ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,155 รายการ


รายงานการเดินทางไปราชการ ณ ราชอาณาจักรกัมพูชา   ๑.   ชื่อโครงการ :  การสัมมนาในระดับภูมิภาคขององค์การการท่องเที่ยวโลกด้านการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ ๒.   วัตถุประสงค์ :        ๒.๑ เพื่อเป็นเวทีสำหรับหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว  ผู้เชี่ยวชาญ  และผู้ปฏิบัติในการหารือและทบทวนโอกาส  รวมถึงความท้าทายของการท่องเที่ยวอย่างยื่นในสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม  และทางธรรมชาติ        ๒.๒ เพื่อนำเสนอกรณีศึกษาและ  ประสบการณ์ของประเทศไทยในภูมิภาคเอเชียที่ประสบผลสำเร็จในนโยบาย  แนวทางสำหรับการบริหารจัดการอย่างยั่งยื่น  การอนุรักษ์และยุทธศาสตร์สำหรับการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ๓.   กำหนดเวลา : ระหว่างวันที่  ๑ – ๓  พฤศจิกายน  ๒๕๕๖ ๔.   สถานที่ : เมืองเสียมราฐ  ราชอาณาจักรกัมพูชา ๕.  หน่วยงานผู้จัด : องค์การการท่องเที่ยวโลก (The United Nations World  Tourism  Organization:UNWTO)  ร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ๖.  หน่วยงานสนับสนุน : กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ๗.  กิจกรรม : การแลกเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการมรดกทางศิลปวัฒนธรรมด้านต่างๆ  เช่น  ประวัติศาสตร์  โบราณคดี  สถาปัตยกรรม  และการบริหารจัดการแหล่งมรดกทางธรรมชาติ ๘.  คณะผู้แทนไทย :                    ๘.๑  นางชุติมา  จันทร์เทศ  หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ๙.  สรุปสาระของกิจกรรม :                     การสัมมนาในระดับภูมิภาคขององค์การการท่องเที่ยวโลกด้านการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ ๑๐. ข้อเสนอแนะจากการจัดกิจกรรม :                    ๑๐.๑ การสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแนวทางในการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมแต่ละแหล่งของกลุ่มประเทศสมาชิกต่างๆ  ก่อให้เกิดแนวคิดในการบริหารจัดการและการดำเนินงานอนุรักษ์ในแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่ดูแลรับผิดชอบ  เช่น  การบริหารจัดการและการควบคุมดูแลเมืองโบราณหลวงพระบาง  ซึ่งสามารถพิจารณานำมาปรับประยุกต์ใช้เป็นแนวทางการบริหารจัดการในแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของไทยได้                    ๑๐.๒ การเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการของรัฐบาลกลาง และรัฐบาลท้องถิ่น  ทำให้การบริหารจัดการบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์  และเป้าหมายที่กำหนดได้เป็นอย่างดีและมีประสิทธิภาพโดยการมีมาตรการควบคุมพื้นที่เขตโบราณสถาน  และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ  ตลอดจนการควบคุมรูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของอาคารสิ่งก่อสร้าง  ทั้งนี้  เพื่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม  รวมถึงการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีการตักบาตรข้าวเหนียวของชาวเมืองหลวงพระบาง  และการแต่งกายที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ และสืบทอดมาจนทุกวันนี้                    ๑๐.๓  การนำเสนอข้อมูลการบริหารจัดการของกลุ่มประเทศสมาชิกต่างๆ  ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูล และองค์ความรู้ในการบริหารจัดการแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมในรูปแบบต่างๆ  และสามารถนำมาปรับประยุกต์ใช้ได้ในบางส่วน                    ๑๐.๔ จากการเข้าร่วมประชุมสัมมนา  ในระดับภูมิภาคขององค์การการท่องเที่ยวโลกด้านการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม  และทางธรรมชาติในครั้งนี้  ก่อให้เกิดประโยชน์ทำให้ได้ทราบแนวทางต่างๆ  ในการบริหารจัดการมรดกทางวัฒนธรรม  ซึ่งเป็นผลก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการบริหารจัดการมรดกทางวัฒนธรรมของไทย  เช่น  การบริหารจัดการน้ำ  เพื่อการควบคุมระดับน้ำบริเวณบาราย  ที่อยู่โดยรอบปราสาทนครวัด  เป็นต้น                                                                       นางชุติมา  จันทร์เทศ    หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง                                                                                     ผู้สรุปผลการเดินทางไปราชการ


  ***บรรณานุกรม***  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  จดหมายเหตุพระราชกิจรายวันภาค 8 พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ นายชุมพล กุลมาตย์ ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันที่ 21 ธันวาคม พุทธศักราช 2514 พระนคร  โรงพิมพ์สำนักทำเนียบนายกรัฐมนตรี 2514


วัดดุสิดาราม จังหวัดธนบุรี เป็นพระอารามที่มีศิลปน่าสนใจแห่งหนึ่ง เพราะมีจิตรกรรมเรื่องพุทธประวัติและเรื่องไตรภูมิกับเทพชุมนุมและทวารบาล เขียนไว้ที่ผนัและบานประตูหน้าต่างภายในอุโบสถ และมีจิตรกรรมเรื่องพระสมุทโฆษเขียนใส่กรอบกระจกติดไว้เหนือช่องประตูและหน้าต่างภายใน กับมีตัวโบสถ์และวิหารเดิมของวัดภุมรินราชปักษี สร้างขึ้นด้วยแบบสถาปัยกรรมงดงามประณีตมาก


หมวดหมู่                        พุทธศาสนาภาษา                            บาลี/ไทยอีสานหัวเรื่อง                          การถวายผ้าอาบน้ำฝน                                    พิธีกรรมประเภทวัสดุ/มีเดีย            คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ                    16 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 59 ซม. บทคัดย่อ                      เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับชาดทึบ ได้รับบริจาคมาจากพระอธิการเด่น ปญฺญาทีโป วัดคิรีรัตนาราม  ต.ดอนคา อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ดำเนินการอนุรักษ์เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2534  


          วัดศรีสวายตั้งอยู่ทางทิศใต้ของวัดมหาธาตุ และอยู่ใกล้กับกำแพงเมืองสุโขทัยด้านทิศใต้ โบราณสถานสำคัญประกอบไปด้วยปรางค์ ๓ องค์ ที่มีรูปแบบศิลปะลพบุรี ซึ่งได้รับอิทธิพลจากศิลปะขอม แต่ลักษณะของปรางค์ค่อนข้างเพรียวตั้งอยู่บนฐานเตี้ย ๆ มีลวดลายปูนปั้นบางส่วนเหมือนลายบนเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์หยวน ได้พบทับหลังสลักเป็นรูปพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ ชิ้นส่วนของเทวรูป และศิวลึงค์ ส่วนด้านหน้าขององค์ปรางค์ มีวิหาร ๒ หลังที่สร้างเชื่อมต่อกัน โบราณสถานทั้งหมดล้อมรอบด้วยกำแพงซึ่งก่อด้วยศิลาแลง          จากหลักฐานทางโบราณคดีที่พบทำให้สันนิษฐานว่าวัดศรีสวายสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ และมีการบูรณะเพิ่มเติมในสมัยอยุธยา สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานไว้ว่า วัดนี้เดิมคงเป็นเทวสถานและคงมีชื่อเรียกว่า “ศรีศิวายะ” ซึ่งหมายถึงพระศิวะ และเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๐ พระบาทสมเด็จพระมงกฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศ พระบรมโอรสาธิราชได้เสด็จประพาสและทรงพบรูปพระสยม “พระศิวะ” ในวิหารและหลักไม้ปักอยู่ในโบสถ์ซึ่งทรงสันนิษฐานไว้ว่า “เดิมคงเป็นโบสถ์พราหมณ์ใช้ในพิธีโล้ชิงช้า(ตรียัมปวาย)” บริเวณรอบนอกกำแพงแก้วมีสระน้ำ ชาวบ้านเรียกว่า “สระลอยบาป” ตามศาสนาฮินดู อาจใช้ในพิธีลอยบาปหรือล้างบาป ในเวลาต่อมาวัดนี้จึงถูกแปลงให้เป็นวัดในพุทธศาสนา //ข้อมูล : อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย


หมวดหมู่                        พุทธศาสนาภาษา                            บาลี/ไทยหัวเรื่อง                          ภาษาบาลี--ไวยากรณ์                                    คัมภีร์มูลกัจจายน์                                    การศึกษาและการสอนประเภทวัสดุ/มีเดีย            คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ                    62 หน้า : กว้าง 6 ซม. ยาว 55 ซม. บทคัดย่อ                      เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากพระครูวิมลสังวร วัดแค ต.รั้วใหญ่ อ.เมืองฯ จ.สุพรรณบุรี


เลขทะเบียน : นพ.บ.34/7ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  48 หน้า  ; 4.5 x 54 ซ.ม. : รักทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 20 (205-216) ผูก 6หัวเรื่อง : สตฺตปปกฺรณาธมฺม --เอกสารโบราณ            ธัมมสังคิณี --เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.59/6ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  56 หน้า ; 4.8 x 51.5 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา มีฉลากไม้แกะสลักชื่อชุด : มัดที่ 38 (376-381) ผูก 6หัวเรื่อง :  สุชวัณณจักกกุมาร --เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


***บรรณานุกรม*** พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพวงสร้อยสอางค์ ประชุมพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 4 ภาคปกิณณกะ ภาค 1 สม1 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์พระราชทานในงานพระศพ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพวงสร้อยสอางค์ ณ พระเมรุท้องสนามหลวง พุทธศักราช 2493 พระนคร โรงพิมพ์พระจันทร์ 2493


หนังสือชุดนี้จะเป็นหลักฐานแสดงถึงพระปรีชาญาณอันลึกซึ้ง ของพระมหากษัตริย์ในพระบรมวงศ์จักรีวงศ์ ว่าทรงตรากตรำทำนุบำรุงรักษาบ้านเมืองไว้ด้วยพระวิริยานุภาพอย่างยิ่งและพระราชกรณียกิจเหล่านัน้ ประดุจรากฐานแห่ความเจริญรุ่งเรืองของประเทศตลอดมาถึงปัจจุบันนี้ทั้งสิ้น




สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ. พระอปัณณกธรรม. พระนคร : โรงพิมพ์ทิพรัตร์, 2468.               พระอปัณณกธรรม นี้ เป็นหนังสือที่แสดงเรื่องชนที่นับถือศาสนาต่างๆ กัน เป็นเรื่องที่ผู้นับถือพระพุทธศาสนาควรเรียนรู้ เพื่อได้มีแนวปฏิบัติในทางที่ถูกต้อง


ชื่อเรื่อง          : กลอนจารึกแต่งประทีปที่บางปอิน เมื่องานรัชฎาภิเศกในรัชกาลที่ ๕   ผู้แต่ง             : -   ปี่ที่พิมพ์         : ๒๔๖๔   สถานที่พิมพ์  : กรุงเทพฯ   สำนักพิมพ์     : โรงพิมพืโสภณพิพรรฒธนากร   หมายเหตุ      : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าลักษมีลาวัณ ทรงพิมพ์เป็นของชำร่วยในงานฉลองพระสุพรรณบัตร เมื่อปีระกา พ.ศ. ๒๔๖๔                           หนังสือเรื่อง กลอนจารึกแต่งประทีปที่บางปอิน เมื่อานรัชฎาภิเศกในรัชกาลที่ ๕ เล่มนี้ กล่าวถึงลับแลแต่งประทีปและโคมไฟเป็นเครื่องสักการะทรงพระราชอุทิศถวายเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์ไทยสมัยอยุธยา ธนบุรี และรัชกาลที่๑ถึงรัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ตลอดจนขุนนางที่มีเกียรติคุณปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ไทย ซึ่งพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการร่วมกันทรงนิพนธ์และแต่งขึ้นสำหรับใช้ประดับลับแลและโคมประทีปในงานรัชดาภิเษกที่พระราชวังบางปะอิน เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๖


black ribbon.