ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,143 รายการ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ เปิดให้บริการแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมนิทรรศการ ระหว่างวันที่ ๖ - ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔
มีผู้เข้าชมทั้งสิ้น ๔๖ คน โดยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด - ๑๙ อย่างเคร่งครัด
วันอาทิตย์ที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ทำความสะอาดห้องจัดแสดงนิทรรศการเพื่อฆ่าเชื้อโควิด - ๑๙ และเตรียมความพร้อมบริการนักท่องเที่ยวต่อไป
วันพฤหัสบดีที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๔ นายธนภัทร จิตสุทธิผล ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น พร้อมด้วยกรรมการตรวจรับพัสดุ ตรวจรับงานงวดที่ ๔ และงวดที่ ๕ โครงการอนุรักษ์และปรับปรุงหลุมขุดค้นทางโบราณคดีแหล่งโบราณโนนเมือง ตำบลชุมแพ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น
หยิบเอามาเล่า(2)
สวัสดีครับ
เดือนนี้เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว
มีหนังสือเล่มนึงเปิดเผยเนื้อในเกี่ยวกับ
-ประวัติศาสตร์การพาณิชย์นาวีไทย-
นายเอิบเปรม วัชรางกูร ผู้เขียน
กรมศิลปากร จัดพิมพ์ พ.ศ.2544
-พาณิชย์นาวี-
หรือ maritime / merchant navy
หมายถึง กิจการ/กิจกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับทะเล
เช่น การเดินทาง การต่อเรือ การค้าขาย การประกันภัย การฝึนฝน การปฎิบัติภารกิจ ฯ
หนังสือย้อนภาพไปถึงสมัยก่อนประวัติศาสตร์หลายหมื่นปีที่แล้ว ครั้งยุคน้ำแข็งครั้งสุดท้าย
ครั้งนั้นอากาศหนาวเย็นมากส่งผลให้น้ำแข็งที่ขั้วโลกจับตัวกับน้ำทะเลมากขึ้น
ส่งผลให้น้ำในทะเลน้อยลง
จึงส่งผลอีกต่อหนึ่งถึงระดับน้ำในมหาสมุทรต่างๆ
ลดระดับลง
เมื่อน้ำในสมหาสมุทรลดระดับลง จึงมีผลต่อไปถึงชายฝั่งต่างๆ นั้น เหือดแห้งลงด้วย
ชายฝั่ง/ชายหาด ยืดเหยียดลงไปจากเดิม
ปากแม่น้ำ/ดินดอน/ดินตะกอน แห้งขอดกลายเป็นแผ่นดินใหม่
หมู่เกาะต่างๆ กับ ผืนแผ่นดินใหญ่ ล้วนมีผืนดืนยื่นออกมาทำให้ระยะห่างลดลง/ใกล้กันมากกว่าเดิม
ช่วงเวลานี้เองที่พบว่า มีการเดินทางข้ามไปมาจากแผ่นดินใหญ่ไปเกาะต่างๆ หรือ ข้ามไปมาระหว่างเกาะต่างๆ
เราพบหลักฐานทั้งผู้คนและสิ่งของจากเกาะนึงไปยังอีกเกาะนึง พบการตั้งถิ่นฐานไล่เรียงกันไปเรื่อยๆ
ตรงนี้เองที่มทำให้สันนิษฐานว่า การเดินทางของผู้คนในช่วงเวลานี้ล้วนต้องมี พาหนะ
-พาหนะ-
ที่ใช้ข้ามน้ำข้ามทะเลได้ คือ เรือ/แพ
ไม่ว่าพาหนะนี้จะมีรูปร่างอย่างไร ทำจากวัดสุประเภทไหน ล้วนทำให้เราเห็นภาพว่า พาณิชย์นาวี ได้เกิดขึ้นแล้วเมื่อหลายหมื่นปีก่อน
-ไม่พบหลักฐาน-
แม้ว่าความเป็นไปได้ในการเดินทางข้ามทะเลจะเกิดขึ้นแล้วในช่วงเวลานี้ แต่เรายังไม่พบหลักฐานที่สามารถจับต้องได้
เว้นแต่พาหนะที่ใช้แม่น้ำลำคลองบนผืนแผ่นดินใหญ่
อย่างเช่น เรือคนู เมื่อเกือบหมื่นปีที่แล้ว( The Pesse Canoe ที่ Netherlands)
จนกระทั่ง ได้พบ ซากเรือจม ใกล้กับเกาะ Dokos ในทะเลอีเจียน (ที่มีอายุเกือบห้าพันปีมาแล้ว) ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นหลักฐานการพาณิชย์นาวีที่เก่าแก่ที่สุดครับ(ที่มา wikipedia )
เพิ่งเริ่มบทแรกก็สปอยได้มันส์จิงๆครับ
คราวหน้ามาต่อกันด้วยเนื้อหาใกล้ๆบ้านเราครับ
จากหนังสือ
ประวัติศาสตร์การพาณิชย์นาวีไทย
กรมศิลปากร จัดพิมพ์ พ.ศ.2544
พิมพ์ที่ บริษัท สำนักพิมพ์สมาพันธ์ จำกัด,กรุงเทพฯ
รำฦกพระมหากรุณาธิคุณ
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
13 ตุลาคม 2564เนื่องในวันคล้ายวันสวรรณคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ หาที่สุดมิได้
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร
วันพุธที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๔ เวลา ๐๙.๐๐ น. นายธนภัทร จิตสุทธิผล ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น พร้อมด้วยข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ร่วมพิธีวางพวงมาลา เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ สำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น
กรมศิลปากร ขอเชิญผู้สนใจร่วมกิจกรรม "แต่งชุดไทยชมตู้ลายทอง" เพียงแค่โพสรูปภาพชุดไทยย้อนยุค ในขณะที่เข้าชมนิทรรศการตู้ลายทอง ลุ้นรับรางวัลหนังสือตู้ลายทอง จำนวน ๑๐ รางวัล สามารถร่วมกิจกรรมได้ที่ facebook fanpage: National Library of Thailand
วันพุธที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๔ เวลา ๐๘.๓๐ น. ณ บริเวณห้องโถง ชั้น ๑ ตึกกรมศิลปากร (สนามหลวง) นายพนมบุตร จันทรโชติ รองอธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาและกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๔ จากนั้นผู้ร่วมพิธียืนสงบนิ่งน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เป็นเวลา ๘๙ วินาที โดยมีหัวหน้าส่วนข้าราชการ เข้าร่วมพิธี ทั้งนี้ เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยในรัชสมัยที่ทรงเสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติ และทรงปกครองแผ่นดินโดยธรรม พระองค์บำเพ็ญพระราชกรณียกิจมากมาย ทรงตรากตรำพระวรกายอย่างไม่รู้จัก เหน็ดเหนื่อย เหน็ดเหนื่อย ทำให้ประเทศชาติมีความเจริญก้าวหน้า ประชาชนอยู่อาศัยด้วยความร่มเย็นเป็นสุข ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน
ดาวน์โหลดเอกสารงบทดลองประจำเดือนกันยายน 2564 ได้จาก Link นี้ค่ะ
https://finearts.go.th/nlttrang/view/28334-%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99-2564
รายงานผลการตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้งข้อมูล บริเวณเจดีย์เก่าบ้านวัด ตำบลตาโกน อำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ
-เจดีย์วัดเก่า ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการกองทุนหมู่บ้านบ้านวัดตำบลตาโกน อำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ ไม่ปรากฏชื่อในฐานข้อมูลภายในกลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา และฐานข้อมูลจากระบบภูมิสารสนเทศแหล่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของกรมศิลปากร (GIS กรมศิลปากร)
-สภาพปัจจุบันของโบราณสถานเจดีย์วัดเก่านั้น เป็นโบราณสถานก่อด้วยอิฐ หลังเดี่ยว วางตัวตามแนวทิศตะวันออก มีสภาพพังทลายเกือบทั้งองค์ ไม่สามารถสันนิษฐานรูปทรงในเบื้องต้นได้ บริเวณฐานของเจดีย์ ยังคงปรากฎร่องรอยเป็นฐานชั้นอยู่บ้าง ขนาดขององค์เจดีย์กว้างประมาณ ๔.๐๐ เมตร ยาวประมาณ ๔.๓๕ เมตร ขนาดของอิฐที่ยังคงสภาพอยู่ กว้างประมาณ ๑๒ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๒๖ เซนติเมตร หนา ๘.๕ เซนติเมตร
-จากการสอบถามประวัติความเป็นมาของโบราณสถานนี้จาก นายสมัย พวงพันธ์ อายุ ๕๙ ปี ผู้ใหญ่บ้านวัด ได้ความว่า เจดีย์องค์นี้มีมานานแล้ว ชาวบ้านเรียกกันว่า เจดีย์วัดเก่าจากหลักฐานที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน มีไม่เพียงพอสำหรับการกำหนดอายุสมัยในเบื้องต้นได้ แต่จากวัสดุที่ใช้ และขนาดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ อาจเป็นไปได้ว่า เจดีย์องค์นี้ น่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ปีมาแล้ว
นางสาวสุภาวดี อินทรประเสริฐ นักโบราณคดีชำนาญการ