ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,517 รายการ

สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฎฐาน) เลขที่ ชบ.บ.11/1-7 เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


ชื่อเรื่อง : ประมวลพิธีมงคลของไทย ชื่อผู้แต่ง : จันทร์ ไพจิตร ปีที่พิมพ์ : 2509สถานที่พิมพ์ : พระนครสำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์เลี่ยงเชียงจำนวนหน้า : 488 หน้าสาระสังเขป : เป็นหนังสือที่ประมวลพิธีต่างๆ ตั้งแต่เกิดตลอดจนมีชีวิต – ตาย และตายไปแล้ว พิธีทั้งหลายมีอยู่ในหนังสือครบบริบูรณ์ จึงเหมาะแก่พ่อบ้าน สมภารเจ้าวัด ภิกษุ สามเณร และบุคลลทั่วไป ในหนังสือนี้ พิธีบางอย่าง นอกจากจะกล่าวจำเพาะเจาะจงแล้ว ข้าพเจ้าพยายามให้ความรู้ในเรื่องเดียวกันกว้างออกไป ตามที่เห็นสมควร บางอย่างก็กล่าวไว้รวบรัด ตามที่เห็นว่า สำเร็จประโยชน์พอต้องการของผู้กระทำ อย่างไรก็ดี หนังสือเล่มนี้ จักเป็นเสมือนผู้ให้ความสะดวกแก่การกระทำพิธีมงคลต่างๆ บ้างมิใช่น้อย


     มหามกุฏราชสันตติวงศ์ ๑ มกราคม ๒๔๒๓ วันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ พระมหาธีรราชเจ้า      พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธฯ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระมหากษัตริย์สยาม รัชกาลที่ ๖ แห่งราชวงศ์จักรี เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๔๒๓ เป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ที่ประสูติแต่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  พระองค์มีพระเชษฐภคินี ๑ พระองค์ คือ   สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าพาหุรัตมณีมัย กรมพระเทพนารีรัตน์  และพระอนุชา ๖ พระองค์ คือ   สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าตรีเพ็ชรุตม์ธำรง  สมเด็จพระเชษฐาธิราช เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ  สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์  สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา  สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราไชย  พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว      พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่ สถาปนาเป็น สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ แต่ยังมิได้พระราชทานพระสุพรรณบัฏเฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระบรมชนกนาถและสมเด็จพระบรมราชชนนี ทรงเรียกว่า "ลูกโต" ส่วนในพระราชสำนักออกพระนามว่า "ทูลกระหม่อมโต"      ต่อมาทรงได้รับสถาปนาเป็น สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เอกอรรคมหาบุรุษบรมนราธิราช จุฬาลงกรณ์นารถราชวโรรส มหาสมมติขัตติยพิสุทธิ บรมมกุฏสุริยสันตติวงษ อดิสัยพงษวโรภโตสุชาติ คุณสังกาศวิมลรัตน ทฤฆชนมสวัสดิ ขัตติยราชกุมารกรมขุนเทพทวาราวดี เมื่อพุทธศักราช ๒๔๓๖ เสด็จไปทรงศึกษาในประเทศอังกฤษ โดยทรงศึกษาหลายแขนง ดังนี้ ทางทหารทรงสำเร็จการศึกษาจากราชวิทยาลัยการทหารแซนเฮิสต์แล้วเข้ารับราชการในกรมทหารราบเบาเดอรัม ทางด้านพลเรือนทรงศึกษาวิชาประวัติศาสตร์และกฎหมาย ที่วิทยาลัยไครสต์เชิร์ช มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ได้เป็นนายพลเอก ราชองครักษ์ ตำแหน่งจเรทัพบก และทรงบัญชาการกรมทหารมหาดเล็ก  เมื่อสมเด็จพระบรมชนกนาถเสด็จสวรรคต ในวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๔๕๓ คืนนั้นได้มีประกาศภาษาไทยให้ออกพระนามว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชผู้ทรงสำเร็จราชการแผ่นดิน และต่อมาจึงให้ออกพระนามว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว      วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๔๕๓ จึงรับบรมราชาภิเษก เฉลิมพระปรมาภิไธยว่า "พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ เอกอรรคมหาบุรุษบรมนราธิราช พินิตประชานารถมหาสมมตวงษ์ อดิศัยพงษวิมลรัตน์ วรขัตติยราชนิกโรดม จาตุรันตบรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ อุภโตสุชาตสังสุทธเคราะหณี จักรีบรมนาถ จุฬาลงกรณราชวรางกูร บรมมกุฏนเรนทรสูรสันตติวงษวิสิฐ สุสาธิตบุรพาธิการ อดุลยกฤษฎาภินิหารอดิเรกบุญฤทธิ ธัญลักษณวิจิตรโสภาคยสรรพางค์ มหาชโนตมางคประณตบาทบงกชยุคล ประสิทธิสรรพศุภผลอุดมบรมสุขุมาลย์ ทิพยเทพาวตารไพศาลเกียรติคุณอดุลยพิเศษ สรรพเทเวศรานุรักษ์ บุริมศักดิสมญาเทพวาราวดี ศรีมหาบุรุษสุตสมบัติ เสนางคนิกรรัตน์อัศวโกศล ประพนธปรีชามัทวสมาจาร บริบูรณ์คุณสารสยามาทินครวรุตเมกราชดิลก มหาปริวารนายกอนันต์ มหันตวรฤทธิเดช สรรพวิเศษศิรินธร บรมชนกาดิศรสมมต ประสิทธิวรยศมโหดมบรมราชสมบัติ นพปฎลเสวตฉัตราดิฉัตร ศิริรัตโนปลักษณมหาบรมราชาภิเศกาภิสิต สรรพทศทิศวิชิตไชย สกลมไหศวริยมหาสวามินทร์ มเหศวรมหินทรมหารามาธิราชวโรดม บรมนารถชาติอาชาวศรัย พุทธาทิไตรรัตนสรณารักษ์ อดุลยศักดิ์อรรคนเรศรามาธิบดี เมตตากรุณาสีตลหฤไทย อโนปไมยบุญการ สกลไพศาลมหารัษฎาธิบดินทร์ ปรเมนทรธรรมิกมหาราชาธิราช บรมนารถบพิตร พระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว"      พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรพระโรคพระโลหิตเป็นพิษในพระอุทร และมีโรคเบาหวานแทรกซ้อน จนเสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ภายในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๔๖๘ เวลา ๑ นาฬิกา ๔๕ นาที พระชนมพรรษา ๔๖ พรรษา แต่รัชกาลที่ ๗ มีพระราชประสงค์กำหนดวันสวรรคตของรัชกาลที่ ๖ เป็นวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน       พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว นับเป็นพระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ที่สืบสายจากพระบรมชนกนาถ   ข้อมูล : ณัฐพล ชัยมั่น / วสันต์ ญาติพัฒ ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี   อ้างอิง  นามานุกรมพระมหากษัตริย์ไทย. กรุงเทพฯ : มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา, ๒๕๕๔. ศิลปากร, กรม.จดหมายเหตุเรื่องทรงตั้งพระบรมวงศานุวงศ์กรุงรัตนโกสินทร์ เล่ม ๑. กรุงเทพฯ : บริษัท รุ่ง ศิลป์การพิมพ์ (๑๙๗๗) จำกัด, ๒๕๔๕. ________. เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีในรัชกาลที่ ๖ และรัชกาลที่ ๗. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์พระจันทร์, ๒๕๐๗. ________.ราชสกุลวงศ์. พิมพ์ครั้งที่ ๑๔ .กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ สกสค.ลาดพร้าว, ๒๕๕๔. จดหมายเหตุพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร, ๒๔๖๖. (ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หอพระ สมุดสำหรับพระนครรวบรวมพิมพ์ พระราชทานในงารลิมพระชนม์พรรษา ปีกุญ พ.ศ.๒๔๖๖)




ชื่อเรื่อง                         ปพฺพชฺชานิสํสกถา (ฉลองบวช)    สพ.บ.                           386/1 หมวดหมู่                       พุทธศาสนา ภาษา                           บาลี/ไทยอีสาน หัวเรื่อง                        พุทธศาสนา                                  อานิสงส์--บวช ประเภทวัสดุ/มีเดีย            คัมภีร์ใบลาน ลักษณะวัสดุ                   18 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 56.5 ซม.  บทคัดย่อ เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน เส้นจาร ฉบับล่องชาดได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี  




เลขทะเบียน: กจ.บ.2/1-7:1ก-7ก ชื่อเรื่อง: พระอภิธมฺมสงฺคิณีปกรณ พระสมนฺตมหาปฏฺฐานปริจฺเฉท ข้อมูลลักษณะ: อักษรขอม ภาษาบาลี-ไทย เส้นจาร ฉบับล่องชาด ประวัติ : ได้มาจากวัดห้วยสะพาน ต.หนองโรง อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2533 จำนวน 1คัมภีร์ 14 ผูก จำนวนหน้า: 62 หน้า


ชื่อเรื่อง                                พิมฺพานิพฺพาน (พระพิมพานิพพาน) สพ.บ.                                  233/2ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           34 หน้า กว้าง 4.5 ซ.ม. ยาว 58.5 ซ.ม. หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา                                           ชาดก                                           เทศน์มหาชาติ                                           คาถาพัน บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ได้รับบริจาคมาจากวัดทุ่งอุทุมพร ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


ชื่อเรื่อง                                สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (วิภังค์-มหาปัฏฐาน) สพ.บ.                                  377/6ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           32 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 58 ซม.หัวเรื่อง                                 ธรรมเทศนา บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทย-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ-ล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


องค์ความรู้ : อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรเรื่อง เจดีย์ทรงระฆังสกุลช่างกำแพงเพชรเจดีย์ เป็นชื่อเรียกสิ่งก่อสร้างในงานสถาปัตยกรรมไทย และสร้างเป็นประธานหรือบริเวณกึ่งกลางของวัดในฐานะตัวแทนของพระพุทธเจ้า คำว่า “เจดีย์” มาจากคำว่า “เจติยะ” ในภาษาบาลี หรือ “ไจตย” ในภาษาสันสกฤต หมายถึง สิ่งที่เป็นอนุสรณ์ให้ระลึกถึง โดยตำราในพุทธศาสนากำหนดเจดีย์ไว้ ๔ ประเภท ได้แก่๑. ธาตุเจดีย์ หมายถึง สิ่งก่อสร้างบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ที่เรียกว่า สถูป๒. บริโภคเจดีย์ หมายถึง สถานที่ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ใช้เป็นที่ระลึกถึงพระองค์เมื่อปรินิพพานแล้ว ได้แก่ สังเวชนียสถาน ๔ แห่งสวนลุมพินีที่ประสูติ อุรุเวลาเสนานิคมที่ตรัสรู้ ป่าอิสิตปตนมฤคทายวันแสดงปฐมเทศนา และสาลวโนทยาน เมืองกุสินารา ที่ปรินิพพานต่อมาได้เพิ่มสถานที่ที่แสดงปาฏิหาริย์อีก ๔ แห่งได้แก่ เมืองสังกัสสะที่เสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เมืองสาวัตถีที่ทำยมกปาฏิหาริย์ เมืองราชคฤห์ ที่ทรมานช้างนาฬาคีรี และเมืองเวสาลีที่ทรงทรมานพญาวานร๓. ธรรมเจดีย์ หมายถึง พระธรรมคำสั่งสอนทั้งมวลของพระพุทธเจ้า เช่น พระไตรปิฎก๔. อุเทสิกะเจดีย์ หมายถึง สิ่งที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่พระพุทธเจ้า เช่น พระพิมพ์ดินเผา พุทธบัลลังก์เพราะฉะนั้นคำว่า “เจดีย์” ในรูปแบบสถาปัตยกรรมไทยจึงหมายถึงธาตุเจดีย์หรือพระสถูปมีรูปทรงที่หลากหลายทั้งเจดีย์ทรงระฆัง เจดีย์ทรงปรางค์ หรือเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ซึ่งภายในเจดีย์ประดิษฐานสิ่งที่เคารพบูชา ทั้งพระบรมสารีริกธาตุ พระธาตุอรหันต์ พระบรมอัฐิและพระสรีรางคารของพระมหากษัตริย์ และต่อมาภายหลังจึงมีการอนุโลมบรรจุอัฐิของพระบรมวงศานุวงศ์ หรืออัฐิของบุคคลทั่วไปด้วยสถูปหรือเจดีย์น่าจะมาจากลักษณะของเนินดินเหนือหลุมฝังศพตรงที่ฝังอัฐิธาตุในอินเดียแล้วจึงมีการพัฒนารูปแบบให้เป็นสิ่งก่อสร้างที่ถาวรขึ้น เป็นสถูปทรงโอคว่ำตั้งอยู่บนฐานและมีฉัตรปักเป็นยอด ปรากฏในศิลปะอินเดียโบราณ ตัวอย่างสถูปที่เมืองสาญจี และได้ส่งอิทธิพลรูปแบบดังกล่าวผ่านความเชื่อด้านพุทธศาสนามายังดินแดนอื่น ๆ ทั้งศรีลังกาและสุโขทัยตามลำดับ และมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบสถาปัตยกรรมให้มีเอกลักษณ์เฉพาะในแต่ละบ้านเมือง โดยในศรีลังกา สถูปรุวันเวลิ ศิลปะอนุราธปุระ ยังคงปรากฏสถูปที่มีองค์องค์ระฆังทรงโอคว่ำขนาดใหญ่และเมื่อบ้านเมืองสุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชรรับความเชื่อทางพุทธศาสนามาพร้อมกับรูปแบบทางศิลปกรรม เจดีย์ทรงระฆังในศิลปะสุโขทัยมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบให้องค์ระฆังมีขนาดเล็กลงและมีรูปแบบเฉพาะได้แก่ ส่วนรองรับองค์ระฆังเป็นชุดบัวถลาหรือส่วนบัวคว่ำซ้อนลดหลั่นกันขึ้นไปจำนวน ๓ ชั้นรูปแบบเจดีย์ทรงระฆังที่เมืองกำแพงเพชร มีรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ คือ เจดีย์ทรงระฆังแปดเหลี่ยม มีรูปแบบคล้ายกับเจดีย์ทรงระฆังในศิลปะสุโขทัย คือ พบส่วนรองรับองค์ระฆังเป็นชุดบัวถลา แต่ส่วนฐานของเจดีย์ถัดลงมาจากชุดบัวถลานิยมสร้างเป็นฐานบัวในผังแปดเหลี่ยม พบทั้งที่เป็นเจดีย์ประธานและเจดีย์บริวารของโบราณสถานเจดีย์ทรงระฆังฐานบัวแปดเหลี่ยม ๑ ชั้น พบที่โบราณสถานวัดพระนอน ปรากฏเจดีย์ประธานรูปแบบฐานบัวแปดเหลี่ยมประดับด้วยลูกแก้วอกไก่ขนาดใหญ่ที่ท้องไม้ แล้วจึงเป็นชุดรับรอบองค์ระฆังเป็นชุดบัวถลา โบราณสถานวัดป่ามืด เจดีย์ประธานฐานบัวแปดเหลี่ยมและชุดบัวถลาโบราณสถานวัดช้าง ปรากฏเจดีย์ประธานที่เป็นฐานบัวแปดเหลี่ยม ประดับบัวลูกฟัก ๑ ชั้นและชุดบัวถลาแล้ว ยังพบว่าฐานมีประติมากรรมช้างปูนปั้นตั้งอยู่โดยรอบฐานล่างสุดเจดีย์ทรงระฆังฐานบัวแปดเหลี่ยมซ้อนกัน ๒ ชั้น พบที่โบราณสถานวัดพระธาตุ เจดีย์ประธานพบฐานบัวแปดเหลี่ยมฐานชั้นแรกประดับบัวลูกแก้วอกไก่ขนาดใหญ่ ๑ เส้น และฐานบัวแปดเหลี่ยมชั้นที่สองประดับบัวลูกแก้วอกไก่ขนาดเล็ก ๒ เส้น และเป็นชุดบัวถลาโบราณสถานวัดดงหวาย เจดีย์ประธานพบฐานบัวแปดเหลี่ยมชั้นแรกประดับลูกฟัก ๒ เส้น ฐานบัวชั้นที่สองประดับลูกฟัก ๑ เส้น ต่อด้วยฐานบัวผังกลม แล้วต่อด้วยชุดบัวถลานอกจากนี้ยังพบเจดีย์รูปแบบดังกล่าวเป็นเจดีย์บริวารที่โบราณสถานวัดอาวาสใหญ่ ด้านทิศตะวันออกของวัด มีรูปแบบฐานบัวแปดเหลี่ยมซ้อนกัน ๒ ชั้นแล้วเป็นชุดบัวถลาจากตัวอย่างรูปแบบเจดีย์ทรงระฆังแปดเหลี่ยมที่พบในเมืองกำแพงเพชร เป็นรูปแบบทางศิลปกรรมเจดีย์ทรงระฆังในศิลปะสุโขทัยที่นิยมสร้างชุดบัวถลาเพื่อรองรับองค์ระฆัง แต่เมืองกำแพงเพชรมีการปรับเปลี่ยนด้วยการใช้ฐานบัวแปดเหลี่ยมเป็นส่วนฐานของเจดีย์ และสันนิษฐานว่าฐานบัวในผังแปดเหลี่ยมที่มีการประดับลูกแก้วอกไก่น่าจะได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะล้านนา ดังนั้นรูปแบบเจดีย์ฐานแปดเหลี่ยมที่เมืองกำแพงเพชร น่าจะเป็นเจดีย์ที่ได้รับรูปแบบมาจากศิลปะสุโขทัยและศิลปะล้านนา ตามตำแหน่งที่ตั้งของเมืองที่สามารถติดต่อและรับรูปแบบศิลปกรรมได้จากบ้านเมืองทั้งสองแห่งเอกสารอ้างอิงกรมศิลปากร. สถาปัตยกรรมไทย. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), ๒๕๓๘.เชษฐ์ติงสัญชลี. ประวัติศาสตร์ศิลปะอินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้. นนทบุรี : มิวเซียมเพรส, ๒๕๕๘.ธัญลักษณ์ เจี่ยรุ่งโรจน์. เจดีย์ทรงระฆังฐานแปดเหลี่ยมเมืองกำแพงเพชร : วิเคราะห์รูปแบบและความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์. (วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาประวัติศาสตร์ศิลปะ ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๙)ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปกรรมโบราณในอาณาจักรสุโขทัย. กรุงเทพฯ : มิวเซียมเพรส, ๒๕๖๑.สมคิด จิระทัศนกุล. รู้เรื่อง วัด วิหาร โบสถ์ เจดีย์ พุทธสถาปัตยกรรมไทย. กรุงเทพฯ : มิวเซียมเพรส, ๒๕๕๔.สันติ เล็กสุขุม. เจดีย์ความเป็นมาและคำศัพท์เรียกองค์ประกอบเจดีย์ในประเทศไทย. พิมพ์ครั้งที่ ๕ .กรุงเทพฯ : มติชน, ๒๕๕๒.สุภัทรดิศดิศกุล. ม.จ. ประวัติศาสตร์ศิลปะประเทศใกล้เคียง อินเดีย, ลังกา, ชวา, จาม, ขอม, พม่า, ลาว. พิมพ์ครั้งที่ ๖. กรุงเทพฯ : มติชน, ๒๕๕๓.



สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฎฐาน)  ชบ.บ.41/1-3  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


มหานิปาตวณฺณนา(เวสฺสนฺตรชาตก) ชาตกฎฺฐกถา ขุทฺทกนิกายฎฺฐกถา (ทสพร-กุมาร)  ชบ.บ.106ก/1-1  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


black ribbon.