ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,981 รายการ
ชื่อเรื่อง : สรรพสิทธิ์คำฉันท์
ชื่อผู้แต่ง : ปรมานุชิตชิโนรส, สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระ
ปีที่พิมพ์ : 2511
สถานที่พิมพ์ : พระนคร
สำนักพิมพ์ : ศิวพร
จำนวนหน้า : 170 หน้า
สาระสังเขป : สรรพสิทธิ์คำฉันท์ เรื่องเดิมเป็นนิทานอยู่ในปัญญาสชาดก กล่าวถึง พระโพธิสัตว์มาประสูติเป็นเจ้าชายสรรพสิทธิ์แห่งเมืองอลิกนครผู้มีความสามารถถอดหัวใจคนได้ และเจ้าหญิงสุพรรณโสภาแห่งเมืองคีริพัชรนครผู้งดงาม พระบิดากำหนดพิธีการอภิเษกเจ้าหญิงไว้ว่าหากมีชายใดทำให้นางพูดคุยด้วยได้จะยกเจ้าหญิงให้ มีชายหนุ่มคนมาทดสอบมากมายแต่ไม่มีใครสามารถทำให้เจ้าหญิงพูดโต้ตอบได้เลย เจ้าชายสรรพสิทธิ์ทราบกิตติศัพท์จึงไปขอลองวิชา โดยถอดหัวใจจิตรเสนไปไว้ในที่ต่าง ๆ แล้วเล่านิทานถามจิตรเสนเป็นทำนองปริศนาและไขปัญหาเหล่านั้นด้วย คำตอบของจิตรเสนไม่ถูกใจเจ้าหญิงสุพรรณโสภานางจึงกล่าวแย้งขึ้น เจ้าชายสรรพสิทธิ์จึงได้แต่งงานกับเจ้าหญิงตามสัญญา
ปริวรรต/เรียบเรียง : ผศ.ดร.อธิราชย์ นันขันตี และ นางสาวเอกสุดา ไชยวงศ์คตห้องจัดเก็บ : กรมศิลปากรประเภทสื่อ : สิ่งพิมพ์ - หนังสือISBN/ISSN : 978-616-283-523-0ผู้จัดทำ : หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนมหมวดหมู่ : พุทธศาสนาปีที่จัดทำ : 2563ลักษณะวัสดุ : 219 หน้า : ภาพประกอบ ; 25.5 ซม. ชื่อชุด : ฉบับหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนมหัวเรื่อง : ลำเซียงโจระโต--วรรณกรรมชาดกนอกนิบาต การเสวยชาติของพระโพธิสัตว์เป็นเซียงโจระโต ลำเซียงโจระโต--คัมภีร์ใบลาน วรรณกรรมพุทธศาสนาบทคัดย่อ : ลำเซียงโจระโต ฉบับนี้แปลปริวรรตจากเอกสารโบราณประเภทคัมภีร์ใบลานฉบับลานดิบทะเบียนเลขที่ นพ.บ.1542/1-6 ของหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม จำนวน 6 ผูก 16 ลาน 122 หน้าลาน จารด้วยอักษรธรรมอีสาน เป็นวรรณกรรมประเภทนิทาน ลักษณะเป็นวรรณกรรมชาดกนอกนิบาต คือเป็นวรรณกรรมที่แต่งเลียนแบบวรรณกรรมนิบาตชาดก โดยให้ยกเป็นพระชาติหนึ่งของพระพุทธเจ้า ผู้แต่งได้ยกอดีตชาติของพระพุทธเจ้าที่ทรงเสวยชาติเป็นคนเกียจคร้านมาเป็นมูลเหตุของการผูกเรื่อง
++ขุดค้นศึกษากำแพงเมืองเชียงใหม่ชั้นนอก++
--เมื่อ พ.ศ.2561 กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างก้อนอิฐที่ก่ออยู่แนวกำแพงเมืองเชียงใหม่ชั้นนอก(กำแพงดิน) ไปศึกษาค่าอายุทางวิทยาศาสตร์ด้วยวิธีเรืองแสงความร้อน (TL) พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 - 19 หรือราว 700-800 ปีมาแล้ว
--เพื่อสร้างความกระจ่างเกี่ยวกับอายุสมัยและพัฒนาการของกำแพงเมืองเชียงใหม่ชั้นนอก (กำแพงดิน) ในปีงบประมาณ พ.ศ.2562 กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ จึงได้ดำเนินการขุดค้นตัดแนวกำแพงฯ เพื่อศึกษาชั้นดินทับถมทางโบราณคดี โบราณวัตถุ และเตรียมนำตัวอย่างดินแต่ละชั้นไปศึกษาค่าอายุทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับกำแพงเมืองเชียงใหม่ชั้นนอกมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น อันจะนำมาสู่การอธิบายพัฒนาการทางสังคม วัฒนธรรมของเมืองเชียงใหม่ต่อไป
--ปล.ความคืบหน้าเป็นอย่างไร แอดมินจะรายงานให้ทราบเป็นระยะ
ชื่อเรื่อง กายนคร (กายนคร)สพ.บ. 102/1ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 52 หน้า กว้าง 4.8 ซ.ม. ยาว 56 ซ.ม. หัวเรื่อง พุทธศาสนา บทสวดมนต์บทคัดย่อ/บันทึกเป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับทองทึบ ได้รับบริจาคมาจาก วัดประสพสุข ต.ทับตีเหล็ก อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี
ชื่อเรื่อง มหานิปาตวณฺณนา (ทสชาติ) ชาตกฏฐกถา ขุทฺทกนิกาย-ฎฐกถา (มโหสถ)สพ.บ. 201/1ประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 44 หน้า : กว้าง 4.2 ซ.ม. ยาว 56.8 ซ.ม. หัวเรื่อง พุทธศาสนา บทสวดมนต์บทคัดย่อ/บันทึกเป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจาก วัดกกม่วง ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
การจัดแสดงพระที่นั่งพรหมพักตร์ ณ พระที่นั่งวายุสถานอมเรศ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ในปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๖๓)
พระที่นั่งพรหมพักตร์ ไม้แกะสลัก ลงรักปิดทองประดับกระจก
กว้าง ๑๗๐ เซนติเมตร ยาว ๓๓๔ เซนติเมตร
พระที่นั่งทรงบุษบก ยอดหน้าพระพรหม มีมุขลด ๒ ข้าง สร้างในรัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สันนิษฐานว่าใช้เป็นพระที่นั่งราชบัลลังก์สำหรับสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทเสด็จออกฝ่ายใน ให้สตรีมีบรรดาศักดิ์เฝ้าในงานพิธี มุขลดข้างหนึ่งเป็นที่ประทับของเจ้าศิริรจจาพระอัครชายา ข้างหนึ่งเป็นที่ประทับของเจ้าฟ้าพิกุลทอง (เจ้าฟ้ากรมขุนศรีสุนทร) พระราชธิดา
กล่าวกันว่าเดิมพระที่นั่งทรงบุษบกองค์นี้อยู่ที่พระที่นั่งพรหมเมศธาดา และย้ายมาไว้ในพระที่นั่งวายุสถานอมเรศสำหรับประดิษฐานพระอัฐิในสมัยพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระอัฐิกรมพระราชวังบวรที่ล่วงมาแล้ว ๓ พระองค์ องค์กลางเป็นที่ประดิษฐานพระอัฐิสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท องค์เหนือเป็นที่ประดิษฐานพระอัฐิสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ และองค์ใต้เป็นที่ประดิษฐานพระอัฐิสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ จนถึงในรัชกาลที่ ๖ โปรดให้อัญเชิญไปประดิษฐานในหอพระนาก วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
สำหรับพระที่นั่งวายุสถานอมเรศ พระวิมานองค์ใหญ่ซึ่งอยู่ใจกลางหมู่พระวิมาน พระราชวังบวรสถานมงคล เป็นพระที่นั่งสำหรับฤดูหนาว สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ ประทับและสวรรคตในพระวิมานองค์นี้
รายละเอียดของยอดพระที่นั่งพรหมพักตร์ ในพระที่นั่งวายุสถานอมเรศ
รายละเอียดของเครื่องลำยอง พระที่นั่งพรหมพักตร์ ในพระที่นั่งวายุสถานอมเรศการประกอบพระที่นั่งพรหมพักตร์ โดยสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากรภาพถ่ายเครื่องยอดพระที่นั่งพรหมพักตร์ ระหว่างการบูรณะ ณ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากรภาพถ่ายพระที่นั่งพรหมพักตร์ ก่อนการบูรณะใน พ.ศ. ๒๕๕๙ภาพถ่ายพระที่นั่งพรหมพักตร์ ณ พระที่นั่งวายุสถานอมเรศ ในรัชกาลที่ ๘
เลขทะเบียน : นพ.บ.87/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 46 หน้า ; 4.5 x 59 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 50 (78-93) ผูก 1 (2564)หัวเรื่อง : จุนฺทสูกสุตตฺ (จุนทสูกริกสูตร) --เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ชื่อเรื่อง ปพฺพชฺชานิสํสกถา (อานิสงส์บวช)สพ.บ. 156/1ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 42 หน้า กว้าง 4.5 ซ.ม. ยาว 58 ซ.ม. หัวเรื่อง ธรรมเทศนา พุทธศาสนา อานิสงส์ การบวช
บทคัดย่อ/บันทึก
เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับลานดิบ ได้รับบริจาคมาจากวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ต.รั้วใหญ่ อ.เมืองฯ จ.สุพรรณบุรี
ตำราดูฤกษ์ยาม ชบ.ส. ๗๕
เจ้าอาวาสวัดเทพประสาท ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
มอบให้หอสมุด ๒๓ ก.ค. ๒๕๓๕
เอกสารโบราณ (สมุดไทย)
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฎฐาน)
เลขที่ ชบ.บ.28/1-3
เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
การค้าขายและเงินตราที่ใช้ในล้านนา ตอนที่ ๑
การซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าของคนในอดีต เริ่มจากการนำผลิตผลที่มีมาแลกเปลี่ยนกัน ต่อมาจึงเริ่มนำวัตถุมาใช้เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน เช่น หอยเบี้ย เกลือ ต่อมาเมื่อมีการค้นพบโลหะทองแดงได้มีการนำทองแดงมาเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน ด้วยคุณสมบัติที่คงทนสามารถตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ให้ได้น้ำหนักตามที่ต้องการโดยยังคงคุณสมบัติเหมือนกันทุกก้อนและสามารถนำมาหลอมรวมกันได้โดยคุณสมบัติไม่เปลี่ยนแปลง และยังพกพาสะดวก ต่อมามีการนำโลหะเงินหรือทองซึ่งหายากและสวยงามกว่ามาเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน
มีการกำหนดพิกัดราคาตามน้ำหนักมาตรฐานของก้อนโลหะ และสิ่งที่นำมาใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน โดยโลหะที่นำมาแลกเปลี่ยนกันนี้ภายหลังพัฒนามาเป็นเงินตราประเภทต่างๆ
ในอดีตทางตอนเหนือของไทยมีการชำระหนี้หรือการจ่ายค่าสินค้าตามน้ำหนักโดยตัดจากก้อนโลหะหรือเงินตรา โดยเรียกเศษเงินที่ตัดจนเป็นชิ้นเล็กๆ นี้ว่า เงินมุ่น
เพื่อให้ได้น้ำหนักโลหะตามที่ต้องการ จึงต้องคิดค้นวิธีการชั่งน้ำหนักขึ้น ตาชั่งในอดีตมี 2 แบบ
ตาเต็ง หรือตาชั่งจีน ลักษณะเป็นคานมีจานสำหรับวางหรือตะขอสำหรับแขวนสิ่งของที่ต้องการชั่งน้ำหนัก แล้วใช้การเลื่อนลูกชั่งไปมาบนคานชั่งด้านตรงข้ามจนได้ดุล ตาชั่งแบบนี้เป็นทิ่นิยมทางตะวันออก
ตาชู ลักษณะเป็นคานแล้วผูกหรือวางสิ่งของที่ต้องการทราบน้ำหนักไว้ด้านหนึ่งแล้วใช้ ลูกชั่ง ซึ่งเป็นก้อนหินหรือก้อนโลหะที่กำหนดน้ำหนักมาตรฐานไว้แล้วผูกหรือวางไว้อีกด้านของคาน การชั่งน้ำหนักแบบนี้ต้องเตรียมลูกชั่งขนาดต่างๆ เพื่อเปรียบเทียบน้ำหนักกับสิ่งของที่ต้องการทราบน้ำหนัก ตาชั่งแบบนี้แพร่หลายเข้ามาพร้อมการค้าของพ่อค้าชาวตะวันตก เช่น กรีก โรมัน อาหรับ อินเดีย นิยมใช้กันมากในพม่าและล้านนา มีการทำลูกชั่งเป็นรูปสัตว์ต่างๆ