ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,028 รายการ
สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ขอแสดงความยินดีกับผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่นและผู้สนับสนุนการดำเนินงานด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2568 ในโอกาสเข้าเฝ้า ฯ รับพระราชทานเข็มเกียรติคุณวันอนุรักษ์มรดกไทย จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 ณ อาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ กรมศิลปากร จำนวน 2 ราย 1 องค์กร ดังนี้
.
1) #ผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่น จำนวน 1 ราย 1 องค์กร ดังนี้
1.1 พระอธิการสายันห์ ผาสุโก เจ้าอาวาสวัดกู่แดง ตำบลตลาดแร้ง อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ
1.2 เทศบาลนครนครราชสีมา โดย นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ในฐานะหน่วยงานที่ส่งเสริม สนับสนุน และอนุรักษ์ กำแพงเมือง คูเมือง เมืองเก่านครราชสีมา และการดำเนินงานทางโบราณคดีในพื้นที่
.
2) #ผู้สนับสนุนการดำเนินงานด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติ จำนวน 1 ราย ดังนี้
2.1) นางเบญจพร สัตตภัณฑ์ ผู้บริจาคที่ดินให้กับกรมศิลปากรเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้แหล่งใบเสมาบ้านกุดโง้ง ตำบลบุ่งคล้า อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน
ไปทรงประกอบพิธีสมโภชและทรงสวมพระรัศมีทองคำประดับเพชรถวายพระพุทธสิหิงค์
วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา ๐๘.๕๕ น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีสมโภชและทรงสวมพระรัศมีทองคำประดับเพชรถวายพระพุทธสิหิงค์ ณ พระที่นั่งพุทธไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยมี ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ผู้บริหาร ข้าราชการกรมศิลปากร และประชาชน เฝ้า ฯ รับเสด็จ
โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กราบบังคมทูลรายงานการบูรณะพระพุทธสิหิงค์ เจ้าพนักงานพระราชพิธีอัญเชิญพระรัศมีทองคำประดับเพชร เข้าถวาย ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมพระรัศมีทองคำประดับเพชร จากนั้นพระราชทานพระรัศมีทองคำประดับเพชรแก่อธิบดีกรมศิลปากรอัญเชิญไปสวมถวายพระเศียรพระพุทธสิหิงค์ภายในพระที่นั่งพุทธไธสวรรย์ แล้วจึงเสด็จออกจากพลับพลาพิธีไปยังพระที่นั่งพุทธไธสวรรย์ ทรงวางพวงมาลัยถวายสักการะพระพุทธสิหิงค์
พระพุทธสิหิงค์ ที่ประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมืองที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยให้ความเคารพสักการะมาอย่างยาวนาน ด้วยพุทธลักษณะอันงดงามตามแบบศิลปะล้านนา พุทธศักราช ๒๕๖๘ กรมศิลปากรได้ดำเนินโครงการอนุรักษ์พระพุทธสิหิงค์ เนื่องจากตรวจสอบพบว่าองค์พระพุทธสิหิงค์มีความเสื่อมสภาพหลายประการ และพบหลักฐานว่ามีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบศิลปกรรมจากของแท้ดั้งเดิม นับแต่พระรัศมี ยอดฉัตร ระย้าที่ห้อยระบายฉัตร กรมศิลปากรจึงได้ดำเนินการบูรณะพระพุทธสิหิงค์ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ยึดหลักการรักษาคุณค่าความเป็นของแท้ดั้งเดิมให้มากที่สุด เพื่อธํารงรักษางานพุทธศิลป์ให้เป็นไปตามหลักวิชาการและสอดคล้องกับจารีตประเพณี และดำเนินการหล่อพระรัศมีพระพุทธสิหิงค์ ด้วยทองคำลงยาประดับเพชรตามหลักฐานเดิม สันนิษฐานจากภาพถ่ายเก่าและรูปลักษณะพระรัศมีปัจจุบัน เปรียบเทียบกับพระรัศมีของพระพุทธสิหังคปฏิมากร พระประธานในพระวิหารหลวง วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร ซึ่งจำลองจากพระพุทธสิหิงค์ ในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ โดยประดับเพชรเม็ดใหญ่ที่ใจกลางของเปลวรัศมี ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวม ๒ เม็ด และที่ใจกลางกลีบบัวฐานพระรัศมี ๘ เม็ด ในการนี้มีประชาชนผู้มีจิตศรัทธามีส่วนร่วมบริจาคทองคำแท่ง และทองรูปพรรณ เพื่อนำมาหล่อพระรัศมีทองคำถวายแด่พระพุทธสิหิงค์ด้วย
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน
ไปทรงเปิดอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ จังหวัดปทุมธานี
วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา ๑๔.๐๙ น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๘ ณ ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยมี ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ผู้บริหารและข้าราชการกระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานในจังหวัดปทุมธานี และประชาชน เฝ้าฯ รับเสด็จ
โอกาสนี้ นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กราบบังคมทูลเบิกผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่นและผู้สนับสนุนการดำเนินงานด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๘ จำนวน ๑๘ ราย เข้ารับพระราชทานเข็มเกียรติคุณวันอนุรักษ์มรดกไทย จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินเข้าภายในอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ ทรงกดปุ่มเปิดแพรคลุมป้ายอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ ทอดพระเนตรนิทรรศการความเป็นมาของกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ และห้องปฏิบัติการอนุรักษ์โบราณวัตถุประเภทต่าง ๆ อาทิ ห้องปฏิบัติการอนุรักษ์โลหะวัตถุ ห้องปฏิบัติการอนุรักษ์จิตรกรรม ห้องปฏิบัติการอนุรักษ์โบราณวัตถุขนาดใหญ่ ห้องปฏิบัติการอนุรักษ์โบราณวัตถุประเภทชุ่มน้ำ
กรมศิลปากรได้น้อมนำกระแสพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เกี่ยวกับแนวทางการกําจัดสนิมพระแสงขรรค์เมื่อแรกพบจากกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นต้นทางการจัดตั้งงานวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์โบราณวัตถุของกรมศิลปากร เมื่อพุทธศักราช ๒๕๑๓ พร้อมจัดสร้างอาคารซ่อมสงวนรักษาศิลปโบราณวัตถุ ในบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กระทั่งปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๔ กรมศิลปากร เริ่มจัดสร้างอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์แห่งใหม่อยู่คู่กับอาคารคลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ในพื้นที่ศูนย์ราชการกรมศิลปากร ตําบลคลองห้า อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เพื่อรองรับเทคโนโลยีสนับสนุนการศึกษาวิจัยและอุปกรณ์เครื่องมือด้านการอนุรักษ์โบราณวัตถุที่ทันสมัยขึ้น
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ มีขนาดพื้นที่ใช้สอยภายในรวม ๓,๓๔๗ ตารางเมตร ประกอบด้วย อาคารปฏิบัติการหลัก สูง ๔ ชั้น แบ่งเป็นส่วนปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ และส่วนปฏิบัติการอนุรักษ์โบราณวัตถุ อาคารอนุรักษ์โบราณวัตถุ ประเภทชุ่มน้ำ สําหรับอนุรักษ์โบราณวัตถุที่พบจากพื้นที่ชุ่มน้ำ หรือแหล่งโบราณคดีใต้น้ำ มีระบบควบคุมอากาศที่ดี เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น และมีเครื่องมืออุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่เพิ่มประสิทธิภาพการทํางาน นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่บริการความรู้ ได้แก่ ห้องสมุด ห้องประชุม และโถงนิทรรศการเผยแพร่ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ ถือเป็นการยกระดับงานวิทยาศาสตร์และการศึกษาวิจัยด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของไทยที่ครบถ้วน มีมาตรฐานระดับสากล และยังเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยน การถ่ายทอดองค์ความรู้ ด้านการปฏิบัติการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม และทรัพยากรสารสนเทศด้านการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมนานาชาติที่ทันสมัย เพื่อให้บริการประชาชน และเป็นศูนย์กลางความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมระดับภูมิภาคต่อไป
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง จังหวัดภูเก็ต พิพิธภัณฑ์ที่ทำให้เราได้ย้อนไปกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีในพื้นที่ภาคใต้ชายฝั่งทะเลอันดามันผ่านนิทรรศการการบอกเล่าเรื่องราว โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุตามยุคสมัย เริ่มตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ แรกเริ่มประวัติศาสตร์ การค้าเมืองท่าโบราณ การปรากฏหลักฐานการเข้ามาของอักษรภาษาเขียน ศาสนาในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน ข้อมูลหลักฐานเริ่มต้นเมืองถลางสู่มณฑลภูเก็จ ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ของผู้คนที่อาศัยบนเกาะภูเก็ตตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ห้องที่ 1 ยุคก่อนประวัติศาสตร์ แรกเริ่มการค้า และเมืองท่าโบราณ ภายในห้องจัดแสดงห้องแรกจะเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับยุคก่อนประวัติศาสตร์ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน ซึงมีพัฒนาการมาอย่างยาวนานกว่าสามหมื่นปีมาแล้ว โดยการบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตของมนุษย์ในสมัยที่ยังคงดำรงชีวิตด้วยการหาของป่าล่าสัตว์ ผ่านโบราณวัตถุประเภทเครื่องมือหิน เครื่องมือกระดูกสัตว์ และภาพเขียนสี
ต่อมาเมื่อมนุษย์เริ่มมีการขยายตัวทางสังคมและมีการติดต่อกันกับผู้คนภายนอกมากขึ้น จึงเริ่มปรากฏหลักฐานการเข้ามาของพ่อค้านักเดินเรือมายังแถบชายฝั่งทะเลอันดามัน มีทั้งชาวอินเดีย ชาวจีน และชาวเปอร์เซียอาหรับ ที่ได้เดินทางเข้ามาทำการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้า มีการบันทึกถึงเมืองท่าสำคัญในดินแดนแถบนี้คือ “เมืองตักโกลา” ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๗ - ๑๖ โดยสันนิษฐานว่ามีการเปลี่ยนศูนย์กลางไปเรื่อย ๆ ในแต่ละช่วงเวลา ทำให้พื้นที่แถบนี้กลายเป็นเมืองท่าทางการค้าที่สำคัญในอดีต ที่ตั้งอยู่ระหว่างโลกตะวันตกกับโลกตะวันออก จนได้ชื่อว่า “ดินแดนสุวรรณภูมิ” ซึ่งได้มีการจัดแสดงโบราณวัตถุที่แสดงให้เห็นถึงการเข้ามาของพวกพ่อค้าชาติต่าง ๆ ดังปรากฏหลักฐานเรือโบราณ และข้าวของเครื่องใช้ เครื่องประดับ
ซึ่งการเข้ามาของชาวอินเดียยังส่งอิทธิพลอะไรอีกมากมายให้กับคนในพื้นที่แถบนี้ ห้องต่อไปมีอะไร รอติดตามกันได้ในครั้งต่อไป
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง เปิดให้เข้าชม ทุกวันพุธ – วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย ๒๐.- บาท ชาวต่างชาติ ๑๒๐.- บาท คณะหน่วยงาน สถานศึกษา สนใจเข้าชม ติดต่อสอบถาม โทร. ๐๗๖ - ๓๗๙๘๙๕ หรือสอบถามผ่านทางกล่องข้อความ Thalang National Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง https://www.facebook.com/ThalangNationalMuseum
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี นำกิจกรรมพิพิธภัณฑ์สัญจร และ กิจกรรม Workshop ไปร่วมจัดในงาน “พิศภาพ เพลินเพลง 1+2” ภายในงานมีนิทรรศการภาพถ่ายที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมุมมองศิลป์ และผสานเสียงดนตรีโฟล์คซองอันละเมียดละไม พร้อมกิจกรรม Workshop, DIY ที่สร้างสรรค์ และสินค้า OTOP คุณภาพอีกมากมาย ให้คุณได้เดินชม ช้อป ชิลล์ และสัมผัสเสน่ห์ความเป็นปราจีนบุรีอย่างงดงาม…ในพื้นที่เดียว ขอเชิญทุกท่านร่วมเปิดประสบการณ์แห่งสุนทรียะ ระหว่างวันที่ 1 - 6 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานโปรโมชั่นประตูพาวเวอร์บาย ชั้น 1 โรบินสันไลฟ์สไตล์ ปราจีนบุรี
นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมเมืองโบราณโนนเมือง ประจำเดือนมกราคม 2569 รวมทั้งหมด 418 คน ดังนี้* ชาวไทย ชาย 126 คน หญิง 133 คน รวมเป็น 259 คน* ชาวต่างชาติ ขาย 12 คน หญิง 4 คน รวมเป็น 16 คน* นักเรียน/นักศึกษา ชาย 40 คน หญิง 52 รวมเป็น 92 คน
* นักบวช ชาย 3 คน หญิง 0 คน รวมเป็น 3 คน* แขกราชการ ชาย - คน หญิง - คน รวมเป็น - คน* ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ชาย 20 คน หญิง 28 คน รวมเป็น 48 คน
วันที่ 31 มกราคม 2569 หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก กาญจนบุรี -จัดกิจกรรม “ตัวอักษรป่วนชวนคิด” -ในโครงการ KIDs เรียนรู้ @หอสมุดแห่งชาติฯ กาญจนบุรี -ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย เด็ก เยาวชน และผู้ปกครอง จำนวน 12 คน -เดือนหน้ามีกิจกรรมอะไร ติดตามเพจกันด้วยนะคะ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร ขอเชิญร่วมงานศิลป์ในสวน ปีที่ ๑๐ ครั้งที่ ๒๓ พบกับกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ "ศิลป์ไทยโบราณ ลูกหลานอนุรักษ์" โดยมีกิจกรรมระบายสีกระเป๋าผ้า และระบายสีภาพโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ในวันอาทิตย์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ตั้งแต่เวลา ๑๖.๐๐ - ๑๙.๓๐ น. มาพบกับพี่สิงห์ทวารบาล ผู้รักษาโบราณสถานที่ซุ้มงาน Art ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร ณ บริเวณลานจอดรถ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร (เขตภายในกำแพงเมือง) จังหวัดกำแพงเพชร นอกจากนี้ สำหรับท่านที่แต่งตัวย้อนยุค หรือนักรบผู้รักสันติภาพ สามารถมาเล่นการ์ดเกม รับของที่ระลึกฟรีได้อีกด้วย
วันศุกร์ที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๙ นางสาวปุณณภา สุขสาคร ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ พร้อมด้วยนางวรรณภา ปะวิโน บรรณารักษ์ชำนาญการ เข้าร่วมพิธีเปิดงานวัฒนธรรมสร้างสรรค์ สีสันแห่งการท่องเที่ยว ชาติพันธุ์ล้านนา โดยมีนายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ ๘๒ พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่