ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,048 รายการ


การจัดแสดงโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุโดยมีการเก็บค่าเข้าชมจะต้องแจ้ง กรมศิลปากร    ตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 และ พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2535 (ฉบับที่ 2) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการแสดงโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุ   อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๙ ทวิแห่งพระราชบัญญัติโบราณ สถานโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพ.ศ. 2504 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 อธิบดีกรมศิลปากรจึงกําหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดแสดง โบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุโดยเรียกเก็บค่าเข้าชมหรือค่าบริการอื่นสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์ ด้านล่างนี้ ประกาศกรมศิลปากร กําหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการแสดงโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุ พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแก่งชาติ พ.ศ. 2504 พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2535 (ฉบับที่ 2) แบบหนังสือแจ้งการจัดแสดงโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุโดยเรียกเก็บค่าเข้าชมหรือค่าบริการอื่น ตัวอย่างเอกสารและหลักฐานประกอบ การจัดแสดงโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุโดยเรียกเก็บค่าเข้าชมหรือค่าบริการอื่น ติดตามข้อมูลข่าวสารใหม่ๆได้ที่ Facebook : Office of National Museum, Thailand Office of National Museum, Thailand | Facebook


วันพุธที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๔ นายทศพร ศรีสมาน ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา ลงพื้นที่ประชุมชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจในการอนุรักษ์โบราณสถานเมืองโบราณเสมา กรณีการบุกรุกโบราณสถานคูเมืองกำแพงเมือง เมืองโบราณเสมา เพื่อทำการเกษตรกรรม และแนะนำแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อป้องกันการบุกรุกโบราณสถานคูเมือง กำแพงเมือง เมืองโบราณเสมา โดยมีนายวิศวิชญ์ วงษ์ศรีเชียง ปลัดอำเภอสูงเนิน เป็นประธานในการประชุม พร้อมทั้ง นายรักชาติ กิริวัฒนศักดิ์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอสูงเนิน ด.ต.ธาดา หิรัญภูวนารถ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเสมา และผู้ครอบครองใช้ประโยชน์ที่ดิน เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลเสมา อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา


          กรมศิลปากร โดยสำนักหอสมุดแห่งชาติ จัดทำนิทรรศการออนไลน์ “๑๐ หนังสือที่พิมพ์จากเอกสารโบราณทรงคุณค่าของหอสมุดแห่งชาติ” เพื่อเผยแพร่ภูมิปัญญาไทยที่อยู่ในเอกสารโบราณ ในรูปแบบ E-book จากต้นฉบับเอกสารโบราณ และหนังสือที่ตีพิมพ์ในปัจจุบัน ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการได้ทาง mobile.nlt.go.th หรือ ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น “NLT Library”           นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร เป็นแหล่งรวบรวมทรัพยากรสารสนเทศที่สำคัญของชาติ และเป็นแหล่งเรียนรู้ของประชาชนทุกระดับชั้น โดยเฉพาะในปัจจุบันที่มีความเจริญด้านเทคโนโลยีอย่างไร้ขีดจำกัด ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) สำนักหอสมุดแห่งชาติ จึงได้พัฒนาช่องทางการเข้าถึงทรัพยากร สารสนเทศเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก รวดเร็ว โดยดำเนินการจัดทำ นิทรรศการออนไลน์ ภายใต้ชื่อเรื่อง “๑๐ หนังสือที่พิมพ์จากเอกสารโบราณทรงคุณค่าของหอสมุดแห่งชาติ” ให้สามารถศึกษาค้นคว้าหาความรู้จากทรัพยากรสารสนเทศผ่านระบบออนไลน์ ในรูปแบบ E-book ทั้งจาก ต้นฉบับตัวเขียนที่เป็นเอกสารโบราณอันทรงคุณค่าอย่างยิ่ง และหนังสือที่ผ่านการตีพิมพ์เป็นภาษาไทยในปัจจุบัน จำนวน ๑๐ เรื่อง ได้แก่ ตำราดูลักษณะแมว กระบวนพยุหยาตราทางชลมารค สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช กระบวนพยุหยาตราทางสถลมารค สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมุดภาพสัตว์หิมพานต์ สมุดภาพไตรภูมิ ฉบับกรุงศรีอยุธยา - ฉบับกรุงธนบุรี เล่ม ๑ – ๒ หนังสือต้นร่างขรัวอินโข่ง สมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตน พระสมุดตำรา แผนคชลักษณ์ สมุดภาพปฤษณาธรรม และสุปรีติธรรมราชชาดกคำหลวง         การจัดทำนิทรรศการออนไลน์ในครั้งนี้ นอกจากจะเพื่ออนุรักษ์ เผยแพร่ภูมิปัญญาของบรรพชนไทย ที่ปรากฏอยู่ในเนื้อหาของเอกสารโบราณ รักษาเอกสารโบราณโดยไม่ต้องสัมผัส และสร้างความตระหนักถึงความ สำคัญในการช่วยอนุรักษ์ต้นฉบับเอกสารโบราณแล้ว ยังเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่สนใจ และรักษา ระยะห่างทางสังคม ป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) จึงขอเชิญชวนผู้สนใจ เข้าชมนิทรรศการออนไลน์ ได้ที่เว็บไซต์ mobile.nlt.go.th และ mobile application “NLT Library” ทั้งระบบ IOS และ Android หรือสแกนคิวอาร์โค้ดตำราดูลักษณะแมวกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชกระบวนพยุหยาตราทางสถลมารค สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชสมุดภาพสัตว์หิมพานต์สมุดภาพไตรภูมิ ฉบับกรุงศรีอยุธยา - ฉบับกรุงธนบุรี เล่ม ๑ – ๒หนังสือต้นร่างขรัวอินโข่งสมุดภาพโคลงฤๅษีดัดตนพระสมุดตำราแผนคชลักษณ์สมุดภาพปฤษณาธรรมสุปรีติธรรมราชชาดกคำหลวง------------------------------------------------------ข่าว : กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ภาพประกอบ : สำนักหอสมุดแห่งชาติ




วันอังคารที่ ๒๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ เวลา ๑๐.๐๐ น. นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร ประชุมคณะกรรมการและตรวจการจ้างงาน ( ประจำงวดที่ ๑ ) ในโครงการบูรณปฏิสังขรณ์พระระเบียง และพระวิหารคด วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร โดยมีนายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล ผู้อำนวยการสำนักสถาปัตยกรรม พร้อมด้วยคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมและตรวจงานจ้าง


วันอังคารที่ ๒๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ เวลา ๑๓.๓๐ น. นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร ประชุมคณะกรรมการและตรวจการจ้างงาน งวดที่ ๑๗-๑๘ (งวดสุดท้าย) ในโครงการ ”งานตกแต่งภายในและงานระบบอาคารคลังกลางเก็บโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ” โดยมีนางสาวนิตยา กนกมงคล ผู้อำนวยการสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล ผู้อำนวยการสำนักสถาปัตยกรรม พร้อมด้วยคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมและตรวจงานจ้าง ณ ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี


อัพเดท #โครงการบูรณะโบราณสถานสะพานขอม ต.จรเข้มาก อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการบดอัดดินเตรียมฐานรากเพื่อความมั่นคงแข็งแรงเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้น เป็นขั้นตอนการนำหินที่ถอดรื้อ กลับมาเรียงเข้าตำแหน่งเดิมตามรหัสที่กำหนดในแบบบูรณะ โดยหินแต่ละก้อนจะต้องวางได้แนบสนิทกัน เข้าร่องหรือบ่าได้พอดีตามล็อคที่เคยอยู่ สำหรับหินบางจุดที่หายไปจะนำศิลาแลงใหม่มาใส่ทดแทนเพื่อให้โบราณสถานมีความมั่นคง กลมกลืน ฟื้นฟูกลับสู่สภาพเดิมเฉกเช่นในอดีต #Anastylosis #อนัสติโลซิส #สะพานขอม_ที่ไม่ใช่สะพาน_แต่เป็นพนังกั้นน้ำโบราณ



#ทับหลังปราสาทหนองหงส์ • นอกเหนือจากทับหลังชิ้นสำคัญที่พบจากกลุ่มปราสาทประธานจำนวน 3 ชิ้น ซึ่ง 1 จาก 3 ชิ้น จะเดินทางกลับถึง #ประเทศไทย อีกไม่กี่ชั่วโมงนับจากนี้ หลังจากที่ถูกลับลอบเคลื่อนย้ายไปอยู่ต่างประเทศหลายสิบปี โดยสวัสดิภาพ แล้ว • จากการขุดแต่งโบราณสถานปราสาทหนองหงส์ เมื่อปี 2545 พบทับหลังหล่นอยู่ในบริเวณปราสาทหนองหงส์ ด้านทิศตะวันออก อีกจำนวน 3 ชิ้น ดังนี้ • 1. #ทับหลังสลักภาพบุคคลยืนเหนือหงส์ มือซ้ายจับขาหน้าของสัตว์ชูขึ้น คล้ายภาพในนารายณ์อวตารตอน พระกฤษณะปราบหมูป่า สภาพเกือบสมบูรณ์ พบบริเวณกริด 6J (พบบริเวณโคปุระด้านทิศตะวันออก) จำนวน 1 ชิ้น กำหนดอายุในราวครึ่งหลัง พุทธศตวรรษที่ 16 • 2. #ทับหลังสลักภาพลายท่อนพวงมาลัย ภาพตรงกลางกะเทาะหายไป พบบริเวณกริด 11I (พบบริเวณลานด้านหน้าฐานไพทีของปราสาทหลังทิศเหนือ) จำนวน 1 ชิ้น กำหนดอายุในราวช่วงครึ่งหลัง พุทธศตวรรษที่ 16 • 3. #ทับหลังสลักภาพเทวดาประทับนั่งในท่ามหาราชลีลาสนะ ภายในซุ้มบนสัตว์พาหนะ(โค/กระบือ) เหนือหน้ากาลคายท่อนพวงมาลัย พบบริเวณกริด 27L (พบบริเวณโคปุระด้านทิศตะวันตก) จำนวน 1 ชิ้น กำหนดอายุในราวช่วงครึ่งหลัง พุทธศตวรรษที่ 16 • โดยปัจจุบัน ทับหลัง ทั้งหมด ถูกเก็บรักษา ไว้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา หากมีโอกาส โดยจัดเเสดงบริเวณ อาคารศิลาจำหลัก หากมีโอกาส ก็เดินทางมาเยี่ยมชมกันครับ • ขอขอบคุณกรมศิลปากร หน่วยงาน บุคคล และทุกภาคส่วนที่มีส่วนช่วยให้มรดกวัฒนธรรมชาติ ได้กลับสู่ผืนแผ่นดินไทยอีกครั้ง


องค์ความรู้เรื่อง ..การสำรวจศิลปกรรมภาพลายเส้นใบเสมาบ้านคอนสวรรค์ โดย นางสาวนิตยา สาระรัตน์ นายช่างศิลปกรรมอาวุโส ใบเสมาบ้านคอนสวรรค์ ตั้งอยู่บ้านคอนสวรรค์ หมู่ที่ ๘,๙ และ ๑๑ ตำบลคอนสวรรค์ อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ เป็นชุมชนโบราณที่ปรากฎหลักฐานและร่องรอยการอยู่อาศัยของคนในอดีตมาตั้งแต่สมัยทวารวดี พุทธศตวรรษที่ ๑๓ – ๑๖ หลังจากนั้นปรากฏพบหลักฐานร่องรอยวัฒนธรรมขอมภายในชุมชน แต่พบหลักฐานค่อนข้างน้อย และเป็นไปได้ว่าชุมชนอาจทิ้งร้างไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง จนกระทั่งในสมัยวัฒนธรรมไท – ลาว เมื่อประมาณ ๑๐๐ – ๒๐๐ ปีมาแล้ว มีคนกลุ่มใหม่เข้ามาอยู่อาศัยภายในชุมชนอีกครั้ง ดังปรากฏอาคารโบราณสถานอุโบสถ (สิม) สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นที่สร้างตั้งอยู่ในวัดบ้านคอนสวรรค์ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๓ กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมา (ขณะนั้น) ดำเนินงานบูรณะอาคารอุโบสถ (สิม) วัดบ้านคอนสวรรค์ ใบเสมาบ้านคอนสวรรค์ เป็นใบเสมาที่ทำจากหินทรายจำนวนมาก บริเวณที่พบนั้นเป็นเนินดินที่อยู่นอกเมือง เรียกว่า โนนกู่ ใบเสมาเหล่านี้ถูกนำไปเก็บไว้ที่ต่างๆ รอบหมู่บ้าน จนกระทั่งปัจจุบันได้นำมารวบรวมเก็บรักษาไว้ที่วัดบ้านคอนสวรรค์ ใบเสมาเหล่านี้ ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นแผ่นหิน และพบการสลักลวดลายประดับเป็นภาพบุคคลตามเรื่องราวชาดกตอนต่างๆ ในพุทธศาสนา ได้แก่ เวสสันดรชาดก สุวรรณสามชาดก ภูริฑัตชาดก เตมียชาดก มโหสถชาดก เทวธรรมชาดกหรือสีวิรราชชาดก มาตุโปสกชาดก ขั้นตอนการดำเนินงาน ๑. ดำเนินการสำรวจเก็บข้อมูลภาพลายเส้นตามร่องรอยที่หลงเหลืออยู่จริง ๒. ดำเนินการวิเคราะห์ลายเส้นใบเสมา ร่วมกับนักโบราณคดี เพื่อเติมเต็มภาพลายเส้นให้สมบูรณ์ ๓. ดำเนินการเติมภาพลายเส้นให้สมบูรณ์ ที่ได้ข้อมูลจากการวิเคราะห์ ๔. ดำเนินการจัดทำเสกลหน้างานจากแหล่งใบเสมา เพื่อให้ได้ความแม่นยำของระยะของลวดลาย ๕. ดำเนินการวาดภาพลายเส้นใบเสมาให้สมบูรณ์ตามแนวทางการวิเคราะห์ร่วมกับนักโบราณคดี ๖. ภาพผลงานการวาดลายเส้นลวดลายใบเสมาที่เติมเต็มให้สมบูรณ์ บนกระดาษกราฟที่เข้าเสกลตามสัดส่วนจริง ๗. นำภาพผลงานการวาดลายเส้นลวดลายใบเสมาที่เติมเต็มให้สมบูรณ์ มาดำเนินการวาดเส้นในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ Illustrator เพื่อให้สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายต่อไป


          วันศุกร์ที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๔ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ จัดโครงการและจัดแสดงนิทรรศการ เรื่อง "สืบสานงานหัตถศิลป์ดินเผาบ้านช่างปี่ อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ สู่ยุคไทยแลนด์ดิจิทัล ๔.๐" ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์          โดยมี ผศ.ดร.ธีรวัตร์ ภูระธีรานรัชต์ คณบดีคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เป็นประธานในพิธี กิจกรรมประกอบด้วย การเสวนาความรู้ เยี่ยมชมนิทรรศการผลงานปั้นภาชนะดินเผาของน้องๆ นักเรียนโรงเรียนบ้านช่างปี่ และการสาธิตวิธีการปั้นภาชนะดินเผาโดยปราชญ์ชุมชนบ้านช่างปี่ นิทรรศการเปิดให้เข้าชมตั้งแต่บัดนี้ ถึง ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔วันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น.บริเวณหน้าห้องนิทรรศการสุรินทร์ดินแดนช้าง เข้าชมฟรีโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม


          กรมศิลปากรได้ดำเนินการปรับปรุงพัฒนาพิพิธภัณฑ์เขื่อนขุนด่านปราการชล บ้านท่าด่าน ตำบล หินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีมาตรฐานตามแบบพิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติและได้มาตรฐานระดับสากล ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน ชื่อใหม่ว่า “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงพัฒนางานด้านชลประทานก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ           การจัดแสดงนิทรรศการถาวรในพิพิธภัณฑ์เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริเขื่อนขุนด่านปราการชล ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ ธรณีวิทยา ปฐพีวิทยา รวมถึงพืช และน้ำ อันเป็นลักษณะโดยทั่วไปของจังหวัดนครนายกตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ตลอดจนข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี และตำนานเมืองนครนายก เพื่อเป็นศูนย์ข้อมูลและแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดนครนายก รวมทั้งเป็นการปลูกจิตสำนึกรักบ้านเกิดและสร้างความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นอีกด้วย          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ ทดลองเปิดบริการให้เข้าชมฟรี ตั้งแต่วันเสาร์ที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๔ เป็นต้นไป เปิดให้บริการในวันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. ปิดวันจันทร์ - วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์          ทั้งนี้ ทางพิพิธภัณฑ์มีการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการระบาดของโรคติดต่อ COVID-19 สำหรับแหล่งเรียนรู้ของกรมศิลปากร ดังนี้ ๑.ตรวจคัดกรองผู้เข้าใช้บริการในแหล่งเรียนรู้ ๒.ผู้ใช้บริการต้องสวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัย ๓.จำกัดผู้เข้าชมเพื่อลดความแออัด (จำนวน ๑๕ คนต่อรอบการเข้าชม) ๔.เว้นระยะระหว่างบุคคลไม่น้อยกว่า ๑.๕ เมตร ๕.จัดจุดบริการแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือ ๖.ทำความสะอาดบริเวณที่มีการสัมผัสทุก ๒ ชั่วโมง ๗.งดการจัดบรรยายและสัมมนา ๘.สแกน QR Code เช็คอินเช็คเอาท์ตามแพลตฟอร์มไทยชนะ หรือกรอกข้อมูล


          การติดตามทับหลังปราสาทหนองหงส์ จังหวัดบุรีรัมย์ และทับหลังปราสาทเขาโล้น จังหวัด สระแก้ว ซึ่งถูกโจรกรรมและนำออกไปจากประเทศไทยอย่างผิดกฎหมายโดยขบวนการลักลอบค้าโบราณวัตถุมานานกว่า ๕๐ ปี เริ่มต้นเมื่อพุทธศักราช ๒๕๕๙ จากความร่วมมือของภาคเอกชนและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในนาม “คณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย” ตลอดจนสำนักงานสืบสวนเพื่อความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Homeland Security Investigations) หรือ HSI สหรัฐอเมริกา จนกระทั่งได้ทับหลังกลับคืนสู่ประเทศไทยเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา           กรมศิลปากร ได้นำทับหลังทั้ง ๒ รายการ มาจัดแสดงในนิทรรศการพิเศษ “ทับหลังปราสาท หนองหงส์ และปราสาทเขาโล้น กลับคืนสู่ประเทศไทย” นำเสนอข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของทับหลังทั้ง ๒ รายการ หลักฐานต่าง ๆ ที่ได้สืบค้น รวมถึงขั้นตอนการดำเนินงานในการติดตาม เพื่อให้ประชาชนเข้าใจถึงขั้นตอนและวิธีการกว่าจะได้มาซึ่งโบราณวัตถุที่ต้องใช้ระยะเวลา ความพยายาม และความร่วมมือจากหลายฝ่าย อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นจิตสำนึกรักและหวงแหนมรดกวัฒนธรรมของไทยและร่วมกันปกป้องดูแลรักษาให้สืบทอดไปยังคนรุ่นหลังต่อไป           ขอเชิญชวนผู้สนใจไปชมนิทรรศการพิเศษ “ทับหลังปราสาทหนองหงส์ และปราสาทเขาโล้น กลับคืนสู่ประเทศไทย”จัดแสดง ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ ทุกวันพุธ - วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์ และอังคาร) เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โทรศัพท์ ๐ ๒๒๒๔ ๑๔๐๒ , ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๗๐           นับเป็นเวลามากกว่า ๕๐ ปี ที่ทับหลังปราสาทหนองหงส์ จังหวัดบุรีรัมย์ และทับหลังปราสาท เขาโล้นจังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นส่วนประกอบของโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ได้ถูกโจรกรรมและนำออกไปจากประเทศไทยอย่างผิดกฎหมายโดยขบวนการลักลอบค้าโบราณวัตถุเพื่อส่งต่อให้กับนักสะสมและพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งกรณีของทับหลังทั้งสองรายการนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่มรดกทางวัฒนธรรมของคนไทยถูกลักลอบนำออกไป ที่ผ่านมาทับหลังจากปราสาทกู่สวนแตง และปราสาทพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ก็เคยถูกโจรกรรมไป และได้ติดตามนำกลับคืนมาแล้ว เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๓ และ พ.ศ. ๒๕๓๑ ตามลำดับ           ทับหลังคือส่วนประกอบของศาสนสถานจำพวกปราสาทหินในวัฒนธรรมเขมรโบราณ โดยมี ลักษณะเป็นแผ่นหินรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าติดตั้งอยู่เหนือกรอบประตูของอาคารหรือปราสาทหิน วัสดุหลักที่ใช้ทำทับหลังคือหินทราย โดยจะมีการจำหลักลวดลายเป็นภาพเล่าเรื่อง ภาพเทพต่างๆ หรือลวดลายประดับลงบนทับหลัง ลวดลายเหล่านี้มีรูปแบบและวิวัฒนาการในการสร้างที่ชัดเจน จึงสามารถใช้เป็นสิ่งที่ช่วยกำหนดอายุในการสร้างโบราณสถานนั้น ๆ ได้ และทับหลังก็มีรูปแบบเฉพาะที่แตกต่างกันไปเนื่องจากเป็นของที่แกะสลักขึ้นมาทีละชิ้น มีเอกลักษณ์และสวยงาม เป็นที่ต้องการของเหล่าบรรดาผู้สะสมโบราณวัตถุ ในอดีตจึงมักถูกโจรกรรมจากแหล่งโบราณสถานที่อยู่ห่างไกลและลักลอบนำออกไปขายยังต่างประเทศ


black ribbon.