ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,061 รายการ
องค์ความรู้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่านตั๋วเมืองน่ารู้...ร่วมอนุรักษ์และสืบสานอักษรธรรมล้านนาตอน "ข่วงหลวง"--- คำว่า "ข่วง" หมายถึง บริเวณลานหรือที่โล่ง และคำว่า "ข่วงหลวง" หมายถึง สนามหลวง หรือที่โล่งเมืองต่างๆในดินแดนล้านนา ใช้สำหรับประกอบพิธีกรรมหรือกิจกรรมประจำเมือง บางแห่งเรียก "ข่วงเมือง"ข่วงเมืองที่มีหลักฐานปรากฎเป็นแบบแผนชัดเจนในปัจจุบัน ได้แก่ เมืองเชียงใหม่และเมืองน่าน ส่วนเมืองอื่นๆในดินแดนล้านนา เช่น เมืองเขลางค์นคร (ลำปาง) เมืองแพร่ เมืองพะเยา มีร่องรอยที่สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นข่วงเมืองปรากฎอยู่เช่นกัน--- ข่วงเมืองของเมืองน่านตั้งอยู่บริเวณกลางเวียง หรือพื้นที่ใจกลางเมืองน่าน ซึ่งในอดีตเป็นสนามโล่งกว้างที่มีพื้นที่อยู่ระหว่างด้านหน้าหอคำกับวัดหลวงกลางเวียงหรือวัดพระธาตุช้างค้ำฯ ทางด้านทิศเหนือมีวัดหัวข่วงตั้งอยู่ ส่วนทางด้านทิศใต้จรดกับวัดภูมินทร์ ปัจจุบันพื้นที่บริเวณนี้ยังคงเป็นพื้นที่โล่งกว้างอยู่ด้านหน้าอาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน รวมทั้งพื้นที่ว่างเปล่าบริเวณวัดภูมินทร์ ที่ปัจจุบันมีการจัดถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่าน ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ อีกด้วย--- ข่วงเมืองหรือข่วงหลวงกลางเวียงน่าน สันนิษฐานว่าคงมีมาตั้งแต่เริ่มสร้างเมืองน่านในตอนต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๐ โดยปรากฎคำว่า "ข่วงหลวง" อยู่ในเอกสารราวต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๑ ต่อมาในพุทธศักราช ๒๓๕๑ สมัยเจ้าอัตถวรปัญโญเป็นเจ้าผู้ครองนครน่าน (ครองเมืองพุทธศักราช ๒๓๒๙ - ๒๓๕๓) ได้ปรากฎชื่อในเอกสารอีกครั้ง เรียกว่า "ท้องข่วงสนาม" โดยใช้เป็นสถานที่จัดงานมหรสพ และในพุทธศักราช ๒๓๕๙ สมัยเจ้าสุมนเทวราช (ครองเมืองพุทธศักราช ๒๓๕๓ - ๒๓๖๘) เรียกว่า "ข่วงสนามหลวง" และนับตั้งแต่สมัยเจ้าอนันตวรฤทธิเดช (ครองเมืองพุทธศักราช ๒๓๙๕ - ๒๔๓๔) เป็นต้นมา จนถึงสมัยเจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองนครน่านองค์สุดท้าย (ครองเมืองพุทธศักราช ๒๔๖๑ - ๒๔๗๔) ปรากฎชื่อเรียกในพงศาวดารเมืองน่าน ต่างๆกันว่า "ท้องข่วงสนาม" "ท้องข่วงสนามหลวง" และ "ข่วงสนามหลวง" เป็นต้น บริเวณข่วงเมืองหรือข่วงสนามหลวงนี้ ถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธี รัฐพิธี และงานประเพณีต่างๆของเมือง การต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง การจัดขบวนเสด็จออกนอกเมือง การตั้งศพเจ้านายก่อนนำไปปลงหรือไปเผานอกเมือง การทำพิธีพุทธาภิเษก ธรรมทาน และฟังเทศน์ การแห่ครัวทาน และจัดแสดงมหรสพ พิธีสมโภชช้างเผือก พิธีสวนสนาม ฝึกซ้อมทหาร และจัดกระบวนทัพ ตลอดจนเป็นตลาดนัดและที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมือง โดยมีตัวอย่างปรากฎข้อความในพงศาวดารเมืองน่านที่กล่าวถึงท้องข่วงสนามหลวง ความว่า "เถิงจุลศักราชได้ ๑๒๒๒ ตัว (พุทธศักราช ๒๔๐๓) ปีกดสัน เดือนยี่ ขึ้น ๓ ค่ำ ท่านก็ได้ปกเตินแก่มหาขัติยวงษาเสนาอามาตย์ไพร่ไทยทั้งหลาย สร้างแปงยังมหามณฑปหลวงที่ข่วงสนามหลวง แปงเป็นจตุรมุข ๔ ด้าน มุงด้วยเสตฉัตรวัตถาผ้าขาว และห้างสรรพเยื่่องเครื่องครัวทานทั้งหลายพร้อมแล้ว ท่านก็ได้กระทำเบิกบายฉลองทาน ทำตั้งแต่เดือนยี่ขึ้น ๓ ค่ำ ไปจนเถิงเดือนยี่ลงค่ำ ๑ จึงเป็นที่เลิกแล้วบริบวรณ์หั้นแล รวมทั้งท่านได้ตั้งขันบูชาธรรมแลหื้อทาน มี ๔๒๓ กันแล"-- ปัจจุบัน ข่วงหลวงด้านหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน และข่วงเมืองบริเวณวัดภูมินทร์ ก็ยังคงเป็นพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมส่งเสริมด้านวัฒนธรรมประเพณี และการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน ในวาระโอกาสต่างๆตลอดมาเอกสารอ้างอิง: - พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน. มรดกท้องถิ่นน่าน. น่าน: องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน. ๒๕๕๒.- รองศาสตราจารย์สุรพล ดำริห์กุล. รายงานการวิจัย เรื่อง ข่วงเมืองและวัดหัวข่วง กับแบบแผนของเมืองในดินแดนล้านนา. เชียงใหม่, ๒๕๔๕.- สุรศักดิ์ ศรีสำอางและคณะ. เมืองน่าน โบราณคดี ประวัติศาสตร และศิลปะ. กรุงเทพฯ: ชวนพิมพ์, ๒๕๓๗.- ศาสตราจารย์ ดร.อุดม รุ่งเรืองศรี. พจนานุกรมล้านนา - ไทย ฉบับแม่ฟ้าหลวง. เชียงใหม่; โครงการสารานุกรมวัฒนธรรมไทยภาคเหนือ. ปรับปรุงครั้งที่ ๑ มกราคม ๒๕๔๗, หน้า ๘๑๗.#องค์ความรู้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน #อักษรธรรมล้านนา #ข่วงเมืองน่าน
ชื่อเรื่อง หลักราชการประโยชน์แห่งการอยู่ในธรรม ลัทธิเอาอย่าง ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำผู้แต่ง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือหายากหมวดหมู่ จริยศาสตร์ จริยธรรม ศีลธรรมเลขหมู่ 172.2 ม113หกสถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯสำนักพิมพ์ โรงพิมพ์มงคลการพิมพ์ปีที่พิมพ์ 2507ลักษณะวัสดุ 90 หน้า หัวเรื่อง รวมเรื่องภาษา ไทยบทคัดย่อ/บันทึกหนังสือเล่มนี้เป็นบทพระราชนิพนธ์ ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้ง 4 เรื่อง และในท้ายเล่มยังมีการรวบรวมเนื้อหาเกี่ยวกับประเพณีประจำชีวิตไว้ด้วย
ขอฉาย / คันฉาย
ขอฉายหรือคันฉาย เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ของชาวนา ใช้สำหรับสงฟางในขณะนวดข้าว ทำให้เมล็ดข้าวเปลือกแยกออกจากเศษฟาง “สง” เป็นคำกริยา หมายถึงการหย่ง, ทำให้สิ่งที่รวมกันเป็นกลุ่มก้อนให้กระจายตัวหรือแยกออกจากกัน ดังนั้น การสงฟางจึงหมายถึงการแยกหรือเกลี่ยหรือเขี่ยเศษฟางออกจากเมล็ดข้าว ลักษณะเครื่องมือเครื่องใช้นี้ส่วนใหญ่ทำด้วยไม้ไผ่ซึ่งเป็นวัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นและมีน้ำหนักเบา ด้ามยาวประมาณ 150-200 เซนติเมตร ส่วนปลายมีแขนงที่มีลักษณะโค้งงอนคล้ายตะขอสำหรับเกี่ยวหญ้าหรือฟาง ในบางท้องถิ่นขอฉายหรือคันฉายทำด้วยไม้จริง หรือบางทีมีตะขอเป็นเหล็ก
ขอฉาย / คันฉาย เป็นคำประสมระหว่างภาษาไทยและภาษาเขมร คำว่า “ขอ” คงมีที่มาจากคำว่า ตะขอ เป็นการสื่อให้เห็นรูปร่างเครื่องมือที่มีลักษณะโค้งงอ คำว่า “คัน” เป็นลักษณะนามที่เป็นคำไทย แปลว่า ด้าม ส่วนคำว่า “ฉาย” เป็นภาษาเขมร แปลว่า สง หรือแยก กระจายออกจากกัน
ขอฉายหรือคันฉายได้มีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปตามแต่ละท้องถิ่น เช่น กระดองฉาย (ดอง มาจากคำในภาษาเขมร แปลว่า ด้าม) ดองฉาย กระดองหาย ดองหาย ดองไห ไม้สงฟาง ส่วนทางภาคอีสานเรียกกันว่า เก๊าะฉาย
อ้างอิง
- วิบูลย์ ลี้สุวรรณ. พจนานุกรมหัตถกรรมและอุตสาหกรรมพื้นบ้าน. กรุงเทพฯ : บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, 2532.
- ราชบัณฑิตยสภา. คันฉาย [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 16 มกราคม 2567. เข้าถึงได้จาก http://legacy.orst.go.th/?knowledges=คันฉาย-๒๔-ธันวาคม-๒๕๕๓
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี. ขอฉาย - ฐานข้อมูลพจนานุกรมภาษาโคราช [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 16 มกราคม 2567. เข้าถึงได้จาก https://nm.sut.ac.th/korat_dic/?m=detail&vocab_id=468&search_type=
ชื่อเรื่อง สพ.ส.48 ตำรายาแผนโบราณประเภทวัสดุ/มีเดีย สมุดไทยดำISBN/ISSN -หมวดหมู่ เวชศาสตร์ลักษณะวัสดุ 8; หน้า : ไม่มีภาพประกอบหัวเรื่อง ตำรายาแผนโบราณ ภาษา ไทยบทคัดย่อ/บันทึก ประวัติวัดป่าเลไลยก์ ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี มอบให้หอสมุดฯ วันที่ 16 ส.ค..2538
แบบร่างพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 (King Rama VI)
ศิลปิน : ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี (Silpa Bhirasri)
ปีพุทธศักราช: ปี พ.ศ. 2501 (1958)
เทคนิค: หล่อปลาสเตอร์ (Plaster)
ขนาด : สูง 45 เซนติเมตร (H.45 cm)
แสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่ http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/silpabhirasri/360/model/s14ok/
ที่มา: http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/silpabhirasri
กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “ธารพระกรแก้ว” ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ วิทยากร นางสาวเนาวรัตน์ ปัญญางาม ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดแห่งชาติ, นางสาวบุบผา ชูชาติ ผู้อำนวยการกลุ่มบริการทรัพยากรสารสนเทศ สำนักหอสมุดแห่งชาติ ผู้ดำเนินรายการ นางกมลชนก พรภาสกร นักวิชาการโสตทัศนศึกษา กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๖ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๗ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น. ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร
รายการ “ไขความรู้จากครูกรมศิลป์” มีรูปแบบเนื้อหาของรายการเกี่ยวกับประวัติความเป็นไทย เกร็ดประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญ ประเพณี วัฒนธรรม วีถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ผ่านการบอกเล่า ถ่ายทอดความรู้ แนวความคิด เนื้อหาวิชาการ จากประสบการณ์ของผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญกรมศิลปากร กำหนดถ่ายทอดสดผ่านเฟสบุ๊กไลฟ์ (facebook live) ทุกวันพฤหัสบดี เวลา ๑๑.๐๐ น. ตลอดปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๖๖ - กันยายน ๒๕๖๗
ชื่อเรื่อง นิพฺพานสุตฺต (นิพพานสุด)สพ.บ. 471/1ขหมวดหมู่ พุทธศาสนาภาษา บาลี-ไทยอีสานหัวเรื่อง พุทธศาสนา นิพพานประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 40 หน้า : กว้าง 4.4 ซม. ยาว 55.6 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน เส้นจาร ฉบับชาดทึบ ได้รับบริจาคมาจากวัดด่านช้าง ต.ด่านช้าง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี
สรุปกิจกรรม "พิพิธภัณฑ์บันดาลไทย" : แรงบันดาลใจสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากคุณค่าของวัตถุทางวัฒนธรรม
สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร จัดกิจกรรม ”พิพิธภัณฑ์บันดาลไทย: การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากคุณค่าวัตถุทางวัฒนธรรมของพิพิธภัณฑ์“ ระหว่างวันที่ 26-30 มิถุนายน 2567 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี มีผู้เข้าร่วมโครงการเป็นนักเรียนระดับมัธยมปลาย และนิสิต นักศึกษาในระดับปริญญาตรี รวมจำนวน 109 คน
กิจกรรมการตามหาแรงบันดาลใจจากทรัพยากรทางวัฒนธรรมในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และการเรียนรู้กระบวนการงานออกแบบกราฟฟิก เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นำไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยมรดกศิลปวัฒธรรมไทยอย่างยั่งยืน โดยมีอธิบดีกรมศิลปากร นายพนมบุตร จันทรโชติ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และนางสาวนิตยา กนกมงคล ผู้อำนวยการสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ได้รับมอบหมายเป็นประธานในพิธีปิดและมอบเกียรติบัตรผู้เข้าร่วมกิจกรรม เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2567
กิจกรรมในครั้งนี้ได้เชิญวิทยากรจาก “กลุ่มเซียมไล้” กลุ่มนักออกแบบกราฟฟิกที่โดดเด่นในด้านการสื่อสารอัตลักษณ์ความเป็นไทย อาจารย์ไพโรจน์ ธีระประภา ศิลปินศิลปาธร 2557 สาขาเรขศิลป์ รองศาสตราจารย์ อาวิน อินทรังษี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธีรวัฒน์ พจน์วิบูลย์ศิริ อาจารย์ปณต ทองประเสริฐ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิสิทธิ์ โพธิวัฒน์ และที่สำคัญที่สุดคือนักเรียน นิสิต นักศึกษาผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนที่ให้ความสนใจและร่วมกิจกรรมกันมาตลอดระยะเวลา 5 วัน สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอขอบคุณผู้สนับสนุนกิจกรรมทุกท่านมา ณ ที่นี้#พิพิธภัณฑ์บันดาลไทย #สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ #กรมศิลปากร #กลุ่มเซียมไล้
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ชวนน้องๆ ร่วมสืบสานประเพณีอันดีงามของไทย “ประเพณีลอยกระทง” ด้วยกิจกรรมวาดภาพ ระบายสี ประดิษฐ์กระทงกระดาษ ณ มุมกิจกรรม Museum Kid's Zone พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ตลอดเดือนพฤศจิกายน 2567 ร่วมกิจกรรมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3721 1586 เปิดบริการวันพุธ - อาทิตย์ เวลา 09.00-16:00 น. ปิดวันจันทร์ – อังคาร ค่าเข้าชมชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 150 บาท และพระภิกษุ สามเณร นักเรียน นักศึกษา ผู้สูงอายุเกิน 60 ปี เข้าชมฟรี ทั้้งนี้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ตั้งอยู่ที่ ถ.ปราจีนอนุสรณ์ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี 25000 google map : https://maps.app.goo.gl/tAcTjUtEEgV7zY9s9
ชื่อเรื่อง : เอกสารเกี่ยวกับการปรับปรุงข้อผูกมัดตามสัญญาล้าสมัยของประเทศไทยในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
หัวเรื่อง : สิทธิภาพนอกอาณาเขต
ไทย -- การสัมพันธ์กับต่างประเทศ -- สนธิสัญญา
ไทย -- ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
คำค้น : สภาพนอกอาณาเขต
สนธิสัญญา
พระกัลยาณไมตรี
รายละเอียด : -
ผู้แต่ง : กรมศิลปากร
แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
หน่วยงานที่รับผิดชอบ : กรมศิลปากร
ปีที่พิมพ์ : 2512
วันที่เผยแพร่ : 30 มกราคม 2568
ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : นายสำราญ กัลยาณมิตร, ผู้แปล
ลิขสิทธิ์ : -
รูปแบบ : PDF
ภาษา : ภาษาไทย
ประเภททรัพยากร : หนังสือกรมศิลปากร
ตัวบ่งชี้ : -
รายละเอียดเนื้อหา : หนังสือรวบรวมเอกสารเกี่ยวกับการปรับปรุงข้อผูกมัดตามสัญญาล้าสมัยของประเทศไทยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดย Dr. Francis Bowes Sayre ชาวอเมริกัน ที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศไทย เป็นผู้แทนมีอำนาจเต็มในการเจรจาแก้ไขสนธิสัญญากับมหาอำนาจตะวันตก โดยภายหลังได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระกัลยา ณ ไมตรี ซึ่งเอกสารนี้มีชื่อว่า Siam Case of Revision of Absolute Treaty Obligantion Admittedly Inapplicable to Present Conditions
เลขทะเบียน : น. 30 บ. 113
เลขหมู่ : 327
ก411อ
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ. 63/5หมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 70 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 55.5 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
ชื่อผู้แต่ง ศิลาจารึก
ชื่อเรื่อง วิเคราะห์ฯศิลาจารึกในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริกุญไชย
ครั้งที่พิมพ์ พิมพ์ครั้งที่ ๑
สถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯ
สำนักพิมพ์ กรุงสยามการพิมพ์
ปีที่พิมพ์ ๒๕๒๒
จำนวนหน้า ๘๙ หน้า
ISBN -
เลขเรียกหนังสือ ๔๙๕.๙๑๑๗๗๐๙ ศ๕๓๗ว ฉ๕
เลขทะเบียนหนังสือ ๐๑๓๑๕๕
หมายเหตุ กรมศิลปกรจัดพิมพ์ ในโอกาสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริกุญไชย ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๒
ศิลาจารึกเป็นหลักฐานประวัติศาสตร์ที่สำคัญอย่างยิ่ง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริกุญไชย จังหวัดลำพูน ได้รวบรวมศิลาจารึกไว้ รวม ๓๕ หลัก เป็นจารึกสมัยอาณาจักรหริกุญไชย ๗ หลัก นอกจากนั้นเป็นศิลาจารึกสมัยอาณาจักรล้านนาไทย
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ. 85/2หมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 42 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 57 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา