ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,910 รายการ
ชื่อแบบฉบับ : ตำนานวัดพระแก้วดอนเต้า (ผูก 1)
ชื่อเรื่อง : ตำนานดอนเต้า (ผูก 1)
เลขทะเบียน : ชม.บ.423/1
ผู้แต่ง : ไม่ปรากฏ ผู้สร้าง : ไม่ปรากฏ ปีที่สร้าง : ไม่ปรากฏ
จำนวน : 1 คัมภีร์ 4 ผูก (หอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่ มีผูก1, 1ก-1ค)
จำนวนบรรทัด : 5 บรรทัด จำนวนหน้า : 26 หน้า
อักษร : ธรรมล้านนา ภาษา : บาลี-ไทยล้านนา เส้น : จาร
ฉบับ : ชาดทึบ-รักทึบ ไม้ประกับ : ทองทึบ ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน
ประวัติ : ได้มาจากวัดทุ่งมอก ต.มาง อ.เชียงม่วน จ.พะเยา เมื่อวันที่ 11 กรกฏาคม 2531
โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2568
เลขทะเบียน : นพ.บ.729/5ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 84 หน้า ; 4.5 x 50 ซ.ม. : ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 228 (326-331) ผูก 5 (2568)หัวเรื่อง : วิภังคปกรณ์--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.790/2ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 46 หน้า ; 4.5 x 57 ซ.ม. : ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 243 (477-487) ผูก 2 (2568)หัวเรื่อง : สงฺคีติกถา--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ส่องอักษรดูสาระ นำเสนอและเผยแพร่เกร็ดความรู้ต่าง ๆ จากคำศัพท์ และองค์ความรู้ที่น่าสนใจในเอกสารโบราณที่มีอยู่ ณ #ห้องอีสานศึกษา ของหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา วันนี้นักภาษาโบราณจะขอพาไปส่องคำศัพท์ภาษาถิ่นอีสานที่น่าสนใจ ทั้งยังพบมากในเอกสารโบราณประเภทหนังสือใบลานเล่มนี้ ที่มีชื่อเรื่องว่า “การะเกด”
สำหรับเอกสารโบราณประเภทหนังสือใบลาน ฉบับหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา เรื่อง การะเกด เส้นจารอักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เนื้อหาหลักที่ปรากฏในเรื่องเกี่ยวกับความรักระหว่างท้าวการะเกดกับนางมลีจันทร์ที่ความตายได้มาพรากความรักของทั้งสองให้ต้องจากกัน โดยผู้ที่อยู่เบื้องหลังก็คือพระบิดาของนางมลีจันทร์เอง แต่ในท้ายที่สุดทั้งคู่ก็สามารถกลับมารักและครองคู่กันได้อีกครั้ง
โดยความสนุกและความน่าสนใจของเรื่องการระเกดผูกนี้ คือการบรรยายเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละตอน รวมถึงการบรรยายอารมณ์ ความรู้สึกของ
ตัวละครที่เด่นชัด เช่น ตอนที่ท้าวการะเกดแอบดูนางมลีจันทร์ในอุทยาน แล้วบรรยายความรู้สึกของท้าวการะเกดหลังจากเห็นนางมลีจีนทร์ ทำให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกอยากเห็นความสวยของนางมลีจันทร์ด้วย ดังข้อความในหน้าลานที่ 6 บรรทัดที่ 3 และ 4 ว่า “เห็นยังนางผู้นั้นอันมีฮูปอันงามมากนัก ก็ลวดมีใจปฏิพัทธ์ในนางผู้นั้นเป็นอันมากยิ่งหนักหนาประดุจดังใจจักขาดไปในกาลบัดเดี๋ยวนั้น”
และเช่นในตอนที่บรรยายถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของนางมลีจันทร์ที่กำลังจะสูญเสียคนรัก จนผู้อ่านเกิดความรู้สึกเหมือนใจจะขาดตามนาง ดังข้อความในหน้าลานที่ 16 บรรทัดที่ 1 ว่า “เจ้าก็ตีอกแห่งตนแล้วก็ฮ้องไห้ฮำไฮไปมาแล้วก็ลวดอุ้มกอดเอายังมหาสจฺโจ”
เพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่านและเพิ่มความเข้าใจของเนื้อหา จึงได้นำคำศัพท์ภาษาอีสานที่ปรากฏในเนื้อหามาให้ผู้อ่านได้ศึกษา จะมีคำใดบ้างนั้นไปดูกันเลยค่ะ
หมายเหตุ: อักษรย่อหน้าความหมายของคำ บอกชนิดของคำตามหลักไวยากรณ์ คือ
ก. = คำกริยา
น. = คำนาม
บ. หรือ บุ = คำบุพบท
ว. = คำวิเศษณ์
หากท่านใดสนใจอยากสัมผัสความสนุกของเนื้อหา อยากฝึกหรือเพิ่มทักษะเกี่ยวกับอักษรธรรมอีสาน สามารถเข้ามาใช้บริการได้ที่ห้องอีสานศึกษา อาคาร 2 ชั้น 2 หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา ได้เลยนะคะ
เรียบเรียงโดย นางสาวกุลริศา รัชตะวุฒิ นักภาษาโบราณ
ออกแบบโดย นายพีรยุทธ กษิติบดินทร์ชัย บรรณารักษ์ปฏิบัติการ
บรรณานุกรม
- “การะเกด”. ห้องอีสานศึกษา หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.9 นครราชสีมา, หนังสือใบลานผูก 1, อักษรธรรมอีสาน, ภาษาบาลี-ไทยอีสาน, เส้นจาร, ฉบับชาดทึบ, ม.ป.ส., ม.ป.ป,. เลขที่ นม.บ. 1395/2.
- พจนานุกรม ภาคอีสาน-ภาคกลาง ฉบับปณิธาน สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสฺสมหาเถระ). พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, 2541.
- สนุกดอทคอม. รุ่งแจ้ง. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 19 กรกฎาคม 2568, จาก: https://www.sanook.com/dictionary/dict/dict-th-th-royal-institute/search/รุ่งแจ้ง/
- สำลี รักสุทธี. พจนานุกรมภาษาอีสาน-ไทยกลาง. กรุงเทพฯ: พัฒนาศึกษา, 2554.
- อีสานร้อยแปด. ภาษาอีสาน. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 9 กรกฎาคม 2568, จาก: https://esan108.com/
หอยฉ็อง : รสชาติเรียบง่ายจากทะเลจันทบุรี
จังหวัดจันทบุรีไม่เพียงมีชื่อเสียงด้านผลไม้ขึ้นชื่อและแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ แต่ยังเป็นถิ่นของอาหารพื้นบ้านที่สะท้อนภูมิปัญญาและวิถีชีวิตของชุมชนชายฝั่ง หนึ่งในเมนูอันโดดเด่น คือ หอยฉ็อง อาหารพื้นถิ่นที่เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์และเรื่องราวทางวัฒนธรรม
หอยฉ็องมีรากฐานจากวิถีการปรุงอาหารของชาวบ้านริมทะเล โดยใช้เทคนิคที่เรียกว่า ฉ็อง ซึ่งหมายถึง การนำวัตถุดิบลงในน้ำร้อนจัดที่ยกออกจากเตาแล้ว โดยไม่ปล่อยให้เดือดต่อ จากนั้นคนเบาๆ จนวัตถุดิบสุกพอดี วิธีการนี้ช่วยรักษาความหวานธรรมชาติของเนื้อสัตว์ และคงความนุ่มไว้ได้อย่างดีเยี่ยม เป็นภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดกันภายในครัวเรือน และไม่ได้พบเห็นบ่อยนักในร้านอาหารทั่วไป
วัตถุดิบหลักของเมนูนี้ ได้แก่ หอยพอก หอยแมลงภู่ และกุ้งทะเล โดยเฉพาะหอยพอกจากป่าชายเลน ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดรสชาติ ควรเลือกหอยพอกที่สดใหม่ โดยสังเกตจากสีของเปลือก ความแน่น กลิ่นไม่เหม็นคาว และฝาหอยต้องปิดสนิท ขนาดที่เหมาะสมคือ 6–8 เซนติเมตร เพื่อให้ได้เนื้อที่พอดี เหมาะสำหรับการปรุงและรับประทาน ในส่วนของกุ้ง ควรเลือกขนาดพอดี โดยดูจากความใส ความแน่นของเนื้อ สีเปลือกที่สด และหัวต้องติดกับตัวแน่น การเตรียมเริ่มจากการล้างและผ่าเนื้อหอยหรือกุ้งให้พร้อม จากนั้นต้มน้ำให้เดือด (สามารถใส่หอมแดงบุบเพื่อเพิ่มความหวาน) แล้วจึงยกออกจากเตา ใส่วัตถุดิบลงไป และคนเบาๆ จนสุกตามต้องการ ขั้นตอนสุดท้ายคือการปรุงรส โดยใช้น้ำปลา พริกขี้หนูบุบ น้ำมะปี๊ด และใบโหระพา หรืออาจรับประทานคู่กับ น้ำพริกเกลือ ซึ่งประกอบด้วยพริกขี้หนู กระเทียม มะปี๊ด และน้ำปลา เพิ่มรสจัดจ้านและกลมกล่อมยิ่งขึ้น
การปรุงหอยฉ็องเป็นการสะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่เน้นความสดของวัตถุดิบ การใช้ความร้อนอย่างเหมาะสม และการปรุงอย่างเรียบง่ายแต่ได้รสชาติ กลายเป็นวิธีการรักษาเอกลักษณ์ของชุมชนให้ยังคงอยู่ผ่านอาหารจานหนึ่ง ด้วยคุณค่าทางวัฒนธรรมและรสชาติอันโดดเด่น หอยฉ็องได้รับการยกย่องให้เป็น สุดยอดเมนูอาหารถิ่น ในโครงการ “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น: รสชาติ...ที่หายไป (The Lost Taste)” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ของจังหวัดจันทบุรี ถือเป็นหนึ่งในรสชาติพื้นบ้านที่ควรค่าแก่การฟื้นฟู ถ่ายทอด และเผยแพร่สู่สาธารณะ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นให้คงอยู่ต่อไป
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
กระทรวงวัฒนธรรม. กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. แบบเสนอรายการอาหารเพื่อเข้าร่วมรับการคัดเลือก 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 11 สิงหาคม 2568, จาก https://food.culture.go.th/food68/east/1/3.pdf
กรุงเทพธุรกิจ. ประกาศรายชื่อ 77 เมนูอาหารถิ่น 77 จังหวัด 'รสชาติ…ที่หายไป' ประจำปี 68. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 11 กันยายน 2568, จาก
www.bangkokbiznews.com/lifestyle/food/1194152
สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี. ประกาศผลการคัดเลือกสุดยอดเมนูอาหารถิ่น โครงการ “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น” รสชาติ...ที่หายไป (The Lost Taste) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 8 กันยายน 2568, จาก https://www.facebook.com/share/p/1AyrGs6sXt/
Cook Culture. เมนูจากทะเลเมืองจันท์. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 11 สิงหาคม 2568, จาก https://www.thaipbs.or.th/program/CookCulture/episodes/97236
เรียบเรียงโดย นางสาวทิพวรรณ จันทร์ปัญญา บรรณารักษ์ปฏิบัติการ
หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี กรมศิลปากร
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม ขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมกิจกรรมพิเศษ การสาธิตขนบชาววังกับ “หญิงน้ำปรุง จรุงจิต” พบกับการสาธิตการอบผ้าร่ำผ้าเครื่องหอม บุหงารำไป วันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2569 และ การสาธิตการทำบายศรี เครื่องพลีกรรม วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2569 ตั้งแต่เวลา 17.00 - 21.00 น. ณ อาคารปรัศว์ซ้าย พระราชวังจันทรเกษม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสุดพิเศษในโครงการท่องเที่ยวโบราณสถานยามค่ำคืน “อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย” จัดให้ยาวๆ ตลอดเดือนธันวาคม 2568 - กุมภาพันธ์ 2569 พบกับกิจกรรม “Night at The Palace ย้อนเวลา ชมวัง 4 ศตวรรษ พระราชวังจันทรเกษม” เปิดให้เข้าชมพระราชวังจันทรเกษมยามค่ำคืน จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.00 - 21.00 น. พิเศษปีนี้! เปิดให้เข้าชมภายในอาคารพลับพลาจตุรมุข อีกด้วย
อัตราค่าธรรมเนียมเข้าชม ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 120 บาท ผู้พิการ และชาวไทยผู้มีอายุมากกว่า 60 ปี เข้าชมฟรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 3525 1586 Facebook พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม:Chantharakasem National Museum https://www.facebook.com/chantharakasemmuseum
พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภช ทรงยืนข้างเรือชะล่า เห็นเรือพระที่นั่งสุวรรณวิจิกทางด้านหลัง เจ้าจอมเอี่ยมกับเจ้าจอมเอื้อนนั่งในเก๋งเรือถ่ายเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสต้น ครั้งที่ ๒ เดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๔๙ข้อมูลจากสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากรCr. Circle of Centres นิทรรศการภาพถ่ายฟิล์มกระจกครั้งที่ ๓เมื่อแอดมินลองซูมภาพเข้าไปใกล้ ๆ จะเห็นราษฎรรอเฝ้ารับเสด็จอยู่ริมตลิ่ง เป็นภาพที่ขยายออกมาแล้วทำให้ทราบว่าฟิล์มกระจกสามารถเก็บรายละเอียด และมีความคมชัดทั้งในภาพถ่ายและความทรงจำ
ขั้นตอน : การเตรียมชิ้นงาน เพื่อแสดงขั้นตอนการเข้าดินไทย สำหรับเป็นสื่อความรู้ในการเผยแพร่ ดำเนินการโดย : นายอัษฎายุธ อยู่เย็น ประติมากรชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานประติมากรรม กลุ่มประติมากรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร --------------- บันทึกภาพ : นางประภาพร ตราชูชาติ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านช่างศิลปกรรม (วิจัยและพัฒนาศิลปกรรม) TokTok : สำนักช่างสิบหมู่ https://www.tiktok.com/@sipmu.finearts . . #กลุ่มประติมากรรม #ศูนย์ศิลปะและการช่างไทย #สํานักช่างสิบหมู่ #กรมศิลปากร
รายงานผลการขุดตรวจทางโบราณคดี โบราณสถานกู่ปราสาทหินทราย (บุถ้ำ) หมูู่ที่ 2 บ้านใหม่ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
***บรรณานุกรม***หนังสือหายาก
เสด็จฯดอย จดหมายเหตุรายวันทรงประทับภูพิงคราชนิเวศน์เชียงใหม่ พ.ศ. ๒๕๑๓ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์พระราชทานในงานพระราชทานเพลิงศพ ท้าววนิดาพิจาริณี (บาง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา)ท.จ.ว. ณ เมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วันจันทร์ที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๑๓. พระนคร : โรงพิมพ์พระจันทร์, ๒๕๑๓.
ธรรมศาสตร์: Thammasat(Yoong Thong)
เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 36
เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 36 ทรงพระราชนิพนธ์ในพุทธศักราช 2505 ได้ทรงดนตรีทำนองเพลง พระราชนิพนธ์ให้ อาจารย์ นักศึกษา ข้าราชการของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ฟังครั้งแรก ณ เวทีลีลาศสวนอัมพรเมื่อวันที่ 30 มีนาคม พุทธศักราช 2505 ทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ขอพระบรมราชานุญาตให้ “นายร้อยแก้ว รักไทย” ประพันธ์คำร้องถวายและได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลงที่สมบูรณ์แล้วให้แก่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงดนตรีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2506 และได้ทรงปลูกต้นหางนกยูง ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นที่ระลึกอีก 5 ต้น
Royal Composition Number 36
The thirty-sixth royal musical composition was written in 1962. His Majesty performed the tune for faculty members, students and officials of Thammasat University for the first time at Ambara Dance Hall on 30 March 1962. Thammasat University then asked for royal permission to let Mr. Roikaeo Rakthai, a renowned lyricist to compose the lyrics. His Majesty had the complete song performed for the university on the occasion of his visit to play music at the university for the first time on 9 February 1963. His Majesty also planted five flame - trees in commemoration of his visit and presentation of the university song at Thammasat University.
เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๕๙ เวลา ๑๐.๐๐ น. นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในการแถลงข่าวการประกวดสุนทรพจน์ระดับอุดมศึกษา เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๕๙ หัวข้อ “การรักษามรดกไทย เป็นการรักษาชาติ” โดยมีนางชมัยภร บางคมบาง ประธานคณะกรรมการตัดสินการประกวดสุนทรพจน์ระดับอุดมศึกษาฯ ร่วมแถลงข่าว ณ ห้องประชุมดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร