ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,920 รายการ
เลขทะเบียน : นพ.บ.504/9ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 48 หน้า ; 4 x 56 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 168 (216-223) ผูก 9 (2566)หัวเรื่อง : รามชาตก--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
กรมศิลปากร โดยสำนักการสังคีต ขอเชิญชมโครงการจัดการแสดง "นาฏศิลป์และดนตรี" “เสาร์สนุก” วันเสาร์ที่ 27 พฤษภาคม 2566 เวลา 14.00 น. ณ หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ภายในบริเวณหอสมุดแห่งชาติ ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
ตัวอย่างรายการเพลง
1. FRANZ SCHUBERT: STÄNDCHEN
2. PUCCINI: O MIO BABBINO CARO
3. NOW SLEEPS THE CRIMSON PETAL
4. ON THE STREET WHERE YOU LIVE (MY FAIR LADY)
5. AND ALL THAT JAZZ (CHICAGO)
6. นักร้องบ้านนอก
7. ยอดรักประจำปี
อำนวยเพลงโดย ธนู รักษาราษฎร์
ศิลปินรับเชิญ - ถิรวัฒน์ ศรีสุรางค์ (อิฐ) - ณัฐธิกา เอี่ยมท่าไม้ (เพียส) - ภัทราภา ภูมิภักดิ์ (เอมมี่) - สิริกร เจียรสวัสดิ์โสภณ (มาย) - คมชัด อ่อนสมพงษ์ (กัปตัน)
* ชมฟรี * สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร. 0 2224 1342 และ โทร. 0 2221 0171
แบบศิลปะ / สมัย สมัยรัตนโกสินทร์
วัสดุ (ชนิด) ไม้จำหลัก งาช้าง หวาย ลงรักปิดทอง
ขนาด กว้าง ๗๙ เซนติเมตร ยาว ๑๘๑ เซนติเมตร สูง ๘๗ เซนติเมตร
ประวัติความเป็นมา เดิมเป็นสมบัติของเจ้าราชภาคินัย และเจ้าหญิงบัวทิพย์ ณ เชียงใหม่ พุทธสถาน
เชียงใหม่ มอบให้
ความสำคัญ ลักษณะและสภาพของโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในมณฑลฝ่ายเหนือ (พิษณุโลก) และมณฑลพายัพ (แพร่ ลำปาง ลำพูน เชียงราย พะเยา และเชียงใหม่) ในปีพุทธศักราช ๒๔๖๙ การเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ พร้อมสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี โดยรถไฟพระที่นั่งถึงนครเชียงใหม่เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม พ.ศ.๒๔๖๙ และเสด็จฯ กลับกรุงเทพฯ ในเช้าวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๖๙ มีพระราชกรณียกิจและประทับที่นครเชียงใหม่ เป็นเวลา ๑๕ วัน
ในการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมนครเชียงใหม่เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๒ มกราคม พ.ศ.๒๔๖๙ เจ้านายฝ่ายเหนือ ข้าราชการทหาร พลเรือน พ่อค้า คหบดีนครเชียงใหม่ ได้จัดกระบวนแห่รับเสด็จเข้าเมือง โดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ประทับบนหลังช้างพระที่นั่งองค์ละช้าง ช้างพระที่นั่งของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นช้างทรงของพลตรีเจ้าแก้วนวรัตน์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ ๙ ช้างพระที่นั่งนั้นมีปกกระพองห้อยพู่จามรีห้อยข้างซองหาง ผูกกูบทองโถง เครื่องประดับช้างทั้งหมดทำด้วยเงิน ควาญหัวคือนายพันตำรวจเอกเจ้าชัยสงคราม ท้ายช้าง รองอำมาตย์เอก เจ้าประพันธุ์พงศ์
สัปคับ หรือ แหย่งช้าง หลังนี้สร้างด้วยไม้แกะสลัก ลงรักปิดทอง ส่วนฐานเป็นแบบโปร่ง ตรงกลางใต้ช่องที่นั่งทำเป็นแป้นนูน ด้านหน้าสลักเป็นภาพขุนกระบี่ (ลิง) ติดในกรอบริมหยักแกะสลักลายก้านขด ด้านหลังเป็นภาพยักษ์ถือกระบอง พนักโดยรอบเป็นไม้แกะสลักฉลุเป็นลายก้านขดลงรักปิดทอง ประดับด้วยซี่กรงซึ่งทำด้วยงาช้างกลึงอย่างประณีต ส่วนของพื้นที่นั่งทำด้วยหวายเส้นขนาดเล็ก ลงรัก ทาชาด มีพนักพิงด้านหลัง ลักษณะเป็นแผ่นไม้รูปกลีบบัวลงรักทาชาดทางด้านหน้า ส่วนด้านหลังแกะลายกนกก้านขด ลงรักปิดทอง ด้านหน้าของสัปคับมีห่วงเหล็ก ๒ ห่วง สันนิษฐานว่าน่าจะใช้สำหรับเป็นที่ร้อยเชือกสำหรับตรึงสัปคับเข้ากับตัวช้างให้แน่นหนายิ่งขึ้น
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา สำนักศิลปากรที่ ๓ พระนครศรีอยุธยา ขอเชิญร่วมเปิดนิทรรศการพร้อมฟังเรื่องเล่า "กว่าจะมาเป็นการคัดลอกภาพจิตรกรรมกรุวัดราชบูรณะเสมือนจริงลงบนแผ่นกระเบื้องดินเผา" ในวันอังคารที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๖ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ - ๑๑.๐๐ น. ณ อาคารนิทรรศการเครื่องทองอยุธยา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมเปิดนิทรรศการพร้อมฟังเรื่องเล่าฯ ผ่าน Qr code ที่แนบบนประชาสัมพันธ์ "ฟรี" รับจำนวนจำกัดเพียง ๓๐ ท่าน)
ทั้งนี้ นิทรรศการ "กว่าจะมาเป็นการคัดลอกภาพจิตรกรรมกรุวัดราชบูรณะเสมือนจริงลงบนแผ่นกระเบื้องดินเผา" เปิดให้เข้าชม ระหว่างวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๖ ถึง ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา โทร ๐ ๓๕๒๔ ๑๕๘๗
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี ขอเชิญชมนิทรรศการและร่วมฟังการเสวนาทางพระพุทธศาสนา The Buddhist Exhibition “Buddha Carika – in Footsteps of Buddha and Public Lecter “From Ganga to Mekong” History of Holy Relics of Lord Buddha: A Journey from the Past to the Present
ศูนย์ศึกษาอินเดียแห่งมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ร่วมกับ สำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี และสถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย ขอเชิญร่วมงานเสวนา "จากมหานทีคงคาสู่ลุ่มน้ำโขง ประวัติพระบรมสารีริกธาตุ การเดินทางจากอดีตสู่ปัจจุบัน" วันพุธที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๗ เวลา ๐๙.๓๐ น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี
ภายในงานเสวนาจะมีการกล่าวต้อนรับโดย ดร.ปิยะมาศ ทัพมงคล รองผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาอินเดียแห่งมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวเปิดงานโดย นายธนภัทร จิตสุทธิผล ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี ร่วมเสวนาโดย ๑. Prof.Amarjiva Lochan, University of Delhi ๒. คุณเชาวนี เหล็กกล้า หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี ๓. คุณพงษ์พิศิษฏ์ กรมขันธ์ นักโบราณคดีชำนาญการ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี ดำเนินรายการและแปลโดย ดร.อัญชลี แสงทอง (มรภ.อบ.) และ ดร.สิวะกรณ์ กฤษณสุวรรณ (มอบ.) ศูนย์ศึกษาอินเดียแห่งมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ทั้งนี้ ขอเชิญชมนิทรรศการ “ตามรอยพระศาสดาและพุทธสถานในอินเดีย” The Buddhist Exhibition “Buddha Carika – in Footsteps of Buddha” ตลอดเดือนมีนาคม ๒๕๖๗ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี
วัดบางขนุน บ้านตากแดด ตำบลบางขนุน อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี
มีศิลปะกรรมทรงคุณค่ามากมาย และพระอุโบสถที่ยังหลงเหลือฐานแอ่นโค้งทรงสำเภาแบบศิลปกรรมสมัยอยุธยา วัดบางขนุนเป็นวัดเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในสวนหลีกหลบสังคมมหานครเมืองใหญ่ที่ค่อยๆลุกล้ำเข้ามา ยังโชคดีที่พระท่านช่วยกันอนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้มีโอกาสเข้าไปศึกษาเรียนรู้
ถ้าไม่สนทนาธรรมกับพระท่านในวัดก็จะแทบไม่ทราบเลยว่ามีงานศิลปะที่เก่าแก่มากที่เก็บรักษาไว้บางชิ้นอาจเก่าไปได้ถึงช่วงอยุธยากลางถึงตอยปลายเลย นั้นหมายถึงอายุของวัดอาจมีมาก่อนประวัติที่บันทึกไว้เสียอีก
เช่น หอไตรกลางน้ำเป็นสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยา ภายในมีจิตรกรรมและบานประตูหน้าต่าง มีตู้พระธรรมลายรดน้ำบางใบเขียนเรื่องรามเกียรติ์ที่มีความงดงาม
วัดยังมีธรรมาสน์ไม้อาจมีอายุเก่าถึงสมัยอยุธยาตอนกลาง-ปลาย และธรรมมาสงามอีกสามหลัง
ภายในอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังพุทธประวัติ เหลือภาพพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากดาวดึงส์ และมารผจญ มีเทพชุมนุม บานประตูเขียนเป็นภาพเสี้ยวกางเครดิต : Thawatchai Ramanatta กลุ่มอนุรักษ์จิตรกรรมและประติมากรรม กองโบราณคดี กรมศิลปากร
เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๓๙พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งกาญจนาภิเษก มณฑลพิธีท้องสนามหลวง พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้พระบรมวงศานุวงศ์ นายกรัฐมนตรี ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ข้าราชการ ทหาร และพลเรือน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในการพระราชพิธีกาญจนาภิเษกรหัสเอกสาร ภ หจภ นร ๑๔.๒/๕๙
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ จัดกิจกรรม 100 ปี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ ขอเชิญชมนิทรรศการ Homecoming โบราณวัตถุคืนถิ่น "ประวัติศาสตร์" "ศรัทธา" "ศิลปะ" โบราณวัตถุชิ้นเยี่ยมที่เคยไปอวดโฉมในพระนคร บัดนี้ได้กลับ "คืนถิ่น" สู่เมืองลพบุรี พร้อมบอกเล่าเรื่องราวให้กับทุกท่านแล้ว พบกับนิทรรศการพิเศษที่จัดแสดงโบราณวัตถุชิ้นสำคัญของเมืองลพบุรีที่เคยไปอวดโฉมอยู่ต่างถิ่น ซึ่งได้นำกลับมายังภูมิลำเนาในวาระ 100 ปี ลพบุรีพิพิธภัณฑสถาน จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2567 - 5 มกราคม 2568 ณ หมู่พระที่นั่งพิมานมงกุฎ พระนารายณ์ราชนิเวศน์
กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม 100 ปี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ กับ "100 ปี มีอะไร?? 10 สิ่งห้ามพลาดในงาน 100 ปี ลพบุรีพิพิธภัณฑสถาน" กำหนดจัดในวันเสาร์ที่ 12 และวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม 1567 เวลา 17.30 - 19.00 น. ประกอบด้วยกิจกรรม "Twilight at the Museum" นำชมพิพิธภัณฑ์ยามเย็น นิทรรศการ Black & White Palace เมื่อครั้ง...วังนี้สี "ขาวดำ" นิทรรศการ Homecoming โบราณวัตถุคืนถิ่น
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ จังหวัดลพบุรี เปิดให้บริการ วันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. ปิดให้บริการ วันจันทร์ - วันอังคาร อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 150 บาท ติดตามข้อมูลข่าวสารรายละเอียดกิจกรรม ได้ที่ Facebook พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ : King Narai National Museum สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3641 1458
กองพลทหารราบที่ 3. เกียรติประวัติกองพลทหารราบที่ 3. นครราชสีมา : กองพลทหารราบที่ 3, 2537.
โบราณสถานวัดพระธาตุยาพ่อแก่
โบราณสถานวัดพระธาตุยาพ่อแก่ ตั้งอยู่ที่บ้านเวียงคุกกลาง ตำบลเวียงคุก อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย ไม่ปรากฏประวัติหรือตำนานการสร้างแต่อย่างใด โบราณสถานวัดพระธาตุยาพ่อแก่ เป็นเจดีย์ทรงปราสาทยอดเจดีย์ที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปกรรมล้านนา ก่อด้วยอิฐ ประกอบด้วย ชั้นฐานเขียงซ้อนลดหลั่นกันในผังสี่เหลี่ยม ชั้นเรือนธาตุอยู่ในผัง ย่อมุมไม้ยี่สิบประดับด้วยซุ้มจระนำ ซึ่งมีลักษณะเป็นซุ้มโค้งยื่นออกมาจากผนังทั้งสี่ด้าน สันนิษฐานว่ามีการประดิษฐานพระพุทธรูปประทับยืนปูนปั้นภายในซุ้มจระนำ คล้ายคลึงกับวัดเทพพล บ้านเวียงคุก ตำบลเวียงคุก อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย ถัดขึ้นมาเป็นเรือนธาตุชั้นซ้อนในผังย่อมุมไม้ยี่สิบ แต่ไม่ปรากฏการประดับซุ้มจระนำแล้ว ส่วนยอดของเจดีย์หักหาย กำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๒๒-๒๓ ในสมัยวัฒนธรรมล้านช้าง
เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๗ สำนักศิลปากรที่ ๙ ขอนแก่น ได้ขุดแต่งโบราณสถานวัดพระธาตุยาพ่อแก่ พบร่องรอยการเตรียมฐานรากของอาคารโดยการปรับถมพื้นด้วยเม็ดแลงบดอัดประมาณ ๕๐ เซนติเมตร
กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน ในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ ๑๑๘ ตอนพิเศษ ๒๙ ง วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๔๔ พื้นที่โบราณสถานประมาณ ๖๖.๙๓ ตารางวา
The Stupa of Wat Phra That Ya Pho Kae
Wat Phra That Ya Pho Kae is located at Ban Wiang Khuk Klang, Wiang Khuk Sub-district, Mueang Nong Khai District, Nong Khai Province. The stupa was built as castle-shaped in Lanna style, using brick materials. It is supported by plain bases which narrow down its size at each higher floor. The indented-corner body contains a niche on each side, which presumed that this spot may use to have the standing Buddha images inside, a trait similar to Wat Thep Phon, Ban Wiang Khuk Klang, Wiang Khuk Sub-district, Mueang Nong Khai District, Nong Khai Province. Above the body is a lotus pedestal, and the top which was gone missing. The stupa can be dated to 17th - 18th century CE, in the period of Lan Xang Kingdom.
The excavation was managed by the 8th Regional Office of The Fine Arts Department, Khon Kaen in 2004. Traces of groundwork by landfilling with crumbling laterites were found.
Wat Phra That Ya Pho Kae has been registered and published in the Government Gazette, Volume 118, Special Edition 29, on March 26, 2001. The area of ancient monument is 267.72 square meters.