ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,674 รายการ
นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ตามที่กรมศิลปากร โดยสำนักสังคีตได้จัดการแสดงละครเรื่อง เลือดสุพรรณ ระหว่างวันที่ 6 และ 7 กรกฎาคม 2567 ณ โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นการนำกลับมาจัดแสดงใหม่ในรอบ 20 ปี ปรากฏว่าบัตรเข้าชมการแสดง จำนวน 800 ที่นั่ง ถูกจองเต็มทุกที่นั่งทั้ง 2 รอบ แสดงถึงการตอบรับจากประชาชนที่ต้องการชื่นชมนาฏดุริยางคศิลป์อันเป็นมรดกวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ มั่นใจการแสดงในครั้งนี้จะสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ รมว. สุดาวรรณ ได้มอบนโยบายด้านการบริหารจัดการโรงละครแห่งชาติแก่กรมศิลปากร ในช่วงที่โรงละครแห่งชาติ กรุงเทพฯ ปิดปรับปรุงครั้งใหญ่ไปจนถึงปลายปี 2568 ให้กรมศิลปากรจัดการแสดงสังคีตสัญจร นำศิลปินของสำนักการสังคีตไปจัดการแสดงนอกสถานที่ โดยเฉพาะโบราณสถานสำคัญให้ครบทั้งสี่ภูมิภาคภายในหนึ่งปี สำหรับโรงละครแห่งชาติในภูมิภาคสองแห่ง ได้แก่ ขอให้มีการวางแผนจัดการแสดงที่น่าสนใจและหลากหลายรูปแบบ ทั้งการแสดงโขน ละคร ดนตรีไทย และดนตรีสากล โดยมีการจัดแสดงตลอดทั้งปี และอยากให้วิทยาลัยนาฏศิลป์ในพื้นที่มีส่วนร่วมในการแสดงกับทางสำนักการสังคีต กรมศิลปากร รวมทั้งเปิดโอกาสให้หน่วยงานภายนอกใช้สถานที่จัดกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรม เพื่อเป็นการใช้ประโยชน์จากโรงละครแห่งชาติภูมิภาคอย่างคุ้มค่า และเป็นการสร้างความสุขให้กับแฟนละครของกรมศิลปากร ทั้งนี้ จากความสำเร็จของละครเรื่อง เลือดสุพรรณ จึงได้มอบให้กรมศิลปากรจัดการแสดงละครสดุดีวีรสตรี “ท้าวสุรนารี” ในเดือนตุลาคมนี้ เนื่องในโอกาสครบรอบ 197 ปีแห่งการสถาปนาตำแหน่งท้าวสุรนารี โดยร่วมมือกับทางจังหวัดนครราชสีมาต่อไป คาดว่าจะเป็นการแสดงที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่งของกรมศิลปากร ภาพ : การแสดงละครเรื่อง เลือดสุพรรณ ที่จะจัดขึ้นวันที่ 6 - 7 กรกฎาคม 2567 ณ โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก จังหวัดสุพรรณบุรีภาพ : โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก สุพรรณบุรี ภาพ : โรงละครแห่งชาติภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครราชสีมาภาพ : การแสดงโขน ณ โบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม จ.พระนครศรีอยุธยาภาพ : การแสดงระบำศรีเทพ ณ โบราณสถานเขาคลังนอก อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์
สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ขอเชิญชวนผู้ชื่นชอบงานอาร์ตทอย ร่วมลุ้นสุ่มกาชาปองชุดพิเศษ “ร้อยพิพิธ”จัดทำโดย มือกระบี่ มาในธีม Cabinet of Curiosity เฉลิมฉลอง 150 ปี กิจการพิพิธภัณฑ์ไทย มีทั้งหมด 9 แบบ พร้อมการ์ด วันละ 120 จุ่ม ราคาจุ่มละ 100 บาท เท่านั้น หากท่านใดจุ่มถึง 9 ตัว แบบใดก็ได้ สามารถแลกซื้อกล่องมินิมิวเซียม ในราคา 299 บาท แต่ถ้าแยกซื้อต่างหาก จำหน่ายในราคา 399 บาท เริ่มจุ่มเวลา 10.00 น. ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร วันที่ 19 - 21 กันยายน 2567 และบริเวณด้านหน้ามิวเซียมชอป วันที่ 22 กันยายน 2567
วัดบางทีง
วัดบางทีง ตั้งอยู่ที่ตำบลบางเหรียง อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา เป็นวัดโบราณสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๓ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาใน พ.ศ. ๒๔๔๔ การสร้างวัดบางทีงเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าริมคลองบางทีงและคลองบางกล่ำเป็นชุมชนชาวพุทธที่มีมานานตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน ศิลปกรรมโบราณภายในวัดบางทีงที่หลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบัน ได้แก่ อุโบสถ เจดีย์ กุฏิ หอระฆัง และหอพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งแสดงรูปแบบศิลปกรรมพื้นถิ่นภาคใต้ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ โดยในปีพ.ศ. ๒๕๕๖ กรมศิลปากรได้ดำเนินการบูรณะวัดบางทีง
กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานวัดบางทีง ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๓๐๙ ง วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๑
Wat Bang Thing
Built in 1780, Wat Bang Thing is located in Bang Riang Subdistrict, Khuan Niang District, Songkhla Province. It was officially registered as a temple in 1901. It is among the oldest temples situated by the banks of Khlong Bang Thing and Khlong Bang Klam, reflecting Buddhist practices of old settlements that have been around in the area since the early Ratthanakosin period.
The remaining significant structures within the precinct of Wat Bang Thing are the ordination hall, the stupa, the monks’ residence, the bell tower, and the shrine of the Buddha’s footprint, which represent the local art style of southern Thailand and are worth preserving.In 2013, the restoration work of Wat Bang Thing was conducted by the 11th Regional Office of Fine Arts, Songkhla, the Fine Arts Department, Ministry of Culture.
The Fine Arts Department announced the registration of Wat Bang Thing as a national monument in the Government Gazette, Volume 135, Special Part 309, dated December 4, 2018.
ชื่อเรื่อง : ศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหง
หัวเรื่อง : ศิลาจารึก
ศิลาจารึกภาษาไทย
คำค้น : ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง
รายละเอียด : ปรับปรุงจากปาฐกถาของ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช แสดงที่สมาคมครูโรงเรียนราษฎร์ ณ หอปรระชุมคุรุสภา เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2508
ผู้แต่ง : เสนีย์ ปราโมช, ม.ร.ว.
แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
หน่วยงานที่รับผิดชอบ : ศรีมิตรการพิมพ์
ปีที่พิมพ์ : 2517
วันที่เผยแพร่ : 30 มกราคม 2568
ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : -
ลิขสิทธิ์ : -
รูปแบบ : PDF
ภาษา : ภาษาไทย
ประเภททรัพยากร : หนังสือหายาก
ตัวบ่งชี้ : -
รายละเอียดเนื้อหา : ปาฐกถาว่าด้วยเรื่องศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง โดย ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช และเนื้อหาที่ถ่ายทอดจากหลักศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงทั้ง 4 ด้าน
เลขทะเบียน : น. 32 บ. 4720 จบ.
เลขหมู่ : 495.9117709
ศ537ศส
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ. 82/2หมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 54 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 54 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลานฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
ได้มาจากวัดห้วยสะพาน ต.หนองโรง อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2533
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน)อย.บ. 138/4ประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 76 หน้า กว้าง 5.3 ซม. ยาว 55.3 ซม.หัวเรื่อง พระอภิธรรมปิฎก พระปุคคลบัญญัติบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
ประวัติกองทหารอาสาซึ่งไปในงานพระราชสงครามข้ามทะเล พระพุทธศักราช ๒๔๖๐ - ๖๑ – ๖๒ นี้ เป็นเรื่องประวัติของกองทหารซึ่งไปในงานพระราชสงครามมรณะทวีปยุโรป ซึ่งจอมพลสมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ มีรับสั่งให้เจ้าหน้าที่กรมเสนาธิการทหารบกรวบรวมขึ้น ทั้งได้ทรงพระอุตสาหะรจนาเรื่องราวบางตอนพระราชทานไว้ด้วย เช่น ภาคที่ ๔ ตอนที่ ๑๑ ว่าด้วยการต้อนรับการบินทหารบกเมื่อกลับจากราชการสงครามถึงพระนคร ภาคพิเศษว่าด้วยพระราชพิธีฉลองชัยชนะ และภาคที่ ๕ ตอนที่ ๑๒ว่าด้วยการฉลองพระราชอาณาเขตซึ่งพ้นสภาพแห่งการสงครามและการต้อนรับกองทหารบกรถยนต์ซึ่งกลับจากราชการสงคราม เป็นต้น
บรรณานุกรม
ประวัติกองทหารอาสาซึ่งไปในงานพระราชสงครามข้ามทะเล พระพุทธศักราช ๒๔๖๐ - ๖๑ – ๖๒. พระนคร: เสนาธิการทหารบก, ๒๔๖๓.
เตรียมพบกับหนังสั้นสุดจึ้ง "I Love Every You : รักนะทุกร่างเธอ" ผลงานพิเศษจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา กรมศิลปากร ร่วมมือกับสมาคมภาพยนตร์นครราชสีมา และทีมงานผลิตภาพยนตร์โดยคนโคราช เพื่อประเทศโคราชบ้านเอ๋ง เรื่องราวของความรัก ความผูกพัน และการยอมรับในตัวตน ที่จะพาคุณเดินทางผ่านมุมมองของ "เธอ" ในหลากหลายร่าง ผ่านทุกยุคทุกสมัย ทุกวัฒนธรรมที่มีในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ ถ่ายทอดแรงบันดาลใจผ่านสายตาของทีมงานคนโคราช คุณภาพล้นแก้ว ล้นเหยือก ล้นจอภาพยนตร์ ที่ร่วมกันตีความพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ในมุมมองแบบใหม่ แบบสับ
พบกันวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๘ นี้ ที่โรงภาพยนตร์ Korat Cineplex ชั้น 3 The Mall Korat จัดฉายรอบพิเศษสุด Exclusive เตรียมตัวร่วมชม ร่วมแชร์ ช่วงเวลาพิเศษก่อนใคร !! ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊ก "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ : Maha Viravong National Museum"