสถานปราสาทเมืองต่ำ อำเภอประโคนชัย
20
20
30
100
100
150
15
ปราจีนบุรี
1.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี อำเภอเมืองปราจีนบุรี
30
-
150
-
16
พระนครศรีอยุธยา
1.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม อำเภอพระนครศรีอยุธยา
2.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา
3.โบราณสถานวัดมเหยงค์ อำเภอพระนครศรีอยุธยา
4.โบราณสถานวัดมหาธาตุ อำเภอพระนครศรีอยุธยา
5.โบราณสถานวัดราชบูรณะ อำเภอพระนครศรีอยุธยา
6.โบราณสถานวัดพระศรีสรรเพชญ์และพระราชวังโบราณ อำเภอพระนครศรีอยุธยา
7.โบราณสถานวัดพระราม อำเภอพระนครศรีอยุธยา
8.โบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม อำเภอพระนครศรีอยุธยา
20
30
10
10
10
10
10
10
40
100
150
50
50
50
50
50
50
220
17
พัทลุง
1.โบราณสถานวังเจ้าเมืองพัทลุง อำเภอเมืองพัทลุง
10
-
50
-
18
เพชรบุรี
1.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรีและอุทยาน ประวัติศาสตร์พระนครคีรี
20
-
150
-
19
เพชรบูรณ์
1.อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ อำเภอศรีเทพ
20
-
100
-
20
ภูเก็ต
1.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง อำเภอถลาง
20
-
100
-
21
ราชบุรี
1.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี อำเภอเมืองราชบุรี
20
-
100
-
22
ร้อยเอ็ด
1.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด
20
-
100
-
23
ลพบุรี
1.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จ พระนารายณ์ อำเภอเมืองลพบุรี
2.โบราณสถานบ้านวิชาเยนทร์ อำเภอเมืองลพบุรี
3.โบราณสถานปรางค์สามยอด อำเภอเมืองลพบุรี
4.โบราณสถานพระที่นั่งไกรสรสีหราช(พระที่นั่งเย็น) อำเภอเมืองลพบุรี
5.โบราณสถานวัดพระศรีมหาธาตุ อำเภอเมืองลพบุรี
30
10
10
10
10
30
50
50
50
50
50
-
150
24
ลำพูน
1.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญ-ไชย อำเภอเมืองลำพูน
20
-
100
-
25
สตูล
1.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สตูล
10
-
50
-
26
สุพรรณบุรี
1.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี อำเภอเมืองสุพรรณบุรี
2.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง อำเภออู่ทอง
20
30
-
-
100
150
-
-
ชื่อวัตถุ ถ้วยน้ำจิ้ม
ทะเบียน ๒๗/๓๕๖/๒๕๓๒
อายุสมัย รัตนโกสินทร์
วัสดุ(ชนิด) กระเบื้องเคลือบสีขอบ
ประวัติที่มา ทำจากเมืองจีน มีตราที่ก้น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง ได้รับมอบจากนายประชาตัณฑวนิช บ้านเลขที่ ๙๘ ถ.กระบี่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต
สถานที่เก็บรักษา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง
“ถ้วยน้ำจิ้ม”
ถ้วยน้ำจิ้ม ขอบหยักคล้ายคลื่นเขียนด้วยสีทอง ด้านในถ้วยบริเวณขอบปากตกแต่งด้วยสีต่างๆ เช่น ชมพู เขียวน้ำเงิน และส้ม เป็นต้น เป็นลายมงคลต่างๆ อาทิลายวัฏสงสารหรือปมเชือกที่ไม่สิ้นสุด จีนเรียก “ฉาง”(panchang) เป็นสัญลักษณ์แห่งความมีอายุยืนยาวและการประสานรวมกัน ลายปลาคู่ จีนเรียก “ยู”(yu) เป็นสัญลักษณ์แทนความอุดมสมบูรณ์ ลายหอยสังข์ จีนเรียก “ลั่ว”(luo) เป็นสัญลักษณ์แทนคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า และลายฉัตรหรือร่ม จีนเรียก “ไก”(gai) เป็นสัญลักษณ์แทนการปกปักรักษาเป็นต้นส่วนกลางของถ้วยตกแต่งด้วยสีชมพู เขียวน้ำเงิน และส้ม เป็นต้นทำเป็นลายนกฟีนิกส์(Phoenix) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความดีและสง่างาม และลายดอกโบตั๋น(Peony) ซึ่งชาวจีนเชื่อว่าโบตั๋นเป็นราชาแห่งหมู่มวลดอกไม้เป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งและเกียรติยศ ด้านนอกถ้วยบริเวณใต้ขอบปากตกแต่งด้วยสีชมพูเขียว และส้ม เป็นลายดอกไม้และใบไม้ ก้นถ้วยมีตราสี่เหลี่ยมภายในมีตัวอักษรจีนสีส้ม
เครื่องถ้วยรูปแบบนี้เรียกกันว่า “เครื่องถ้วยนนยา” (Nyonya Wares)ซึ่งคำว่า นนยา (Nyonya) เป็นคำภาษาชวาที่ยืมมาจากคำว่า “dana”ซึ่งเป็นภาษาดัชต์ หมายถึง ผู้หญิงต่างประเทศแต่งงาน ต่อมาใช้เรียกกลุ่มลูกครึ่งจีนกับมลายูที่มีวัฒนธรรมผสมผสานและสร้างวัฒนธรรมแบบใหม่เรียกว่า “เปอรานากัน” แปลว่า “เกิดที่นี่” ซึ่งส่วนใหญ่อยู่อาศัยในแถบประเทศอินโดนีเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ส่วนในภูเก็ตเรียกคนที่มีเชื้อสายจีนผสมกับพื้นเมืองว่า “บาบ๋า”
“เครื่องถ้วยนนยา” คือ เครื่องถ้วยลงยาสีบนเคลือบ เครื่องถ้วยชนิดนี้มีราคาที่แพง เนื่องจากมีขั้นตอนการทำที่ยุ่งยากและมีการเผาหลายครั้ง กล่าวคือ ครั้งแรกต้องเผาด้วยอุณภูมิที่ต่ำ เรียกว่า “เผาดิบ” จากนั้นนำไปชุบน้ำเคลือบแล้วเผาอีกครั้งด้วยอุณภูมิที่สูงขึ้นแล้วจึงได้ภาชนะเคลือบสีขาวแล้วจึงนำไปลงยาสี “การลงยา” หมายถึง การนำน้ำเคลือบมาผสมกับน้ำมันการบูรซึ่งเป็นน้ำมันที่มีคุณสมบัติต่างๆ คือ ทำให้สีแห้งเร็ว สามารถละลายตัวสีให้มีความข้นพอที่จะทำให้ตัวสีติดกับผิวเคลือบ สีที่ติดบนผิวภาชนะจะสดใส มีความหนา และแข็งตัวง่ายเมื่อถูกอากาศ แล้วจึงเผาอีกครั้ง และหากมีการลงสีทองต้องมีการเผาครั้งสุดท้ายในอุณภูมิที่ต่ำกว่า ลายที่นิยมใช้ตกแต่งบนเครื่องถ้วยนนยา เช่น ลายดอกไม้ นก เป็นต้น
เครื่องถ้วยนนยาแบบที่ตกแต่งด้วยการลงยาบนสีเคลือบ มีอายุสมัยเก่าที่สุดในช่วงราชวงศ์ชิง พ.ศ.๒๓๖๔ – ๒๔๙๓ แต่ถูกผลิตมากในช่วง พ.ศ.๒๔๐๕ – ๒๔๕๑ ซึ่งตรงกับยุครัตนโกสินทร์ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ (พ.ศ.๒๓๖๗-๒๓๙๔) จนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ (พ.ศ.๒๔๑๑-๒๔๕๓) ซึ่งในช่วงเวลารัชกาลที่ ๓ ถึงรัชกาลที่ ๕ เป็นช่วงที่มีชาวจีนจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาทำเหมืองแร่บนเกาะภูเก็ต
“ถ้วยเขียนสี” หรือ “เครื่องถ้วยนนยา” ใบนี้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลางรับมอบจากนายประชาตัณฑวณิช ชาวภูเก็ตซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีเชื่อชาติผสมระหว่างพื้นเมืองและจีนหรือที่เรียกว่า “บาบ๋า” เครื่องถ้วยชุดนี้ จึงเป็นหลักฐานการเข้ามาของชาวจีนในช่วงเวลารัชกาลที่ ๓ ถึงรัชกาลที่ ๕ และสะท้อนถึงความนิยมเครื่องถ้วยจีนในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากนี้ลวดลายบนเครื่องถ้วยยังเป็นสัญลักษณ์มงคลที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อของชาวจีนอีกด้วย
เอกสารอ้างอิง
- ปริวรรต ธรรมาปรีชากร และนิสิต มโนตั้งวนพันธุ์. “เรียนรู้วัฒนธรรมเปอรานากัน (บ้าบ๋า ย่าหยา) จากเครื่องถ้วยนนยา,” วารสารนักบริหาร ๓๐, ๓ (กรกฎาคม – กันยายน ๒๕๕๓):, ๖๒– ๖๗.
-The Brithish Museum. Chinese symbols. Available at: URL:https://www.britishmuseum.org/pdf/Chinese_symbols_๑๑๐๙.pdf. Accessed May ๔, ๒๐๑๘.
หนังสือเล่มนี้ เป็นบันทึกการเดินทางไปเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ ของผู้เขียน เป็นหนังสือที่ให้มุมมองใหม่ในการท่องเที่ยว การใช้ชีวิตอย่างผู้ที่ผ่านโลกมามาก มีแบบแผน และทำให้เห็นว่าการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อให้ได้พบเห็นสิ่งใหม่ๆ เรียนรู้ในสิ่งที่ยังไม่มีโอกาสได้เห็นมาก่อนทำให้ชีวิตคนเรารู้สึกสดชื่น แปลกใหม่ สร้างความกระฉับกระเฉงและแข็งแรงให้แก่ชีวิต
ภายใต้แนวคิดให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก
เป็นเสมือนประตูเปิดสู่การเรียนรู้เรื่องราวของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในประเทศไทย ทั้งในเชิงกว้างและเชิงลึก ผู้เข้าชมจะมีความเข้าใจในความคล้ายคลึง ความเหมือนและความแตกต่างทางวัฒนธรรม สร้างความสมานฉันท์ในสังคมไทยบนพื้นฐานความเข้าใจ และการยอมรับซึ่งกันและกัน
หน้าต่างชาติพันธุ์ เป็นการปูพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับชาติพันธุ์ต่างๆ ในภาพรวม เพื่อให้เห็นถึงความเหมือน และความต่างของกลุ่มชนที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคเอเชียและเอเชียอาคเนย์ และบนผืนแผ่นดินไทยที่มีอยู่หลากหลายกว่า ๖๐ กลุ่ม
โดยจำแนกเป็นหัวข้อย่อยเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น
๑. “คนแรกเริ่มบนแผ่นดินไทย” เพื่อตอบโจทย์"คนไทยมาจากไหน" จากหลักฐานที่ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ทั่วประเทศ
๒. "คนดั้งเดิม" คือ ชาติพันธุ์ต่างๆ ในกลุ่มตระกูลภาษามอญ-เขมร ประกอบด้วย ๑๘ กลุ่มย่อย คือ ละเวือะ ดาระอางหรือปะหล่อง มัลหรือปรัยหรือถิ่น ขมุ บลาบรีหรือผีตองเหลือง คแมร-ลือ เยอ ปลัง กูย บรู โส้ ญัฮกูร ชอง ซัมเร มอญ เวียต เซมัง ซาไก
๓. “ต้นตระกูล “ไท” คือ กลุ่มชาติพันธุ์ในกลุ่มตระกูลภาษาไท-กะได ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ของประเทศ มี ๒๒ กลุ่มย่อย ได้แก่ ไทยวน ไทลื้อ ไทเขิน ไทยอง ไทใหญ่ ไทดำ ลาวครั่ง ลาวหล่ม ไทเลย ลาวตี้ ลาวแง้ว ลาวเวียง ลาวพวน ไทเบิ้ง ญ้อ โย้ย กะเลิง ผู้ไท ไทลาว ไทยกลาง และ ไทยใต้
๔. "ลูกทะเล" คือกลุ่มชาติพันธุ์ อุรักละโว้ย มอแกน และ มลายู
๕. "คนภูเขา" คือ กลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่บนพื้นที่สูง มี ๑๑ กลุ่มย่อย คือ จีน จีนฮ่อ คะฉิ่น อาข่า ลีซอ ลาหู่ กะเหรี่ยง อุก๋อง บิซู ม้ง และ เมี่ยน
๑.๖. “ต่างชาติต่างภาษา” กล่าวถึงกลุ่มชนจากตะวันตกที่เข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับคนในแผ่นดิน ตั้งแต่ยุคแรกเข้ามาลงหลักปักฐานอาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทยมาช้านาน ได้แก่ ชาวอินเดีย ชาวเปอร์เซีย ชาวโปรตุเกส และ ชาวญี่ปุ่น
"อุทยานประวัติศาสตร์ ศรีเทพ 1" บรรยายภาษาไทย