ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,783 รายการ


เลขทะเบียน  นม.บ.11/2จ


        พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง จังหวัดภูเก็ต ขอเชิญชมบรรยายออนไลน์ ผ่านทาง Facebook Live หัวข้อ “การออกแบบลายเส้นกราฟิกจากวัตถุจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์” วันพุธที่ 10 กันยายน 2568 ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไปวิทยากรโดย อมฤต หมื่นสีทา สถาปนิก กลุ่มงานพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการ และ นรุตม์ โล้กูลประกิจ นักโบราณคดี บริษัท รี ฟอร์ม อาร์คีโอโลจี้ จำกัด สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 7637 9895 Facebook: Thalang National Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง https://www.facebook.com/ThalangNationalMuseum



          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี "จิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และบำเพ็ญสาธารณกุศล" พบกับกิจกรรมทำริบบิ้นไว้ทุกข์ ทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ ตลอดเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๘ ผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ณ โถงต้อนรับ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี           พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ตั้งอยู่ที่ ถ.ปราจีนอนุสรณ์ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี เปิดบริการ วันพุธ - อาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. (ปิดวันจันทร์ - อังคาร) อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย ๓๐ บาท ชาวต่างชาติ ๒๐๐ บาท สำหรับพระภิกษุ สามเณร นักเรียน นักศึกษา ผู้สูงอายุเกิน ๖๐ ปี เข้าชมฟรี สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๗๒๑ ๑๕๘๖ Facebook Page "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี : Prachinburi National Museum" https://www.facebook.com/prachinburimuseum   


23 เมษายน เวลา 11:00 น. ·   อยู่ดี ๆ คอนเทนต์ก็วิ่งเข้าหาพี่บรรณฯ กำลังนั่งฟังพอดแคสต์ #ZapHistory อยู่เพลิน ๆ เห็นลายน้ำหนังสือ #อนุสรณ์งานศพ ของ หลวงพยุงเวชชศาสตร์ (พยุง พยุงเวช) และแพทย์หญิงสุภาณี พยุงเวช มีให้บริการที่เว็บไซต์หอสมุดฯของเรา พี่บรรณฯถึงกับวางทุกอย่างลงเพื่อหาหนังสือฉบับเต็มมาฝากทุกคนเลยค่ะ นอกจากผู้อ่านจะได้ศึกษาประวัติศาสตร์กรุงศริอยุธยาแล้ว ยังได้ศึกษาชีวประวัติของหลวงพยุงเวชชศาสตร์ (พยุง พยุงเวช) คอประวัติศาสตร์และผู้ที่สนใจหนังสืออนุสรณ์งานศพไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง.#พระราชพงศาวดารกรุงเก่า (ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์)#หลวงประเสริฐอักษรนิติ์ โรงพิมพ์มหามกุฎราชวิทยาลัยอ่านหนังสือฉบับเต็มได้ที่ https://shorturl.asia/XN3Kaรับชมพอดแคสต์ มุมอันน่าสะพรึงกลัวของ “สมเด็จพระนเรศ” จากบันทึก วัน วลิต ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=11ldqc8C_Us.ติดต่อ #พี่บรรณฯ ได้ที่ : หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯนครพนม &  : nltnakhonphanom : to_library@hotmail.com : 042 516246.เปิดให้บริการ วันอังคาร-วันเสาร์ 9.00-17.00 น.ปิดบริการวันอาทิตย์-วันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์.จัดทำโดย นางสาวพิมพิกา วะสารบรรณารักษ์ปฏิบัติการ  ดูน้อยลง             ความคิดเห็น   ยังไม่มีความคิดเห็น เริ่มแสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก                            


"ธรรมาสน์" แห่งนี้ เป็นผลงานอันวิจิตรของสกุลช่างเวียดนามโดย "ครูองเวียง" ซึ่งสร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ. ๒๔๖๓–๒๔๖๕ จนถึงปัจจุบันมีอายุยืนยาวมาร่วม ๑๐๐ กว่าปี ถือเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่ล้ำค่าของท้องถิ่น จากการสำรวจอย่างละเอียดก่อนเริ่มดำเนินการอนุรักษ์ พบว่าในส่วนของตัวเรือนยอด งานประดับไม้จำหลักลงรักปิดทองบางส่วนแตกหัก/ล้ม และหลุดหายไป ทั้งยังมีคราบฝุ่นสกปรกเกาะตัวหนา อย่างไรก็ตาม ในส่วนของโครงสร้างหลังคายังคงมีความมั่นคงแข็งแรงดี ​การรักษาและสืบทอดธรรมาสน์หลังนี้ จึงไม่ใช่แค่การรักษาวัตถุ แต่คือการรักษา "จิตวิญญาณของครูช่าง" ที่หลอมรวมผู้คนต่างวัฒนธรรมไว้ในศรัทธาเดียวกัน เพื่อส่งต่อคุณค่านี้ให้คงอยู่สืบไป ​ภาพถ่าย : ก่อนการอนุรักษ์ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๘




ประเด็นข่าวสำคัญ   ไทยคืนโบราณวัตถุศตวรรษ ๑๕ - ๑๖ ให้เขมร   วธ.ผนึก ททท.เชิดชูศาสนา - วัฒนธรรม จัดท่องเที่ยวชุมชนวิถีไทย   สศร.เล็งจัดแข่งขันโอลิมปิกศิลปะ   ศูนย์มานุษยวิทยาเทิดพระเทพฯ ผุด "แสดงพื้นบ้านอาเซียน" ๔ ก.ย.เอกสารเเนบ




กรมศิลปากรชี้แจงประเด็นข่าวกุฏิพระโบราณ ที่วัดสิงห์ จังหวัดปทุมธานี พังทลายเสียหาย สาเหตุจากช่างที่กรมศิลปากรจ้างมาซ่อมแซมบูรณปฏิสังขรณ์ เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ กรมศิลปากรแถลงข่าวชี้แจงประเด็นกุฏิพระโบราณที่วัดสิงห์ จังหวัดปทุมธานี พังทลายเสียหาย โดยนายเอนก สีหามาตย์ รองอธิบดีกรมศิลปากร นายประทีป เพ็งตะโก ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี นายช่างโยธาและวิศกรควบคุมงาน เป็นผู้แถลงข่าว ณ ห้องประชุมกรมศิลปากร ตามที่รายการเรื่องเล่าเสาร์ – อาทิตย์ ประจำวันอาทิตย์ที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ รายการ เรื่องเล่าเช้านี้ ประจำวันจันทร์ที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง ๓ และหนังสือพิมพ์ข่าวสด หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ ได้เสนอข่าวเกี่ยวกับกุฏิพระโบราณ ที่วัดสิงห์ ตำบลสามโคก อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี พังทลายเสียหายทั้งหมด สาเหตุจากช่างที่กรมศิลปากรจ้างมาซ่อมแซมบูรณปฏิสังขรณ์ นั้น   กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี ขอชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวดังนี้ ๑. วัดสิงห์ ตำบลสามโคก อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นวัดเก่าแก่ซึ่งยังปรากฏเจดีย์ โบสถ์ วิหารเก่าแก่ ควรค่าแก่การศึกษาด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี พระพุทธรูปสำคัญของวัดคือ หลวงพ่อโต พระพุทธรูปลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย สมัยกรุงศรีอยุธยา พระพุทธไสยาสน์ (หลวงพ่อเพชร) นอกจากนี้ยังมีโกศบรรจุอัฐิหลวงพ่อพญากราย ซึ่งเป็นพระมอญธุดงค์มาจำพรรษา ที่วัดสิงห์ บนกุฏิของวัดมีพิพิธภัณฑ์ เก็บรักษาของเก่า ได้แก่ ตุ่มสามโคก แท่นบรรทมของพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อครั้งเสด็จประพาสเมืองสามโคก ใบลานอักษรมอญ ตู้พระธรรม และพระพุทธรูป ด้านหน้าวัดสิงห์มีการขุดค้นพบโบราณสถานเตาโอ่งอ่าง ซึ่งถือ เป็นหลักฐานของการตั้งชุมชนมอญในสมัยแรกในบริเวณนี้นับแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดขอบเขตโบราณสถาน ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๕ เล่มที่ ๑๐๙ ตอนที่ ๑๐๙   ๒. กรมศิลปากร สำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี ได้รับการจัดสรรงบประมาณโครงการฟื้นฟูบูรณะโบราณสถานที่ประสบอุทกภัย โครงการบูรณะโบราณสถานวัดสิงห์ จำนวน ๑๒,๐๒๐,๐๐๐ บาท โดยแบ่งเป็น ๒ โครงการ - โครงการงานบูรณะโบราณสถาน จำนวนเงิน ๔,๔๕๐,๐๐๐ บาท - โครงการงานปรับยกระดับ (ปรับดีด) วงเงินสัญญาจ้าง ๗,๕๓๙,๐๐๐ บาท ดำเนินการว่าจ้างบริษัทกันต์กนิษฐ์ ก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ดำเนินงาน ตามสัญญาจ้างเลขที่ ๑๒/๒๕๕๕ เริ่มสัญญาวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ สิ้นสุดวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๕ โดยมีนายเฉลิมศักดิ์ ทองมา นายช่างโยธาชำนาญงาน สำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี เป็นผู้ควบคุมงาน   ๓. เมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เวลา ๒๑.๓๐ น. นายเฉลิมศักดิ์ ทองมา ได้รับแจ้งจากตัวแทนบริษัทกันต์กนิษฐ์ ก่อสร้าง จำกัด ในเวลาประมาณ ๑๖.๓๐ น. ขณะที่คนงานอยู่ในช่วงพัก ไม่มีใครอยู่ภายในบริเวณอาคารกุฏิโบราณ ได้ยินเสียงพร้อมทั้งปูนฉาบของตัวอาคารกะเทาะหลุดร่วงลงมา แล้วมุมอาคารด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ เกิดการทรุดตัวลง ทำให้กระเบื้องหลังคาและโครงสร้างหลังคาทั้งหมด ทรุดลงมากองอยู่บริเวณพื้นไม้ชั้นสองของอาคาร ทำให้น้ำหนักบรรทุกของพื้นมากขึ้นกว่าเดิม หลังจากนั้นผนังด้านทิศใต้ ก็ได้พังทลายตามลงมาเนื่องจากรับหนักของหลังคาที่ทรุดลงมาไม่ไหว   ๔. เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เวลา ๙.๐๐ น.ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี (นายประทีป เพ็งตะโก) นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ วิศวกรชำนาญการพิเศษ นายจมร ปรปักษ์ประลัย สถาปนิกชำนาญการ นายเฉลิมศักดิ์ ทองมา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสามโคก และคณะกรรมการวัดสิงห์ ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายและหาสาเหตุของการพังทลาย ได้ข้อสรุปดังนี้ ๔.๑ การที่อาคารเกิดการทรุดตัว เนื่องจากพื้นดินรับฐานรากอาคารอยู่ในที่ต่ำชุ่มน้ำตลอดทั้งปี ทำให้อ่อนตัวรับน้ำหนักอาคารไม่ไหวทำให้ผนังอาคารทรุดตัวลงมาประมาณ ๑ ใน ๔ ส่วน ๔.๒ ผนังอาคารมีร่องรอยแตกร้าวจำนวนมาก พบร่องรอยนี้จากการสำรวจเพื่อจัดทำรูปแบบรายการการอนุรักษ์ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๕๔ ๔.๓ ปูนสอเสื่อมสภาพจากการถูกน้ำแช่ขังและใช้งานอาคารมาเป็นเวลานาน ทำให้การยึดตัวของอิฐและปูนสอไม่ดี เป็นสาเหตุให้ตัวอาคารทรุดลงมา ๔.๔ สภาพอาคารที่ปูนฉาบผนังนอกหลุดร่อน ทำให้น้ำซึมผ่านเข้าไปในผนังทำให้ ปูนสอชุ่มน้ำ ทำให้แรงยึดเกาะระหว่างอิฐต่ำ ๔.๕ ขณะที่อาคารทรุดตัวอยู่ระหว่างการขุดเพื่อตรวจสอบฐานของอาคารส่วนที่ จมดินเพื่อเตรียมการกำหนดระยะที่ทำการตัดผนังเพื่อเสริมคานถ่ายแรง ยังไม่ได้ทำการตัดผนัง จึงยังมิได้มีการรบกวนโครงสร้างของอาคารโบราณ แต่ตัวอาคารก็เกิดการทรุดตัวลงมาเสียก่อน   หลังจากทำการตรวจสอบพื้นที่แล้ว สำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี ได้สั่งการให้บริษัทผู้รับจ้างทำการค้ำยันผนังส่วนที่เหลือโดยให้ดำเนินการตามคำแนะนำของวิศวกร และทำการจัดเก็บวัสดุส่วนที่สามารถนำมาก่อสร้างเพื่อคืนสภาพอาคารไปจัดเก็บในที่ให้เรียบร้อย รวมทั้งได้เร่งรัดให้ผู้รับจ้างดำเนินการบูรณะกุฏิให้คืนสภาพโดยเร็ว โดยให้บริษัทผู้รับจ้างร่วมกับสถาปนิก วิศวกร และผู้เกี่ยวข้อง ปรับปรุงรูปแบบรายการ และวิธีปรับดีดให้สอดคล้องเหมาะสมกับสภาพปัจจุบันของกุฏิ และให้ดำเนินการบูรณะกุฏิให้กลับคืนสภาพเดิม โดยให้เป็นไปตามรูปแบบรายการบูรณะที่ได้รับอนุญาต



เว็ปไซต์หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมาร อุบลราชธานี : www.finearts.go.th/ubonarchives      ในปีพ.ศ.๒๕๓๗  กรมศิลปากรได้อนุมัติงบประมาณและใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์ซึ่งเป็นสนามม้าเดิม ตั้งอยู่ที่ ๗๔ หมู่ ๑๐ ถ.เลี่ยงเมือง ต.แจระแม อ.เมือง  จ.อุบลราชธานี ในเนื้อที่ ๒๐ ไร่ ก่อสร้างอาคารซึ่งมีลักษณะเป็นอาคารคอนกรีตแข็งแรง ๓ ชั้น หลังคาทรวงไทย ส่วนยอดหลังคาทำเป็นองค์พระธาตุพนมสัญลักษณ์แห่งพื้นถิ่น        เนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมายุครบ ๔๕ พรรษา กรมศิลปากรได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตให้เป็นอาคารเฉลิมพระเกียรติซึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า "หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร อุบลราชธานี" และเสด็จพระราชดำเนินมาทรงวางศิลาฤกษ์  ในวันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๓๘  เวลา ๑๕.๐๐ น. เพื่อเป็นสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลแก่หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ  สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร อุบลราชธานีสืบไป  การก่อสร้างอาคารแล้วเสร็จในปีพ.ศ. ๒๕๓๙          ปัจจุบัน หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร  อุบลราชธานี เป็นหน่วยงานส่วนกลาง สังกัดสำนักศิลปากรที่ ๑๑ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม         หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร อุบลราชธานี มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับงานเอกสารของส่วนราชการต่างๆ ครอบคลุมทั้ง ๒๐ จังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยดำเนินการในด้านต่างๆ ดังนี้        ๑. งานรวบรวมเอกสาร พิจารณา ตรวจสอบ ติดตาม รับมอบเอกสารของส่วนราชการที่ครบอายุการเก็บรักษา รวมทั้งการรวบรวมและรับมอบเอกสารจากเอกชน        ๒. งานเอกสารสำคัญ  คัดเลือกและประเมินคุณค่าเอกสารที่รวบรวมได้ให้เป็นเอกสารจดหมายเหตุ แล้วนำมาจัดหมวดหมู่และทำเครื่องมือช่วยค้นคว้า        ๓. งานบันทึกเหตุการณ์ ดำเนินการรวบรวมข้อมูล สังเกตการณ์  และบันทึกเหตุการณ์สำคัญในท้องถิ่นเพื่อนำมาจัดทำเป็นจดหมายเหตุ        ๔. งานบริการ ให้บริการเอกสารจดหมายเหตุในการศึกษา ค้นคว้า วิจัยและจัดกิจกรรมเผยแพร่งานจดหมายเหตุ    


black ribbon.