ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 53,186 รายการ

            วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเพื่อเตรียมความพร้อมการประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลก วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช และร่วมประชุมกับกรมศิลปากร ส่วนราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และผู้เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและร่วมลงพื้นที่ด้วย           นางสาวซาบีดา กล่าวว่า ศูนย์มรดกโลกมีหนังสือเชิญราชอาณาจักรไทยในฐานะรัฐภาคีสมาชิกอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 (48th Session of the World Heritage Committee) ระหว่างวันที่ 19 - 29 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการนครปูซาน (Busan Exhibition and Convention Center: BEXCO) นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี โดยจะมีการเสนอให้คณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกวัฒนธรรมวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นแหล่งมรดกโลก ภายใต้เกณฑ์คุณค่าความโดดเด่นอันเป็นสากล (OUV) คือเป็นหลักฐานการหลอมรวมศาสนาพราหมณ์ ฮินดู พุทธศาสนามหายาน และเถรวาท ในเอเชียกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แสดงถึงศิลปะและสถาปัตยกรรม ประเพณีทางศาสนาและท้องถิ่นที่ส่งอิทธิพลให้กับอาคารสิ่งก่อสร้างในภูมิภาค มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ของมรดกโลก (Criterion) ได้แก่ เกณฑ์ข้อที่ 2 วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร แสดงถึงอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์ ฮินดู พุทธศาสนามหายาน และพุทธศาสนาเถรวาท ที่มีต้นแบบมาจากศิลปะปาละในนาลันทา ชวาภาคกลาง ลังกา และมอญจากภาคใต้ของเมียนมา และส่งอิทธิพลให้กับศาสนสถานในประเทศไทย มาเลเซีย และแหล่งอื่น ๆ และเกณฑ์ข้อที่ 6 วัดพระมหาธาตุฯ เป็นประจักษ์พยานของระบบความเชื่ออันหลากหลายและเป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของนครศรีธรรมราช เป็นแหล่งประเพณีทางศาสนาที่ยังคงดำเนินอยู่มีความโดดเด่นระดับสากลในทางศิลปะและวรรณกรรม อาทิ การแสดงโนรา และตำนานท้องถิ่น แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างแหล่งศักดิ์สิทธิ์และชุมชนโดยรอบ สร้างแรงบันดาลใจให้ศาสนสถานและชุมชนต่าง ๆ ในประเทศไทยและแหล่งอื่น ๆ           นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า นับเป็นเรื่องที่น่ายินดี หากวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลก จะถือเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งแรกในภาคใต้ของไทย โดยกรมศิลปากรและจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รายงานเรื่องการเตรียมเฉลิมฉลองของวัดพระมหาธาตุฯ ในฐานะแหล่งมรดกโลกแห่งใหม่ของไทย ตลอดเดือนกรกฎาคม ทั้งนี้ก่อนการประกาศรับรองจะมีการจัดนิทรรศการประวัติศาสตร์วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร และเส้นทางการเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และการประชาสัมพันธ์ในจังหวัดให้ประชาชนรับทราบ ช่วงวันประกาศรับรอง ระหว่างวันที่ 26 – 27 กรกฎาคม 2569  จะมีการจัดกิจกรรมเจริญพระพุทธมนต์ฉลองการขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร เป็นมรดกโลก การสวดธัมมจักกัปวัตตนสูตร กิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่สากล (มโนราห์) กิจกรรมการแสดงแสงสีเสียงสื่อผสมตำนานวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร และการประดับไฟองค์พระบรมธาตุ รวมถึงการตกแต่งประดับเมืองภายใต้แนวคิด “วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ศรัทธาคู่เมืองนคร มรดกโลกคู่มนุษยชาติ” หลังการประกาศรับรองแล้วก็จะจัดการเสวนา การแสดงโขนเฉลิมฉลองมรดกโลก การแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และพิธีหล่อเทียนพรรษา และกรมศิลปากรจะเปิดให้เข้าชมห้องจัดแสดงนิทรรศการถาวรพระมหาธาตุ แห่งเมืองนครศรีธรรมราช  ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช เป็นครั้งแรกในวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสสำคัญนี้          นอกจากนี้ ยังได้หารือเกี่ยวกับการบริหารจัดการจัดการแหล่งมรดกโลกวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร และการจัดทำรายงานสถานภาพการอนุรักษ์ ตามข้อแนะนำของคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งจะต้องจัดส่งให้ศูนย์มรดกโลกภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2572 ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการแหล่ง และแนวทางการอนุรักษ์ เช่น การปรับปรุงพื้นที่กันชน การปรับปรุงแนวทางการอนุรักษ์ การจัดทำฐานข้อมูลดิจิทัล การศึกษาความมั่นคงของโครงสร้างอาคาร การอนุรักษ์โบราณสถาน การจัดทำยุทธศาสตร์อนุรักษ์ระยะยาว การศึกษาพื้นที่ศาสนสถานฮินดู และการคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาที่จับต้องไม่ได้ ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากรและจังหวัดนครศรีธรรมราชได้มีการหารือแนวทางการดำเนินงานต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว           การที่วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของประเทศไทย จะช่วยยกระดับการอนุรักษ์แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสร้างรายได้ควบคู่กับการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลรักษามรดกทางวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นและประเทศ เพิ่มการรับรู้ในระดับนานาชาติและประกาศเกียรติภูมิของประเทศไทยบนเวทีโลก


ชื่อเรื่อง                          หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ ปีที่ 12  ฉบับที่ 701 (10 พ.ย. 2513) ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น สถานที่พิมพ์                สุพรรณบุรี สำนักพิมพ์                   มนัสการพิมพ์ ปีที่พิมพ์                        2513 ลักษณะวัสดุ                12 หน้า. : กว้าง 40.5 ซ.ม. ยาว 54.5 ซ.ม. ภาษา                             ไทย


ชื่อเรื่อง : ตำนานพระพิมพ์ ของศาสตราจารย์ ยอช เซเดส์ หัวเรื่อง : พระพิมพ์ คำค้น : -        รายละเอียด : พิมพ์เป็นที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพขุนบริรักษ์บทวลัญช์ (ชุ่ม เธียรพงศ์) ณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส 12 พฤษภาคม 2506 ผู้แต่ง : เซเดส์, ยอร์ช แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สำนักพิมพ์/โรงพิมพ์ : โรงพิมพ์พระจันทร์ ปีที่พิมพ์ : 2506 วันที่เผยแพร่ : 26 สิงหาคม 2569 ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : -  ลิขสิทธิ์ : - รูปแบบ : PDF. ภาษา : ภาษาไทย ประเภททรัพยากร : หนังสืออนุสรณ์งานศพ ตัวบ่งชี้ : - รายละเอียดเนื้อหา : ตำนานพระพิมพ์ฉบับนี้ได้รวบรวมพระพิมพ์ต่างๆ ทั้งเก่าและใหม่ ทำด้วยโลหะบ้าง ดินเผาบ้าง ดินดิบบ้าง ที่มีในประเทศอื่นในลัทธิศาสนาอื่น เช่น ศาสนาพราหมณ์ที่นับถือพระอิศวรพระนารายณ์ เป็นต้น เลขทะเบียน : น. 68 บ. 79753 จบ. (ร.) เลขหมู่ :       ห              294.31873               ซ511ตก


***บรรณานุกรม***  กรมพระยาดำรงราชานุภาพสุนทรภู่ ประวัติสุนทรภู่  นิราศเมืองแกลง ของ สุนทรภู่ และ ประวัติเมืองแกลง พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ นางสำลี เกิดลาภผล ณ เมรุมกุฎกษัตริยาราม วันที่ 7 พฤษภาคม พุทธศักราช 2511 พระนคร  โรงพิมพ์ชานพิมพ์ 2511


อาคารพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน             เป็นการจัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ในการเกษตร         การทำมาหากิน  วิถีชีวิต  ขนบธรรมเนียมประเพณี  ของคนไทยในอดีต แสดงถึงภูมิปัญญาพื้นบ้านที่คิดประดิษฐ์สิ่งของจากวัสดุธรรมชาติ ในการดำรงชีวิตประจำวัน







ระหว่างวันที่ 16-17 มิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 11 อุบลราชธานี ได้จัดฝึกอบรมการทำลูกปัดแก้วลวดลายแบบโบราณให้กับเครือข่ายมรดกศิลปวัฒนธรรมตำบลเจียด อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกปัดที่เรียกว่า "สุริยะเทพ" ซึ่งได้รับควมสนใจจากสมาชิกเครือข่ายฯเป็นจำนวนมากเช่นเดิม   กิจกรรมในลักษณะดังกล่าวได้จัดขึ้นเป็นปีที่2ติดต่อกัน โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะให้เครือข่ายฯซึ่งร่วมกันอนุรักษ์แหล่งโบราณคดีดอนไร่ ต.เจียด อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี สามารถผลิตและจำหน่ายลูกปัดแก้วเป็นรายได้เสริมในลักษณะสินค้าที่ระลึกของชุมชน โดยแนวคิดร่วมกันที่ว่า "ของเก่าเก็บไว้ดู ของใหม่ทำไว้ขาย" ซึ่งได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากศูนย์แก้ว คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี




- การจดแจ้งการพิมพ์ - การเปลี่ยนแปลงรายการจดแจ้งการพิมพ์ - การยกเลิกเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ หรือเจ้าของหนังสือพิมพ์


          "บุ" หมายถึง การตี การแผ่ การกดทับ โดยการเอาโลหะที่มีลักษณะบางๆ ทำการหุ้มของบางสิ่งเข้าไว้ หรือการตีให้เข้ารูป การบุในเชิงช่างบุจึงหมายถึง การนำเอาโลหะชนิดใดชนิดหนึ่งมาตีแผ่ออกให้เป็นแผ่นบางๆ ตามขนาดที่ต้องการ แล้วนำไปหุ้มหรือปิดบนเค้าโครงของชิ้นงาน เพื่อปิดประดับเป็นผิวภายนอก ซึ่งบนแผ่นโลหะนั้นอาจจะมีการดุนลวดลาย เพื่อสร้างความสวยงามให้เกิดลายเป็นรอยนูนขึ้น           โลหะที่นิยมใช้ ได้แก่ ทองคำ เป็นโลหะสีเหลืองสุกปลั่ง มีเนื้ออ่อน มีความเหนียว เงิน เป็นโลหะสีขาว เนื้อค่อนข้าง่อน ทองแดง เป็นโลหะแดง เนื้ออ่อน มีความเหนียวยืดหยุ่น บุให้เป็นแผ่นบางและรีดเป็นเส้นลวดได้ง่าย ทองเหลือง เป็นโลหะสีเหลือง ที่เกิดจากการผสมระหว่างทองแดงและสังกะสี มีคุณสมบัติคล้ายทองแดง แต่มีความแข็งแรงกว่า


black ribbon.