ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,059 รายการ

          กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน "ถ้ำดิน" การค้นพบครั้งสำคัญกับโครงกระดูกยุคน้ำแข็ง วิทยากร นางสาวสุภมาศ ดวงสกุล ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยและพัฒนางานโบราณคดี กองโบราณคดี และนางสาวกรรณิการ์ เปรมใจ นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี ผู้ดำเนินรายการ นางกมลชนก พรภาสกร นักวิชาการโสตทัศนศึกษา กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๕ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๘ เวลา ๑๑.๐๐ - ๑๑.๔๕ น. ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร            รายการ “ไขความรู้จากครูกรมศิลป์” มีรูปแบบเนื้อหาของรายการเกี่ยวกับประวัติความเป็นไทย เกร็ดประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญ ประเพณี วัฒนธรรม วีถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ผ่านการบอกเล่า ถ่ายทอดความรู้ แนวความคิด เนื้อหาวิชาการ จากประสบการณ์ของผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญกรมศิลปากร กำหนดถ่ายทอดสดผ่านเฟสบุ๊กไลฟ์ (Facebook Live) ทุกวันพฤหัสบดี เวลา ๑๑.๐๐ น. ตลอดปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๖๗ - กันยายน ๒๕๖๘


พระราชนิพนธ์จดหมายรายวันของพระบาทสมเด็จฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อเสด็จประพาสเกาะชวาครั้งหลัง ชื่อเรื่อง : พระราชนิพนธ์จดหมายรายวันของพระบาทสมเด็จฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อเสด็จประพาสเกาะชวาครั้งหลัง หัวเรื่อง : ชวา -- ภูมิประเทศและการท่องเที่ยว             ศรีรัตนโกสินทร, สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าสุทธาทิพยรัตน สุขุมขัติยกัลยาวดี กรมหลวง, 2420-2465 คำค้น :  บันทึกการเดินทาง           ชวา            อินโดนีเซีย รายละเอียด : พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าสุทธาทิพยรัตน สุขุมขัติยกัลยาวดี กรมหลวงศรีรัตนโกสินทร ณ พระเมรุท้องสนามหลวง ผู้แต่ง : จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, 2396-2453 แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี หน่วยงานที่รับผิดชอบ/โรงพิมพ์/สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์ไท ปีที่พิมพ์ : 2466 วันที่เผยแพร่ : 12 กรกฎาคม 2568 ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : - ลิขสิทธิ์ : ต้นฉบับของหอพระสมุดวชิรญาณ รูปแบบ : PDF. ภาษา : ภาษาไทย ประเภททรัพยากร : หนังสืออนุสรณ์งานศพ ตัวบ่งชี้ : - รายละเอียดเนื้อหา : หนังสือที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าสุทธาทิพยรัตน สุขุมขัติยกัลยาวดี กรมหลวงศรีรัตนโกสินทร ภายในเล่มมีภาพของผู้วายชนม์ เนื้อหาเป็นบันทึกการเสด็จประพาสเกาะชวา (อินโดนีเซีย) ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 5 พฤษภาคม ถึงวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2444 เพื่อสำราญพระราชอิริยาบถและทอดพระเนตรโบราณสถาน ตลอดจนภูมิประเทศของชวาที่ยังไม่ได้ทอดพระเนตรเมื่อคราวเสด็จประพาสครั้งที่ 2 เลขทะเบียน : น. 34 บ. 6115 จบ. (ร.) เลขหมู่ :   ห          895.916            พ370


ชื่อแบบฉบับ : มหานิปาตวณฺณนา ชาตกฎฺฐกถา ขุทฺทกนิกายฎฺฐกถา (ผูก ง1) ชื่อเรื่อง : ทสชาติ  สุวรรณสามชาดก-นารทชาดก (ผูก ง1) เลขทะเบียน : ชม.บ.557/ง1 ผู้แต่ง : ไม่ปรากฏ                     ผู้สร้าง : อุบาสิภิกษุ                   ปีที่สร้าง : จ.ศ.1085 (พ.ศ.2266) จำนวน : 1  คัมภีร์  14 ผูก (หอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่ มีผูก ก1, ข1-3, ค1-5:4ก, ฆ1-2, ง1-2)    จำนวนบรรทัด : 5 บรรทัด          จำนวนหน้า : 52 หน้า อักษร : ธรรมล้านนา                  ภาษา : บาลี-ไทยล้านนา             เส้น : จาร ฉบับ : ล่องชาด                        ไม้ประกับ : ทารัก ขอบทาชาด      ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน ประวัติ : อุบาสิภิกษุสร้าง จ.ศ.1085 (พ.ศ.2266 สมัยอยุธยา รัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ) มี 5 เรื่อง ได้มาจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่  เมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม 2531 โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2568


เลขทะเบียน : นพ.บ.752/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 64 หน้า ; 4 x 46 ซ.ม. : ชาดทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 234 (370-381) ผูก 1 (2568)หัวเรื่อง : ปฐมมูล--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม



         เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระดำรัสถวายพระพรแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๘ ความว่า “ศุภมงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา ของสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ได้เวียนมาบรรจบ อีกคำรบหนึ่ง อาตมภาพในนามคณะสงฆ์ ขอตั้งกัลยาณจิตถวายพระพรชัยมงคล ให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน   สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงพระราชอุตสาหะบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อประชาราษฎรมาเนิ่นนานกว่า ๗ ทศวรรษ แม้เมื่อถึงเวลาที่พระชนมายุเจริญบรรลุเขตชรา พระวรกายพึงได้ผ่อนวางจากพระราชภาระลงบ้างตามสภาพที่เป็นไป หากแต่ผลแห่งพระราชกิจจานุกิจน้อยใหญ่ ซึ่งทรงพากเพียรประสิทธิ์ประสาทไว้เป็นอเนกปริยาย ยังอำนวยศุภผลเป็นหิตานุหิตประโยชน์มากมายเหลือคณานับ พสกนิกรทั่วหน้าจึงยังคงได้รับความผาสุกร่มเย็น ถึงแม้มิได้เฝ้าชมพระบารมีเป็นเนืองนิตย์เหมือนแต่ก่อน แต่พระธรรมบารมี ก็ยังคงขจรขจาย แผ่ขยายไปบำรุงเลี้ยงสรรพชีวิต ทั้งมนุษย์ สัตว์ และพืชพรรณ ให้ดำรงมั่นโดยความเกษมสวัสดีอยู่บนแผ่นนี้ได้ตลอดมา ไม่มีวันเสื่อมทรุดชำรุดชราลงไป อานุภาพแห่งพระราชธรรมจริยา และพระราโชบายอันยิ่งใหญ่ในแม่แห่งชาติ ยังโอภาสโชติช่วง คอยฉายชี้ นำทางปวงลูกไทย ให้รู้วิถีทางประพฤติที่เหมาะสมสำหรับดำรงชีวิต สมด้วยธรรมภาษิต อันมีมาในมหาสุตโสมชาดก ความว่า “ราชรถที่วิจิตรดีทั้งหลายยังทรุดโทรมได้ อนึ่ง แม้สรีระก็ยังเข้าถึงความแก่ชรา ส่วนธรรมของสัตบุรุษย่อมไม่เข้าถึงความคร่ำคร่า” ด้วยประการฉะนี้   ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และพระราชกุศลธรรมจริยา โปรดอภิบาลรักษาสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ให้ทรงบริบูรณ์ด้วยจตุรพิธพรชัย เสด็จสถิตเป็นกำลังพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมราชวงศ์ ทรงยืนยงเป็นมิ่งขวัญแห่งราชอาณาจักรไทย ตราบจิรัฏฐิติกาล เทอญ.”


          กรมศิลปากร โดยสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเสวนาทางวิชาการ เรื่อง “อยุทธยามหายุทธ : วิวัฒนาการเครื่องศัสตราวุธและประวัติศาสตร์การศึกสงครามของกรุงศรีอยุธยา” วันเสาร์ที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๓.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. ณ ห้องประชุม อาคารดำรงราชานุภาพพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พบกับนายภาสพันธ์ ปานสีดา ผู้เขียนหนังสือเรื่อง “อยุทธยามหายุทธ” และผู้ก่อตั้งเพจ “ประวัติศาสตร์ฮาเฮ” ดำเนินรายการโดย นายพนมกร นวเสลา ภัณฑารักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร สำรองที่นั่งทางโทรศัพท์เท่านั้น (รับจำนวนจำกัด) สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๔๐๒ และ ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๓๓ เปิดทำการวันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา ๐๘.๓๐ น. - ๑๖.๓๐ น.  *จอดรถที่สนามหลวง  


องค์ความรู้ สำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี เรื่อง ทับหลังพระพุทธรูปในซุ้มเรือนแก้ว กู่โพนระฆัง จังหวัดร้อยเอ็ด ผู้เรียบเรียง: นายกฤษณพงศ์ พูนสวัสดิ์ นักโบราณคดีปฏิบัติการ สำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี


#หนังสือดีวันนี้ ขอนำเสนอหนังสือเรื่อง “#หนักกะลาหัวเด็ก” . หนังสือเล่มนี้ชวนให้เรากลับมามองการเลี้ยงดูและการศึกษาไทยในอีกมุมหนึ่ง ว่าบางครั้งผู้ใหญ่อาจใช้อำนาจ ความคาดหวัง หรือความเชื่อของตนเองไปกดทับเด็กโดยไม่รู้ตัว การบังคับหรือยัดเยียดความคิด อาจทำให้เด็กไม่กล้าคิด ไม่กล้าถาม และค่อย ๆ สูญเสียอิสระทางความคิดไป . “หนักกะลาหัวเด็ก” ชี้ให้เห็นว่า การเรียนรู้ที่แท้จริงควรเปิดพื้นที่ให้เด็กได้คิดด้วยตัวเอง ได้ตั้งคำถาม และได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง เพราะกระบวนการเหล่านี้คือสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เด็กเติบโตทั้งทางความคิดและตัวตน . ยังชวนผู้ใหญ่ให้ลองลดอคติ เปิดใจรับฟัง และเรียนรู้ไปพร้อมกับเด็ก เพื่อให้การเติบโตของพวกเขาเป็นไปอย่างมีความสุข และสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ . ผู้สนใจเข้ามาอ่านได้ที่ #ห้องทั่วไป ชั้น 1 หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา นะคะ . บรรณานุกรม เวนัส. หนักกะลาหัวเด็ก. กรุงเทพฯ: ใยไหม, 2546. เลขเรียกหนังสือ: 089.95911 ว914ห . แนะนำโดย นางอุษา ลีลามโนธรรม เจ้าพนักงานห้องสมุดชำนาญงาน กราฟิกโดย นายพีรยุทธ กษิติบดินทร์ชัย บรรณารักษ์ปฏิบัติการ #NLTKORAT #เข้าใจเด็ก #เลี้ยงลูกอย่างเข้าใจ #จิตวิทยาเด็ก #หนังสือแนะนำ #หนังสือน่าอ่าน #แนะนําหนังสือน่าอ่าน #หนังสือดีบอกต่อ


เลขทะเบียน   0884


โครงการสำรวจเอกสารโบราณ ประจำปีงบประมาณ 2569 ครั้งที่ 5 จังหวัดปทุมธานีและนครนายก ระหว่างวันที่ 6 - 9 พฤษภาคม 2569 สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดย กลุ่มงานสำรวจเอกสารโบราณ กลุ่มหนังสือตัวเขียนและจารึก ดำเนินโครงการสำรวจเอกสารโบราณ มีผู้ไปปฏิบัติงานตามโครงการจำนวน 6 ราย ดังนี้ 1. นางสาววชรพร อังกูรชัชชัย นักภาษาโบราณชำนาญการพิเศษ (หัวหน้ากลุ่มงานสำรวจเอกสารโบราณ) 2. นายสันติ วงศ์จรูญลักษณ์ นักภาษาโบราณชำนาญการ 3. นายจามีกร ชูทรัพย์ นักภาษาโบราณชำนาญการ 4. นางสาวหทัยรัตน์ บุญกอง นักภาษาโบราณปฏิบัติการ 5. นายนรวิชญ์ มีชัย นักภาษาโบราณปฏิบัติการ 6. นายสมบูรณ์ สัมภาลี พนักงานขับรถยนต์ คณะทำงานได้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับเอกสารโบราณประเภทคัมภีร์ใบลานและหนังสือสมุดไทย จำนวน 4 แห่ง คือ 1. วัดชินวราราม อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ได้นำบัญชีเอกสารโบราณไปถวายแด่พระราชสิริวัชรรังสี เจ้าอาวาสวัดชินวราราม โดยมีพระครูปลัดพนานันท์ ฐิตเมโธ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชินวราราม เป็นผู้รับมอบ 2. วัดคีรีวัน อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ได้ดำเนินการอนุรักษ์คัมภีร์ใบลานเบื้องต้น ด้วยการปัดฝุ่น ทำความสะอาดแห้ง กำจัดเชื้อรา เปลี่ยนสายสนอง เสริมปกหน้าและปกหลัง อ่านวิเคราะห์ชื่อเรื่อง ลงทะเบียน และมัด ห่อ จัดเก็บ - พบคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ไทยน้อย ขอม และไทย ภาษาบาลี, ไทย จำนวน 140 รายการ/ผูก ลงทะเบียนได้ 15 เลขที่ จัดมัดได้ 8 มัด เก็บคัมภีร์ใบลานชำรุดไม่สามารถนำมาลงทะเบียนได้ จำนวน 11 มัด 3. วัดท่าข่อย อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก สำรวจเอกสารโบราณเบื้องต้น พบคัมภีร์ใบลานและหนังสือสมุดไทย อักษรธรรมอีสาน อักษรขอม ภาษาบาลี, ไทย 4. วัดหนองคันจาม อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก สำรวจเอกสารโบราณเบื้องต้น พบคัมภีร์ใบลานและหนังสือสมุดไทย อักษรธรรมอีสาน อักษรขอม ภาษาบาลี, ไทย การดำเนินงานครั้งนี้สำเร็จลงได้ด้วยดี จึงขอขอบพระคุณและขอบคุณทุกท่านที่ได้เมตตาและอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง - พระครูอุดมกิจจานุกุล เจ้าอาวาสวัดคีรีวัน จังหวัดนครนายก ที่อนุญาตให้เข้าปฏิบัติงาน และนางสุมาลี นาคสุข ที่ช่วยประสานงานและดูแลความเรียบร้อยต่าง ๆ จนทำงานสำเร็จ - พระครูสมุห์พงษ์พสิทธิ์ สุขวฑฺฒโน เจ้าอาวาสวัดท่าข่อย จังหวัดนครนายก - พระอธิการถวิล กนฺตผโล เจ้าอาวาสวัดหนองคันจาม และพระมหากิตติธัช สิริภทฺโท - นายเธียรณริศ เรืองทวีทรัพย์ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ - ท่านอธิบดีกรมศิลปากร ท่านผู้อำนวยการสำนักหอสมุดแห่งชาติ และผู้บริหารตามสายงาน คณะผู้ปฏิบัติงานหวังว่าจะได้รับความเมตตาอนุเคราะห์ในโอกาสต่อไป



พระบวรราชวัง หรือพระราชวังบวรสถานมงคล หรือที่เรียกกันว่า “วังหน้า” เป็นสถานที่หนึ่งที่งดงามวิจิตร และเป็นตำนานอันแสดงให้เห็นพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของสถานที่ และสะท้อนให้เห็นรากฐานทางวัฒนธรรมของประเทศในยุครัตนโกสินทร์ที่น่าสนใจ ควรที่ชาวไทยทุกคนจะได้ทำความรู้จักเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจในมรดกทางศิลปกรรมของชาติ   กรมศิลปากรได้จัดพิมพ์หนังสือ “พระราชวังบวรสถานมงคล” ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับความเป็นมาและความสำคัญของพระราชวังบวรสถานมงคล เรื่องของภูมิสถานและที่ตั้งของพระบวรราชวัง อาคารและสิ่งปลูกสร้างสมัยรัชกาลที่ ๑ ได้แก่ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ หมู่พระวิมาน หอแก้วศาลพระภูมิ และกำแพงวังหน้า อาคารและสิ่งปลูกสร้างสมัยรัชกาลที่ ๓ ได้แก่ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย และพระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า) อาคารและสิ่งปลูกสร้างสมัยรัชกาลที่ ๔ ได้แก่ พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ พระที่นั่งมังคลาภิเษก ตำหนักแดง และเก๋งนุกิจราชบริหาร   หนังสือนี้จะเป็นประโยชน์ยิ่งต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ของพระบวรราชวัง (วังหน้า) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์ในแง่มุมต่าง ๆ จำหน่ายราคาเล่มละ ๑,๑๖๕ บาท ผู้สนใจสามารถติดต่อซื้อได้ที่กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักบริหารกลาง กรมศิลปากร ถ.หน้าพระธาตุ พระนคร กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๔๗๐๒, ๐ ๒๒๒๒ ๓๕๖๙


     นิทรรศการ "สินสุข" ในโครงการประยุกตศิลป์ร่วมสมัยภูมิปัญญาไทยสู่อาเซียน นำเสนอผลงานประยุกต์ศิลป์ของคณาจารย์ภาควิชาประยุกตศิลปศึกษา คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเกิดจากความประทับใจในความเป็นสุโขทัย บอกเล่าแง่มุมใหม่ๆของเมืองอันสงบงามแห่งนี้ จัดแสดง ณ อาคารจัดแสดงนิทรรศการชั่วคราว พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง ระหว่างวันที่ ๒๖ กันยายน - ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๘ ทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น.


โบราณสถานนอกกำแพงเมืองทิศเหนือใต้ ชื่อโบราณสถาน                                        โบราณสถานร้าง ต.๑   ที่ตั้ง                                  อยู่นอกกำแพงเมืองด้านทิศใต้ โดยอยู่ติดกับกำแพงเมืองชั้นนอก บริเวณที่                            เรียกว่า อีจอม หรือห่างจากประตูนะโมมาทางทิศตะวันตกตามแนวกำแพง                         เมืองประมาณ ๕๐๐ เมตร ในเขตตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัด                                    สุโขทัย   พิกัดทางภูมิศาสตร์                 รุ้ง ๑๗ องศา ๐ ลิปดา ๔๐ พิลิปดาเหนือ                                       แวง ๙๙ องศา ๔๒ ลิปดา ๒๑ พิลิปดาตะวันออก   อายุสมัย                                      -   ลักษณะและสภาพ                  เป็นเนินโบราณสถานที่ยังไม่ได้รับการขุดแต่งและบูรณะ ไม่ทราบรูปร่างแน่                         ชัด แต่จากหลักฐานการก่ออิฐและเสาศิลาแลงที่ปรากฏอาจจะเป็นกลุ่ม                        โบราณสถานที่เป็นกลุ่มเจดีย์และวิหาร ขนาดเนินโบราณสถานดังกล่าว                        กว้างประมาณ ๑๐ เมตร ยาวประมาณ ๒๕ เมตร   ประวัติ                               ไม่ปรากฏหลักฐานทางด้านเอกสารและศิลาจารึก   การดำเนินการ                      ขุดแต่ง  พ.ศ. 2556 ชื่อโบราณสถาน                              โบราณสถานร้าง ต.๒   ที่ตั้ง                                  ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองด้านทิศใต้ โดยอยู่ติดกับประตูนะโมและอยู่ริมถนนที่                                    ออกจากประตูเมืองด้านทิศตะวันตก ในเขตตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองเก่า                                      จังหวัดสุโขทัย   พิกัดทางภูมิศาสตร์                  รุ้ง ๑๗ องศา ๐ ลิปดา ๓๗ พิลิปดาเหนือ                                       แวง ๙๙ องศา ๔๒ ลิปดา ๒๖ พิลิปดาตะวันออก   อายุสมัย                                       -   ลักษณะและสภาพ                  เป็นเนินโบราณสถานก่ออิฐ ไม่ทราบรูปร่างแน่ชัด มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง                                      ประมาณ ๑๐ เมตร ตั้งอยู่ตรงกลางเนินดิน มีคูน้ำล้อมรอบอยู่ ๓ ด้าน ส่วน                                    ด้านทิศตะวันออกไม่ปรากฏมีคูน้ำ เพราะเป็นแนวถนนตัดผ่าน คูน้ำนี้กว้าง                                   ประมาณ ๑๐ เมตร ล้อมรอบพื้นที่โบราณสถานขนาดกว้าง ๒๕ เมตร ยาว                                      ๓๐ เมตรไว้   ประวัติ                               ไม่ปรากฏหลักฐานทางด้านเอกสารและศิลาจารึก   การดำเนินการ                      ขุดแต่ง พ.ศ.2556 ชื่อโบราณสถาน                              โบราณสถานร้าง ต.๓   ที่ตั้ง                                  อยู่นอกกำแพงเมืองด้านทิศใต้โดยอยู่ห่างจากประตูนะโมไปทางทิศใต้                                          ประมาณ ๑๕๐ เมตร ในเขตตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย   พิกัดทางภูมิศาสตร์                 รุ้ง ๑๗ องศา ๐ ลิปดา ๓๕ พิลิปดาเหนือ                                       แวง ๙๙ องศา ๔๒ ลิปดา ๒๗ พิลิปดาตะวันออก   อายุสมัย                                      -   ลักษณะและสภาพ                  เป็นเนินโบราณสถานก่ออิฐ มีเสาศิลาแลงกลมปรากฏอยู่บนเนิน                                               โบราณสถาน คาดว่าจะเป็นฐานวิหาร รูปร่างของเนินโบราณสถานนี้มี                                        ขนาดกว้าง ๑๕ เมตร ยาว ๒๐ เมตร   ประวัติ                               ไม่ปรากฏหลักฐานทางด้านเอกสารและศิลาจารึก   การดำเนินการ                      ขุดแต่ง พ.ศ.2556 ชื่อโบราณสถาน                              โบราณสถานร้าง ต.๔   ที่ตั้ง                                  อยู่นอกกำแพงเมืองด้านทิศใต้โดยอยู่ห่างจากประตูนะโมไปทางทิศใต้                                          ประมาณ ๒๐๐เมตร และอยู่ติดถนนที่ออกมาจากประตูเมือง ในเขตตำบล                                    เมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย   พิกัดทางภูมิศาสตร์                 รุ้ง ๑๗ องศา ๐ ลิปดา ๓๒ พิลิปดาเหนือ                                       แวง ๙๙ องศา ๔๒ ลิปดา ๒๗ พิลิปดาตะวันออก   อายุสมัย                                      -   ลักษณะและสภาพ                  เป็นเนินโบราณสถานก่ออิฐ ไม่ทราบรูปร่าง ขนาดของเนินโบราณสถานมี                  เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๑๕ เมตร   ประวัติ                               ไม่ปรากฏหลักฐานทางด้านเอกสารและศิลาจารึก   การดำเนินการ                      ยังไม่ได้ขุดแต่งและบูรณะ ชื่อโบราณสถาน                              โบราณสถานร้าง ต.๕   ที่ตั้ง                                  อยู่นอกกำแพงเมืองด้านทิศใต้ โดยอยู่ห่างจากประตูนะโมไปทางทิศ                                           ตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ ๓๐๐ เมตร ในเขตตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง                                      จังหวัดสุโขทัย   พิกัดทางภูมิศาสตร์                 รุ้ง ๑๗ องศา ๐ ลิปดา ๓๐ พิลิปดาเหนือ                                       แวง ๙๙ องศา ๔๒ ลิปดา ๓๕ พิลิปดาตะวันออก   อายุสมัย                                      -   ลักษณะและสภาพ                  เป็นเนินโบราณสถาน ๒ เนิน ไม่ทราบรูปร่าง อยู่ห่างกันประมาณ                                       ๔๐ เมตร มีแนวก่ออิฐและศิลาแลง ขนาดของเนินโบราณสถานเนินแรก                   กว้างประมาณ ๑๕ เมตร ยาว ๒๐ เมตร เนินที่สองอยู่ทางทิศใต้ของเนิน               แรก มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๑๐ เมตร   ประวัติ                               ไม่ปรากฏหลักฐานทางด้านเอกสารและศิลาจารึก   การดำเนินการ                      ยังไม่ได้ขุดแต่งและบูรณะ


black ribbon.