ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,234 รายการ
สาระสังเขป : พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงฟื้นฟูวัฒนธรรมในด้านต่างๆ เช่น ขนบธรรมเนียมราชประเพณี การศาสนา ทรงสะสางระเบียบราชการ ทรงฟื้นฟูศิลปศาสตร์ ฯลฯผู้แต่ง : พิทยลาภพฤฒิยากร, พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นโรงพิมพ์ : พระจันทร์ปีที่พิมพ์ : 2500ภาษา : ไทยรูปแบบ : PDFเลขทะเบียน : น.32บ.2632จบเลขหมู่ : 923.1593 พ669พ
สังคโลก ผลิตที่ไหนบ้าง?
๑. กลุ่มเตาเมืองศรีสัชนาลัย เป็นแหล่งผลิตสังคโลกที่มีพัฒนาการมาอย่างยาวนานตั้งแต่ก่อนสถาปนากรุงสุโขทัย เมื่อราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗ เป็นต้นมา กลุ่มเตานี้ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองศรีสัชนาลัยห่างออกไปทางทิศเหนือ มีแหล่งเตาผลิตสังคโลกตั้งเรียงรายไปตามริมฝั่งแม่น้ำยมด้านตะวันตกตั้งแต่บริเวณบ้านป่ายาง บ้านเกาะน้อย บ้านหนองอ้อไปจนถึงวัดดอนลาน สามารถจำแนกเตาได้เป็น ๒ กลุ่ม ได้แก่
- กลุ่มเตาบ้านเกาะน้อย
ตั้งอยู่ห่างจากกำแพงเมืองศรีสัชนาลัยไปทางทิศเหนือประมาณ ๕ กิโลเมตร จากการสำรวจและขุดค้นพบจำนวนไม่น้อยกว่า ๒๐๐ เตา ในระยะแรกเป็นเตาชนิดอุโมงค์หรือเตาขุด ต่อมาพัฒนาเป็นเตาก่อด้วยดินดิบผนังยาดินเหนียวและพัฒนาการขั้นสุดท้ายเป็นเตาอิฐขนาดใหญ่อยู่บนเนินดินสูงในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๙ – ๒๒ ภายในเตาเผาพบภาชนะประเภทไม่เคลือบ ภาชนะประเภทเขียนลายสีดำใต้เคลือบ ภาชนะประเภทเคลือบสีเขียว เป็นต้น
- กลุ่มเตาบ้านป่ายาง
อยู่ห่างจากเมืองศรีสัชนาลัยไปทางทิศเหนือราว ๕๐๐ เมตร จากการสำรวจพบเตาประมาณ ๒๕ เตา ส่วนใหญ่เป็นเตาก่อด้วยอิฐอยู่บนเนินดินสูง สันนิษฐานว่ากลุ่มเตาบ้านป่ายางเริ่มผลิตสังคโลกในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๑ – ๒๒ โดยผลิตภาชนะประเภทเขียนลายสีดำหรือน้ำตาลใต้เคลือบ ภาชนะประเภทเคลือบน้ำตาลเข้ม นอกจากนี้ยังผลิตตุ๊กตาและเครื่องประดับสถาปัตยกรรมอีกด้วย(ซ้าย) จานเคลือบสีเขียว ผลิตจากเตาบ้านเกาะน้อย เมืองศรีสัชนาลัย ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก(ขวา) ยักษ์ (ทวารบาล) ผลิตจากเตาบ้านป่ายาง เมืองศรีสัชนาลัยปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก
๒. กลุ่มเตาเมืองสุโขทัย เป็นแหล่งผลิตสังคโลกที่เกิดขึ้นเพื่อเสริมกำลังการผลิตของเตาเมืองศรีสัชนาลัย ในช่วงที่สังคโลกเป็นสินค้าที่ต้องการของตลาดตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๒๐ เป็นต้นมา กลุ่มเตานี้ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองสุโขทัยบริเวณด้านทิศเหนือของวัดพระพายหลวง และเรียงรายไปตามริมน้ำแม่โจน จากการสำรวจทางโบราณคดีพบเตาประมาณ ๔๗ เตา มีลักษณะเป็นเตาก่ออิฐสร้างบนเนินดินถมสูง บางแห่งมีร่องรอยการสร้างเตาเผาซ้อนทับกันหลายครั้ง นิยมผลิตภาชนะประเภทเขียนลายสีดำหรือสีน้ำตาลใต้เคลือบ ผลิตภัณฑ์ที่พบมักใช้น้ำดินสีขาวทาลงบนเนื้อดินเพื่อเป็นการรองพื้นก่อนเขียนลวดลาย
จานเขียนลายสีดำใต้เคลือบ ผลิตจากเตาเมืองสุโขทัย ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก
เลขทะเบียน : นพ.บ.26/14ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 54 หน้า ; 4.5 x 54 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา มีฉลากไม้ชื่อชุด : มัดที่ 13 (138-151) ผูก 13หัวเรื่อง : ธรรมบท --เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.46/9ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 78 หน้า ; 4.6 x 51.5 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 28 (282-294) ผูก 9หัวเรื่อง : ธรรมบท --เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ชื่อเรื่อง : บทละครเรื่อง อิเหนา เล่ม 4
ชื่อผู้แต่ง : พุทธเลิศหล้านภาลัย, พระบาทสมเด็จพระ
ปีที่พิมพ์ : 2510
สถานที่พิมพ์ : พระนคร
สำนักพิมพ์ : องค์การค้าของคุรุสภา
จำนวนหน้า : 314 หน้า
สาระสังเขป : บทละครเรื่องอิเหนานี้ วรรณคดีสโมสรได้ตัดสินว่าเป็นยอดของบทละครรำเมื่อปีมะโรง พ.ศ. 2459 เพราะแต่งดีพร้อมทั้งความทั้งกลอนทั้งกระบวนที่จะเล่นละคร นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในการศึกษาประเพณีไทยแต่โบราณขนบธรรมเนียมบ้านเมือง และอัธยาศัยคนในสมัยนั้นอีกด้วย บทละครเรื่อง อิเหนา เล่ม 4 เริ่มจากตอนอุณากรรณปันหยีเข้าเฝ้าท้าวกาหลัง สียะตราแปลงเป็นย่าหรัน อิเหนา บุษบา สียะตรา วิยะดาพบกัน จนถึงตอนท้าวกาหลังสั่งให้ฆ่าระตูมะงาดา
"ทำงานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากการมีความสุขร่วมกัน ในการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น " มติชนสุดสัปดาห์. 37 , (1894) : 114 ; ธันวาคม 2559.
เนื้อหา ข้างตันกล่าวถึง ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล ว่าเป็นบุคคลสำคัญท่านหนึ่ง ที่ได้ถวายงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ และในฐานะเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาได้รับพระมหากรุณาธิคุณและได้พบเห็นสิ่งต่างๆ ซึ่งเรื่องราวเหล่านั้นได้ถูกเรียบเรียงออกมาในรูปแบบ ปาฐกถา คำบรรยาย บทความฯ อย่างต่อเนื่องเรื่อยมา และถูกรวบรวมไว้ในหนังสือ ใต้เบื้องพระยุคลบาท ภายในเล่มสอดแทรกองค์ความรู้จากโครงการพระราชดำริที่สร้างคุณภาพชีวิตให้กับคนไทย การฟื้นฟูพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ทั่งรู้ถึงเรื่องน้ำ เรื่องดิน เรื่องสิ่งแวดล้อม รูปแบบเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริ ทฤษฎีใหม่ของพระองค์ท่าน เป็นต้น
ตรวจสอบโบราณสถานตามโครงการบำรุงรักษา กิจกรรมถากถางและกำจัดวัชพืช ปีงบประมาณ ๒๕๕๘ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ (งวดที่๒) ระหว่างวันที่ ๒๗ - ๒๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๘
นายชำนาญ กฤษณสุวรรณ นายช่างเทคนิคอาวุโสนายรัชฎ์ ศิริ นายช่างศิลปกรรมชำนาญงานนายนฤชา อินทร์ภู่ พนักงานดูแลโบราณสถาน บ.๒นายประเสริฐ เทพนอก พนักงานขับรถยนต์
ชื่อเรื่อง : พระราชหัตถเลขา คราวเสด็จมณฑลฝ่ายเหนือ ในรัชกาลที่ 5
ชื่อผู้แต่ง : จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ
ปีที่พิมพ์ : 2508
สถานที่พิมพ์ : พระนคร
สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์กรมสรรพสามิต
จำนวนหน้า : 150 หน้า
สาระสังเขป : พระราชหัตถเลขาคราวเสด็จมณฑลฝ่ายเหนือ ในรัชกาลที่ 5 มีลักษณะเป็นรายงานบันทึกประจำวันการเสด็จประพาสหัวเมืองฝ่ายเหนือของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ผู้สำเร็จราชการ รวม 26 ฉบับ ซึ่งเป็นเรื่องราวเหตุการณ์เสด็จประพาสสถานที่สำคัญและหัวเมืองใหญ่น้อย โดยเสด็จฯ ออกจากพระนครศรีอยุธยา ไปถึงเมืองอ่างทอง สิงห์บุรี สรรพยา ชัยนาท มโนรมย์ อุทัยธานี นครสวรรค์ บางมูลนาค พิจิตร พิษณุโลก พิไชย ตรอนตรีสินธุ์ อุตรดิตถ์ ทุ่งแย้ ลับแล และฝาง ตามลำดับ
การปฏิบัติงานภาคสนามโครงการสำรวจขึ้นทะเบียนโบราณสถานของสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมา ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๗ณ ปราสาทไบแบก อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์โดยนายประพันธ์ เนื่องมัจฉา นายช่างสำรวจชำนาญงาน และคณะ
ชื่อเรื่อง : ปกิณกกถาเทศนา และเรียงความกระทู้ธรรม
ชื่อผู้แต่ง : ห้อง บุนนาค
ปีที่พิมพ์ : 2512
สถานที่พิมพ์ : พระนคร
สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์ชวนพิมพ์
จำนวนหน้า : 74 หน้า
สาระสังเขป : ปกิณกกถาเทศนา มีเนื้อหาเป็นการแสดงธรรมะเกี่ยวกับกรรมดี กรรมชั่ว สอนมนุษย์ให้ละเว้นความโลภ โกรธ หลง ที่จะฉุดชักตนลงสู่อบาย และสอนให้มีสติสัมปชัญญะในการดำเนินชีวิตอยู่เสมอ เนื้อหาส่วนต่อมาคือเรียงความกระทู้ธรรม เป็นการอธิบายธรรมะในหัวข้อต่าง ๆ อาทิ บุคคลย่อมบริสุทธิ์ด้วยปัญญา คนผู้มีสติ มีความเจริญทุกเมื่อ ผู้ไม่ประมาทควรทำความเพียรให้แน่วแน่ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นต้น
ศาลาตรีมุข ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าพระวิหารหลวง (ภาพที่ ๑) เป็นศาลาโถงที่ตั้งคร่อมบนแนวกำแพงแก้ว ลักษณะทางสถาปัตยกรรมมีความผสมผสานกันระหว่างแบบประเพณีนิยมและแบบพระราชนิยม กล่าวคือ ส่วนหลังคาเป็นแบบประเพณีนิยม เช่นเดียวกับวัดทั่วไปที่เป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้อง มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ หน้าบันเครื่องไม้สลักปิดทองประดับกระจก ส่วนตัวอาคารเป็นแบบพระราชนิยมใน เนื่องจากมีการใช้เสาสี่เหลี่ยมทำนองเดียวกับเสาพาไลรับน้ำหนักผืนหลังคา (ภาพที่ ๒) ความน่าสนใจของโบราณสถานหลังนี้อยู่ที่ลวดลายบนหน้าบัน ที่สลักเป็นรูปเทพบุตร ประทับยืนภายในเรือนแก้ว พระหัตถ์ทั้งสองถือสมุดข้างละหนึ่งเล่ม (ภาพที่ ๓) รูปเทพบุตรนี้นำแบบอย่างมาจาก “ตราพระสุภาวดี” (สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์, ๒๕๕๓ : ๙๓) ตราประจำตำแหน่งเจ้ากรมพระสุรัสวดี ผู้ทำหน้าที่รักษาทะเบียนหางว่าวบัญชีไพร่พล ทั้งฝ่ายทหาร พลเรือนในกรุงและหัวเมือง (สำราญ ถาวรายุศม์, ๒๕๑๓ : ๑๑) รูปสลักพระสุภาวดีบนหน้าบัน สันนิษฐานว่าสื่อความหมายถึง ราชทินนามของผู้สร้างวัดกัลยาณมิตรฯ ซึ่งก็คือ พระยาราชสุภาวดี (โต) เจ้ากรมพระสุรัสวดีกลาง ราชทินนามเดิมของเจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต) ในสมัยรัชกาลที่ ๓ จากการตรวจสอบเอกสารเก่า ไม่พบประวัติปีการก่อสร้างศาลาตรีมุขที่ชัดเจน อย่างไรก็ตามผู้เขียนสันนิษฐานว่า ศาลาตรีมุขคงสร้างขึ้นในระยะแรกของการก่อสร้างวัด คราวเดียวกันกับการก่อสร้างพระวิหารหลวง ราวปี พ.ศ. ๒๓๘๐ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๓) เนื่องจาก ๑. ภาพสลักรูปพระสุภาวดีบนหน้าบันศาลาตรีมุข สื่อความหมายถึง พระยาราชสุภาวดี ราชทินนามเดิมของเจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต) ที่ได้รับพระราชทานในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และดำรงอยู่ในตำแหน่งนี้จนสิ้นรัชกาล (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสมมตอมรพันธุ์, ๒๕๔๕ : ๕๖) ๒. เมื่อพิจารณาแผนผังของวัดกัลยาณมิตรฯแล้ว ตำแหน่งที่ตั้งของศาลาตรีมุข สัมพันธ์กับแนวกึ่งกลางของเขตพุทธาวาส อันมีวิหารหลวงเป็นอาคารประธาน มุขหน้าของศาลาหันไปสู่แม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นด้านหน้าของวัด รับกับศาลาจตุรมุขหรือสะพานท่าฉนวนที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา นั่นหมายความว่า ศาลาตรีมุขน่าจะสร้างขึ้นพร้อมกับการวางผังกลุ่มอาคารหลักของวัดซึ่งมีพระวิหารหลวงเป็นอาคารประธาน (ภาพที่ ๔) ---------------------------------เรียบเรียงข้อมูล : นายณัฐพงศ์ ศิริวัฒนพิเชษฐ์ นักโบราณคดีปฏิบัติการ กลุ่มวิชาการทะเบียนโบราณสถาน กองโบราณคดี ---------------------------------บรรณานุกรม สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์. บันทึกเรื่องความรู้ต่างๆ เล่ม ๓. พิมพ์ครั้งที่ ๓. กรุงเทพฯ : มูลนิธิเสถียรโกเศศ-นาคะประทีป, ๒๕๕๓. สำราญ ถาวรายุศม์ (บรรณาธิการ). “พระราชดำรัส ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงแถลงพระบรมราชาธิบายแก้ไขการปกครองแผ่นดิน.” ใน วารสารข้าราชการ. ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๖ (มิถุนายน ๒๕๑๓). พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสมมตอมรพันธุ์. เรื่องตั้งเจ้าพระยาในกรุงรัตนโกสินทร์. พิมพ์ครั้งที่ ๕. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, ๒๕๔๕. พระมหาเฮง (เรียบเรียง). ประวัติวัดกัลยาณมิตร. พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพพระวินัยกิจโกศล (ตรี) กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ท่าพระจันทร์, ๒๔๙๐.
วันเสาร์ที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๓ เวลา ๐๙.๓๐ น. นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย “ครบรอบ ๑๔๖ ปี แห่งการพิพิธภัณฑ์ไทย” พร้อมด้วยนางประนอม คลังทอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตร จันทรโชติ รองอธิบดีกรมศิลปากร นางสาวนิตยา กนกมงคล ผู้อำนวยการสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นางพูลศรี จีบแก้ว ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และผู้บริหารกรมศิลปากร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร่วมพิธี ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร