ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 52,823 รายการ
สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง จังหวัดภูเก็ต ขอเชิญร่วมกิจกรรมบรรยายออนไลน์สาธารณะ ประจำปี 2568 หัวข้อ "บทกวีสุนทรภู่กับชายฝั่งทะเลอันดามัน" วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2568 ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป วิทยากรโดย ผศ.ธนโชติ เกียรติณภัทร ภาควิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออก คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาและวรรณกรรม ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : Thalang National Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 7637 9895
เลขทะเบียน : นพ.บ.609/7 ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :46 หน้า ; 4 x 50 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 196 (1-7) ผูก 7 (2568)หัวเรื่อง : ปัญญาชาดก--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.658/6ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 32 หน้า ; 4.5 x 55 ซ.ม. : ทองทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 211 (142-154) ผูก 6 (2568)หัวเรื่อง : มหานิปาตวณฺณนา--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.784/1ขห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 26 หน้า ; 4.5 x 57 ซ.ม. : ลานดิบ-ล่องชาด ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 242 (463-476) ผูก 1ข (2568)หัวเรื่อง : ปัญญาบารมี--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ศาสตราจารย์เพ็ง โสมนะพันธุ์ ป.ช., ป.ม., ต.จ.ว., แพทย์หญิงลมัย โสมนะพันธุ์
ชื่อเรื่อง : อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ศาสตราจารย์เพ็ง โสมนะพันธุ์ ป.ช., ป.ม., ต.จ.ว., แพทย์หญิงลมัย โสมนะพันธุ์ ท.ช., ท.ม. ณ เมรุวัดธาตุทอง 19 พฤษภาคม 2518 ชื่อผู้แต่ง : - ปีที่พิมพ์ : 2518 สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์ไทยเขษมจำนวนหน้า : 118 หน้า สาระสังเขปสังเขป : หนังสืออนุสรณ์ฯ เล่มนี้ ได้กล่าวถึงประวัติ และคำไว้อาลัยต่อผู้วายชนม์ซึ่งเป็นบุคลากรสำคัญในวงการการศึกษา และการแพทย์ เนื้อหาท้ายเล่มได้นำเสนอความรู้ทั่วไป อาทิ เรื่องประเพณีไทย ของหม่อมหลวงปีย์ มาลากุล เรื่องดวง กับ คน อำนาจดวงดาวกับคนในโลก ของรอ.นายแพทย์ไวทย ชินะโชติ เรื่องชีวิตนิสสิตแพทย์ ของ ล. ศุขกสิกร และเรื่อง 36 ปีที่ผ่านมา ของลมัย โสมนพะพันธ์ เป็นต้น
สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ขอเชิญชมการแสดงละครเสภา เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนพระไวยแตกทัพ เนื่องในโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก "ยลถิ่นภูมิปัญญา วิจิตราวังจันทน์" วันเสาร์ที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๙.๐๐ น. ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก รายการแสดงประกอบด้วย รำถวายพระเกียรติ สดุดี พระพันปีศรีสยาม และละครเสภา เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนพระไวยแตกทัพ นำแสดงโดย ศิลปินสำนักการสังคีต กำกับการแสดงโดย ปกรณ์ พรพิสุทธิ์ ศิลปินแห่งชาติ, อำนวยการแสดงโดย ศิริพงษ์ ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๔๒
ประวัติและความสำคัญ
"ธรรมาสน์เทินสิงห์" มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยรูปสิงห์คู่รองรับเรือนบุษบกไว้บนหลัง เป็นผลงานอันวิจิตรของ "ครูองเวียง" สกุลช่างชาวเวียดนาม สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๖๓–๒๔๖๕ ปัจจุบันมีอายุยาวนานกว่า ๑๐๐ ปี ความงามอันเป็นเอกลักษณ์นี้ได้กลายเป็นต้นแบบให้แก่ธรรมาสน์วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ และเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงการหลอมรวมศรัทธาและวัฒนธรรมท้องถิ่นไว้อย่างล้ำค่า
จากการสำรวจอย่างละเอียดก่อนการอนุรักษ์ พบว่ามีความเสียหาย ดังนี้
ส่วนฐาน: ประติมากรรมเขียนสีถูกเขียนซ่อมทับด้วยสีสมัยใหม่ (สีอะคริลิก) บดบังงานศิลปกรรมดั้งเดิมและทำลายคุณค่าฝีมือช่าง
ส่วนเรือนธาตุ:
ฝาไม้ฉลุลวดลายลงรักปิดทองและเขียนสี บางส่วนหักและหลุดหาย เนื้อไม้แตกแยกตามเสี้ยนจากสภาวะอากาศ มีคราบฝุ่นสะสมหนา และโครงสร้างหลักขาดความมั่นคง
ส่วนเรือนยอด: ลวดลายไม้ฉลุ (ลายกนก กระจัง และสัตว์หิมพานต์) ลงรักปิดทอง หักหายไปบางส่วนทำให้ลายขาดความต่อเนื่อง แต่โครงสร้างหลักยังคงแข็งแรงดี
แนวทางการดำเนินงานอนุรักษ์ในครั้งนี้ ด้วยวิธี "สงวนรักษา" ไม่ใช่เพียงการซ่อมแซมวัตถุ แต่ คือ การรักษา
"จิตวิญญาณของครูช่าง"
และ
คืนคุณค่าทางประวัติศาสตร์
ให้กลับมาฉายชัดอีกครั้ง เพื่อสืบทอด"มรดกแห่งศรัทธา"ชิ้นนี้ให้คงอยู่เป็นเกียรติประวัติของท้องถิ่นและประเทศชาติสืบไป
ภาพถ่าย : หลังการอนุรักษ์
บันทึกข้อมูล : ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๙
สาระอีสาน นำเสนอและเผยแพร่เกร็ดความรู้ต่าง ๆ จากข้อมูลท้องถิ่นอีสานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สำหรับวันนี้ขอนำเสนอเรื่อง "กินดอง" วิถีแต่งงานอีสานสไตล์ : นิยามความรักที่ผูกพันด้วยสายสิญจน์และเครือญาติ เรียบเรียงโดย นางสาวกุลริศา รัชตะวุฒิ นักภาษาโบราณ เนื้อหามีดังนี้ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา คู่รักนักแสดงชื่อดัง ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ ได้ควงคู่เข้าพิธีแต่งงานตามประเพณีอีสาน ณ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านเกิดของฝ่ายชาย ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนอบอุ่น โดยมีครอบครัว ญาติผู้ใหญ่ ตลอดจนเพื่อนสนิท ทั้งในและนอกวงการบันเทิงมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่ง รวมถึงแฟนคลับทั่วประเทศที่ร่วมส่งใจมาอวยพรให้แก่ทั้งคู่ ซึ่งงานครั้งนี้นับเป็นการช่วยสืบสานและเผยแพร่ซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ทางวัฒนธรรมอีสาน ให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสถึงความน่ารักและงดงามของประเพณีท้องถิ่นอีกด้วย สำหรับพิธีแต่งงานตามขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวอีสานนี้ มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า "งานกินดอง" หรือ "พิธีกินดอง" ซึ่งมีความหมายลึกซึ้งถึงการที่สองครอบครัวตกลงยินยอมที่จะผูกสัมพันธ์และเกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน ก่อนจะเข้าสู่งานกินดองหรือพิธีกินดอง ตามประเพณีดั้งเดิมจะเริ่มต้นด้วย "พิธีโอม" หรือบางท้องถิ่นเรียกว่า "การโอมเอากัน" ซึ่งก็คือพิธีสู่ขอและหมั้นหมาย โดยฝ่ายชายจะส่งผู้ใหญ่ไปเจรจาทาบทามตกลงเรื่องค่าดอง (สินสอด) และหาฤกษ์งามยามดีร่วมกัน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว จึงจะนัดหมายวันจัดงานพิธีกินดองอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีขั้นตอนสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์อันงดงาม ดังนี้
• พิธีแห่ขันหมาก: ฝ่ายเจ้าบ่าวจะตั้งขบวนแห่ขันหมากเดินทางมายังบ้านเจ้าสาว พร้อมด้วยเสียงโห่ร้องฟ้อนรำอย่างสนุกสนานตามสไตล์ชาวอีสาน โดยเจ้าบ่าวจะต้องผ่านด่าน "ประตูเงิน ประตูทอง" เพื่อพิสูจน์รักแท้ก่อนเข้าสู่พิธีถัดไป
• พิธีสู่ขวัญ (บายศรีสู่ขวัญ): ถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของงานกินดอง โดยจะมี "หมอสูตร" (หมอขวัญ) เป็นผู้ประกอบพิธีอัญเชิญขวัญมาอยู่กับเนื้อกับตัวของคู่บ่าวสาวเพื่อความเป็นสิริมงคล ผ่าน "พานบายศรี" ที่ประดิดประดอยอย่างวิจิตรบรรจง
• พิธีผูกแขน (ผูกข้อมือ): หลังเสร็จสิ้นการสู่ขวัญ พ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ และแขกผู้มีเกียรติจะนำด้ายผูกแขนสีขาวมาผูกข้อมือให้แก่คู่บ่าวสาวเพื่อเป็นการเรียกขวัญ พร้อมทั้งให้ศีลให้พร อวยพรให้ทั้งคู่ครองรักกันอย่างยั่งยืน ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของการต้อนรับสะใภ้และเขยเข้าสู่ครอบครัวอย่างอบอุ่น
• การกินดอง (เลี้ยงฉลอง): ปิดท้ายด้วยการร่วมรับประทานอาหารของแขกผู้มาร่วมงาน โดยมักจะจัดเลี้ยงด้วยอาหารพื้นบ้านอีสานรสเลิศ เช่น ลาบ ก้อย เคล้าไปกับเสียงดนตรีพื้นบ้านหรือหมอลำเพื่อเพิ่มความครึกครื้น บรรยากาศของงานมักเต็มไปด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เนื่องจากคนในชุมชนจะมารวมตัวกันช่วยงาน ทั้งเรื่องการทำอาหารและจัดเตรียมสถานที่ ทำให้คู่บ่าวสาวได้ทำความรู้จักกับญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย ถือเป็นการขยายครอบครัวให้ใหญ่โตและอบอุ่นยิ่งขึ้นตามวิถีชาวอีสานอย่างแท้จริง "พิธีกินดอง" จึงเป็นภาพสะท้อนอันเด่นชัดของอัตลักษณ์พื้นบ้านอีสาน ที่ผสมผสานความเรียบง่ายเข้ากับความศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างลงตัว การร่วมสืบสานและถ่ายทอดประเพณีอันเปี่ยมเสน่ห์นี้สู่สายตาคนรุ่นใหม่ ไม่เพียงแต่ทำให้วัฒนธรรมท้องถิ่นยังคงมีชีวิตชีวา แต่ยังช่วยส่งต่อคุณค่าแห่งความรักและการเริ่มต้นชีวิตคู่ที่งดงาม ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
บรรณานุกรม
ธวัช ปุณโณทก. “กินดอง (แต่งงาน), พิธี.” สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน. 1. (2542): 241-247.
กรมศิลปากร โดยศูนย์หนังสือกรมศิลปากร ขอเชิญร่วมสัมผัสสีสันแห่งวัฒนธรรมไทย ในงาน “สี สรรค์ ไทย : COLORS OF THAI THAI” มหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ ที่จะพาทุกท่านเปิดประสบการณ์วัฒนธรรมไทยจากทุกภูมิภาค ผ่านการนำเสนอในรูปแบบร่วมสมัย ถ่ายทอดคุณค่าของศิลปะ ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ความเป็นไทย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ความภาคภูมิใจ และส่งต่อเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยสู่ทุกคน วันที่ 2 – 6 กันยายน 2569 ณ เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 7–8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เวลา 10.00 – 21.30 น. กิจกรรมภายในงานพบกับนิทรรศการองค์ความรู้ และเวิร์กชอปทางวัฒนธรรม การแสดงศิลปวัฒนธรรมและคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมกว่า 100 ร้านค้า การจำหน่ายหนังสือจากศูนย์หนังสือกรมศิลปากร และร่วมชิม ช้อป กับร้านอาหารไทย อาหารถิ่นกว่า 60 ร้านค้า
พิเศษ! “ศูนย์หนังสือกรมศิลปากร” ยกกองทัพหนังสือเก่าและหนังสือออกใหม่หลากหลายรายการ มาให้เลือกซื้อ พร้อมโปรโมชั่น ลดราคาสูงสุด 20% อาทิ หนังสือที่ขายดีที่สุดจนต้องจัดพิมพ์เป็นครั้งที่ 2 "ผีในวัฒนธรรมไทย" เอาใจนักอ่านสาย “ผี” จากราคา 270 บาท ลดเหลือ 216 บาท หนังสือตำราแมวไทย “เอาใจนักอ่านทาสแมว จากราคา 1,500 บาท ลดเหลือ 1,200 บาท หนังสือจากกรุงเทพฯ ไปร้อยเอ็จ จากราคา 270 บาท ลดเหลือ 216 บาท หนังสือตู้ลายทอง ภาค 2 (สมัยรัตนโกสินทร์) เล่ม 3 จากราคา 750 บาท ลดเหลือ 600 บาท หนังสือวิจิตรจันทนรังสรรค์ จากราคา 650 บาท ลดเหลือ 520 บาท หนังสือรวมเรื่องประวัติศาสตร์และโบราณคดีของธนิต อยู่โพธิ์ จากราคา 360 บาท ลดเหลือ 288 บาท หนังสือประวัติศาสตร์ไทย สมัยธนบุรี จากราคา 340 บาท ลดเหลือ 272 บาท ลดเหลือ 256 บาท หนังสือจินดามณีฉบับหลวงในรัชกาลที่ 3 และมณีรัตนจินดา จินดามณี ฉบับหอสมุดแห่งรัฐจากราคา 330 บาท ลดเหลือ 264 บาท ผู้สนใจสามารถเลือกซื้อได้ภายในงาน หรือสั่งซื้อทางออนไลน์ได้ที่ https://bookshop.finearts.go.th สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: ศูนย์หนังสือกรมศิลปากร https://www.facebook.com/profile.php?id=100064378046167
มาร่วม “กิน เที่ยว ชม ทดลอง และเรียนรู้” เพราะความเป็นไทยไม่ได้มีเพียงสีเดียว แต่เต็มไปด้วยสีสันและอัตลักษณ์จากวัฒนธรรมทั่วประเทศ
ชื่อเรื่อง : จังหวัดแพร่ เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ นางอุ๊ มีทรัพย์ ผู้แต่ง : คณะกรรมการจังหวัดแพร่ ปีที่พิมพ์ : 2546 สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์พระจันทร์ เรื่องราวของจังหวัดแพร่ได้ถูกหยิบยกมาเขียนในหนังสือมากมาย ดังหนังสือเล่มนี้ที่จัดทำขึ้นเพื่อแจกเป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ นางอุ๊ มีทรัพย์ ณ เมรุบ้านดอนทัน อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ โดยเนื้อหาในเล่มเป็นความรู้เกี่ยวกับจังหวัดแพร่อย่างกว้างๆ แบ่งออกเป็น2ตอน ตอนแรกกล่าวถึงลักษณะสภาพแวดล้อมของจังหวัด สภาพชีวิตของพลเมือง และการปกครองอย่างละเอียด ส่วนตอนที่สองนั้นว่าด้วยประวัติศาสตร์ของแพร่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน บรรยายถึงอนุสาวรีย์และปูชนียสถานที่สำคัญ วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของประชาชนและกล่าวถึงคนสำคัญในอดีตอีกด้วย
ชะตาชีวิต: Chata Chiwtt (H.M. Blues)
เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 5
เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 5 ทรงพระราชนิพนธ์หลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์และเสด็จพระราชดำเนินกลับไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีกวาระหนึ่ง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงนิพนธ์คำร้องภาษาอังกฤษ วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ครบ 20 พรรษาในพุทธศักราช 2490 ข้าราชการ นักเรียน และคนไทยในสวิตเซอร์แลนด์ ร่วมกันจัดงานเฉลิมฉลองติดต่อกันหลายวัน ในวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พุทธศักราช 2490มาตั้งวงเล่นดนตรีที่พระตำหนัก วิลลาวัฒนา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดนตรีด้วย ในงานมีการขายลอตเตอรี่สำหรับช่วยคนจน นอกจากการออกลอตเตอรี่แล้ว มีการทายชื่อเพลงพระราชนิพนธ์ใหม่ H.M. Bluesว่า H.M. แปลว่าอะไร ผู้ที่จะทายต้องซื้อกระดาษสำหรับเขียนคำทายใบละครึ่งฟรังก์ วงดนตรีบรรเลงเพลงให้ผู้ร่วมงานเต้นรำโดยไม่หยุดพัก ระหว่างเลี้ยงอาหารว่างตอนดึกทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ร้องเพลงพระราชนิพนธ์เพลงใหม่ H.M. Bluesเนื้อเพลงมีใจความว่า
“คนอื่นๆ ที่ไม่ได้เล่นดนตรีต่างก็อิ่มหนำสำราญกัน แต่พวกเราที่กำลังเล่นดนตรีต่างก็หิวโหย และไม่มีแรงจะเล่นต่อไปอีกแล้ว...”
ในงานไม่มีผู้ใดทายชื่อถูกเลยสักคนเดียว สำหรับคำร้องภาษาไทยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร เป็นผู้ประพันธ์ แต่เนื่องจากในเวลานั้น คำร้องภาษาอังกฤษไม่ได้พระราชทานลงมา เพราะต้นฉบับอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ ดร.ประเสริฐ จึงใส่คำร้องภาษาไทยที่มีความหมายออกมาคนละแบบ ภายหลังพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริทรงช่วยแก้ไขคำร้องด้วย
Royal Composition Number 5
The fifth royal composition was written after His Majesty the King'saccession to the throne and returned once more to continue his studiesin Switzerland . He gave the tune to His Royal Highness Prince ChakrabhandPensiri to work on the lyrics in English. On His Majesty's 20 th birthdayanniversary in 1947 , officials , students and Thai residents in Switzerlandjointly held celebrations for several consecutive days. On Saturday, 6 December 1947 , some formed a band to play at villa Vadhana,the royal residence in Lausanne and His Majesty joined the band.At the party , lotto was sold in aid of the needy. Besides , fund was raised byinviting party-goers to guess what H.M. in the new royal composition ,H.M. Blues meant. Participants bought the ticket to write their answersat half a franc each. The band played non-stop for people to dance.At the late evening supper , His Majesty asked Prince CharabhandPensiri to sing the lyrics of the new composition as the answer to thequiz . The lyrics were:
“ ... We've got the Hungry Men's Blues.You 'll be hungry too , if you' re in this band. Don't you think that our music is grand?We've got the Hungry Men's Blues.You've eaten now all of you.We'd like to eat with you too,That's why we've got the H.M. Blues...”
No one at the party got the correct answer to the quiz . As for thelyrics in Thai, His Majesty entrusted Professor Dr. Prasert Na Nagara withthe task. But as the English lyrics were still in Switzerland , Dr.Prasertmade a completely different interpretation with the Thai lyrics.His Royal Highness Prince Chakrabhand Pensiri later helped adjustingsome words in the Thai lyrics to suit the tune.
อธิบดีกรมศิลปากร ประชุมคณะกรรมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยและงานอุทยานสโมสรเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเจริญพระชนมายุ ๕ รอบ ณ อุทยานพระบรมราชานุสรณะ อ.อัพวา จ.สมุทรสงคราม