ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,087 รายการ
“พระพุทธมิ่งเมืองมงคล” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์ พระพักตร์รูปไข่ พระเนตรเหลือบต่ำ พระขนงโก่งยกเป็นแถบ มีเส้นเชื่อมต่อสันพระนาสิก พระนาสิกโด่งเป็นสัน ปลายบานเล็กน้อย พระโอษฐ์หยักเป็นคลื่น พระกรรณยาวปลายงอนเล็กน้อย มีขอบไรพระศก เม็ดพระศกแหลมเล็ก พระรัศมีเปลว ชายสังฆาฏิเป็นแถบสี่เหลี่ยมปลายตกแต่งเป็นลายกลีบบัวยาวเหนือพระนาภี ประทับขัดสมาธิราบบนฐานเขียง ซึ่งพุทธลักษณะของพระพุทธรูปองค์นี้ ตรงกับศิลปะแบบล้านช้าง
ฐานเขียงมีจารึกอักษรธรรมอีสาน จำนวน ๓ บรรทัด ข้อความจารึก อ่านถอดความโดย นางสาวพิมพ์พรรณ ไพบูลย์หวังเจริญ นักภาษาโบราณเชี่ยวชาญ กรมศิลปากร ได้ความว่า“ศักราช ๒๓๖๗ เดือนยี่ แรม ๔ ค่ำ ๔ มหาราชครูเจ้าทั้ง ๒ วัดกลางเมืองร้อยเอ็ด ทั้งอันเตวาสิต แลมหาราช แลกรรมการ อุบาสก อุบาสิกา พร้อมกันหล่อพระพุทธรูปนี้” คำว่า มหาราช ในที่นี้ก็คือ พระยาขัติยะวงษา (สีลัง) เจ้าเมืองร้อยเอ็ดท่านที่สอง ซึ่งเป็นสมัยเดียวกับที่สร้างพระอุโบสถ
ปัจจุบันจังหวัดร้อยเอ็ด มีประกาศลงวันที่ ๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓ ให้พระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระพุทธรูปประจำจังหวัดร้อยเอ็ด และถวายนามว่า พระพุทธมิ่งเมืองมงคล
เอกสารอ้างอิง
ฉวีงาม มาเจริญ และคณะ. ปกิณกวัฒนธรรม จังหวัดร้อยเอ็ด. กรุงเทพฯ : กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, ๒๕๕๓.
ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ประวัติศาสตร์ศิลปะในประเทศไทย. นนทบุรี : เมืองโบราณ, ๒๕๖๔.
ผ้าไทยเป็นศิลปหัตถกรรมที่สะท้อนภูมิปัญญา วิถีชีวิต และความงดงามของวัฒนธรรมไทยมาอย่างยาวนาน ลวดลายบนผืนผ้ามิได้เป็นเพียงองค์ประกอบทางความงาม หากยังเป็นพื้นที่แห่งการเล่าเรื่อง ถ่ายทอดเรื่องราว ความเชื่อ และแรงบันดาลใจจากธรรมชาติสู่ศิลปะการออกแบบ หนึ่งในแรงบันดาลใจที่ถูกนำมาสร้างสรรค์เป็นลายผ้าไทยร่วมสมัย “บุปผาบรมราชินีนาถ” ที่เชื่อมโยงธรรมชาติ ศิลปะ และงานหัตถกรรมไทยเข้าด้วยกันอย่างงดงาม คือพรรณไม้ที่ปรากฏอยู่ในพระนามาภิไธยของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยพรรณไม้ทั้งสี่ชนิด ได้แก่ ดอนญ่าควีนสิริกิติ์ บัวควีนสิริกิติ์ กุหลาบควีนสิริกิติ์ และกล้วยไม้แคทลียาควีนสิริกิติ์ ซึ่งล้วนมีความงามที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ดอนญ่าควีนสิริกิติ์ (Mussaenda Queen Sirikit) ไม้พุ่มที่มีดอกรูปดาวเหลืองขนาดเล็กเป็นช่อ ซ้อนด้วยกลีบรองสีชมพูที่ปลายกิ่ง เป็นลูกผสมระหว่าง Mussaenda Dona Luz และ M. philippica var. aurorae อยู่ในวงศ์ Rubiaceae ที่มหาวิทยาลัยแห่งฟิลิปปินส์ผสมขึ้น และกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระราชานุญาตเชิญพระนามาภิไธย “สิริกิติ์” มาเป็นชื่อของต้นไม้ชนิดนี้ เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ เยือนประเทศฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2506 ลักษณะของดอนญ่าควีนสิริกิติ์เป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 1-3 เมตร ออกดอกเป็นช่อที่ปลายยอด ปลูกง่ายและราคาไม่แพงบัวควีนสิริกิติ์ (Nymphaea Queen Sirikit) บัวลูกผสมพันธุ์ใหม่ ซึ่งผสมข้ามสกุลย่อยระหว่างบัวฝรั่งพันธุ์ Perry’s Fire Opal ของสหรัฐอเมริกากับบัวพันธุ์นางกวักฟ้าของไทย ออกมาเป็นดอกสีม่วงบริเวณปลายกลีบ ส่วนโคนกลีบมีสีขาว ซึ่งถือเป็นสีใหม่ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร และสมาคมพฤกษศาสตร์ในพระบรมราชินูปถัมภ์ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระราชานุญาตเชิญพระนามาภิไธยมาเป็นชื่อของบัวลูกผสมพันธุ์นี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม พ.ศ. 2555 บัวพันธุ์นี้เป็นไม้น้ำที่ดอกบานเต็มที่ในช่วงเช้าและค่อยๆ ห่อตัวในช่วงบ่าย อายุการบานประมาณ 3 วัน กุหลาบควีนสิริกิติ์ (Rosa Queen Sirikit) ดอกกุหลาบสีเหลืองสดแต้มด้วยขอบสีชมพูแกมส้ม อยู่ในวงศ์ Rosaceae เป็นลูกผสมระหว่างกุหลาบพันธุ์ Königin der Rosen และ Golden Giant เกิดเป็นพันธุ์ Peer Gynt ได้นำออกเผยแพร่เมื่อ พ.ศ. 2511 และได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดกุหลาบ ณ กรุงเบลฟาสต์ เขตไอร์แลนด์เหนือ สหราชอาณาจักร ใน พ.ศ. 2513 โดย Mr. André Hendrickx ผู้อำนวยการเรือนกุหลาบ Grandes Roseraies Du Val de Loir ประเทศฝรั่งเศส ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระราชานุญาตเชิญพระนามาภิไธย “Queen Sirikit” เป็นชื่อดอกกุหลาบลูกผสมพันธุ์นี้ เมื่อ พ.ศ. 2514 ลักษณะของกุหลาบควีนสิริกิติ์เป็นไม้พุ่มสูง 1-2 เมตร มีดอกสีเหลืองสด ขอบกลีบดอกเป็นสีชมพูแกมสีส้ม มีกลิ่นหอม ออกดอกตลอดปี
กล้วยไม้แคทลียาควีนสิริกิติ์ (Cattleya Queen Sirikit) เป็นกล้วยไม้สีขาวบริสุทธิ์ โดดเด่นด้วยสีเหลืองทองบริเวณกึ่งกลาง อยู่ในวงศ์ Orchidaceae เป็นกล้วยไม้ลูกผสมระหว่าง Cattleya Bow Bells กับ Cattleya o’ brieniana var. alba ซึ่งบริษัทกล้วยไม้เก่าแก่ Black & Flory ประเทศอังกฤษเป็นผู้ผสม โดยได้จดทะเบียนชื่อพันธุ์ว่า Exquisite ใน พ.ศ. 2501 และได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากสมาคมพืชสวนหลวงประเทศอังกฤษ ทางบริษัทจึงได้ทำหนังสือกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระราชานุญาตเชิญพระนามาภิไธย “Queen Sirikit” มาเป็นชื่อของกล้วยไม้ลูกผสมพันธุ์นี้ ลักษณะของกล้วยไม้มีทรงต้นกะทัดรัด ดอกสีขาว มีแต้มสีเหลืองทองบริเวณกึ่งกลาง ออกดอกเกือบทั้งปี
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงต่อยอดพรรณไม้ทั้ง 4 ชนิด ซึ่งเป็นพรรณไม้ในพระนามาภิไธยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สู่ผ้าลายพระราชทานประเภทผ้าบาติก “บุปผาบรมราชินีนาถ” ที่ทุกลายล้วนเปี่ยมไปด้วยความหมายในการน้อมสำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประกอบด้วย ลายดอนญ่าควีนสิริกิติ์ ลายบัวควีนสิริกิติ์ ลายกุหลาบควีนสิริกิติ์ ลายกล้วยไม้แคทลียาควีนสิริกิติ์ และลายขอสมเด็จฯ-เจ้าฟ้าฯ พระราชทานเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี การนำพรรณไม้สี่ชนิดที่ได้รับพระราชทานพระนามาภิไธยมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบลายผ้าไทยร่วมสมัย โดยถ่ายทอดรูปทรง สีสัน และความหมายเชิงสัญลักษณ์ของดอกไม้สู่ลวดลายบนผืนผ้าอย่างสร้างสรรค์ แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการผสมผสานระหว่างธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรมไทย และการออกแบบสมัยใหม่ ช่วยยกระดับคุณค่าของผ้าไทยให้มีเอกลักษณ์ งดงาม และสามารถประยุกต์ใช้ในงานแฟชั่นร่วมสมัยได้ พร้อมทั้งเป็นการเทิดพระเกียรติและสืบสานภูมิปัญญาหัตถศิลป์ไทยอย่างยั่งยืน
แหล่งข้อมูลอ้างอิงและภาพประกอบ
“บุปผาราชินี” พรรณไม้ทรงคุณค่า งดงามในพระนาม “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 12 มีนาคม 2569, จาก https://www.thaipbs.or.th/now/infographic/527
ผ้าลายพระราชทาน “บุปผาบรมราชินีนาถ”. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 12 มีนาคม 2569, จาก https://www.facebook.com/photo/?fbid=1210762981229298&set=a.551179130521023
ผ้าลายพระราชทาน บุปผาบรมราชินีนาถ. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 12 มีนาคม 2569, จาก https://www.lemon8-app.com/@blue2blood/7609730463280448018?region=th
ศิลป์ปักษ์ใต้งามวิจิตร ยกระดับหัตถกรรมชุมชนภาคใต้สู่ความยั่งยืน. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 12 มีนาคม 2569, จาก https://suratthani.cdd.go.th/th/content/category/detail/id/74/iid/326078
สถิตกลางใจไทยนิรันดร์. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, 2569.
เรียบเรียงโดย นางสาวปริศนา ตุ้มชัยพร บรรณารักษ์ชำนาญการ
หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี กรมศิลปากร
สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ได้จัดพิมพ์หนังสือ “แผ่นดินไทยในอดีต”ประกอบนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย เรื่อง ประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่จัดขึ้น ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของพระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พระที่นั่งสำคัญหลังหนึ่งภายในเขตพระราชวังบวรสถานมงคลหรือวังหน้าในอดีต และบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ และอารยธรรมอันรุ่งเรืองของชาติไทย เรียงลำดับเวลาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ทวารวดี ศรีวิชัย ลพบุรี สุโขทัย อยุธยา จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์นำเสนอผ่านภาพโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุชิ้นเยี่ยมทุกสมัยที่พบในประเทศไทย กว่า ๕๐ รายการ หนังสือนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้เข้าชมนิทรรศการและผู้สนใจให้ได้รับความรู้ ความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของมรดกศิลปวัฒนธรรมอันจะก่อให้เกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์สมบัติทางวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่สืบไป
หนังสือจัดพิมพ์สี่สีพร้อมภาพประกอบสวยงาม ขนาดเหมาะแก่การพกพา จำหน่ายราคาเล่มละ ๒๘๐ บาท สามารถติดต่อซื้อได้ที่ห้องจัดแสดงนิทรรศการ ภายในพระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๗๐
จัดแสดงในสภาพทั่วไปของจังหวัดราชบุรีในปัจจุบันในด้านต่าง ๆ ได้แก่ ด้านการศึกษา การสาธารณูปการ การอุตสาหกรรม การเกษตร ประชากรและที่สำคัญคือ พระราชกรณียกิจแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อจังหวัดราชบุรี อาทิเช่น สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี โครงการศึกษาวิธีฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม เป็นต้น
ตึกถาวรวัตถุ ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดขึ้นเนื่องในโอกาส 100 ปี แห่งการสวรรคตของพระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 23 ตุลาคม พ.ศ. 2553 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 5 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์
ตึกถาวรวัตถุ ซึ่งตึกนี้สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงใช้เป็นพระที่นั่งทรงธรรมในการพระเมรุของพระองค์เอง ก่อสร้างแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 6 จากนั้น พระราชทานเป็นที่ตั้งของหอสมุด วชิรญาณสำหรับพระนคร เมื่อถึงสมัยรัชกาลที่ 7 คงให้ใช้เป็นที่เก็บหนังสือตัวพิมพ์ข่าว พระราชทานนามใหม่ว่า หอพระสมุดวชิราวุธ ปัจจุบันเป็นอาคารนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
กำเนิดอาคารถาวรวัตถุ อาคารถาวรวัตถุ หรือตึกแดง ตั้งอยู่ฝั่งทิศตะวันตกของสนามหลวง ด้านหน้าวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นด้วยพระราชประสงค์ 2 ประการ
ประการแรก เพื่อให้เป็นที่เล่าเรียนของพระสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย หลังจากที่ได้โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งมหาธาตุวิทยาลัยขึ้น ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2432 แต่ยังขาดสถานที่เรียนอันเหมาะสม จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเสนาสนะสำหรับพระสงฆ์ขึ้น ประการที่สอง ประจวบกับสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ.2437 โดยพระราชประเพณีจะต้องสร้างพระเมรุมาศขนาดใหญ่ ตามพระเกียรติยศขึ้นที่ท้องสนามหลวง พระองค์มีพระราชดำริว่า เป็นการสิ้นเปลืองพระราชทรัพย์ในการสร้างสิ่งที่ไม่ได้เป็นถาวรวัตถุ เพราะสร้างใช้งานชั่วคราว เสร็จงานแล้วก็รื้อทิ้ง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เป็นผู้อำนวยการสร้างอาคารตึกถาวรวัตถุขึ้น ณ บริเวณกุฏิสงฆ์วัดมหาธาตุด้านทิศตะวันออก ลักษณะอาคารเป็นยอดปรางค์ 3 ยอด เพื่อเป็นที่อัญเชิญพระบรมศพสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร มาประดิษฐานบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุประทาน เมื่อการบำเพ็ญพระราชกุศลนั้นแล้วจะได้ถวายอาคารนี้ให้เป็นสังฆิกเสนาสนะสำหรับมหาธาตุวิทยาลัยต่อไป แต่การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จในรัชกาลของพระองค์ (เพราะสวรรคตก่อน) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างต่อจนเสร็จ แล้วพระราชทานให้เป็นที่ตั้งหอพระสมุดสำหรับพระนคร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2459 สมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ตึกถาวรวัตถุนั้น ทรงให้ใช้เป็นที่เก็บหนังสือตัวพิมพ์ ทรงพระราชทานนามใหม่ว่า หอพระสมุดวชิรญาณ ต่อมาและเป็นอาคารหอสมุดแห่งชาติ จนกระทั่งได้ย้ายหอสมุดแห่งชาติไปตั้งที่แห่งใหม่ที่ท่าวาสุกรี เมื่อ พ.ศ. 2508 ตึกถาวรวัตถุยังเป็นที่ตั้งสำนักงานราชบัณฑิตยสถานต่อ จนกระทั่งสำนักงานย้ายไปอยู่ในพระบรมมหาราชวัง ตึกนี้ไม่มีการใช้งานอื่นใด กรมศิลปากร สมัยนายเกรียงไกร สัมปัชชลิต เป็นอธิบดี ได้ปรับปรุงเพื่อเป็นที่จัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจในรัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2552 ซึ่งเป็นที่องค์ยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียนเอกสารในการปฏิรูปประเทศของรัชกาลที่ 5 เป็นมรดกโลก
รับสมัครข้าราชการตำแหน่ง นักวิชาการคอมพิวเตอร์ 1 ตำแหน่ง
ชุดคำพูดเพื่อการประชาสัมพันธ์ ประจำสัปดาห์ (วันพุธ ที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙)
ชุดคำพูดเพื่อการประชาสัมพันธ์ ประจำสัปดาห์ (วันพุธ ที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๙)
ชุดคำพูดเพื่อการประชาสัมพันธ์ ประจำสัปดาห์ (วันพฤหัสบดี ที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๙)
ชุดคำพูดเพื่อการประชาสัมพันธ์ ประจำสัปดาห์ (วันอังคาร ที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๙)
ชุดคำพูดเพื่อการประชาสัมพันธ์ ประจำสัปดาห์ (วันพฤหัสบดี ที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๙)
ชุดคำพูดเพื่อการประชาสัมพันธ์ ประจำสัปดาห์ (วันพุธ ที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๙)
ชุดคำพูดเพื่อการประชาสัมพันธ์ ประจำสัปดาห์ (วันพุธ ที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๙)
ชุดคำพูดเพื่อการประชาสัมพันธ์ ประจำสัปดาห์ (วันพุธ ที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๙)
ชุดคำพูดเพื่อการประชาสัมพันธ์ ประจำสัปดาห์ (วันพฤหัสบดี ที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๙)
ชุดคำพูดเพื่อการประชาสัมพันธ์ ประจำสัปดาห์ (วันพฤหัสบดี ที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙)
ชุดคำพูดเพื่อการประชาสัมพันธ์ ประจำสัปดาห์ (วันพฤหัสบดี ที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙)
ชุดคำพูดเพื่อการประชาสัมพันธ์ ประจำสัปดาห์ (วันพฤหัสบดี ที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙)
ชุดคำพูดเพื่อการประชาสัมพันธ์ ประจำสัปดาห์ (วันพฤหัสบดี ที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙)
พบเครื่องถ้วยชามลายน้ำทอง มีพระบรมฉายาลักษณ์ ร.5 ที่กาน้ำ และจาน
ไม่ทราบว่ามีจริงหรือไม่ เนื่องจากไม่เคยเห็นในหนังสือ รวมทั้งภาพใน Internet
ขอทราบรายละเอียดด้วยครับ.