ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 52,852 รายการ
พระพิมพ์รูปพระพุทธเจ้าแสดงภูมิปรรศมุทรา
พุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๙
ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดี ณ เจดีย์ชเวซานดอ เมืองพุกาม (Pagan) เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๙ – ๒๔๗๐ กองตรวจค้นโบราณคดีของประเทศพม่า ส่งมาแลกเปลี่ยนกับพระพิมพ์ไทยเมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๔๗๔
ปัจจุบันจัดแสดง ณ ห้องเอเชีย อาคารมหาสุรสิงหนาท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
พระพิมพ์ดินเผา กึ่งกลางเป็นรูปพระพุทธเจ้าประทับขัดสมาธิเพชร แสดงภูมิปรรศมุทรา (ปางมารวิชัย) พุทธลักษณะอุษณีษะนูน พระพักตร์ค่อนข้างกลม พระวรกายครองจีวรห่มเฉียง ประทับขัดสมาธิเพชรเหนือฐานบัวคว่ำบัวหงายภายซุ้มวงโค้ง กรอบซุ้มประดับแถบลายลูกประคำ เหนือซุ้มขึ้นไปเป็นฉัตร ด้านข้างซุ้มแวดล้อมด้วยสถูป ด้านล่างของพระองค์มีจารึกอักษรเทวนาครี (Nagari) ภาษาสันสกฤต ในรายงานของ Charles Duroiselle ระบุว่าจารึกดังกล่าวมีใจความว่า พระเจ้าอโนรธามหาราชทรงสร้างพระพิมพ์ชิ้นนี้เพื่อให้พระองค์ได้ไปสู่ในภพภูมิของพระเมตไตรยะ
ตามประวัติพระพิมพ์องค์นี้พบจากการขุดค้นทางโบราณคดีที่เจดีย์ชเวซานดอ (Shwesandaw Pagoda) เมืองพุกาม ซึ่งเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้าอโนรธามหาราช หรือที่คนไทยรู้จักในพระนามว่า พระเจ้าอนุรุทธ หรืออนิรุทธ (ครองราชย์ พ.ศ.๑๕๘๗-๑๖๒๐) เพื่อบรรจุพระเกศาธาตุที่ได้มาจากเมืองสะเทิม ภายหลังที่พระองค์ยกทัพทำสงครามและได้รับชัยชนะเมื่อ พ.ศ. ๑๖๐๐* จากรูปแบบของพระพิมพ์ชิ้นนี้สะท้อนถึงการรับอิทธิพลของศิลปะอินเดียแบบปาละ ในสังคมพุกาม ช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๘ (ซึ่งในอินเดียตรงกับสมัยปาละตอนปลาย) กระนั้นก็ตามศิลปะปาละของอินเดียที่เกี่ยวเนื่องพุทธศาสนามักปรากฏการสร้างศิลปกรรมในคติพุทธศาสนามหายาน ต่างจากพุกามซึ่งแม้จะปรากฏรูปแบบของศิลปะปาละจากอินเดีย แต่มักจะสร้างขึ้นในคติพุทธศาสนาเถรวาท
พระพิมพ์ชิ้นนี้เป็นหนึ่งในพระพิมพ์จำนวน ๑๖ รายการที่กองตรวจค้นโบราณคดีของประเทศพม่า (Archaeological Survey Burma) ส่งมาแลกเปลี่ยนกับพระพิมพ์ไทยเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๔ โดย นาย Charles Duroiselle ผู้อำนวยการกองตรวจค้นโบราณคดีของประเทศพม่าในขณะนั้น เป็นผู้คัดเลือกและส่งมอบให้กับทางราชบัณฑิตยสภา
*ในคราวนั้นมีพระภิกษุนามว่า ชิน อระหัน เดินทางมาเผยแผ่พุทธศาสนาที่เมืองพุกาม พระเจ้าอโนรธามหาราช ทรงมีความเลื่อมใสเป็นอย่างมาก และต่อมาทราบว่าเมืองสะเทิม มีพระไตรปิฎก จึงส่งราชทูตไปขอพระไตรปิฎกมายังเมืองพุกาม แต่พระเจ้ามกุฎ (หรือพระมนูหะ - Manuha) ปฏิเสธพระองค์ จึงทรงทำสงครามและได้รับชัยชนะพร้อมกับกวาดต้อนผู้คนจากเมืองสะเทิมพร้อมทั้งพระไตรปิฎกกลับยังเมืองพุกาม
อ้างอิง
ศักดิชัย สายสิงห์. ศิลปะพม่า. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๕๗.
หอจดหมายเหตุแห่งชาติ, (๔)ศธ. ๒.๑.๑/๑๘๐, เอกสารกระทรวงศึกษาธิการ กรมศิลปากร เรื่อง แลกเปลี่ยนพระพิมพ์ดินเผากองตรวจรักษาของโบราณประเทศพม่ากับราชบัณฑิตยสภา (๒๒ เม.ย.๒๔๗๔-๒๔ ก.พ. ๒๔๗๕).
Marshall, John editor. Annual Report Of The Archaeological Survey Of India 1926-1927. Galcutta: Government of India Central Publication Branch, 1930.
ภาพเล่าเรื่องรูปบุคคลนั่งท่ามหาราชลีลา
- ทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๔)
- ปูนปั้น
- ขนาด กว้าง ๘๔.๕ ซม. ยาว ๘๕.๕ ซม. หนา ๑๒ ซม.
เดิมประดับที่ฐานลานประทักษิณด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ของเจดีย์จุลประโทน อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดี เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๑ ปูนปั้นรูปบุคคล พิจารณาจากเครื่องประดับ และท่านั่งน่าจะเป็นบุคคลชั้นสูง หรือเทวดา
แสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่ https://smartmuseum-v2.finearts.go.th/3d_object/?obj=40101
ที่มา: https://smartmuseum.finearts.go.th
วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จ.สระบุรี (เวลา 12.30-13.30 น.) จำนวน 63 คนวันพุธที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๗ เวลา ๑๓.๐๐ น. คณะผู้เข้ารับการอบรมศึกษาดูงาน จากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สระบุรี จำนวน ๖๓ คน เข้าศึกษาดูงาน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ โดยมีนางสาวณัฎฐกานต์ มิ่งขวัญ ตำแหน่งเจ้าพนักงานพิพิธภัณฑ์ชำนาญงาน และว่าที่ร้อยตรีรุ่งเรือง ชื่นชม ตำแหน่ง พนักงานประจำพิพิธภัณฑ์ เป็นวิทยากรนำชมในครั้งนี้
แม่พิมพ์โลหะบนไม้ และการ์ดกระดาษภาพพระพุทธสิหิงค์พร้อมประวัติ
๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๙
โรงพิมพ์พระจันทร์ นายสนั่น ตันบุญยืน ผู้พิมพ์
ปัจจุบันเก็บรักษา ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นำมาจัดแสดงในนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๗ เรื่อง “เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม” ระหว่างวันที่ ๒๘ มีนาคม – ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๗ ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
แม่พิมพ์โลหะ ลักษณะเป็นแผ่นสังกะสี* ตอกยึดด้วยตะปูเข้ากับไม้ที่ถากผิวไว้ แผ่นสังกะสีเป็นภาพพระพุทธสิหิงค์ และด้านล่างมีข้อความแกะเป็นตัวหนังสือกลับด้าน ความว่า
“พระพุทธสิหิงค์สร้างที่ลังการาว พ.ศ. ๗๐๐ ประดิษฐานอยู่ที่ลังกาทวีปราว ๑๑๕๐ ปี แล้วเสด็จมาสู่ประเทศสยามในราว พ.ศ.๑๘๕๐ ประดิษฐานอยู่สุโขทัย แล้วย้ายไปประทับ ในเมืองต่าง ๆ คือ
พิษณุโลก ราว พ.ศ. ๑๙๒๐ ประทับอยู่ ๕ ปี
ศรีอยุธยา ราว พ.ศ. ๑๙๒๕ ประทับอยู่ ๕ ปี
กำแพงเพ็ชร์ ราว พ.ศ. ๑๙๓๐ ประทับอยู่ ๑ ปี
เชียงราย ราว พ.ศ. ๑๙๓๑ ประทับอยู่ ๑๙ ปี
เชียงใหม่ ราว พ.ศ. ๑๙๕๐ ประทับอยู่ ๒๔๕ ปี
ศรีอยุธยา ราว พ.ศ. ๒๒๐๕ ประทับอยู่ ๑๐๕ ปี
เชียงใหม่ ราว พ.ศ. ๒๓๑๐ ประทับอยู่ ๒๐ ปี
กรุงเทพฯ ราว พ.ศ. ๒๓๓๐ อยู่จนทุกวันนี้
(พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ)”
แม่พิมพ์ชิ้นนี้เป็นตัวอย่างการพิมพ์พื้นนูน หรือ ระบบเลตเตอร์เพลส์ (Letterpress Plate)กล่าวคือช่างจะ นำแผ่นโลหะเป็นภาพหรือข้อความติดไว้กับแผ่นไม้ ส่วนที่นูนจะมีเฉพาะข้อความและภาพที่ต้องการพิมพ์ และช่างจะใช้มีดหรือสิ่วถากเนื้อไม้ในส่วนที่ไม่ต้องการพิมพ์ (Nonprinting area) ให้มีระดับต่ำกว่าพื้นที่รองรับหมึก ส่วนที่นูนของโลหะจะรับกับลูกกลิ้งหมึก (Inking roller) และนำไปกด (press) กับกระดาษเกิดเป็นภาพบนกระดาษตามที่ต้องการ
สำหรับแผ่นสังกะสีในส่วนของภาพพระพุทธสิหิงค์นั้นทำขึ้นเป็นแม่พิมพ์แบบรูปเดี่ยวไม่มีพื้นหลัง หรือOutline Halftone กล่าวคือ การนำฟิล์มเนกาทีฟ (Negative) ภาพพระพุทธสิหิงค์ มาตัดส่วนพื้นหลังออก แล้วจึงอัดลงบนแผ่นสังกะสีที่เคลือบน้ำยาไวแสง จากนั้นจึงใช้น้ำกรดกัดเพื่อให้ได้ภาพตามที่ต้องการ เมื่อบล็อคสมบูรณ์จึงใช้เลื่อยฉลุตัดส่วนที่ไม่ต้องการออกทิ้ง จากนั้นจึงแต่งขอบให้เป็นมุมเฉียง เพื่อง่ายต่อการตอกตะปูลงบนสังกะสีติดกับไม้ที่เป็นส่วนรองรับ โดยต้องตอกให้หัวตะปูแนบสนิทรอบขอบโลหะเพื่อตรึงไว้ ส่วนตัวอักษรด้านล่างภาพพระพุทธสิหิงค์นั้นเป็นเทคนิคการแกะโลหะเป็นรูปตัวอักษรนูนขึ้นมาจากพื้นผิว
วิทยาการของการทำภาพพิมพ์บนโลหะนั้นเกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ ๑๘๕๐ นับตั้งแต่ ค.ศ.๑๘๕๐ (พ.ศ.๒๓๙๓) Firmin Gillot ได้ประดิษฐ์แม่พิมพ์แบบลายเส้นลงบนแผ่นสังกะสีแล้วใช้กรดไนตริกกัดให้เกิดส่วนเส้นนูนขึ้นบนพื้นผิว อย่างไรก็ตามเทคนิคนี้ไม่ได้ใช้ฝีมือการแกะมิได้ใช้ภาพถ่ายเป็นต้นแบบ ต่อมา ค.ศ. ๑๘๕๒ (พ.ศ. ๒๓๙๕)William Henry fox-Talbot ได้นำเอาเหล็กกล้าที่ฉาบน้ำยาไวแสงมาอัดกับภาพถ่าย แล้วนำไปกัดกับน้ำกรดจนได้เป็นแม่พิมพ์ภาพเหล็กที่มีต้นแบบมาจากภาพถ่ายและใน ค.ศ. ๑๘๕๕ (พ.ศ. ๒๓๙๘) Alphonese Louis Poitevin เป็นผู้คิดค้นการทำบล็อกสังกะสีขึ้นด้วยเทคนิคแบบเดียวกัน และนับจากช่วงเวลาดังกล่าวนี้การพิมพ์ภาพลงบนสื่อสิ่งพิมพ์จึงหันมาพิมพ์ภาพด้วยเทคนิคดังกล่าว กระทั่งในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ ๒๐ (ประมาณช่วงรัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์) เกิดระบบการพิมพ์บล็อกโลหะแบบ Halftone Block และเป็นที่นิยมแพร่หลายในเวลาต่อมา
สันนิษฐานว่าการ์ดกระดาษภาพพระพุทธสิหิงค์พร้อมประวัตินี้ เป็นสิ่งพิมพ์ที่กรมศิลปากรจัดพิมพ์ขึ้นแจกจำหน่ายในงานสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ประจำปี พ.ศ. ๒๔๗๙ โดยด้านหลังพิมพ์ข้อความว่า “ร.พ.พระจันทร์ นายสนั่น ตันบุญยืน ผู้พิมพ์โฆษณา ๑.๑.๗๙”
*สังกะสี นิยมใช้กับงานพิมพ์ที่มีปริมาณน้อย และมีคุณภาพในระดับธรรมดา ต่างจากทองแดงที่เหมาะกับการพิมพ์งานปริมาณมากและมีคุณภาพสูง
อ้างอิง
กำธร สถิรกุล. หนังสือและการพิมพ์. กรุงเทพฯ: คุรุสภาลาดพร้าว,๒๕๑๕.
สนั่น ปัทมะทิน. การเรียงพิมพ์. พระนคร: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๑๓.
การยกเลิกเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ หรือเจ้าของหนังสือพิมพ์
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ. 71/1หมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 40 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 54 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
ชื่อผู้แต่ง กองวัฒนธรรม สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ
ชื่อเรื่อง วารสารวัฒนธรรมไทย (ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๘)
ครั้งที่พิมพ์ -
สถานที่พิมพ์ พระนคร
สำนักพิมพ์ โรงพิมพ์สำนักทำเนียบนายกรัฐมนตรี
ปีที่พิมพ์ ๒๕๐๘
จำนวนหน้า ๖๗ หน้า
รายละเอียด
วารสารวัฒนธรรมไทย ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๘ ประกอบด้วยเนื้อหามาฆบูชา พระธาตุดอยสุเทพ เบิกพระเนตร ประเพณีเทศน์มหาชาติ ทฤษฎีและการปฏิบัติดนตรีไทย ปฐมสุภาษิต สถาปัตยกรรมไทย พิธีสู่ขวัญ การละคร ตอบปัญหาวัฒนธรรม ศูนย์ชุมชนส่งเสริมวัฒนธรรมไทย ฯลฯ
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ. 91/2หมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 42 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 55 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก วัดประดู่ทรงธรรม จ.พระนครศรีอยุธยา
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ. 121/6
หมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 28 หน้า กว้าง 4.5 ซม. ยาว 56.5 ซม.
บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
ชื่อเรื่อง วินยธรสิกฺขาปท (วินยธรสิกฺขาปท)สพ.บ. 2/1ประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 38 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ยาว 54.5 ซม.หัวเรื่อง พระวินัยปิฏก ปกรณ์พิเศษ สิขาบทภาษา บาลี/ไทยอีสานบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน เส้นจาร ฉบับล่องชาด ไม่มีไม้ประกับ ได้รับมอบมาจากนางสุดา วงษ์พันธุ์
ชิน อยู่ดี. ประวัติศิลปไทยสังเขป. พระนคร : โรงพิมพ์พระจันทร์, 2494. พิมพ์ในงานฌาปนกิจศพนางแปลก ปัญญะหงษ์ ประกอบด้วย ๒ บท บทที่ ๑ ประวัติศิลปไทยสังเขป ประวัติดนตรีไทย ฟ้อน และระบำ ละคร โขน หนังสด หนังตะลุง การวาดรูประบายสี (จิตรกรรม) การปั้นรูป หล่อรูป (ปฎิมากรรม)การก่อสร้าง ( สถาปัตยกรรม) วรรณคดี บทที่๒ ว่าด้วยประวัติการทอผ้า การเย็บปักถักร้อย ช้างทอง ถมเงิน ถมทอง คร่ำเงิน คร่ำทอง ช่างประดับเพชรพลอย ช่างโลหะ ช่างประดับบุก ช่างรัก เครื่องเงิน ช่างประดับกระจก การประดับด้วยเครื่องถ้วยชาม ช่างทอเสื่อ ช่างจักสาน ช่างทำถ้วยชาม การทำเครื่องปั้นดินเผา ช่างแกะสลักไม้ ช่างแกะสลักและช่างกลึงงาช้าง ช่างสลัก(จำหลัก) หิบ เครื่องปูนปั้น การเล่นเพลงพื้นเมือง ซอ หมอลำ เพลงบอก หรือเพลงทอก เพลงเทพทอง เพลงเชื้อยาหงส์ เสภา สักรวา ลิเก