ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,443 รายการ

เรื่อง วันพืชมงคล พระราชพิธีเดือนหก พระราชพิธีพืชมงคลและจรดพระนังคัล การพระราชพิธีดังกล่าวเป็น ๒ ชื่อ แต่เป็นพิธีเดียวกัน คือในวันแรกเป็นวันพระราชพิธีพืชมงคล ทำขวัญพืชพรรณต่างๆ มีข้าวเปลือก เป็นต้น จรดพระนังคัลเป็นพิธีเวลาเช้าคือลงมือไถ ถ้าจะแบ่งเป็นคนละพิธีก็ได้ ด้วยพิธีพืชมงคลไม่ได้ทำแต่ในเวลาค่ำวันสวดมนต์ รุ่งขึ้นเช้าก็ยังมีการเลี้ยงพระต่อไปอีก การจรดพระนังคัลก็ไม่ได้ทำแต่วันซึ่งลงมือแรกนา กล่าวคือ พระราชพิธีพืชมงคลเป็นพิธีสงฆ์ ทำที่ท้องสนามหลวงในพระนคร พระราชพิธีจรดพระนังคัลเป็นพิธีพราหมณ์ ทำที่ทุ่งส้มป่อยนอกพระนคร พิธีทั้งสองนั้นก็นับว่าทำพร้อมกันในคืนวันเดียวกัน จึงได้เรียกชื่อติดกันว่า พระราชพิธีพืชมงคลและจรดพระนังคัล ฤกษ์การพระราชพิธีนี้ ต้องหาฤกษ์วิเศษกว่าฤกษ์อื่นๆ คือ (๑) ฤกษ์นั้นอย่าให้ต้องวันผีเพลียอย่างหนึ่ง ดิถีซึ่งนับผีเพลียนั้นข้างขึ้นคือ ๑ ๕ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๕ ข้างแรม ๑ ๕ ๖ ๗ ๘ ๑๓ ๑๔ เป็นใช้ไม่ได้ (๒) ให้ได้ศุภดิถีอย่างหนึ่ง คือ ดิถีตาว่างซึ่งไม่เป็นผีเพลียนั่นเอง (๓) ให้บุรณฤกษ์อย่างหนึ่ง คือ ๒ ๔ ๕ ๖ ๘ ๑๑ ๑๔ ๑๗ ๒๒ ๒๔ ๒๖ ๒๗ (๔) ให้ได้วันสมภเคราะห์อย่างหนึ่ง คือ วันจันทร์ วันพุธ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ การแรกนาที่ต้องเป็นธุระของผู้ซึ่งเป็นใหญ่ในแผ่นดินเป็นธรรมเนียมมีมาแต่โบราณ สำหรับในประเทศสยามนี้ ที่มีปรากฏอยู่ในการแรกนานี้ ก็มีอยู่เสมอเป็นนิตย์ ไม่มีเวลาเว้นว่าง ด้วยการซึ่งเป็นผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินลงมือทำเองเช่นนี้ ก็เพื่อจะให้เป็นตัวอย่างแก่ราษฎร ชักนำให้มีใจหมั่นในการที่จะทำนา เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่จะได้อาศัยเลี้ยงชีวิตทั่วหน้า เป็นต้นเหตุของความตั้งมั่นและความเจริญไพบูลย์พระนครทั้งปวง ที่มา: จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. พระราชพิธีสิบสองเดือน. พระนคร: คลังวิทยา, ๒๕๐๗.


ชื่อเรื่อง                         ธมฺมบทวณฺณนา ธมฺมบทฏฺฐกถา (ขุทฺทกนิกายฏฺฐกถา) อย.บ.                            243/7 หมวดหมู่                       พุทธศาสนา ลักษณะวัสดุ                   60 หน้า กว้าง 4.5 ซม. ยาว 54 ซม. หัวเรื่อง                         พระธรรมเทศนา                                                                       บทคัดย่อ/บันทึก           เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับชาดทึบ ไม้ประกับธรรมดา


สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นพระธิดาองค์ใหญ่ของพลเอก พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ (หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร) กับหม่อมหลวงบัว กิติยากร ทรงพระราชสมภพเมื่อวันศุกร์ที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๗๕ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี พระราชทานนาม “สิริกิติ์” มีความหมายว่า “ผู้เป็นศรีแห่งราชสกุลกิติยากร” มีพระเชษฐาและพระกนิษฐา ดังนี้ ๑. หม่อมราชวงศ์กัลยาณกิติ์ กิติยากร ๒. หม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ กิติยากร ๓. หม่อมราชวงศ์บุษบา กิติยากร เมื่อพุทธศักราช ๒๔๗๙ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร เริ่มศึกษาชั้นอนุบาลที่โรงเรียนราชินี เมื่อพุทธศักราช ๒๔๘๓ ย้ายไปศึกษาชั้นประถมและมัธยมที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ นอกจากการศึกษาตามหลักสูตรปกติแล้ว พระองค์ได้ศึกษาเพิ่มเติมด้านภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส และวิชาการดนตรี คือ เปียโน พุทธศักราช ๒๔๘๙ หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร ทรงได้รับแต่งตั้งให้เป็นเอกอัครราชทูตประจำราชสำนักเซนต์เจมส์ ประเทศอังกฤษ ทรงพาโอรสธิดาทุกคนไปด้วย ระหว่างพำนักอยู่ในประเทศอังกฤษ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ได้ศึกษาภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสควบคู่ไปกับการเรียนเปียโนกับครูพิเศษ แต่อยู่ที่ประเทศอังกฤษไม่นานนัก หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร ทรงต้องย้ายไปเป็นทูตที่ประเทศเดนมาร์กและประเทศฝรั่งเศส ณ ประเทศฝรั่งเศสนั้น หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ยังคงเรียนเปียโนและฝึกซ้อมอย่างขะมักเขม้น ด้วยประสงค์จะเข้าศึกษาในวิทยาลัยดนตรีอันมีชื่อเสียงของกรุงปารีส คือ คองแซวาตัวร์ นาซิยองนาล เดอ มิวสิก (Conservatoire National de Musique) พุทธศักราช ๒๔๙๑ หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร และครอบครัว ได้รับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งโปรดเสด็จฯ โดยรถยนต์จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์มากรุงปารีส เพื่อทอดพระเนตรโรงงานผลิตรถยนต์เสมอ เป็นเหตุให้ทรงคุ้นเคยและต้องพระราชอัธยาศัยกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ครั้นเมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในเดือนตุลาคมปีเดียวกันนั้น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร เข้าเยี่ยมพระอาการเป็นประจำ สมเด็จพระชนนีศรีสังวาลย์จึงได้ทรงขอให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร พำนัก ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ได้ศึกษาต่อที่โรงเรียนปองสิยองนา รีนาเต รีฟเว (Pensionnat Rinate Rive) เป็นโรงเรียนประจำที่มีชื่อเสียงในการสอนวิชาชีพพิเศษของกุลสตรีแห่งเมืองโลซาน และอีก ๑ ปีต่อมา สมเด็จพระชนนีศรีสังวาลย์ได้ทรงสู่ขอหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร และมีพิธีหมั้นระหว่างสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร เป็นการส่วนพระองค์เมื่อวันอังคารที่ ๑๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๙๒ ณ โรงแรมวินเซอร์ เมืองโลซาน อ้างอิง : (๑) คณะกรรมการจัดทำหนังสือจดหมายเหตุงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕. จดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕. ปทุมธานี : หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช, ๒๕๕๘. (๒) คณะกรรมการฝ่ายจัดทำหนังสือจดหมายเหตุงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๙. จดหมายเหตุงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๙. กรุงเทพฯ : กระทรวงศึกษาธิการ, ๒๕๖๑. (๓) คณะอนุกรรมการจัดทำหนังสือจดหมายเหตุงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ. จดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๔๗. กรุงเทพฯ : สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร, ๒๕๔๘. #เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง #พระราชประวัติ #จดหมายเหตุ ผู้สนใจสามารถสืบค้นเอกสารจดหมายเหตุเพิ่มเติมได้ที่ https://archives.nat.go.th/Home/ หรือสนใจสั่งซื้อหนังสือออนไลน์ที่ https://shorturl.asia/nQ5WZ


                    หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “เสื่อจันทบูร” จากคำขวัญประจำจังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นสินค้าหัตถกรรมพื้นบ้านอย่างหนึ่งทีมีเอกลักษณ์เฉพาะของจันทบุรี ทำจากต้นกกกลมที่ขึ้นอยู่บริเวณน้ำกร่อย เป็นกกที่มีลักษณะพิเศษกว่ากกทั่วไป ด้วยคุณสมบัติพิเศษของเส้นใยที่เหนียว แข็งแรง มีความคงทน มันวาว และสวยงาม เมื่อนำมาทอเป็นเสื่อแล้ว จะทำให้เสื่อมีความทนทานแข็งแรง ให้สัมผัสที่นุ่มนวล ขัดถูได้มันงดงาม           ชาวจันทบุรีรู้จักการทอเสื่อมาไม่ต่ำกว่า 120 ปีแล้ว ผู้ริเริ่มกลุ่มแรกคือกลุ่มผู้นับถือศาสนาคาทอลิกที่อาศัยอยู่บริเวณหมู่บ้านญวน วัดโรมันคาทอลิก โดยมีปรากฏในพระราชนิพนธ์เรื่องเสด็จประพาสเมืองจันทบุรีในรัชกาลที่ 5 (พ.ศ. 2419) ทรงบันทึกไว้ว่า “เสื่อกกแดงนั้น มีแต่พวกญวนทำแห่งเดียว ทอเป็นผืนบ้างเป็นเสื่อรวดบ้าง” ในสมัยนั้นการทอเสื่อชาวญวนต้องซื้อกกและปอจากชาวบ้านตำบลต่างๆ มาจักและลอก เมื่อนำกกมาจักเป็นเส้นเล็กๆ แล้วนำมาผึ่งและตากให้แห้งสนิทแล้ว จึงลงมือย้อมสีกก ระยะแรกใช้สีจากธรรมชาติซึ่งมี  3 สี คือ สีแดงจากเปลือกยาง สีดำจากลูกมะเกลือและการหมักโคลน และสีเหลืองจากหัวขมิ้น จึงทำให้เสื่อกกในยุคแรกถูกเรียกว่าเสื่อแดงหรือเสื่อกกแดง เพราะใช้สีแดงเป็นหลักในการทอสลับกับสีดำ ต่อมาภายหลังได้มีการนำสีวิทยาศาสตร์เข้ามาใช้ การย้อมสีกกจึงสะดวกและได้สีที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น หลังจากเส้นกกที่ย้อมสีแห้งแล้วจึงเริ่มกระบวนการทอเสื่อ โดยใช้เส้นปอเป็นเส้นยืน ซึ่งมีความทนทานกว่าเส้นยืนที่เป็นพลาสติก ต่อมาเมื่อถึงช่วงยุคการทำพลอยเฟื่องฟู อาชีพทอเสื่อของหมู่บ้านญวนก็ค่อยๆ ซบเซาลงจนเกือบสูญหายไป           กิจการทอเสื่อเริ่มเจริญรุ่งเรืองขึ้นอีกครั้ง เมื่อประมาณ พ.ศ. 2493 โดยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ได้ทรงฟื้นฟูอุตสาหกรรมการทอเสื่อ โดยทรงริเริ่มการออกแบบลวดลาย ปรับปรุงเทคนิคการฟอกและย้อมสี ทรงคิดประดิษฐ์เสื่อเป็นเครื่องใช้แบบต่างๆ เช่น ที่รองจาน ที่รองแก้ว กระเป๋าถือ กล่องใส่กระดาษเช็ดหน้า เข็มขัด ฯลฯ จัดทำโดยข้าราชบริพารในวังสวนบ้านแก้ว และนำออกจำหน่ายโดยใช้ชื่อสินค้าว่า “S.B.K. ส.บ.ก. อุตสาหกรรมชาวบ้าน The Peasant Industries, RAMBHAI PANA LTD. THAILAND.” แต่กลับได้รับการเรียกขานกันเป็นสามัญว่าผลิตภัณฑ์ “เสื่อสมเด็จฯ” ซึ่งได้รับความนิยมมาก ผู้ทอเสื่ออื่น ๆ ได้เห็นรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่แปลกตาจึงเกิดแรงบันดาลใจในการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น เสื่อม้วน เสื่อเม้มริม เป็นต้น การทอเสื่อจึงเริ่มฟื้นฟูขึ้นอีกครั้ง นับได้ว่าท่านเป็นผู้บุกเบิกและวางแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมการทอเสื่อในจันทบุรีให้เจริญรุ่งเรือง และขยายผลทำให้เป็นที่รู้จักไปทั่วทุกภูมิภาค           ปัจจุบันเสื่อจันทบูรยังคงเป็นสินค้าของฝากยอดนิยม หมู่บ้านที่ยังมีการรวมกลุ่มทำหัตถกรรมพื้นบ้านทอเสื่อกก เช่น บ้านเสม็ดงาม บ้านบางสระเก้า บ้านเขาน้อยท่าแฉลบ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริม   การผลิตโดยมีความร่วมมือกับนักออกแบบท้องถิ่นรุ่นใหม่ที่มาช่วยพัฒนาการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ดูน่าใช้และมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น มีการออกแบบสร้างสรรค์ลวดลายการทอใหม่ๆ ด้วยการนำ “ลายปัญจจันทบูร” ซึ่งเป็นลายผ้าประจำจังหวัดจันทบุรีมาพัฒนาต่อยอดสู่ลายเสื่อ รวมถึงการรวมกลุ่มเพื่อทำการตลาดและออกร้านผลิตภัณฑ์เพื่อให้เสื่อจันทบูรเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เสื่อจันทบูรได้ขึ้นทะเบียนสินค้า GI ของภูมิภาคตะวันออกไทยจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งรับรองได้ว่าเป็นสินค้าที่มีลักษณะเฉพาะจากภูมิปัญญาและภูมิศาสตร์ท้องถิ่น เป็นสินค้าที่มีอัตลักษณ์และได้มาตรฐาน ช่วยยกระดับรายได้ท้องถิ่น และส่งผลให้ขยายตลาดได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แหล่งข้อมูลอ้างอิง ประมวลพระฉายาลักษณ์ พระราชประวัติ และภาพพระราชกรณียกิจ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 กับสวนบ้านแก้ว. จันทบุรี:      โรงพิมพ์โปรออฟเซท, 2535. วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญาจังหวัดจันทบุรี. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ, 2544. หนีกรุงไปปรุงฝัน. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 6 พฤศจิกายน 2566, จากhttp://www.neekrung.com/nanana/264   เรียบเรียง: นางสาวปริศนา ตุ้มชัยพร บรรณารักษ์ชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี   ขอขอบคุณภาพสินค้าเสื่อกกจันทบูรจากเพจ ร้านกอกก https://www.facebook.com/KORKOKCHAN


โหราศาสตร์เบื้องต้นและการใช้ฤกษ์ จัดพิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พระสิทธิสารโสภณ (สงวน โฆสโก) ณ วัดอาวุธวิกสิตาราม แขวงบางพลัด เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร วันที่ 22 เมษายน 2522  ผู้แต่ง : อั้น แก้วสนธิ ต้นฉบับอยู่ที่ : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี (ห้องกรมศิลปากร) โรงพิมพ์ : โรงพิมพ์บำรุงนุกูลกิจ ปีที่พิมพ์ : 2522 รูปแบบ : PDF ภาษา : ไทย เลขทะเบียน : น. 44 บ. 47447 จบ (ร)  เลขหมู่ : 133.5 ส413ห สาระสังเขป : หนังสือโหราศาสตร์เบื้องต้น รวบรวมจากตำราต่างๆ หลายเล่ม เคยจัดพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2505 ในการจัดพิมพ์ครั้งนี้ได้เพิ่มเติมในเรื่องของหลักการใช้ฤกษ์หรือให้ฤกษ์เบื้องต้นลงไปด้วย เนื้อหาประกอบด้วย การพยากรณ์ภาคดวงชะตากำเนิด ภาคพยากรณ์ชะตาจร ลัคนา ฤกษ์ทั้ง 27 ความเข้าใจและการใช้ฤกษ์แบบต่างๆ


องค์ความรู้ : หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา เรื่อง "โทนโคราช: เครื่องดนตรีจากดินเผา" โทนโคราชเป็นเครื่องดนตรีที่มีเอกลักษณ์พื้นถิ่น ประเภทเครื่องตี ที่ใช้ประกอบการรำ มีรูปทรงคล้ายแจกัน มีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างไปจากโทนจังหวัดอื่น ๆ มีเสียงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เนื่องจากมีการใช้ดินเหนียวในการปั้นเป็นตัวโทนมโหรี และนำไปเผาด้วยความร้อนสูง นิยมเล่นในงานรื่นเริงต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความสนุกสนาน แหล่งผลิตโทนอยู่บริเวณที่ผลิตเครื่องปั้นดินเผา บ้านด่านเกวียน ตำบลด่านเกวียน อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา จัดทำโดย นางรสสุคนธ์ ตั้งนภากร บรรณารักษ์ชำนาญการ


          เรื่อง(ไม่)ลับ ๒๐ คำถาม พระนครคีรี           หากถามว่าจังหวัดเพชรบุรี “มีอะไร” หนึ่งในคำตอบนั้น ก็คือ พระนครคีรี หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า เขาวัง อนุสรณ์สถานอันเป็นตัวแทนแห่งความทรงจำในอดีตที่ยังมีชีวิตและให้ระลึกถึงพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) พระนครคีรี ในมุมมองชาวเพชรบุรีอาจจะรู้กันเป็นอย่างดีว่า “พระนครคีรี” นั้นมีความสำคัญและผูกพันกับเมืองเพชรบุรีมากขนาดไหน แต่ในมุมมองคนทั่วไปหรือนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมนั้น อาจเกิดคำถามว่า “อะไร” เป็นสิ่งที่ “พระนครคีรี” มีและ “อะไร” เป็นความสำคัญที่ทำไมพระนครคีรีสามารถดำรงอยู่ได้จนถึงปัจจุบัน           พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี จึงได้เรียบเรียงบทความนี้ขึ้นมา เพื่ออธิบายเรื่องราว ที่มา และความสำคัญของพระนครคีรี โดยอธิบายผ่านคำถามที่ถูกตั้งขึ้นโดยผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ทางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี เคยจัดขึ้นมาเพื่อเป็นการอนุรักษ์มรดกไทย ในกิจกรรม “๑๐๘ คำถาม พระนครคีรี” โดยตัวอย่างคำถามที่ผู้จัดทำรวบรวมขึ้นมานั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของคำถามทั้งหมดที่ถูกตั้งขึ้นมา และเป็นคำถามที่คนส่วนใหญ่เลือกตั้งกัน


กู่สวนแตง ตำบลกู่สวนแตง อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นปราสาทอิฐ 3 หลัง ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ปราสาทแต่ละหลังมีทางเข้าประตูเดียว อีก 3 ด้านเป็นประตูทึบ ปราสาทองค์กลางคือปราสาทประธานมีขนาดใหญ่ มีแผนผังรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีมุขยื่นออกมาด้านหน้า หน้าบันเหนือประตูหลอกทั้ง 3 ด้าน ยื่นออกมามีแผ่นศิลาแลงรองรับ เป็นศาสนสถานเนื่องในศาสนาฮินดู ราวพุทธศตวรรษที่ 17-18  


ชื่อเรื่อง                     อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ นายสุภัทร์ ศรีสุนทรพินิต ณ เมรุวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร อารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤศจิกายน 2556ครั้งที่                       -ผู้แต่ง                       สุภัทร์ ศรีสุนทรพินิต ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือท้องถิ่นISBN/ISSN                 -หมวดหมู่                   รวมเรื่องทั่วไปเลขหมู่                      089.95911 อ234สสถานที่พิมพ์               ม.ป.ท.สำนักพิมพ์                 ม.ป.พ.ปีที่พิมพ์                    2556ลักษณะวัสดุ               88 หน้า : ภาพประกอบ ; 21 ซม.หัวเรื่อง                     สุภัทร์ ศรีสุนทรพินิต – ประวัติ                                                              สุพรรณบุรี – อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด ภาษา                       ไทย บทคัดย่อ/บันทึก รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลประวัติ การทำงาน คุณงามความดี ของนายสุภัทร์ ศรีสุนทรพินิต อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี



ปราสาททอง     ปราสาททอง บ้านโคกปราสาท ตำบลปราสาท อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ก่อสร้างด้วยอิฐและหินทราย จำนวน ๓ หลัง บนฐานศิลาแลงเดียวกัน ปราสาททั้งสามหลัง ตั้งเรียงกันในแนวทิศเหนือ-ใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านหน้ามีวิหารหรือบรรณาลัยก่อด้วยอิฐจำนวน ๒ หลัง อาคารทั้งหมดล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว มีซุ้มประตู ด้านทิศตะวันออกเป็นทางเข้า ด้านทิศเหนือและทิศใต้ของกำแพงมีห้องขนาดเล็ก มีประตูเข้าจากพื้นที่ภายในด้านหน้ามีแนวทางเดินปูด้วยอิฐ มีคูน้ำล้อมรอบ ๓ ด้าน โดยเว้นทางด้านทิศตะวันออก ปราสาทหลังนี้สร้างขึ้นราวต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๗                                                                                                



การขอทําสําเนาเอกสารจดหมายเหตุในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ


ชื่อเรื่อง                     สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                       71/3หมวดหมู่                   พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ               30 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 54 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก                    เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด  ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


ชื่อเรื่อง                     สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                       80/5หมวดหมู่                   พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ               40 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 50 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก                    เป็นคัมภีร์ใบลานฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา 


black ribbon.