ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,059 รายการ

          พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งยังทรงเป็นมกุฎราชกุมารหรือเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธทรงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับและทรงศึกษาวิชาประวัติศาสตร์ กฎหมายและการปกครองอยู่ที่ ไครสต์เซิร์ช (Christ Church) มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (Oxford University) ประเทศอังกฤษ ระหว่างปีพุทธศักราช ๒๔๔๒ – ๒๔๔๔ ภายหลังทรงสำเร็จการศึกษาและเสด็จนิวัติพระนครแล้ว ได้ทรงจัดตั้ง ทวีปัญญาสโมสรขึ้น ณ พระราชวังสราญรมย์ และด้วยทรงสนพระทัยในด้านประพันธ์และการพิมพ์หนังสือ จึงได้ทรงออกหนังสือพิมพ์ประจำทวีปัญญาสโมสรขึ้นฉบับหนึ่ง ทรงพระราชทานชื่อว่า ทวีปัญญา          หนังสือพิมพ์ทวีปัญญานั้น เกิดขึ้นจากการประชุมกรรมการสภาทวีปัญญาสโมสร ครั้งที่ ๘ โดยกรรมการสภาได้มีข้อตกลงร่วมกันให้มีหนังสือพิมพ์ประจำสโมสรขึ้น โดยตีพิมพ์ออกเผยแพร่แก่สมาชิกและบุคคลทั่วไปเดือนละครั้ง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในฐานะสภานายกและเลขานุการของทวีปัญญาสโมสร ทรงชักชวนข้าราชบริพารที่มีความรู้ ความสามารถ ทดลองเขียนบทความและ เรื่องต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ทั้งร้อยแก้ว โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ไปลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ทวีปัญญา ซึ่งจะได้รับค่าตอบแทนหน้าพิมพ์ละ ๔ อัฐ ถ้าระบุไว้ว่าต้องการ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตรวจบทความต่าง ๆ ด้วยพระองค์เองทุกครั้งในฐานะทรงเป็นบรรณาธิการก่อนที่จะจัดพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ทวีปัญญา สำหรับบทความและเรื่องต่าง ๆ ที่ออกเผยแพร่นั้นมีทั้งเรื่องจริงและนิยาย พร้อมทั้งรายงานต่าง ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับทวีปัญญาสโมสร สำหรับเรื่องต่าง ๆ ที่พระองค์ทรง พระราชนิพนธ์นั้น ส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวที่สะท้อนแนวพระราชดำริเกี่ยวกับเสรีภาพและการปกครอง ตลอดจนการเรียกร้องให้รักษาเอกลักษณ์ของชาติไทย          หนังสือพิมพ์ทวีปัญญา เริ่มออกเผยแพร่ในเดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๔๔๗ จำหน่ายแก่สมาชิกราคาฉบับละ ๓๒ อัฐ และบุคคลทั่วไปราคาฉบับละ ๑ บาท ส่วนการลงโฆษณาและแจ้งความอื่น ๆ นั้น ถ้าแต่งคำโฆษณามาแล้วคิดราคาบรรทัดละ ๑ เฟื้อง ถ้าให้ทางกรรมการสภาแต่งคำโฆษณาให้ด้วย จะคิดเพิ่มเป็นบรรทัดละ ๑ เฟื้อง ๒ ไพ ในฉบับแรก สำหรับในฉบับต่อ ๆ ไป คิดบรรทัดละ ๑ เฟื้อง หากลงเต็มหน้านับเป็น ๑๖ บรรทัด คิดราคา ๑ บาท ๒ สลึง ส่วนรูปภาพราคารูปละ ๑ บาท ถึงแม้จะจำหน่ายหนังสือพิมพ์ทวีปัญญาเพียงฉบับละ ๓๒ อัฐ และ ๑ บาท ดังที่กล่าวในข้างต้นแล้วนั้นก็ยังขาดทุน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชวิจารณ์ว่า เป็นเพราะไม่มีโฆษณาเหมือนหนังสือพิมพ์ฝรั่ง และทรงมุ่งหวังที่จะให้ผู้อ่านส่งจดหมายแนะนำ ติชมเพื่อปรับปรุงทวีปัญญาให้ดีขึ้น สำหรับเนื้อหาภายในเล่มของหนังสือพิมพ์ทวีปัญญา ประจำเดือนเมษายน ร.ศ. ๑๒๓ ซึ่งเป็นฉบับพิมพ์ครั้งแรกนั้น ประกอบด้วยเรื่องราวของคำนำ สาเหตุของการสงครามในระหว่างยี่ปุ่นกับรัสเซีย นิทาน ทุภาสิต อาษาเจ้าจนตัวตาย อาษานายจนพอแรง นิราศเมืองเหนือ นากพระโขนงที่สอง เบ็ตเล็ต และรายงานประจำเดือน          ต่อมาด้วยพระราชภาระที่มากขึ้นของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว กิจการของทวีปัญญาสโมสรยุติลงในปีพุทธศักราช ๒๔๕๐ รวมถึงหนังสือพิมพ์ทวีปัญญาจึงสิ้นสุดลงโดยปริยายด้วยเช่นกัน-----------------------------------------------------------------เรียบเรียงข้อมูล : นางสาวรวิวรรณ พุฒซ้อน บรรณารักษ์ชำนาญการ กลุ่มบริการทรัพยากรสารสนเทศ สำนักหอสมุดแห่งชาติ -----------------------------------------------------------------บรรณานุกรม ทวีปัญญาสโมสร. ทวีปัญญา เล่ม ๑. พระนคร: ทวีปัญญาสโมสร, ร.ศ. ๑๒๓. มหามกุฎราชวิทยาลัย, มูลนิธิ. ทวีปัญญาเล่ม ๑. พระนคร: โรงพิมพ์มหามกุฎราชวิทยาลัย, ๒๕๒๒. สมาคมนิตยสารแห่งประเทศไทย. ประวัตินิตยสารไทย Now & Then. กรุงทพฯ: สมาคมนิตยสารแห่งประเทศไทย, ๒๕๕๐. สารานุกรมพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เล่ม ๑ (ก-ม). กรุงเทพฯ: เจริญวิทย์การพิมพ์, ๒๕๒๓. สุนทรพิพิธ, พระยา. พระมหากรุณาธิคุณแห่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว. พระนคร: โรงพิมพ์ส่วนท้องถิ่น, ๒๕๑๔. สุกัญญา ตีระวนิช. รายงานผลการวิจัยเรื่อง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว กับการหนังสือพิมพ์. กรุงเทพฯ: มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพรมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว, ๒๕๓๒.



          เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๗ พันตรี เปรม ติณสูลานนท์ จบการศึกษาวิชาทหารของกองทัพสหรัฐอเมริกา ท่านจึงได้รับการบรรจุให้เป็นอาจารย์ในแผนกวิชายุทธวิธี กองการศึกษาโรงเรียนทหารยานเกราะ ทั้งที่จริงแล้วท่านมีความใฝ่ฝันจะเป็นผู้บังคับบัญชาทหารมากกว่าจะเป็นอาจารย์           หลังจากการเป็นอาจารย์สอนวิชาทหารอยู่ระยะหนึ่ง ความใฝ่ฝันของท่านก็เป็นความจริง เมื่อท่านได้รับความไว้วางใจ จากผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งให้ท่านเป็นผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ ๕ กรมทหารม้าที่ ๒ และยังคงรักษาราชการอาจารย์แผนกวิชาทหาร กองการศึกษาโรงเรียนยานเกราะ ควบคู่กันไปอีกตำแหน่งหนึ่ง           ท่านพอใจในตำแหน่งผู้บังคับบัญชากองพันที่ได้รับการแต่งตั้ง โดยเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมกับท่านมากที่สุด ท่านเคยเล่าให้ผู้เกี่ยวข้องฟังว่า “ ...ผมว่าที่สนุกที่สุดและได้ใช้ความรู้ ความสามารถทั้งในด้านบริหาร และด้านยุทธการเป็นผู้บังคับกองพันดีที่สุด เป็นงานที่กำลังน่าทำที่สุดเป็นงานที่มีเรื่องที่เราจะทำมาก ผู้บังคับกองร้อยอาจจะเล็ก และแคบเกินไป เป็นผู้บังคับการกรมก็สูงเกินไป เป็นผู้บังคับกองพันนี้สนุกทำอะไรของตัวได้ ถ้าใช้ความสามารถของตัวเองมากเป็นระดับที่น่าสนใจ...”           เมื่อท่านได้มาเป็นผู้บังคับบัญชาของเหล่าทหารม้า ท่านได้ปรับวิธีการทำงาน สร้างความสำนึกให้รู้รับผิดชอบต่อหน้าที่ ท่านได้ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างใน การทำงาน ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้ปฏิบัติตามท่าน ท่านดูแลเอาใจใส่การปฏิบัติงานของลูกน้องอย่างใกล้ชิด ทำให้ทุกคนมีความรู้สึกว่า การทำงานในหน้าที่เป็นสิ่งสำคัญ ใครจะหลีกเลี่ยงหรือเกียจคร้านไม่ได้          นอกจากวิธีทำงานที่เข้มงวด และเอาจริง เอาจังแล้ว ท่านยังเป็นทหารที่มีความซื่อสัตย์ ใช้ชีวิต เรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ ให้ความรักและดูแลผู้ใต้บัญชาเป็นอย่างดี ใครมีปัญหาอะไรในการทำงานหรือเรื่องอื่นๆ ท่านก็จะช่วยเหลือแก้ไขให้ จึงเป็นที่ศรัทธารักใคร่นับถือของลูกน้องกลายเป็นความสัมพันธ์อันแนบแน่น ระหว่างกัน คำที่ผู้ใต้บังคับบัญชาเรียกขานท่านว่า “ป๋า” ก็มาจากเหตุผลดังกล่าว           พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ จึงเป็น “ป๋า” ผู้สง่างามของบรรดาทหาร ในเหล่าทหารม้า ทหารเหล่าอื่น และบุคคลทั่วไป ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา-----------------------------------------------------------เรียบเรียง : นายบัณฑิต พูนสุข นักจดหมายเหตุ หอจดหมายเหตุนายกรัฐมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์-----------------------------------------------------------เอกสารอ้างอิงสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสงขลา. คนดี ศรีแผ่นดิน พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ เล่มที่ ๒ ป้องกัน


เลขทะเบียน: กจ.บ.7/1-7:1ก-7ก ชื่อเรื่อง: พระสงฺคิณี พระสมนฺตมหาปฏฐาน เผด็จ ข้อมูลลักษณะ: อักษรขอม ภาษาบาลี-ไทย เส้นจาร ฉบับล่องชาด ประวัติ : ได้มาจากวัดห้วยสะพาน ต.หนองโรง อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2533 จำนวน 1คัมภีร์ 14 ผูก จำนวนหน้า: 74 หน้า


เลขทะเบียน: กจ.บ.6/1-7:1ก-7ก ชื่อเรื่อง: พระอภิธมฺมตฺถสงฺคิณี พระมหาปฏฺฐาน เผด็จ ข้อมูลลักษณะ: อักษรขอม ภาษาบาลี-ไทย เส้นจาร ฉบับล่องชาดประวัติ : ได้มาจากวัดห้วยสะพาน ต.หนองโรง อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2533 จำนวน 1คัมภีร์ 14 ผูก จำนวนหน้า: 66 หน้า



          ...เกาะต่างๆ ในอ่าวพังงา ที่เราแล่นเรือผ่านนั้น หากสังเกตบริเวณผนังเพิงผาหรือถ้ำ อาจพบภาพเขียนสีหรือศิลปะถ้ำ ที่มนุษย์ในอดีตได้เขียนหรือวาดเอาไว้ เมื่อครั้งที่แวะเข้ามาพักพิงและใช้พื้นที่เพื่อวัตถุประสงค์ในหลายๆประการ ที่เกาะยางแดงแห่งนี้ แม้จะไม่ปรากฏภาพบุคคลและสัตว์ประเภทต่างๆ ดังที่พบที่เกาะอื่นๆ แต่ที่นี่ปรากฏภาพที่อาจสื่อถึงพืชพันธุ์ธรรมชาติที่อาจเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของมนุษย์ในยุคนั้นได้...           ที่ตั้งและสภาพทั่วไป แหล่งภาพเขียนสีเกาะยางแดง ตั้งอยู่ที่ ตำบลกะไหล อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา ในเขตอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา อยู่บนเกาะซึ่งไม่ปรากฏชื่อในแผนที่ทหาร ใกล้กับเกาะทะลุใต้ เป็นเขาหินปูนขนาดเล็ก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะที่อยู่ติดกัน ตัวเกาะมีรูปร่างยาวรี วางตัวตามแนวแกนทิศเหนือ – ใต้ มีความยาวประมาณ ๒๕๐ เมตร กว้างประมาณ ๘๐ เมตร           การเข้าถึงแหล่ง จากอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา เดินทางโดยเรือระยะทางประมาณ ๑๗.๒ กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ ๒๐ – ๒๕ นาที โดยผ่านคลองเกาะปันหยี เกาะปันหยี มาทางทิศใต้ผ่านเขาพิงกัน และมุ่งหน้าทางตะวันตก มุ่งสู่เกาะทะลุใต้ ทางด้านซ้ายหรือด้านทิศใต้เป็นที่ตั้งของเกาะยางแดง ซึ่งอยู่ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเขาพิงกัน และควรเดินทางมาถึงช่วงที่น้ำทะเลขึ้นสูง เพื่อให้เรือสามารถแล่นเลาะเลียบเกาะทางฝั่งด้านทิศตะวันออกที่มีลักษณะเป็นอ่าวขนาดเล็กที่มีสภาพค่อนข้างตื้น ไปยังตำแหน่งทางขึ้นสู่เพิงผาที่ปรากฏภาพเขียนสีได้          ลักษณะและรูปแบบ บริเวณที่ปรากฏภาพเขียนสี เป็นเพิงผาขนาดเล็กและแคบ หันไปทางทิศตะวันออก ลักษณะเป็นโพรงถ้ำขนาดเล็กในแนวนอน ขนาดกว้างประมาณ ๒ เมตร ยาวประมาณ ๗ เมตร และสูงประมาณ ๑ เมตร ทางขึ้นค่อนข้างชันมาก เพิงผาอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๓ – ๕ เมตร มีหินงอกหินย้อย และสามารถเข้าไปอยู่ในโพรงถ้ำได้เพียงครั้งละ ๑ – ๒ คนเท่านั้น ที่ผนังของเพิงผาปรากฏกลุ่มภาพเขียนสีแดงเข้ม เป็นภาพลายเส้นคล้ายดอกไม้ ลายเส้นอื่นๆ และร่องรอยภาพสีแดงที่ค่อนข้างลบเลือน          ภาพที่ปรากฏชัดเจนเป็นกลุ่มภาพลายเส้นสีแดงเข้ม มีจำนวน ๕ – ๖ ภาพ อยู่ใกล้กัน ขนาดกลุ่มภาพโดยรวมกว้างประมาณ ๑๐๐ เซนติเมตร สูงประมาณ ๖๐ –๗๐ เซนติเมตร          ภาพที่ปรากฏชัดเจนที่สุด อยู่ด้านล่างสุดของกลุ่มภาพ เป็นภาพลายเส้นโค้งและเส้นตรงประกอบกันคล้ายรูปดอกไม้หรือดอกหญ้าชูขึ้น ขนาดภาพกว้างและยาวด้านละประมาณ ๑๕ เซนติเมตร สูงจากพื้นเพิงผา ๔๐ เซนติเมตร ส่วนภาพอื่นๆ เป็นภาพลายเส้นตรง เส้นตรงปลายแหลม และเส้นโค้งต่างๆ ซึ่งบางภาพเขียนประกอบกันคล้ายภาพเรขาคณิต แต่ไม่มีรูปทรงที่ชัดเจน และที่ผนังด้านในปรากฏร่องรอยสีแดง          สาระสำคัญ เกาะยางแดง มีตำแหน่งที่ตั้งอยู่กลางทะเลในอ่าวพังงา โดยด้านทิศตะวันออกของเกาะเป็นอ่าวขนาดเล็ก ซึ่งมนุษย์ในอดีตสามารถใช้จอดเรือและหลบคลื่นลม และสามารถใช้เพิงผาและถ้ำขนาดเล็กเป็นแหล่งพักพิงชั่วคราว          ทั้งนี้สภาพภูมิประเทศในอดีต เพิงผานี้อาจมีสภาพที่เหมาะสมและมีขนาดใหญ่มากพอที่มนุษย์จะสามารถเข้าไปใช้พื้นที่ด้านในเพื่อประกอบกิจกรรม หรือพิธีกรรม ซึ่งอาจมีการขีดเขียนวาดภาพบนผนังเพิงผาเพื่อถ่ายทอดเรื่องราว วิถีชีวิตความเป็นอยู่ และสภาพแวดล้อมรอบตัว ซึ่งสันนิษฐานว่าอยู่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อประมาณ ๕,๐๐๐ – ๓,๐๐๐ ปีมาแล้ว          กลุ่มภาพสีแดงเข้มที่ปรากฏบนผนังเพิงผา สันนิษฐานว่าอาจเป็นกลุ่มภาพเล่าเรื่องแสดงเหตุการณ์หรือบอกเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต โดยมีภาพที่สำคัญเป็นภาพลายเส้นคล้ายดอกไม้ ดอกหญ้า หรือพืชชนิดใดชนิดหนึ่ง ที่ผู้เขียนได้พบเห็นมา หรือเขียนบอกเล่าชนิดของพืชที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการอุปโภคและบริโภคได้          ส่วนภาพลายเส้นอื่นๆ ที่บางภาพเขียนประกอบกันคล้ายภาพเรขาคณิต อาจเป็นการขีดเขียนเพื่อสื่อสาร เขียนภาพประกอบ หรืออาจเป็นภาพที่ยังเขียนไม่แล้วเสร็จ -------------------------------------------------------สำรวจ/เรียบเรียง/กราฟิก : นายธวัชชัย ชั้นไพศาลศิลป์ นักโบราณคดีชำนาญการ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช


ชื่อเรื่อง                                ภิกฺขุปาติโมกฺข (ปาติโมกข์)  สพ.บ.                                  365/1คประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           116 หน้า กว้าง 4.5 ซม. ยาว 56 ซม.หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา                                           เทศน์มหาชาติ                                           คาถาพัน                                           ชาดก บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี เส้นจาร ฉบับทองทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด  ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


โพธิปกฺขิยธมฺม (โพธิปกฺขิยธมฺม)  ชบ.บ.49/1-12  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


ชื่อเรื่อง                                สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (วิภังค์-มหาปัฏฐาน) สพ.บ.                                  307/6ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           22 หน้า กว้าง 4.8 ซม. ยาว 54.3 ซม.หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา                                           บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม ภาษาบาลี-ไทย เส้นจาร ฉบับทองทึบ-ล่องชาด ได้รับบริจาคมาจาก วัดบ้านหมี่ ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


เลขทะเบียน : นพ.บ.256/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 26 หน้า ; 5 x 58.5 ซ.ม. : ทองทึบ-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 116 (217-225) ผูก 1 (2565)หัวเรื่อง : นิพฺพานสุตฺต(มหามูลนิพพาน)--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


พระอัฏฐารส  ณ วัดพระแก้ว  เมืองกำแพงเพชร“พระพุทธรูป” เป็นถาวรวัตถุ ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ระลึกถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นพระบรมศาสดาในพระพุทธศาสนา และหลักพระธรรมคำสอนอันประเสริฐ ภายหลังการเสด็จดับขันธเข้าสู่ปรินิพพานของพระองค์ วัดพระแก้ว เป็นวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตกำแพงเมืองโบราณกำแพงเพชร ตั้งอยู่บริเวณกลางเมือง ลักษณะผังวัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า อาคารสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ของวัดใช้ศิลาแลงเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้าง เจดีย์ช้างเผือก เป็นกลุ่มโบราณสถานที่ตั้งอยู่ตอนหลังสุดทางด้านทิศตะวันตกของวัดพระแก้วเป็นเจดีย์ทรงระฆังบนฐานสี่เหลี่ยม มีเจดีย์บริวารทรงระฆังอยู่ที่มุมทั้ง ๔ ของฐาน โดยรอบฐานสี่เหลี่ยม มีการประดับประติมากรรมปูนปั้นรูปช้างโผล่ครึ่งตัว จำนวน ๓๒ เชือก แบบศิลปะสุโขทัย มีระเบียงคตล้อมรอบเจดีย์ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปโดยรอบ ทางด้านทิศตะวันออกของเจดีย์เป็นวิหาร สามารถศึกษาเปรียบเทียบทางศิลปะเทียบเคียงได้กับเจดีย์ประธานแห่งวัดช้างล้อมแห่งเมืองศรีสัชนาลัย และเจดีย์วัดช้างล้อมแห่งเมืองสุโขทัย บริเวณระหว่างวิหารและระเบียงคตที่ล้อมรอบเจดีย์ช้างเผือก เป็นมณฑป ขนาดกว้าง ๑๐.๖๐ เมตร ยาว ๑๒.๕๐ เมตร มีเสาอาคารสร้างด้วยศิลาแลง จำนวน ๑๒ ต้น ตรงกลางของอาคารปรากฏหลักฐานการประดิษฐานพระพุทธรูปในอิริยาบถยืน สร้างจากศิลาแลงชิ้นเดียว โกลนให้เป็นแท่นฐานสี่เหลี่ยมขนาดความกว้าง ๒.๐๐ เมตร ยาว ๒.๑๐ เมตร สูง ๐.๖๐ เมตร ส่วนของพระพุทธรูปคงเหลือเฉพาะแกนศิลาแลงที่โกลนให้เป็นพระบาทถึงข้อพระบาททั้ง ๒ ข้าง ส่วนบนขึ้นไปหักหาย ขนาดความยาวพระบาทแต่ละข้างยาว ๑.๗๐ เมตร กว้าง ๐.๖๐ เมตร สูงถึงข้อพระบาท ๐.๕๗ เมตร สันนิษฐานว่าพระพุทธรูปในอิริยาบถยืนดังกล่าวคือ “พระอัฏฐารส” คำว่าอัฏฐารสในความหมายตามรากศัพท์ของภาษาบาลีนั้น เป็นคำที่ใช้ในการนับจำนวน ที่เรียกว่าคำสังขยา แบบปกติสังขยา (Cardinals) โดยมีความหมายว่าเป็นจำนวนนับที่ ๑๘ สันนิษฐานว่าพระอัฏฐารส มีความหมาย ๒ แนวทาง คือ แนวทางที่ ๑ หมายถึงความสูงของพระวรกายของพระพุทธเจ้าสมณโคดม ดังปรากฏข้อความในพระไตรปิฏก พระสุตันตปิฎก อรรถกถา ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ พุทธปกิรณกกัณฑ์ ว่าด้วยเรื่องเบ็ดเตล็ดเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า ตอน ปมาณเวมัตตะ ได้อธิบายถึงความสูงของพระวรกาย พระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ ในรูปประโยคของภาษาบาลี ดังนี้ “…กกุสนฺธโกณาคมนกสฺสปา ยถากฺกเมน จตฺตาลีสตึสวีสติหตฺถุพฺเพธา อเหสุ ํ อมฺหากํ ภควา อฏฺฐารสหตฺถุพฺเพโธ”แปลว่า “พระพุทธเจ้าคือพระกกุสันธะ พระโกนาคมนะและพระกัสสปะ พระวรกายสูง ๔๐ ศอก ๓๐ ศอก ๒๐ ศอก ตามลำดับ ส่วนพระผู้มีพระภาคเจ้าของเรา สูง ๑๘ ศอก…” แนวทางที่ ๒ หมายถึงจำนวน ๑๘ ประการ ของพุทธธรรม หรือคุณสมบัติของพระพุทธเจ้า ดังปรากฏข้อความในบทสวดมหาราชปริตร หรือปริตรหลวงชุดใหญ่ อาฏานาฏิยปริตร ดังนี้“…อุเปตา  พุทธะธัมเมหิ  อัฏฐาระสะหิ  นายะกา ทวัตติงสะลักขะณูเปตา  สีตยานุพยัญชะนาธะรา พยามัปปะภายะ  สุปปะภา  สัพเพ  เต  มุนิกุญชะรา…”แปลว่า “…พระพุทธเจ้าผู้นำโลก ทรงประกอบด้วยพุทธธรรม ๑๘ ประการ มหาบุรุษลักษณะ ๓๒ ประการ  ทรงไว้ซึ่งอนุพยัญชนะ ๘๐ ประการ มีพระรัศมีอันงามผุดผ่องประมาณวาหนึ่งเป็นปริมณฑล  ทุกพระองค์ทรงเป็นพระมุนีผู้ประเสริฐ  ปานว่าพญากุญชรชาติอันมีตระกูล…” คำว่า “พระอัฏฐารส” ได้ปรากฏหลักฐานข้อความในศิลาจารึกหลักที่ ๑ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ด้านที่ ๒ บรรทัดที่ ๒๔ โดยระบุถึงพระพุทธรูปที่เรียกว่าพระอัฏฐารส ที่ประดิษฐานอยู่บริเวณกลางเมืองสุโขทัย ดังนี้  “…กลางเมืองสุโขทัยนี้ มีพิหาร มีพระพุทธรูปทอง มีพระอัฏฐารศ  มีพระพุทธรูปอันใหญ่…” สันนิษฐานว่า “พระอัฏฐารส” ที่ปรากฏข้อความดังกล่าว คือพระพุทธรูปในอิริยาบถยืนที่ประดิษฐานภายในมณฑปทางด้านทิศเหนือและด้านทิศใต้ ของเจดีย์ประธาน วัดมหาธาตุข้อความในศิลาจารึกหลักที่ ๑ ด้านที่ ๒ บรรทัดที่ ๒๔ ระบุถึงพระอัฏฐารสที่ประดิษฐานอยู่ในเขตอรัญญิก นอกกำแพงเมืองสุโขทัย ด้านทิศตะวันตก ดังนี้ “…ในกลางอรัญญิก มีพิหารอันณึ่งมนใหญ่ สูงงามแก่กม มีพระอัฎฐารศอันณึ่ง ลุกยืน…”   สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปในอิริยาบถยืนที่ประดิษฐานภายในวิหารวัดสะพานหิน อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยพระอัฏฐารศที่ประดิษฐานภายในมณฑป วัดพระแก้ว เมืองกำแพงเพชรสามารถเปรียบเทียบรูปแบบทางคติและความนิยมในการสร้างเทียบเคียงได้กับพระอัฏฐารสแห่งวัดมหาธาตุและวัดสะพานหิน อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และสันนิษฐานได้ว่ามีอายุในสมัยสุโขทัยราวพุทธศตวรรษที่ ๒๐เอกสารอ้างอิงกรมการศาสนา. การอ่านภาษาบาลีเบื้องต้น . กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุม     สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด, ๒๕๕๑.กรมการศาสนา. พระไตรปิฏกฉบับประชาชน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การ     รับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.), ๒๕๔๘.กรมศิลปากร. นำชมอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร.      กรุงเทพฯ: บริษัทบางกอกอินเฮ้าส์จำกัด, ๒๕๖๑.กรมศิลปากร. ประชุมจารึก ภาคที่ ๘ จารึกสุโขทัย. กรุงเทพฯ:      บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่งจำกัด (มหาชน), ๒๕๔๘.กรมศิลปากร. พระพุทธรูปปางต่าง ๆ. นครปฐม: บริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์      (๑๙๗๗) จำกัด, ๒๕๕๘.กรมศิลปากร. รายงานการบูรณะโบราณสถานวัดพระแก้ว     จังหวัดกำแพงเพชร . กำแพงเพชร: ห้างหุ้นส่วนจำกัด สามเพชร, ๒๕๔๓.บุณยกร วชิระเธียรชัย. “ศึกษาวิเคราะห์คติความเชื่อเรื่องพระอัฏฐารสที่มี     อิทธิพลต่องานพุทธศิลป์” วิทยานิพนธ์ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต      สาขาวิชาพระพุทธศาสนา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬา     ลงกรณราชวิทยาลัย. ๒๕๕๔.มหามกุฏราชวิทยาลัย.พระไตรปิฏกและอรรถกถา พระสุตตันตปิฎก      ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ เล่ม ๙ ภาค ๒. นครปฐม: โรงพิมพ์มหามกุฏราช     วิทยาลัย, ๒๕๔๘.มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์.      หนังสือที่ระลึกงานสวดพระปริตรถวายพระกุศลแด่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ      พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ประธานมูลนิธิร่วมจิตต์     น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์. (กรุงเทพฯ: บริษัท      มาสเตอร์ คีย์ จำกัด, ๒๕๕๓.ศักดิ์ชัย  สายสิงห์. ศิลปกรรมโบราณในอาณาจักรสุโขทัย. กรุงเทพฯ:      สำนักพิมพ์มิวเซียมเพรส, ๒๕๖๑.





ชื่อเรื่อง : ประชุมพงศาวดาร เล่ม 38 (ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 64) พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) ชื่อผู้แต่ง : - ปีที่พิมพ์ : 2512สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : องค์การค้าของคุรุสภา จำนวนหน้า : 348 หน้า สาระสังเขป : ประชุมพงศาวดาร เล่ม 38 ภาคที่ 64 กล่าวถึง แรกสร้างกรุงศรีอยุธยา ในรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (อู่ทอง) ถึงรัชกาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยบรรยายถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น อาทิ การสถาปนาวัดพุทไธสวรรย์ การสถาปนาพระศรีรัตนมหาธาตุ การเสด็จไปเอาเมืองเชียงใหม่ การสถาปนาวัดราชบุรณะ การสร้างพระวิหารวัดจุฬามณี พระราชพิธีปฐมกรรม การแต่งตั้งขุนพิเรนทรเป็นสมเด็จพระมหาธรรมราชาครองเมืองพิษณุโลก และการตั้งเมืองนครชัยศรี เป็นต้น


black ribbon.