ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,644 รายการ

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ขอเผยแพร่ องค์ความรู้ประจำเดือนเมษายน ๒๕๖๘ เรื่อง "เครื่องถ้วยเชลียง"เครื่องถ้วยเชลียง หรือเครื่องถ้วยมอญ (Mon Ware) เป็นเครื่องถ้วยเนื้อแกร่ง เคลือบผิว รุ่นแรกที่พบในเมืองศรีสัชนาลัย ผลิตตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗ - ๑๙ โดยใช้เตาเผาแบบเตาขุดในดินผนังโบกยาดินเหนียว ในบริเวณแหล่งเตาบ้านเกาะน้อย และบ้านหนองอ้อ ทางทิศเหนือของเมืองศรีสัชนาลัย ถือได้ว่าเป็นต้นแบบก่อนที่จะค่อยๆพัฒนามาเป็นสังคโลกแบบสีเขียวไข่กา และชามลายปลา ลายพฤกษบุปผา ในพุทธศตวรรษที่ ๒๐ - ๒๑ ที่เป็นสินค้าที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายเครื่องถ้วยเชลียงเป็นชื่อที่เรียกตามชื่อเมืองโบราณที่มีมาก่อนสมัยสุโขทัย มีศูนย์กลางอยู่บริเวณวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เชลียง ห่างจากเมืองศรีสัชนาลัยมาทางทิศตะวันออก ประมาณ ๒ กิโลเมตร การขุดค้นบริเวณใกล้ศูนย์กลางเมืองเชลียง เช่น โบราณสถานวัดชมชื่น และวัดเจ้าจันทร์ พบว่ามีการใช้เครื่องถ้วยชนิดนี้อย่างแพร่หลายมาตั้งแต่สมัยเมืองเชลียง และมีรูปแบบที่หลากหลายกว่าเครื่องถ้วยชนิดเดียวกันที่ผลิตเลียนแบบต่อมาในสมัยสุโขทัยจนถึงอยุธยาส่วนคำว่าเครื่องถ้วยมอญนั้น เป็นชื่อที่ชาวบ้านใช้เรียกเครื่องถ้วยประเภทนี้ โดยเชื่อว่ากลุ่มคนมอญเป็นผู้ผลิต Roxanna M. Brown เชื่อว่ามอญในที่นี้หมายถึงกลุ่มชนเจ้าของวัฒนธรรมทวารวดีที่เจริญอยู่แถบลุ่มน้ำเจ้าพระยาในภาคกลางของประเทศไทย และแพร่วัฒนธรรมขึ้นมาทางภาคเหนือ ได้ถึงเมืองหริภุญชัย ในจังหวัดลำพูน ในแถบพื้นที่เมืองเชลียงหรือศรีสัชนาลัยคงได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมทวารวดีที่มีความเจริญด้านการผลิตเครื่องปั้นดินเผาอยู่ก่อนแล้ว ทำให้สามารถพัฒนาการผลิตเครื่องเคลือบชนิดที่เรียกว่า เครื่องถ้วยเชลียงหรือเครื่องถ้วยมอญได้เครื่องถ้วยเชลียง มีลักษณะเด่นอยู่ที่เนื้อดินหยาบสีดำ หรือสีน้ำตาลเข้ม มีแร่เหล็กผสมอยู่มาก เมื่อเผาแล้วบริเวณที่ไม่เคลือบมีสีสนิมเหล็กเคลือบฉาบอยู่ ผิวภาชนะไม่เรียบ มีรูพรุนมาก และดูไม่สวยงาม สีเคลือบมีหลายระดับ เช่น สีเขียวอมสีเหลือง สีเขียวเข้ม หรือ สีเขียวอมฟ้า รูปทรงที่ผลิตเป็นจาน ชาม พาน ตลับ และกระปุก หากเป็นจานหรือชามมักเคลือบเฉพาะตัวภาชนะด้านในหรือเคลือบทั้งสองด้าน โดยใช้น้ำดินสีขาวทารองพื้นที่ตัวภาชนะด้านในก่อนเคลือบ ส่วนลำตัวภาชนะด้านนอกมักไม่ทาน้ำดินสีขาวรองพื้น ขอบปากจานหรือชามมีร่อยรอยปาดน้ำเคลือบ เพื่อใช้จัดวางแบบประกบปาก ที่ก้นชามด้านในบางใบมักปรากฏรอย ๓- ๕ จุดที่เกิดจากการใช้ตัวรองทรงกลมแบนที่มีขาช่วยจัดวาง ลักษณะการวางเผาภาชนะแบบนี้เหมือนกับที่เตาสันกำแพง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีกี๋ท่อเตี้ยๆรองรับภาชนะใบล่าง ในกลุ่มเตาที่เผาเครื่องเคลือบเชลียงมีการใข้กี๋งบน้ำอ้อยและกี๋ท่อจากการขุดค้นทางโบราณคดีและในแหล่งเรือจมบริเวณอ่าวไทย เครื่องถ้วยไทยที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดที่พบในระบบการค้าทางทะเล คือ เครื่องถ้วยเชลียง โดยพบร่วมกับเครื่องถ้วยชามลายเขียนสีครามของเวียดนาม และเครื่องถ้วยชามเคลือบสีเขียวของจีน ผลิตจากกลุ่มเตาหลงฉวน สมัยราชวงศ์หยวน พบในแหล่งเรือจมรางเกวียนเพียงแห่งเดียว ประกอบด้วย ชาม ๒ ใบ และ กระปุกจำนวน ๑๑ ใบเอกสารอ้างอิงกรมศิลปากร. โบราณคดีวิเคราะห์ ๒ : เครื่องถ้วยบุรีรัมย์และเครื่องถ้วยสุโขทัย. กรุงเทพฯ : ดอกเบี้ย, ๒๕๓๙.ปริวรรต ธรรมาปรีชากร. เอกสารประกอบการอบรมเชิงปฏิบัติการ เครื่องปั้นดินเผาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พัฒนาการ แรงบันดาลใจ และการตรวจพิสูจน์. ม.ป.ท., ๒๕๕๘.สายันต์ ไพรชาญจิตร์. ข้อเสนอเพื่อการพิจารณาใหม่ เรื่องการผลิตและการค้าเครื่องสังคโลกที่มาก่อนสมัยพ่อขุนรามคำแหง. กรุงเทพฯ : มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย, ๒๕๔๔.อังศ์วรา ยุทธนากรกุล. การตรวจสอบอายุแหล่งเรือจมรางเกวียน ตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี. ปริญญาศิลปะศาสตร์บัณฑิต ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๖.


     สุโขทัยทำบุญตักบาตรถวายเป็นพรพราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร      วันที่ 5 ธันวาคม 2559 เวลา 07.45 น.นางสาว ดวงกมล ยุทธเสรี ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย ข้าราชการและลูกจ้างเข้าร่วมกิจกรรม ทำบุญตักบาตรอาหารแห้งพระภิกษุสงฆ์จำนวน 89 รูป ถวายเป็นพรพราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดสุโขทัย


ประวัติวงดุริยางค์สากล  กรมศิลปากร   (The National Symphony Orchestra)             วงดนตรีแบบดุริยางค์สากล ที่เรียกว่า ออร์เคสตร้า (ORCHESTRA) เริ่มเกิดมีขึ้นในประเทศไทย เมื่อราวปี พ.ศ.๒๔๕๔ โดยพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวล้นเกล้าล้นกระหม่อมรัชกาลที่ ๖ สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ของปวงชนชาวไทย พระองค์ทรงมีพระราชประสงค์ให้มี  วงดนตรีสากลขึ้นในประเทศสยาม เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้สัมผัสกับดนตรีของชาวตะวันตกบ้าง  และอีกประการหนึ่งเพื่อให้ประเทศสยามทัดเทียมกับอารยประเทศในโลก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จ้างครูฝรั่งชาวอิตาเลียนมาทำการสอนให้กับนักดนตรีไทย             ต่อมาได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้พระเจนดุริยางค์ เป็นผู้ควบคุมวง โดยทรงพระราชทานนามว่า “วงเครื่องสายฝรั่งหลวง”ซึ่งขึ้นอยู่ในพระราชสำนัก สังกัด กรมมหรสพกระทรวงวัง และวงดนตรีวงนี้พัฒนาความสามารถขึ้นเป็นลำดับ ได้จัดการบรรเลงให้ชาวไทยและชาวต่างประเทศฟังอย่างแพร่หลายในครั้งนั้น มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง             ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการจัดการบรรเลง ซิมโฟนี คอนเสิร์ต (SYMPHONY CONCERT) สำหรับประชาชนทั่วไปขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองไทย ณ  โรงโขนหลวง  ในสวนมิสกวัน  และที่ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวัง(เขตชั้นนอก)  สลับที่กันบรรเลงเป็นงานประจำ เพื่อเก็บเงินไว้พระราชทานแก่องค์การสาธารณกุศลต่าง ๆ โดยมีพระเจนดุริยางค์ เป็นผู้อำนวยเพลงจนได้รับคำชมเชยจากชาวต่างประเทศ มีการจัดตีพิมพ์อยู่บนหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ ในเมืองไทย ซึ่งได้รับการยกย่องว่า “วงเครื่องสายฝรั่งหลวงแห่งเมืองไทย”  วงนี้เป็นวงดนตรีที่ดีที่สุดในภาคเอเซียตะวันออก             ครั้นต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๕ ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และในปี พ.ศ. ๒๔๗๗  วงดนตรีเครื่องสายฝรั่งหลวงได้โอนมาขึ้นกับกรมศิลปากร ดังนั้น วงดุริยางค์สากลวงแรกของประเทศไทยวงนี้ จึงได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น“วงดุริยางค์สากล  กรมศิลปากร” จนถึงปัจจุบันนี้   สำนักการสังคีต กรมศิลปากร   ขอเชิญชม   การแสดงดนตรีในสวน (Music in The Park)   โดย วงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร   เวลา ๑๗.๓๐ – ๑๙.๓๐ น. ณ  สวนนาคราภิรมย์ (ท่าเตียน)   **********************   กำหนดการบรรเลง   ครั้งที่ ๑ วันที่ ๑๕  มกราคม ๒๕๕๙   ครั้งที่ ๒ วันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๙   ครั้งที่ ๓ วันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๙   ครั้งที่ ๔ วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙   *********************   นอกจากนี้ ขอเชิญชมรายการ “ศิลปากรคอนเสิร์ต” บรรเลงเพลงโดย วงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร วันศุกร์ที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ เวลา ๑๗.๓๐ น.  ณ โรงละครแห่งชาติ       ผู้สนใจร่วมรับฟังการบรรเลง“ดนตรีในสวน (Music in the Park)” ปีที่ ๓ โดยวงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร โทร.๐ ๒๒๒๔ ๑๓๗๑




สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ ครั้งที่ ๒ เรื่อง “ศึกษายางรักเพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” (The Second International Conference on Study of Oriental Lacquer Initiated by H.R.H. Princess Maha Chakri Sirindhorn for  the Revitalization of Thai Wisdom) เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ ๕ รอบ ๒ เมษายน ๒๕๕๘ณ ห้องนภาลัย โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๘   กรมศิลปากร กรมป่าไม้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกันจัดงานประชุมวิชาการนานาชาติและนิทรรศการ ครั้งที่ ๒ “The Second International Conference on Study of Oriental Lacquer Initiated by H.R.H. Princess Maha Chakri Sirindhorn for the Revitalization of Thai Wisdom” ระหว่างวันที่ ๒๔ – ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๘ โดยการจัดประชุมนานาชาติครั้งนี้มีเพียง "ยางรัก" ซึ่งใช้ในงานศิลปกรรมเป็นหัวข้อหรือโจทย์ แต่งานวิจัยที่นำเสนอในครั้งนี้ กลับเป็นการบูรณาการงานของหลายองค์กรทั้งสถาบันการศึกษา สาธารณสุข กรมศิลปากร กรมป่าไม้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และนักวิชาการสาขาต่างๆ จำนวน ๓๕๐ คน จาก ๑๔ ประเทศ คือ สหราชอาณาจักร สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน สาธารณรัฐอิตาลี สาธารณรัฐออสเตรีย ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สิงคโปร์ กัมพูชา และประเทศไทย เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ นับว่าประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ แยกได้เป็น                       ๑. ด้านวิชาการ เป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับยางรักและเครื่องรัก ทั้งด้านโบราณคดี ประวัติศาสตร์การทำเครื่องรัก การใช้ประโยชน์ของยางรัก และในแง่พิษวิทยาจากแพทย์แผนปัจจุบัน ตลอดจนบทบาทของยางรักกับสมุนไพรไทย นอกจากนี้ ยังมีการใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์คือ เครื่องเอ็กซ์เรย์ ๓ มิติ มาตรวจสอบโบราณวัตถุประเภทเครื่องรัก และมีการตรวจวิเคราะห์โบราณวัตถุด้วยนิวตรอนและรังสีแกมมา                    ๒. ด้านเศรษฐกิจและสังคม ทำให้ประเทศไทยมีความตื่นตัวที่จะใช้ยางรักซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่เกือบจะสูญหายไปจากประเทศไทย โดยกรมป่าไม้จะเป็นองค์กรหลักในการสร้างผลผลิต คือปลูกป่ารักและคัดเลือกสายพันธุ์เพื่อให้ได้ยางรักที่มีคุณภาพดี เป็นการลดค่าใช้จ่ายที่ต้องสั่งซื้อยางรักจากต่างประเทศ และลดการใช้สารสังเคราะห์ที่ใช้แทนยางรักซึ่งนิยมใช้กันมากในปัจจุบัน ในขณะเดียวกันหากสามารถผลิตยางรักได้มากเกินความต้องการ สามารถส่งขายยังต่างประเทศทำรายได้เข้าประเทศอีกด้วย                         ในการจัดประชุมครั้งนี้มีการสาธิตการทำเครื่องรักโบราณ โดยผู้เชี่ยวชาญชาวจีน ซึ่งปัจจุบันเครื่องรักของจีนผลิตขึ้นเพื่อส่งเป็นสินค้าออกจำหน่ายยังประเทศต่างๆ ทั้งยุโรปและอเมริกา ทำรายได้เข้าประเทศจำนวนมหาศาล เครื่องรักจีนที่ได้รับความนิยมคือ เครื่องรักแกะสลักลวดลายลงบนพื้นรักและการประดิษฐ์ลวดลายเส้นด้ายที่ทำจากส่วนผสมของยางรัก การสาธิตที่จัดขึ้นนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะต่อยอดหรือเป็นแนวทางให้ผู้ที่สนใจทั่วไป ศิลปิน ตลอดจนชาวบ้านหรือชุมชนที่ประกอบกิจการหัตกรรมพื้นบ้านในการรังสรรค์เครื่องหัตถกรรมของไทยที่ผลิตจากยางรักทำเป็นสินค้าออกจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ นับเป็นการรวมกลุ่มของชาวบ้านและเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเป็นผู้สนับสนุน                      ๓. ด้านวัฒนธรรม งานศิลปกรรมและประณีตศิลป์ของไทยใช้ยางรักในการตกแต่งและเคลือบผิววัสดุต่างๆ มาแต่โบราณกาล เช่น งานปิดทอง ลายรดน้ำ เครื่องมุก และอื่นๆ ซึ่งพบเห็นตามศาสนสถาน ปราสาทราชวัง ล้วนแล้วแต่เป็นเอกลักษณ์และภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษถ่ายทอดไว้ กรมศิลปากรในฐานะผู้ดูแลรักษามรดกวัฒนธรรมของไทย ตลอดจนการบูรณะซ่อมแซมโบราณวัตถุสถานต่างๆ จำเป็นต้องมีบทบาทเป็นผู้นำในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาเรื่องการใช้ยางรักให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติตลอดไป ตามพระราชดำรัสเปิดการประชุมครั้งนี้ว่า             "การที่หน่วยงานที่มีศักยภาพร่วมมือช่วยเหลือกันในมิติต่างๆ จะช่วยให้งานอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมสาขานี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี"


พบเครื่องถ้วยชามลายน้ำทอง มีพระบรมฉายาลักษณ์ ร.5 ที่กาน้ำ และจาน ไม่ทราบว่ามีจริงหรือไม่ เนื่องจากไม่เคยเห็นในหนังสือ รวมทั้งภาพใน Internet ขอทราบรายละเอียดด้วยครับ






นิทรรศการศิลปะปูนปั้นแห่งประเทศไทย ครั้งที่ ๑๒




หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ นครพนม จัดกิจกรรมโครงการเครือข่ายจิตอาสาพัฒนาด้านบริการห้องสมุด วันพฤหัสบดี ที่ 19 มิถุนายน 2557 ณ โรงเรียนบ้านรามราช อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม


ตำนานเครื่องมโหรีปี่พาทย์นี้  สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ทรงนิพนธ์ขึ้น  โดยมีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับตำนานเครื่องมโหรีปี่พาทย์  ต้นตำราเครื่องสังคีต  เรื่องตำนานเครื่องมโหรี  เรื่องตำนานมโหรีเครื่องสาย  เรื่องตำนานเครื่องปี่พาทย์  เรื่องตำนานกลองแขก  เรื่องตำนานปี่ซอและแคน  รวมถึงเครื่องมโหรีปี่พาทย์ของไทย


วันพุธที่ 11 ตุลาคม 2560 ชาวหอสมุดร่วมแรงร่วมใจกัน ปลูกต้นดาวเรืองเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศล และแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9


black ribbon.