ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,060 รายการ

สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ขอแสดงความยินดีกับผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่นและผู้สนับสนุนการดำเนินงานด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2568 ในโอกาสเข้าเฝ้า ฯ รับพระราชทานเข็มเกียรติคุณวันอนุรักษ์มรดกไทย จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 ณ อาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ กรมศิลปากร จำนวน 2 ราย 1 องค์กร ดังนี้ . 1) #ผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่น จำนวน 1 ราย 1 องค์กร ดังนี้ 1.1 พระอธิการสายันห์ ผาสุโก เจ้าอาวาสวัดกู่แดง ตำบลตลาดแร้ง อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ 1.2 เทศบาลนครนครราชสีมา โดย นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ในฐานะหน่วยงานที่ส่งเสริม สนับสนุน และอนุรักษ์ กำแพงเมือง คูเมือง เมืองเก่านครราชสีมา และการดำเนินงานทางโบราณคดีในพื้นที่ . 2) #ผู้สนับสนุนการดำเนินงานด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติ จำนวน 1 ราย ดังนี้ 2.1) นางเบญจพร สัตตภัณฑ์ ผู้บริจาคที่ดินให้กับกรมศิลปากรเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้แหล่งใบเสมาบ้านกุดโง้ง ตำบลบุ่งคล้า อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ






สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงประกอบพิธีสมโภชและทรงสวมพระรัศมีทองคำประดับเพชรถวายพระพุทธสิหิงค์         วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา ๐๘.๕๕ น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีสมโภชและทรงสวมพระรัศมีทองคำประดับเพชรถวายพระพุทธสิหิงค์ ณ พระที่นั่งพุทธไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยมี ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ผู้บริหาร ข้าราชการกรมศิลปากร และประชาชน เฝ้า ฯ รับเสด็จ         โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กราบบังคมทูลรายงานการบูรณะพระพุทธสิหิงค์ เจ้าพนักงานพระราชพิธีอัญเชิญพระรัศมีทองคำประดับเพชร เข้าถวาย ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมพระรัศมีทองคำประดับเพชร จากนั้นพระราชทานพระรัศมีทองคำประดับเพชรแก่อธิบดีกรมศิลปากรอัญเชิญไปสวมถวายพระเศียรพระพุทธสิหิงค์ภายในพระที่นั่งพุทธไธสวรรย์ แล้วจึงเสด็จออกจากพลับพลาพิธีไปยังพระที่นั่งพุทธไธสวรรย์ ทรงวางพวงมาลัยถวายสักการะพระพุทธสิหิงค์          พระพุทธสิหิงค์ ที่ประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมืองที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยให้ความเคารพสักการะมาอย่างยาวนาน ด้วยพุทธลักษณะอันงดงามตามแบบศิลปะล้านนา พุทธศักราช ๒๕๖๘ กรมศิลปากรได้ดำเนินโครงการอนุรักษ์พระพุทธสิหิงค์ เนื่องจากตรวจสอบพบว่าองค์พระพุทธสิหิงค์มีความเสื่อมสภาพหลายประการ และพบหลักฐานว่ามีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบศิลปกรรมจากของแท้ดั้งเดิม นับแต่พระรัศมี ยอดฉัตร ระย้าที่ห้อยระบายฉัตร กรมศิลปากรจึงได้ดำเนินการบูรณะพระพุทธสิหิงค์ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ยึดหลักการรักษาคุณค่าความเป็นของแท้ดั้งเดิมให้มากที่สุด เพื่อธํารงรักษางานพุทธศิลป์ให้เป็นไปตามหลักวิชาการและสอดคล้องกับจารีตประเพณี และดำเนินการหล่อพระรัศมีพระพุทธสิหิงค์ ด้วยทองคำลงยาประดับเพชรตามหลักฐานเดิม สันนิษฐานจากภาพถ่ายเก่าและรูปลักษณะพระรัศมีปัจจุบัน เปรียบเทียบกับพระรัศมีของพระพุทธสิหังคปฏิมากร พระประธานในพระวิหารหลวง วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร ซึ่งจำลองจากพระพุทธสิหิงค์ ในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ โดยประดับเพชรเม็ดใหญ่ที่ใจกลางของเปลวรัศมี ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวม ๒ เม็ด และที่ใจกลางกลีบบัวฐานพระรัศมี ๘ เม็ด ในการนี้มีประชาชนผู้มีจิตศรัทธามีส่วนร่วมบริจาคทองคำแท่ง และทองรูปพรรณ เพื่อนำมาหล่อพระรัศมีทองคำถวายแด่พระพุทธสิหิงค์ด้วย


สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเปิดอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ จังหวัดปทุมธานี           วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา ๑๔.๐๙ น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๘ ณ ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยมี ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ผู้บริหารและข้าราชการกระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานในจังหวัดปทุมธานี และประชาชน เฝ้าฯ รับเสด็จ         โอกาสนี้ นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กราบบังคมทูลเบิกผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่นและผู้สนับสนุนการดำเนินงานด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๘ จำนวน ๑๘ ราย เข้ารับพระราชทานเข็มเกียรติคุณวันอนุรักษ์มรดกไทย จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินเข้าภายในอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ ทรงกดปุ่มเปิดแพรคลุมป้ายอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ ทอดพระเนตรนิทรรศการความเป็นมาของกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ และห้องปฏิบัติการอนุรักษ์โบราณวัตถุประเภทต่าง ๆ อาทิ ห้องปฏิบัติการอนุรักษ์โลหะวัตถุ ห้องปฏิบัติการอนุรักษ์จิตรกรรม ห้องปฏิบัติการอนุรักษ์โบราณวัตถุขนาดใหญ่ ห้องปฏิบัติการอนุรักษ์โบราณวัตถุประเภทชุ่มน้ำ         กรมศิลปากรได้น้อมนำกระแสพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เกี่ยวกับแนวทางการกําจัดสนิมพระแสงขรรค์เมื่อแรกพบจากกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นต้นทางการจัดตั้งงานวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์โบราณวัตถุของกรมศิลปากร เมื่อพุทธศักราช ๒๕๑๓ พร้อมจัดสร้างอาคารซ่อมสงวนรักษาศิลปโบราณวัตถุ ในบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กระทั่งปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๔ กรมศิลปากร เริ่มจัดสร้างอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์แห่งใหม่อยู่คู่กับอาคารคลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ในพื้นที่ศูนย์ราชการกรมศิลปากร ตําบลคลองห้า อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เพื่อรองรับเทคโนโลยีสนับสนุนการศึกษาวิจัยและอุปกรณ์เครื่องมือด้านการอนุรักษ์โบราณวัตถุที่ทันสมัยขึ้น          ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ มีขนาดพื้นที่ใช้สอยภายในรวม ๓,๓๔๗ ตารางเมตร ประกอบด้วย อาคารปฏิบัติการหลัก สูง ๔ ชั้น แบ่งเป็นส่วนปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ และส่วนปฏิบัติการอนุรักษ์โบราณวัตถุ อาคารอนุรักษ์โบราณวัตถุ ประเภทชุ่มน้ำ สําหรับอนุรักษ์โบราณวัตถุที่พบจากพื้นที่ชุ่มน้ำ หรือแหล่งโบราณคดีใต้น้ำ มีระบบควบคุมอากาศที่ดี เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น และมีเครื่องมืออุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่เพิ่มประสิทธิภาพการทํางาน นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่บริการความรู้ ได้แก่ ห้องสมุด ห้องประชุม และโถงนิทรรศการเผยแพร่ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ ถือเป็นการยกระดับงานวิทยาศาสตร์และการศึกษาวิจัยด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของไทยที่ครบถ้วน มีมาตรฐานระดับสากล และยังเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยน การถ่ายทอดองค์ความรู้ ด้านการปฏิบัติการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม และทรัพยากรสารสนเทศด้านการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมนานาชาติที่ทันสมัย เพื่อให้บริการประชาชน และเป็นศูนย์กลางความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมระดับภูมิภาคต่อไป


         พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง จังหวัดภูเก็ต พิพิธภัณฑ์ที่ทำให้เราได้ย้อนไปกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีในพื้นที่ภาคใต้ชายฝั่งทะเลอันดามันผ่านนิทรรศการการบอกเล่าเรื่องราว โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุตามยุคสมัย เริ่มตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ แรกเริ่มประวัติศาสตร์ การค้าเมืองท่าโบราณ การปรากฏหลักฐานการเข้ามาของอักษรภาษาเขียน ศาสนาในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน ข้อมูลหลักฐานเริ่มต้นเมืองถลางสู่มณฑลภูเก็จ ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ของผู้คนที่อาศัยบนเกาะภูเก็ตตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน          ห้องที่ 1 ยุคก่อนประวัติศาสตร์ แรกเริ่มการค้า และเมืองท่าโบราณ ภายในห้องจัดแสดงห้องแรกจะเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับยุคก่อนประวัติศาสตร์ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน ซึงมีพัฒนาการมาอย่างยาวนานกว่าสามหมื่นปีมาแล้ว โดยการบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตของมนุษย์ในสมัยที่ยังคงดำรงชีวิตด้วยการหาของป่าล่าสัตว์ ผ่านโบราณวัตถุประเภทเครื่องมือหิน เครื่องมือกระดูกสัตว์ และภาพเขียนสี          ต่อมาเมื่อมนุษย์เริ่มมีการขยายตัวทางสังคมและมีการติดต่อกันกับผู้คนภายนอกมากขึ้น จึงเริ่มปรากฏหลักฐานการเข้ามาของพ่อค้านักเดินเรือมายังแถบชายฝั่งทะเลอันดามัน มีทั้งชาวอินเดีย ชาวจีน และชาวเปอร์เซียอาหรับ ที่ได้เดินทางเข้ามาทำการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้า มีการบันทึกถึงเมืองท่าสำคัญในดินแดนแถบนี้คือ “เมืองตักโกลา” ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๗ - ๑๖ โดยสันนิษฐานว่ามีการเปลี่ยนศูนย์กลางไปเรื่อย ๆ ในแต่ละช่วงเวลา ทำให้พื้นที่แถบนี้กลายเป็นเมืองท่าทางการค้าที่สำคัญในอดีต ที่ตั้งอยู่ระหว่างโลกตะวันตกกับโลกตะวันออก จนได้ชื่อว่า “ดินแดนสุวรรณภูมิ” ซึ่งได้มีการจัดแสดงโบราณวัตถุที่แสดงให้เห็นถึงการเข้ามาของพวกพ่อค้าชาติต่าง ๆ ดังปรากฏหลักฐานเรือโบราณ และข้าวของเครื่องใช้ เครื่องประดับ          ซึ่งการเข้ามาของชาวอินเดียยังส่งอิทธิพลอะไรอีกมากมายให้กับคนในพื้นที่แถบนี้ ห้องต่อไปมีอะไร รอติดตามกันได้ในครั้งต่อไป พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง เปิดให้เข้าชม ทุกวันพุธ – วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย ๒๐.- บาท ชาวต่างชาติ ๑๒๐.- บาท คณะหน่วยงาน สถานศึกษา สนใจเข้าชม ติดต่อสอบถาม โทร. ๐๗๖ - ๓๗๙๘๙๕ หรือสอบถามผ่านทางกล่องข้อความ Thalang National Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง https://www.facebook.com/ThalangNationalMuseum 


        พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี นำกิจกรรมพิพิธภัณฑ์สัญจร และ กิจกรรม Workshop ไปร่วมจัดในงาน “พิศภาพ เพลินเพลง 1+2” ภายในงานมีนิทรรศการภาพถ่ายที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมุมมองศิลป์ และผสานเสียงดนตรีโฟล์คซองอันละเมียดละไม พร้อมกิจกรรม Workshop, DIY ที่สร้างสรรค์ และสินค้า OTOP คุณภาพอีกมากมาย ให้คุณได้เดินชม ช้อป ชิลล์ และสัมผัสเสน่ห์ความเป็นปราจีนบุรีอย่างงดงาม…ในพื้นที่เดียว ขอเชิญทุกท่านร่วมเปิดประสบการณ์แห่งสุนทรียะ ระหว่างวันที่ 1 - 6 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานโปรโมชั่นประตูพาวเวอร์บาย ชั้น 1 โรบินสันไลฟ์สไตล์ ปราจีนบุรี 


นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมเมืองโบราณโนนเมือง ประจำเดือนมกราคม 2569 รวมทั้งหมด 418 คน ดังนี้* ชาวไทย                    ชาย 126 คน หญิง 133 คน รวมเป็น  259 คน* ชาวต่างชาติ               ขาย 12 คน หญิง 4 คน รวมเป็น 16 คน* นักเรียน/นักศึกษา        ชาย 40 คน หญิง 52 รวมเป็น 92 คน * นักบวช                     ชาย 3 คน หญิง 0 คน รวมเป็น 3 คน* แขกราชการ                ชาย - คน หญิง - คน รวมเป็น - คน* ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป)     ชาย 20 คน หญิง 28 คน รวมเป็น 48 คน


วันที่ 31 มกราคม 2569 หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก กาญจนบุรี -จัดกิจกรรม “ตัวอักษรป่วนชวนคิด” -ในโครงการ KIDs เรียนรู้ @หอสมุดแห่งชาติฯ กาญจนบุรี -ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย เด็ก เยาวชน และผู้ปกครอง จำนวน 12 คน -เดือนหน้ามีกิจกรรมอะไร ติดตามเพจกันด้วยนะคะ


          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร ขอเชิญร่วมงานศิลป์ในสวน ปีที่ ๑๐ ครั้งที่ ๒๓ พบกับกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ "ศิลป์ไทยโบราณ ลูกหลานอนุรักษ์" โดยมีกิจกรรมระบายสีกระเป๋าผ้า และระบายสีภาพโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ในวันอาทิตย์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ตั้งแต่เวลา ๑๖.๐๐ - ๑๙.๓๐ น. มาพบกับพี่สิงห์ทวารบาล ผู้รักษาโบราณสถานที่ซุ้มงาน Art ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร ณ บริเวณลานจอดรถ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร (เขตภายในกำแพงเมือง) จังหวัดกำแพงเพชร นอกจากนี้ สำหรับท่านที่แต่งตัวย้อนยุค หรือนักรบผู้รักสันติภาพ สามารถมาเล่นการ์ดเกม รับของที่ระลึกฟรีได้อีกด้วย 


วันศุกร์ที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๙ นางสาวปุณณภา สุขสาคร ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ พร้อมด้วยนางวรรณภา ปะวิโน บรรณารักษ์ชำนาญการ เข้าร่วมพิธีเปิดงานวัฒนธรรมสร้างสรรค์ สีสันแห่งการท่องเที่ยว ชาติพันธุ์ล้านนา โดยมีนายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ ๘๒ พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่


         เชิญชวนผู้ใช้บริการ มาบอกเล่าหนังสือเล่มโปรดที่ให้บริการอ่าน ณ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ กับกิจกรรม “The One & Only: My Beloved Book Story @ NL.CNX” “เล่มเดียวโดนใจ กับหอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่”          ไม่ว่าจะเป็นหนังสือทั่วไป หนังสือมรดกอักษรา หนังสือมรดกล้านนา หนังสือมรดกกรมศิลป์ หนังสือหายาก หนังสือเด็กและเยาวชน หนังสือภาษาต่างประเทศ เช่น หนังสือเกาหลี เป็นต้น           ท่านสามารถเลือกอ่านเล่มใดก็ได้ โดยเขียนแนะนำหนังสือให้น่าสนใจ เล่าถึงความประทับใจเกี่ยวกับหนังสือและ/หรือความประทับใจที่มีต่อหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่   - ลุ้นรับรางวัลต่อเดือน -    รางวัลที่ ๑ เงินรางวัล ๑,๐๐๐ บาท จำนวน ๑ รางวัล    รางวัลที่ ๒ เงินรางวัล ๕๐๐ บาท จำนวน ๑ รางวัล    รางวัลที่ ๓ เงินรางวัล ๓๐๐ บาท จำนวน ๑ รางวัล - สามารถขอรับแบบฟอร์มร่วมกิจกรรมได้ที่เจ้าหน้าที่ประจำห้องบริการ - ระยะเวลาการจัดกิจกรรม เดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน ๒๕๖๙ ***สงวนสิทธิ์สำหรับผู้มาใช้บริการที่หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ เท่านั้น ***          We invite everyone to share their favorite book available for reading at the Ratchamangklaphisek National Library, Chiang Mai or NL.CNX with "The One & Only: My Beloved Book Story @NL.CNX"           Including: general books, Thai traditional books, Lanna culture books, the Fine Arts Department books, rare books, children's and young adult books, or foreign language books such as Korean books.          Select any book your beloved one, write an interesting book recommendation! Share your impressions of books and/or your experience at NL.CNX. - Win prizes of the month! -    1st Prize: 1,000 THB    2nd Prize: 500 THB    3rd Prize: 300 THB - Application forms are available from the library staff. - Activity duration: [Specify duration] February – April 2026


วันเสาร์ที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๕.๐๐ น. นางสาวปุณณภา สุขสาคร ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ พร้อมด้วยบรรณารักษ์ และเจ้าหน้าที่ ร่วมจัดกิจกรรมฐาน " มัทนะพาธา กุหลาบแห่งรัก " ประดิษฐ์ดอกกุหลาบจากกระดาษเหลือใช้ พร้อมทั้งจัดแสดงหนังสือ เรื่อง มัทนะพาธา แก่ผู้ที่สนใจ ในงานมหกรรมนิทานสร้างเมือง ครั้งที่ ๖ “Bookstart : หนังสือ-นิทาน คือจุดเริ่มต้น” โดยมีนางสุดใจ พรหมเกิด ประธานมูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานในพิธีเปิด ร่วมกับนายพิชัย เลิศพงษ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ณ สวนสาธารณะสถานีรถไฟเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่


black ribbon.